หลังจากเหตุการณ์อันน่าตกใจที่ณิชาแสดงพลังเหนือธรรมชาติออกมา คาเรนและชาวบ้านต่างมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความหวาดระแวงกลายเป็นความหวังและความเชื่อมั่นอย่างไม่น่าเชื่อ ณิชาเองก็ยังสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอไม่เข้าใจว่าพลังนั้นมาจากไหน และเธอควบคุมมันได้อย่างไร
“เจ้าแน่ใจนะว่าไม่เคยใช้พลังเช่นนี้มาก่อน” คาเรนถามขณะเดินเคียงข้างณิชาไปยังบ้านผู้ใหญ่บ้านในยามเย็นของวันนั้น “มันไม่ใช่พลังเวทมนตร์ที่ข้าคุ้นเคย แต่มันทรงพลังอย่างน่าเหลือเชื่อ”
“ฉันก็บอกคุณแล้วไงคะคาเรนว่าฉันมาจากโลกที่ไม่มีเวทมนตร์” ณิชาตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน “ฉันเองก็ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่แพ้คุณหรอกค่ะ”
เมื่อมาถึงบ้านผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านและผู้อาวุโสหลายคนรออยู่แล้ว พวกเขาทุกคนมองณิชาด้วยแววตาแห่งความคาดหวัง
“ท่านคาเรนรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว” ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยขึ้น “สิ่งที่เจ้าแสดงให้เห็น ณิชา…มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”
“เมื่อหลายร้อยปีก่อน มีคำพยากรณ์โบราณกล่าวถึง ‘ผู้มาจากต่างโลก’ ที่จะปรากฏตัวขึ้นในยามที่มิติที่สิบหกเผชิญกับหายนะครั้งใหญ่” หนึ่งในผู้อาวุโสกล่าว น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม “ผู้ที่จะนำพาแสงสว่างและความหวังกลับมา”
ณิชาเบิกตากว้าง “ผู้มาจากต่างโลก? หมายถึงฉันเหรอคะ?”
“คำพยากรณ์นั้นกล่าวถึงรายละเอียดหลายอย่าง” ผู้อาวุโสคนนั้นพยักหน้า “ผู้ที่จะไม่มีพลังเวทมนตร์ แต่กลับมีพลังที่ซ่อนเร้น เหนือกว่าเวทมนตร์ใดๆ และมาพร้อมกับความรู้ที่โลกใบนี้ไม่เคยรู้จัก”
ทุกคำพูดของผู้อาวุโสยิ่งตอกย้ำความจริงที่น่าเหลือเชื่อ ณิชาเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกัน ภาพอุบัติเหตุ ภาพการตื่นขึ้นในป่ามายา และพลังที่เธอเพิ่งแสดงออกมา มันไม่ใช่ความบังเอิญ แต่มันคือโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้
“พลังที่เจ้าแสดงออกมานั้น คล้ายกับ ‘พลังแห่งความว่างเปล่า’ ที่สามารถกัดกินพลังงานความมืดได้” ผู้อาวุโสกล่าวต่อ “แต่ก็ต้องระมัดระวัง เพราะหากใช้มากเกินไป อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตผู้ใช้ได้”
ณิชาเริ่มเข้าใจถึงความเสี่ยงของการใช้พลังที่เธอไม่รู้จัก แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกถึงความรับผิดชอบที่ถาโถมเข้ามา หากเธอคือ ‘ผู้ถูกเลือก’ จริงๆ เธอก็ไม่อาจปฏิเสธโชคชะตานี้ได้
“แล้วฉันต้องทำยังไงต่อไปคะ?” ณิชาถาม
“เราเชื่อว่าคำตอบอยู่ที่ ‘โบราณสถานแห่งแสงจันทร์’ ที่ตั้งอยู่ใจกลางป่ามายา” คาเรนกล่าว “ที่นั่นเป็นที่เก็บรักษาตำราโบราณและวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่อาจให้เบาะแสเกี่ยวกับคำสาปแห่งราชันย์เงา และวิธีหยุดยั้งมัน”
“แต่โบราณสถานแห่งนั้นถูกผนึกไว้ด้วยพลังงานความมืด” ผู้อาวุโสกล่าวเสริม “มีแต่ผู้ที่มีพลังพิเศษเท่านั้นถึงจะสามารถเข้าไปได้”
ณิชาเข้าใจทันทีว่าพวกเขาหมายถึงเธอ
คืนนั้น ณิชาไม่สามารถข่มตาหลับได้ ภาพของป่ามายา ภาพของโบราณสถานแห่งแสงจันทร์ และพลังที่เธอรู้สึกได้ในตัวเธอมันวนเวียนอยู่ในหัว เธอรู้สึกเหมือนมีเสียงบางอย่างเรียกหาเธอจากที่ไกลๆ เป็นเสียงกระซิบที่แผ่วเบา แต่ก็ชัดเจนในความรู้สึก
เช้าวันรุ่งขึ้น ณิชาเตรียมตัวออกเดินทาง เธอสวมเสื้อผ้าที่ชาวบ้านจัดหาให้ ซึ่งเป็นชุดที่ทำจากผ้าทอเนื้อหยาบ แต่ก็ทนทานต่อการเดินทาง
“ข้าจะไปกับเจ้า” คาเรนกล่าว เขาถือดาบคู่ใจและสวมชุดเกราะหนังที่ดูคล่องตัว “ป่ามายาอันตรายเกินกว่าที่เจ้าจะไปเพียงลำพัง”
“ขอบคุณนะคะคาเรน” ณิชาตอบ เธอรู้สึกอบอุ่นใจที่มีคาเรนอยู่เคียงข้าง เขาเป็นคนแรกที่เชื่อมั่นในตัวเธอและเป็นผู้พิทักษ์ที่แข็งแกร่ง
การเดินทางสู่โบราณสถานแห่งแสงจันทร์เริ่มต้นขึ้น ณิชาและคาเรนเดินลึกเข้าไปในป่ามายาอีกครั้ง แต่คราวนี้ณิชามองเห็นสิ่งต่างๆ แตกต่างออกไป เธอเริ่มสัมผัสได้ถึงพลังงานที่แผ่ออกมาจากต้นไม้และพืชพรรณต่างๆ แม้จะเป็นเพียงพลังที่อ่อนแอจากการกัดกินของคำสาป แต่เธอก็รู้สึกได้
“เมื่อก่อนฉันมองไม่เห็นสิ่งเหล่านี้เลย” ณิชาพึมพำ “แต่ตอนนี้…ฉันรู้สึกได้ถึงมัน”
“พลังของเจ้ากำลังตื่นขึ้น” คาเรนกล่าว “เจ้ากำลังเชื่อมโยงกับมิติที่สิบหกนี้มากขึ้น”
พวกเขาเดินผ่านพุ่มไม้หนาทึบและลำธารสายเล็กๆ หลายแห่ง คาเรนนำทางได้อย่างชำนาญ เขาหลีกเลี่ยงพื้นที่อันตรายและคอยระแวดระวังภัยจากสัตว์ประหลาดที่อาจปรากฏตัวขึ้น
ระหว่างทาง ณิชาใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ของเธอวิเคราะห์สภาพแวดล้อม เธอสังเกตเห็นว่าพืชบางชนิดในป่านี้ แม้จะได้รับผลกระทบจากคำสาป แต่ก็ยังคงความเข้มแข็งอยู่ได้ เธอเก็บตัวอย่างใบไม้บางชนิดมาดูอย่างละเอียด
“พืชพวกนี้มีโครงสร้างเซลล์ที่แข็งแรงเป็นพิเศษ” ณิชาอธิบายให้คาเรนฟัง “เหมือนกับว่ามันมีกลไกบางอย่างที่ช่วยปกป้องตัวเองจากพลังงานภายนอก”
คาเรนฟังเธออย่างตั้งใจ แม้จะฟังดูแปลกหู แต่เขาก็ยอมรับว่าความคิดของณิชาแตกต่างจากสิ่งที่ชาวมิติที่สิบหกเคยเชื่อ
“บางทีเราอาจจะนำพืชเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ได้” ณิชาคิด “ถ้าเราเข้าใจกลไกการป้องกันของมัน บางทีเราอาจจะหาทางสร้างเกราะป้องกันจากคำสาปได้”
เมื่อพวกเขาลึกเข้าไปในป่ามากขึ้น อากาศก็เริ่มเย็นยะเยือกขึ้นเรื่อยๆ แสงอาทิตย์ไม่สามารถส่องลงมาถึงพื้นดินได้ ทำให้บรรยากาศมืดสลัวและเต็มไปด้วยเงาทะมึน ณิชาสัมผัสได้ถึงพลังงานความมืดที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นความรู้สึกที่กดดันและน่าสะพรึงกลัว
ทันใดนั้น คาเรนก็หยุดเดิน เขาชูมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ณิชาหยุดตาม
“เรามาถึงแล้ว” คาเรนกระซิบ
เบื้องหน้าพวกเขา มีโบราณสถานขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น มันเป็นซากปรักหักพังที่สร้างจากหินโบราณสีดำสนิท มีเถาวัลย์ปกคลุมหนาแน่น แต่ที่น่าประหลาดคือ รอบๆ โบราณสถานแห่งนี้กลับมีหมอกควันสีดำปกคลุมหนาแน่น คล้ายกับรัศมีแห่งความมืดมิดที่แผ่ออกมา
“นี่คือโบราณสถานแห่งแสงจันทร์หรือคะ?” ณิชาถามเสียงแผ่ว “มันดูไม่เหมือนโบราณสถานแห่งแสงสว่างเลย”
“คำสาปแห่งราชันย์เงาได้เข้าครอบงำมันแล้ว” คาเรนกล่าว “มันกลืนกินแสงสว่างและเวทมนตร์แห่งโบราณสถานไปหมดสิ้น”
ณิชาเดินเข้าไปใกล้หมอกควันสีดำนั้น เธอสัมผัสได้ถึงแรงผลักบางอย่างที่มองไม่เห็น มันพยายามป้องกันไม่ให้เธอเข้าไป แต่นี่คือสิ่งที่เธอต้องทำ
เธอหลับตาลงอีกครั้ง พยายามรวบรวมพลังที่ซ่อนเร้นในตัวเธอ เสียงกระซิบที่เคยได้ยินในยามค่ำคืนดังชัดเจนขึ้น มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้และภูมิปัญญาโบราณ
เมื่อลืมตาขึ้น ดวงตาของณิชาส่องประกายสีฟ้าเข้มกว่าเดิม เธอเดินตรงเข้าไปในหมอกควันสีดำอย่างไม่ลังเล
“ณิชา! เจ้าจะทำอะไร!” คาเรนตะโกนด้วยความตกใจ เขาพยายามคว้าแขนเธอไว้ แต่ก็ไม่ทัน
เมื่อณิชาก้าวเข้าไปในหมอกควันสีดำ มันไม่ได้กัดกินเธอเหมือนที่มันกัดกินพืชพรรณ หรือดูดซับพลังชีวิตของชาวบ้าน แต่หมอกควันเหล่านั้นกลับถอยร่นออกไป ราวกับกำลังหวาดกลัวพลังงานในตัวเธอ
แสงสีฟ้าอ่อนจางๆ แผ่ออกมาจากร่างของณิชา ขับไล่หมอกควันสีดำให้จางหายไปทีละน้อยๆ เผยให้เห็นทางเข้าของโบราณสถาน
ภายในโบราณสถานมืดมิดและเงียบสงัด คาเรนเดินตามณิชาเข้ามาอย่างระมัดระวัง พวกเขาจุดคบเพลิงที่คาเรนเตรียมมา เพื่อส่องสว่างเส้นทาง
ผนังหินภายในโบราณสถานมีภาพสลักและอักษรโบราณที่ณิชาไม่เข้าใจ แต่คาเรนดูเหมือนจะอ่านออก
“นี่คือตำนานการสร้างมิติที่สิบหก” คาเรนพึมพำ “และ…คำพยากรณ์ถึงผู้ที่จะมาช่วยมิติแห่งนี้”
พวกเขาเดินเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ใจกลางโบราณสถาน กลางห้องมีแท่นบูชาเก่าแก่ตั้งอยู่ บนแท่นบูชามีคริสตัลขนาดใหญ่เปล่งแสงสีม่วงอ่อนๆ ส่องสว่างอยู่
ทันใดนั้น คริสตัลก็เริ่มส่องแสงเจิดจ้าขึ้น ภาพฉายโฮโลแกรมปรากฏขึ้นเบื้องหน้าณิชา มันเป็นภาพของมิติที่สิบหกในอดีตที่รุ่งเรืองสวยงาม ผู้คนมีพลังเวทมนตร์ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่แล้วภาพก็เปลี่ยนไป มีเงามืดขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น กลืนกินทุกสิ่งจนมิติแห่งนี้กลายเป็นซากปรักหักพัง
และในตอนสุดท้าย ภาพก็ฉายให้เห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางแสงสว่าง เธอไม่มีพลังเวทมนตร์ แต่กลับมีพลังงานบางอย่างที่แตกต่างออกไป นั่นคือภาพของณิชาเอง
“เจ้าคือผู้ถูกเลือกจริงๆ ณิชา” เสียงของคาเรนแผ่วเบา “คำพยากรณ์นี้กล่าวถึงเจ้า…ผู้มาจากต่างโลก”
ณิชามองไปยังภาพโฮโลแกรมของตัวเองในคริสตัล เธอรู้สึกได้ถึงความหนักอึ้งของโชคชะตาที่กำลังจะแบกรับ มันไม่ใช่เพียงแค่เรื่องราวการเอาชีวิตรอด แต่เป็นภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการกอบกู้มิติทั้งมิติ
ในขณะที่เธอจ้องมองภาพนั้น เสียงกระซิบในหัวก็ดังชัดเจนขึ้น มันไม่ใช่เสียงที่เข้าใจได้ด้วยภาษา แต่เป็นความรู้สึกที่ถ่ายทอดเข้ามาในจิตใจของเธอ บอกเล่าเรื่องราวของมิติที่สิบหก ประวัติศาสตร์ของคำสาป และพลังที่เธอจำเป็นต้องฝึกฝน ณิชารับรู้ได้ว่านี่คือเสียงเรียกจากอดีตกาล เสียงเรียกจากโบราณสถาน ที่กำลังจะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล

สลับภพชะตา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก