โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 2,624 คำ
การฝึกเริ่มขึ้นในคืนเดียวกัน
ไคโรพาพวกเขาออกจากมหาวิทยาลัยไปยังสถานที่ที่เขาเรียกว่า "จุดเชื่อมต่อ" ซึ่งอยู่ใต้ดินในย่านเยาวราช ลึกลงไปจากร้านขายยาจีนเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง
ห้องใต้ดินนั้นกว้างกว่าที่ควรจะเป็นไปได้ตามขนาดของอาคารข้างบน เพดานสูงและโค้ง ผนังทำจากหินที่เก่าแก่กว่าอาคารที่อยู่ข้างบนอย่างเห็นได้ชัด และตรงกลางห้องมีวงกลมที่แกะสลักลงในพื้นหิน เส้นสลักเหล่านั้นเรืองแสงสีน้ำเงินอ่อนๆ อยู่ตลอดเวลา
"จุดเชื่อมต่อธรรมชาติ" ไคโรอธิบาย "มีอยู่หลายแห่งทั่วโลก ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คนโบราณรู้ว่าสถานที่เหล่านี้มีพลังงานพิเศษ แม้ว่าพวกเขาจะไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร"
"สถานที่ที่รอยต่อมิติบางกว่าปกติ" อาริสาอธิบายเพิ่มเติม เธอเดินรอบวงกลมอย่างคุ้นเคย ราวกับว่าเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้ว "NEXUS ใช้จุดเชื่อมต่อเหล่านี้ในการตรวจสอบกิจกรรมมิติ"
"และในการเดินทาง" ไคโรพูดเพิ่ม
เทพมองดูวงกลมด้วยความสนใจ "แล้วฉันต้องทำอะไร?"
"เขียนสมการ" ไคโรพูด "แต่คราวนี้ไม่ใช่บนกระดาน เขียนในอากาศ"
"เขียนในอากาศ?"
"ใช้นิ้วของคุณ" ไคโรอธิบาย "สมการของคุณมีพลังงานอยู่ในตัวมันเอง เมื่อคืนที่คุณเขียนบนกระดาน พลังงานนั้นสะสมจนถึงจุดวิกฤต ถ้าคุณเขียนในอากาศ คุณจะควบคุมมันได้ดีกว่า"
เทพมองไปที่มือของตัวเอง "ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมถึงทำได้"
"เพราะสมการนั้นไม่ได้อยู่แค่ในหัวของคุณ" อาริสาพูด เสียงของเธอนุ่มขึ้นเล็กน้อยจากปกติ "มันอยู่ในตัวคุณ ในทุกเซลล์ของร่างกายคุณ คุณไม่ได้แค่คิดสมการนั้นขึ้นมา คุณเป็นส่วนหนึ่งของมัน"
เทพมองหน้าเธอ "คุณรู้เรื่องนี้มาก่อนที่จะมาหาฉัน"
"NEXUS ติดตามคุณมาสองปีแล้ว" เธอยอมรับ "เราสังเกตเห็นรูปแบบในงานวิจัยของคุณ และเราเริ่มสงสัยว่าคุณอาจจะเป็น..."
"เป็นอะไร?"
อาริสาและไคโรแลกสายตากัน
"ผู้เปิดประตู" ไคโรตอบ "คนที่มีความสามารถพิเศษในการเชื่อมต่อกับรอยต่อมิติ มีเพียงไม่กี่คนในประวัติศาสตร์ที่มีความสามารถนี้ และส่วนใหญ่ไม่ได้ค้นพบมันจนกว่าจะสายเกินไป"
"สายเกินไปในแบบไหน?"
"ในแบบที่พวกเขาเปิดประตูโดยไม่ได้ตั้งใจและถูกดูดเข้าไป" อาริสาพูดตรงๆ "หรือในแบบที่เงาหาพวกเขาเจอก่อน"
เทพนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก้าวเข้าไปยืนในวงกลม "โอเค สอนฉัน"
ไคโรเดินเข้ามายืนข้างๆ เขา "ยกมือขึ้น ปลายนิ้วชี้ไปข้างหน้า แล้วเริ่มเขียนสมการตัวแรก"
เทพทำตาม ยกมือขึ้นและเริ่มขีดนิ้วในอากาศ ตามลำดับของสมการที่เขาจำได้ขึ้นใจ
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ลองอีกครั้ง" ไคโรพูด "แต่คราวนี้ อย่าแค่เขียน รู้สึกถึงมัน"
"รู้สึกถึงสมการ?"
"รู้สึกถึงความจริงที่มันแสดงออกมา" ไคโรอธิบาย "สมการของคุณอธิบายว่ารอยต่อมิติทำงานอย่างไร มันอธิบายว่าจักรวาลหลายใบเชื่อมต่อกันอย่างไร เมื่อคุณเขียนมัน อย่าคิดแค่ว่ามันเป็นตัวเลข คิดว่ามันคือความจริง"
เทพหลับตา ยกมือขึ้นอีกครั้ง และเริ่มเขียน
คราวนี้มันแตกต่าง
เขารู้สึกได้ถึงบางอย่างที่ปลายนิ้วของเขา ไม่ใช่ความร้อนหรือความเย็น แต่เป็นความรู้สึกราวกับว่าอากาศข้างหน้าเขามีความหนาแน่นมากกว่าปกติ ราวกับว่าเขากำลังเขียนบนผิวน้ำที่มองไม่เห็น
เขาลืมตา
แสงสีน้ำเงินเริ่มปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้วของเขา ตามรอยที่เขาขีดในอากาศ ตัวเลขและสัญลักษณ์ลอยอยู่ตรงหน้าเขา เปล่งแสงสีน้ำเงินสดใส
"ดีมาก" ไคโรพูดเบาๆ "ต่อไป"
เทพเขียนต่อ ตัวอักษรแต่ละตัวปรากฏขึ้นในอากาศ สมการค่อยๆ สมบูรณ์ขึ้น และเมื่อเขาเขียนตัวสุดท้าย อากาศตรงหน้าเขาเริ่มสั่น
แต่คราวนี้มันแตกต่างจากเมื่อคืน มันไม่ใช่การแตกที่ควบคุมไม่ได้ มันเป็นการเปิดที่ช้าและมีระเบียบ เหมือนกับการเปิดประตูบานหนึ่งอย่างระมัดระวัง
รอยต่อปรากฏขึ้น กว้างประมาณหนึ่งเมตร ขอบของมันเปล่งแสงสีม่วงและน้ำเงิน และผ่านมันเทพมองเห็นโลกที่แตกต่างออกไป
ไม่ใช่โลกที่มีดาวสองดวงเหมือนเมื่อคืน แต่เป็นโลกที่มีท้องฟ้าสีเขียวมรกตและต้นไม้ที่มีใบสีขาวเงิน
"มิติที่ 4" ไคโรพูด "โลกกระจก"
"ทำไมถึงเรียกว่าโลกกระจก?" เทพถาม
"เพราะทุกอย่างในนั้นเป็นภาพสะท้อนของโลกนี้" อาริสาตอบ เธอเดินมายืนข้างๆ เขา มองผ่านรอยต่อด้วยสายตาที่ระมัดระวัง "กฎฟิสิกส์เหมือนกัน แต่ทิศทางของทุกอย่างกลับกัน ซ้ายเป็นขวา ขวาเป็นซ้าย เวลาไหลช้ากว่าที่นี่สองเท่า"
"เราจะเข้าไปในนั้นไหม?" เทพถาม
"ยังไม่ใช่ตอนนี้" ไคโรพูด "ก่อนอื่น คุณต้องเรียนรู้วิธีปิดมัน"
"วิธีปิด?"
"ย้อนสมการ" ไคโรอธิบาย "เขียนมันจากหลังไปหน้า"
เทพมองดูสมการที่ลอยอยู่ในอากาศ แล้วเริ่มเขียนจากตัวสุดท้ายย้อนกลับไปตัวแรก
รอยต่อเริ่มหดตัว ช้าๆ แต่สม่ำเสมอ จนกระทั่งมันหายไปอย่างสมบูรณ์
"ดีมาก" ไคโรพูดอีกครั้ง และคราวนี้เสียงของเขาฟังดูประหลาดใจเล็กน้อย "คุณเรียนรู้เร็วกว่าที่ฉันคาดไว้"
"ฉันเป็นนักฟิสิกส์" เทพพูดพร้อมยิ้มเล็กน้อย "การเรียนรู้คือสิ่งที่ฉันทำ"
อาริสามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันหน้าไปอีกทาง แต่เทพสังเกตเห็นว่ามุมปากของเธอกระดิกขึ้นเล็กน้อย
"พรุ่งนี้เราจะเริ่มฝึกการเดินทางจริง" ไคโรพูด "แต่คืนนี้คุณต้องพัก คุณใช้พลังงานมากกว่าที่คุณคิด"
เทพรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่ไคโรพูดถึงในทันที ราวกับว่าแค่การพูดถึงมันก็ทำให้ร่างกายของเขายอมรับความเป็นจริง
"ฉันจะพาคุณไปที่ปลอดภัย" อาริสาพูด "NEXUS มีที่พักในกรุงเทพฯ"
"ฉันมีอพาร์ตเมนต์ของตัวเอง"
"ซึ่งตอนนี้ไม่ปลอดภัยแล้ว" เธอพูดตรงๆ "ถ้าเงาส่งตัวแทนมาหาคุณ ที่แรกที่พวกมันจะไปคืออพาร์ตเมนต์ของคุณ"
เทพอยากจะโต้แย้ง แต่ตรรกะของเธอฟังดูสมเหตุสมผล "โอเค แต่ฉันต้องโทรบอกอาจารย์วิชัยก่อน"
"ดร.วิชัยอยู่กับ NEXUS แล้ว" อาริสาพูด "เราดูแลเขาไว้"
เทพมองไปที่ไคโร ซึ่งพยักหน้าเล็กน้อย
"ไปกับเธอ" ไคโรพูด "ฉันจะตรวจสอบรอยต่อทั้งหมดในกรุงเทพฯ คืนนี้ และพบคุณพรุ่งนี้เช้า"
"คุณจะไปไหน?"
ไคโรยิ้มเล็กน้อย "ที่ที่คุณไปไม่ได้ ยังไม่ใช่ตอนนี้"
ก่อนที่เทพจะถามต่อ ไคโรก็หายไป ไม่ใช่การเดินออกไป แต่หายไปจริงๆ ราวกับว่าเขาเป็นแค่ภาพที่ถูกลบออกจากภาพถ่าย
"เขาทำแบบนั้นบ่อยไหม?" เทพถามอาริสา
"ตลอดเวลา" เธอตอบเสียงเย็น "มันน่ารำคาญมาก"
พวกเขาออกจากห้องใต้ดิน ขึ้นบันไดผ่านร้านขายยาจีนที่ปิดแล้ว ออกมาสู่ถนนเยาวราชที่ยังคงคึกคักแม้จะดึกดื่น
เทพเดินตามอาริสาไปยังรถที่จอดอยู่ริมถนน รถสีดำที่ดูธรรมดาแต่เทพสังเกตเห็นว่ากระจกของมันทึบผิดปกติ
"NEXUS ใช้รถแบบนี้ทุกคันไหม?" เขาถาม
"รถที่มีระบบป้องกันสัญญาณมิติ" เธอตอบ เปิดประตูและเข้าไปนั่งฝั่งคนขับ "ขึ้นมา"
เทพนั่งลงฝั่งผู้โดยสาร รถออกตัวเงียบๆ ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ปกติ
"รถไฟฟ้า?" เขาถาม
"ไม่ใช่แค่นั้น" เธอตอบ ขณะที่ขับรถออกจากเยาวราช "เครื่องยนต์ใช้พลังงานจากรอยต่อมิติขนาดเล็ก"
"คุณใช้พลังงานมิติขับรถ?"
"NEXUS มีเทคโนโลยีที่คุณจะไม่เชื่อ" เธอพูดเรียบๆ "เราดำรงอยู่มาหลายร้อยปี เรามีเวลาพัฒนา"
เทพมองออกไปนอกหน้าต่าง กรุงเทพฯ ยามค่ำคืนผ่านไปข้างนอก แสงไฟนีออน รถติด คนเดินถนน ทุกอย่างดูปกติ แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าใต้ผิวหน้าของความปกตินั้น มีโลกอีกใบที่ซ่อนอยู่
"คุณเข้าร่วม NEXUS ได้ยังไง?" เขาถาม
อาริสาไม่ตอบทันที ขับรถอยู่สักครู่ก่อนที่จะพูด "พ่อของฉันหายไปตอนฉันอายุสิบแปด"
"หายไปในรอยต่อมิติ?"
"ใช่" เธอตอบสั้นๆ "NEXUS มาหาฉันหลังจากนั้น บอกว่าพวกเขาสังเกตเห็นฉันมาสักพักแล้ว ว่าฉันมีความสามารถพิเศษในการรับรู้การเปลี่ยนแปลงของมิติ"
"แล้วคุณก็เข้าร่วม"
"ฉันต้องการคำตอบ" เธอพูด เสียงของเธอไม่มีอารมณ์ แต่เทพรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ "และฉันต้องการตามหาพ่อ"
"NEXUS บอกว่าเขาตายแล้ว?"
"พวกเขาบอกว่าเขา 'ไม่สามารถกลับมาได้'" เธอพูดซ้ำคำเดิมที่ ดร.วิชัยใช้ "ซึ่งไม่ใช่คำตอบเดียวกัน"
เทพมองหน้าเธอ ในแสงไฟของกรุงเทพฯ ที่ผ่านมาทางหน้าต่าง เขาเห็นบางอย่างในดวงตาของเธอที่เธอพยายามซ่อนไว้ ความเจ็บปวดที่ยังไม่หาย ความหวังที่ยังไม่ยอมดับ
"ฉันจะช่วยคุณหาพ่อ" เขาพูดก่อนที่จะคิดทัน
อาริสาหันมามองเขาอย่างรวดเร็ว แล้วก็หันกลับไปมองถนน "อย่าสัญญาในสิ่งที่คุณไม่รู้ว่าจะทำได้ไหม"
"ฉันไม่ได้สัญญา" เทพพูด "ฉันแค่บอกว่าจะพยายาม"
เธอไม่ตอบ แต่เทพสังเกตเห็นว่าไหล่ของเธอผ่อนคลายลงเล็กน้อย
รถหยุดหน้าอาคารสูงในย่านสีลม ดูเหมือนอาคารสำนักงานธรรมดา แต่เทพสังเกตเห็นว่าไม่มีป้ายชื่อบริษัทที่ไหนเลย
"ยินดีต้อนรับสู่ NEXUS กรุงเทพฯ" อาริสาพูด
สามวันต่อมา เทพรู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปอย่างมาก
ไม่ใช่แค่ทักษะในการควบคุมสมการที่พัฒนาขึ้น แต่เป็นวิธีที่เขามองโลกด้วย ตอนนี้เขาเห็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน รอยต่อมิติขนาดเล็กที่กระจายอยู่ทั่วไป ส่วนใหญ่เล็กเกินกว่าจะสังเกตเห็นได้ แต่ถ้าเขาตั้งใจมอง มันก็จะปรากฏให้เห็นเป็นการสั่นไหวเล็กๆ ในอากาศ
ไคโรบอกว่านี่คือสัญญาณว่าเขากำลังพัฒนาการรับรู้มิติ
อาริสาบอกว่ามันน่าเป็นห่วงเพราะมันหมายความว่าเงาจะตามหาเขาได้ง่ายขึ้น
เช้าวันที่สี่ ไคโรมาที่ NEXUS พร้อมกับข่าวที่ทำให้ทุกคนตึงเครียด
"เงาส่งตัวแทนมาแล้ว" เขาพูดโดยไม่มีคำนำ "สามตัว พวกมันอยู่ในกรุงเทพฯ แล้ว"
"ตัวแทนของเงาคืออะไร?" เทพถาม
"มนุษย์ที่ถูกเงาเข้าสิง" อาริสาอธิบาย เธอกำลังตรวจสอบอาวุธที่วางอยู่บนโต๊ะ "พวกเขายังดูเหมือนมนุษย์ปกติ แต่ภายในนั้นมีส่วนหนึ่งของเงาอยู่ด้วย พวกมันสามารถเปิดรอยต่อขนาดเล็กได้ และมีพลังงานมิติที่อันตราย"
"เราต้องเร่งการฝึก" ไคโรพูด "เทพต้องเดินทางเข้าไปในมิติที่ 4 วันนี้"
"วันนี้?" เทพพูดซ้ำ "ฉันยังฝึกมาแค่สามวัน"
"และคุณก็พัฒนาได้เร็วกว่าคนอื่นๆ ที่ฉันเคยฝึกมาสิบเท่า" ไคโรพูดตรงๆ "ถ้าเรารอ เงาจะหาคุณเจอก่อนที่คุณจะพร้อม"
อาริสามองเทพ "ฉันจะไปด้วย"
"ฉันก็รู้" ไคโรพูด "นั่นคือแผน"
พวกเขากลับไปที่จุดเชื่อมต่อในเยาวราช ครั้งนี้มีอาริสาอยู่ด้วย เธอสวมชุดสีดำที่ดูเหมือนชุดออกกำลังกายแต่เทพสังเกตเห็นว่ามีแผ่นป้องกันซ่อนอยู่ที่ข้อมือและข้อเท้า และมีอาวุธที่เขาไม่รู้จักซ่อนอยู่ในหลายที่
"อาวุธเหล่านั้นทำงานในมิติที่ 4 ได้ไหม?" เขาถาม
"บางส่วน" เธอตอบ "กฎฟิสิกส์ในมิติที่ 4 คล้ายกับที่นี่ แต่ไม่เหมือนกันทั้งหมด อาวุธที่ใช้พลังงานระเบิดธรรมดาจะทำงานได้ แต่อาวุธที่ใช้พลังงานมิติอาจจะทำงานแตกต่างออกไป"
"ฉันไม่มีอาวุธ"
"คุณมีสมการ" เธอพูด "ซึ่งอาจจะอันตรายกว่าอาวุธใดๆ ที่ฉันมี"
เทพยืนในวงกลมที่จุดเชื่อมต่อ ยกมือขึ้น และเริ่มเขียนสมการในอากาศ
คราวนี้มันง่ายกว่ามาก แสงสีน้ำเงินปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้วของเขาทันที และสมการก็สมบูรณ์ในเวลาไม่กี่วินาที
รอยต่อเปิดขึ้น กว้างกว่าครั้งก่อน ใหญ่พอที่คนสองคนจะเดินผ่านได้พร้อมกัน ผ่านมันเทพมองเห็นท้องฟ้าสีเขียวมรกตและต้นไม้ใบสีขาวเงิน
"พร้อมไหม?" ไคโรถาม
"ไม่" เทพตอบตรงๆ "แต่ไปเลย"
เขาก้าวผ่านรอยต่อ อาริสาตามมาทันที
ความรู้สึกของการเดินทางผ่านรอยต่อนั้นยากที่จะอธิบาย มันไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นความรู้สึกราวกับว่าร่างกายของเขาถูกแยกออกเป็นล้านชิ้นและประกอบกลับมาใหม่ในเสี้ยววินาที ราวกับว่าเขาเป็นข้อมูลที่ถูกส่งผ่านสายสัญญาณและถูกแปลงกลับมาเป็นรูปร่างที่อีกฝั่งหนึ่ง
แล้วเขาก็ยืนอยู่ในโลกที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ท้องฟ้าเหนือหัวเขาเป็นสีเขียวมรกตเข้ม มีดาวสองดวงที่มองเห็นได้แม้ในเวลากลางวัน ต้นไม้รอบๆ มีใบสีขาวเงินที่สะท้อนแสงดาวอย่างสวยงาม พื้นดินเป็นสีม่วงอ่อน และอากาศมีกลิ่นที่เทพไม่เคยได้กลิ่นมาก่อน ไม่ใช่กลิ่นดอกไม้หรือกลิ่นดิน แต่เป็นกลิ่นที่สะอาดและเย็นในแบบที่ทำให้เขานึกถึงอากาศหลังฝนตก
"โอ้พระเจ้า" เขาพึมพำ
"สวยไหม?" อาริสาพูดข้างๆ เขา เสียงของเธอนุ่มกว่าปกติ
"สวยมาก" เขาตอบ แล้วหันมามองเธอ เธอกำลังมองท้องฟ้าด้วยดวงตาที่เปิดกว้าง ความแข็งกร้าวที่เธอมักจะแสดงออกมาหายไปชั่วขณะ ทำให้เธอดูอ่อนโยนและสวยงามในแบบที่แตกต่างออกไป
เธอรู้สึกว่าเขามองอยู่ หันมาพบสายตาเขา แล้วก็กลับมาเป็นนักสืบที่เย็นชาอีกครั้ง "อย่าเสียเวลา เราต้องหาสิ่งที่ไคโรบอกว่าอยู่ที่นี่"
"ไคโรบอกว่ามีอะไรอยู่ที่นี่?"
"กุญแจ" เธอตอบ "บางอย่างที่จะช่วยให้คุณควบคุมสมการได้ดีขึ้น เขาบอกว่ามันอยู่ในมิติที่ 4 แต่ไม่ได้บอกว่าอยู่ที่ไหน"
"ไคโรชอบทำแบบนั้น" เทพพูดเสียงแห้ง
พวกเขาเดินไปในมิติที่ 4 ซึ่งเทพสังเกตเห็นว่าทุกอย่างในนั้นเป็นภาพสะท้อนของโลกที่เขารู้จัก แต่กลับด้าน ถนนที่ควรจะเลี้ยวซ้ายกลับเลี้ยวขวา อาคารที่ควรจะอยู่ทางตะวันออกกลับอยู่ทางตะวันตก และเวลาในนั้นไหลช้ากว่าโลกของเขาสองเท่า
"ถ้าเราอยู่ที่นี่หนึ่งชั่วโมง" เทพพูด "โลกของเราผ่านไปแค่ครึ่งชั่วโมง?"
"ถูกต้อง" อาริสาตอบ "นั่นทำให้มิติที่ 4 เป็นที่ที่ดีสำหรับการฝึก เพราะเราสามารถใช้เวลาที่นี่ได้มากกว่าที่เสียไปในโลกของเรา"
"แต่ก็หมายความว่าถ้าเราอยู่ที่นี่นานเกินไป..."
"โลกของเราจะผ่านไปโดยที่เราไม่ได้อยู่ด้วย" เธอพูดเสร็จประโยค "นั่นคือเหตุผลที่ผู้คนบางส่วนที่ถูกดูดเข้าไปในรอยต่อมิติกลับมาแล้วพบว่าเวลาในโลกนี้ผ่านไปมากกว่าที่พวกเขาคิด"
เทพนึกถึงภรรยาของ ดร.วิชัย "ถ้าเธออยู่ในมิติที่มีเวลาไหลช้ากว่า..."
"เธออาจจะยังมีชีวิตอยู่" อาริสาพูดเบาๆ "นั่นคือสิ่งที่ ดร.วิชัยหวัง"
พวกเขาเดินต่อไปจนกระทั่งถึงสถานที่ที่ดูเหมือนวิหารโบราณ สร้างจากหินสีขาวที่เปล่งแสงเล็กน้อย ตั้งอยู่กลางป่าต้นไม้ใบสีเงิน
"นี่คือที่ที่ไคโรพูดถึง" อาริสาพูด เธอหยุดอยู่ที่ทางเข้า มองรอบๆ อย่างระมัดระวัง "ฉันไม่ชอบที่นี่"
"ทำไม?"
"มันเงียบเกินไป" เธอตอบ
เทพฟัง และรู้ว่าเธอพูดถูก มิติที่ 4 ที่พวกเขาเดินผ่านมานั้นมีเสียงลมและเสียงต้นไม้ แต่ที่นี่ เงียบสนิท ราวกับว่าเสียงทุกอย่างถูกดูดออกไป
"เราเข้าไปไหม?" เขาถาม
"เราต้องเข้า" เธอตอบ แล้วก้าวเข้าไปก่อน
ภายในวิหารนั้นมีแสงสว่างจากผนังที่เปล่งแสงเอง ตรงกลางห้องมีแท่นหินที่มีวัตถุวางอยู่บนนั้น
วัตถุนั้นดูเหมือนลูกแก้วขนาดเท่ากำปั้น แต่ภายในมันมีแสงสีน้ำเงินที่หมุนวนอยู่ตลอดเวลา เหมือนกับกาแล็กซีขนาดจิ๋วที่ถูกกักไว้ในแก้ว
"นั่นคืออะไร?" เทพถาม
"ผลึกรอยต่อ" เสียงของไคโรดังขึ้นจากด้านหลัง ทั้งสองคนหันกลับ ไคโรยืนอยู่ที่ทางเข้าวิหาร "มันเก็บพลังงานของรอยต่อมิติไว้ ถ้าคุณดูดซับมันเข้าไป คุณจะสามารถควบคุมสมการได้ดีขึ้นมาก"
"ดูดซับอย่างไร?" เทพถาม
"แค่จับมัน" ไคโรตอบ "มันจะทำเองทุกอย่าง"
เทพเดินเข้าไปหาแท่นหิน ยื่นมือออกไปหาผลึก แต่ก่อนที่เขาจะแตะมัน อาริสาดึงแขนเขาไว้
"รอก่อน" เธอพูด เสียงของเธอตึงเครียด "ไคโร ทำไมคุณถึงไม่บอกเราตั้งแต่แรกว่าผลึกนี้อยู่ที่นี่?"
"เพราะฉันต้องการให้เทพมาถึงที่นี่ด้วยตัวเอง" ไคโรตอบ "ถ้าฉันบอกเขาตั้งแต่แรก เขาจะมาด้วยความคาดหวัง แต่ถ้าเขามาถึงที่นี่โดยไม่รู้ว่าจะเจออะไร ผลึกจะสามารถประเมินเขาได้ดีกว่า"
"ประเมิน?" เทพพูดซ้ำ
"ผลึกรอยต่อไม่ได้ให้พลังงานกับทุกคน" ไคโรอธิบาย "มันจะให้เฉพาะกับคนที่มันตัดสินว่าคู่ควร ถ้าคุณไม่คู่ควร มันจะ..."
"จะอะไร?"
ไคโรหยุดชั่วครู่ "มันจะดูดพลังงานออกจากคุณแทน"
อาริสาหันมามองเขา "แล้วทำไมคุณถึงไม่บอกเราเรื่องนี้?"
"เพราะถ้าฉันบอก เทพจะไม่กล้าลอง" ไคโรตอบตรงๆ "และเขาจำเป็นต้องลอง"
"นั่นไม่ใช่การตัดสินใจของคุณ" เธอพูดเสียงเย็น
"ริส" เทพพูดขึ้น ทั้งสองคนหันมามองเขา "ฉันจะลอง"
"เทพ—"
"ฉันเข้าใจความเสี่ยง" เขาพูด "แต่ถ้าสมการของฉันอันตรายอย่างที่ทุกคนบอก ฉันต้องเรียนรู้วิธีควบคุมมัน และถ้าผลึกนี้จะช่วยได้ ฉันก็ต้องลอง"
เขามองหน้าเธอ เธอจ้องตาเขาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ถอยออกไปหนึ่งก้าว
"โอเค" เธอพูดเบาๆ "แต่ฉันอยู่ข้างๆ คุณ"
เทพหันกลับไปหาแท่นหิน ยื่นมือออกไปอีกครั้ง และจับผลึกรอยต่อ
ทันทีที่นิ้วของเขาแตะผลึก โลกทั้งใบดูเหมือนจะหยุดนิ่ง
แสงสีน้ำเงินจากผลึกพุ่งขึ้นมาตามแขนของเขา ไม่เจ็บ แต่เป็นความรู้สึกที่เทพไม่มีคำอธิบาย ราวกับว่าเขากำลังจำสิ่งที่เขาไม่เคยรู้ว่าเขาลืม ราวกับว่าส่วนหนึ่งของเขาที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีอยู่กำลังตื่นขึ้น
ภาพวิ่งผ่านจิตใจของเขาอย่างรวดเร็ว มิติต่างๆ นับไม่ถ้วน โลกที่มีท้องฟ้าสีต่างๆ สิ่งมีชีวิตที่เขาไม่เคยจินตนาการ กฎฟิสิกส์ที่แตกต่างกันในแต่ละมิติ และรอยต่อที่เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน
แล้วก็มีบางอย่างที่มืดกว่า
ความว่างเปล่าที่หิวโหย ความมืดที่เคลื่อนไหวได้ เสียงที่ฟังดูเหมือนกระจกแตก
เงา
มันรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่
เทพปล่อยผลึกออก หายใจหอบ ล้มลงนั่งบนพื้น
อาริสาอยู่ข้างๆ เขาทันที มือของเธอจับไหล่เขาไว้ "เทพ! คุณโอเคไหม?"
เขาใช้เวลาสักครู่ก่อนที่จะตอบ "โอเค ฉันโอเค แค่..." เขาหยุดชั่วครู่ "ฉันเห็นมัน"
"เห็นอะไร?"
"เงา" เขาตอบ "มันรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่แล้ว"
ไคโรเดินเข้ามา ดวงตาของเขาจริงจัง "คุณดูดซับผลึกได้ไหม?"
เทพมองไปที่มือของตัวเอง แสงสีน้ำเงินยังคงเรืองอยู่ที่ปลายนิ้วของเขา แต่ตอนนี้มันเป็นส่วนหนึ่งของเขา ไม่ใช่แสงภายนอก
"ได้" เขาตอบ
"ดี" ไคโรพูด "เพราะเราต้องกลับไปตอนนี้ เงาส่งตัวแทนมาที่มิติที่ 4 แล้ว"
ราวกับจะยืนยันคำพูดของไคโร เสียงดังขึ้นจากนอกวิหาร เสียงที่ฟังดูเหมือนกระจกแตกช้าๆ
อาริสาลุกขึ้นยืนทันที มือของเธอเลื่อนไปที่อาวุธ "มีกี่ตัว?"
"สอง" ไคโรตอบ "แต่ตัวแทนในมิติที่ 4 แข็งแกร่งกว่าในโลกของเรา"
"ทางออก?" เธอถาม
"ทางเดียวที่เรามีคือผ่านพวกมัน" ไคโรตอบ "หรือเทพเปิดรอยต่อกลับ"
เทพลุกขึ้นยืน รู้สึกถึงพลังงานใหม่ที่ไหลอยู่ในตัวเขาจากผลึก "ฉันเปิดได้"
"ดี" ไคโรพูด "ทำเลย"
เทพยกมือขึ้น และคราวนี้สมการปรากฏขึ้นในอากาศเร็วกว่าเดิมมาก แสงสีน้ำเงินสว่างกว่าเดิม และรอยต่อเปิดขึ้นในเวลาไม่กี่วินาที
"ไป!" อาริสาพูด
ทั้งสามคนวิ่งผ่านรอยต่อ เทพเป็นคนสุดท้าย และขณะที่เขาผ่านไป เขาหันกลับมามองเห็นเงาที่ทางเข้าวิหาร
มันไม่มีรูปร่างที่แน่นอน แต่มันมีดวงตา ดวงตาสีขาวที่จ้องมองเขาอยู่
แล้วรอยต่อก็ปิดลง
กลับมาถึงกรุงเทพฯ เทพนั่งลงบนพื้นจุดเชื่อมต่อ หายใจหอบ ไม่ใช่เพราะเหนื่อยจากการวิ่ง แต่เพราะพลังงานที่ไหลอยู่ในตัวเขาหลังจากดูดซับผลึกนั้นยังคงปรับตัวอยู่
อาริสานั่งลงข้างๆ เขา ตรวจสอบอาวุธของเธออย่างเป็นระบบ ราวกับว่าการทำสิ่งที่คุ้นเคยช่วยให้เธอสงบลงได้
ไคโรยืนอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย มองไปที่ผนังของห้องใต้ดิน ดวงตาของเขาดูเหมือนกำลังมองบางอย่างที่อยู่ไกลออกไป
"ไคโร" เทพพูดขึ้น "ฉันต้องรู้ความจริง"
ชายผมสีเงินหันมามองเขา
"คุณเป็นใครกันแน่?" เทพถาม "ไม่ใช่แค่ 'ผู้พิทักษ์มิติที่ 7' ฉันรู้สึกได้ว่ามีอะไรมากกว่านั้น"
ไคโรนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เดินมานั่งลงบนพื้นตรงข้ามกับเทพ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยทำมาก่อน เขามักจะยืนหรือเดินอยู่เสมอ ราวกับว่าการนั่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาทำเป็นปกติ
"ฉันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อรอยต่อมิติสองแห่งตัดกัน" เขาพูดช้าๆ "ก่อนที่จักรวาลจะมีรูปร่างอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ มีช่วงเวลาที่มิติต่างๆ กำลังก่อตัวขึ้น และในช่วงเวลานั้น มีพลังงานบางอย่างที่ไม่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของมิติใดมิติหนึ่ง แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของรอยต่อเอง"
"คุณคือพลังงานนั้น?" เทพถาม
"ฉันคือสิ่งที่พลังงานนั้นกลายเป็นเมื่อมันพัฒนาจนมีสติสัมปชัญญะ" ไคโรตอบ "ฉันไม่ได้เกิดในมิติใดมิติหนึ่ง ฉันเกิดในรอยต่อ ฉันดำรงอยู่ในรอยต่อ และฉันทำหน้าที่รักษารอยต่อ"
"นั่นหมายความว่า..." เทพคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ถ้าเงาทำลายรอยต่อทุกมิติ คุณก็จะ..."
"ฉันจะหายไปด้วย" ไคโรพูดตรงๆ "นั่นคือเหตุผลที่ฉันต้องหยุดมัน"
"คุณต้องการปกป้องตัวเอง" อาริสาพูดขึ้น เสียงของเธอไม่ได้ตัดสิน แค่ระบุข้อเท็จจริง
"ใช่" ไคโรยอมรับ "แต่ไม่ใช่แค่นั้น ฉันดูแลรอยต่อมาตั้งแต่ก่อนที่มนุษย์จะมีอยู่ ฉันเห็นมิติต่างๆ เกิดขึ้นและพัฒนา ฉันเห็นสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนเกิดและตาย ฉันเห็นความงดงามและความโหดร้ายของจักรวาล" เขาหยุดชั่วครู่ "ฉันไม่ต้องการให้ทั้งหมดนั้นหายไป"
เทพมองหน้าไคโร และเห็นบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในดวงตาของชายผมสีเงิน ความเหนื่อยล้าที่ลึกมาก ความเหนื่อยล้าของสิ่งมีชีวิตที่มีอายุมากกว่าจักรวาลที่เรารู้จัก
"คุณเหนื่อยไหม?" เทพถามเบาๆ
ไคโรมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง "ใช่" เขาตอบ "ฉันเหนื่อยมาก"
"แล้วทำไมถึงยังทำต่อ?"
"เพราะถ้าฉันหยุด ไม่มีใครทำแทนได้" ไคโรตอบ "จนกว่าจะมีผู้พิทักษ์คนใหม่"
เทพรู้สึกถึงน้ำหนักของคำพูดนั้น "ผู้พิทักษ์คนใหม่?"
"นั่นคือเหตุผลที่ฉันมาหาคุณ" ไคโรพูด "ไม่ใช่แค่เพื่อสอนให้คุณควบคุมสมการ แต่เพราะคุณอาจจะเป็นผู้ที่จะรับหน้าที่ต่อจากฉัน"
ห้องเงียบลงอย่างสมบูรณ์
"ฉัน?" เทพพูดในที่สุด
"คุณเป็นผู้เปิดประตู" ไคโรพูด "คนที่มีความสามารถนี้มักจะมีศักยภาพในการกลายเป็นผู้พิทักษ์ด้วย แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ฉันจะบังคับ มันเป็นทางเลือกของคุณ"
"และถ้าฉันเลือกไม่รับ?"
"ก็ไม่เป็นไร" ไคโรตอบ "แต่ฉันจะต้องหาคนอื่น และฉันไม่รู้ว่าจะมีเวลาพอไหม"
อาริสามองเทพ เธอไม่พูดอะไร แต่เทพรู้สึกได้ถึงความกังวลในดวงตาของเธอ
"ฉันไม่ต้องตัดสินใจตอนนี้ใช่ไหม?" เทพถาม
"ไม่" ไคโรตอบ "แต่ก่อนที่คุณจะตัดสินใจ คุณต้องเข้าใจว่าการเป็นผู้พิทักษ์หมายความว่าอะไร"
"หมายความว่าอะไร?"
ไคโรมองเขาด้วยดวงตาที่จริงจัง "หมายความว่าคุณจะต้องอยู่ในรอยต่อ ไม่ใช่ในมิติใดมิติหนึ่ง คุณจะยังคงเป็นมนุษย์ แต่คุณจะไม่ใช่แค่มนุษย์อีกต่อไป คุณจะมีชีวิตที่ยาวนานกว่าคนทั่วไป แต่คุณจะต้องเห็นคนที่คุณรักแก่ตายไปทีละคน"
เทพนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง "แล้วคุณรับมือกับมันได้อย่างไร?"
"ฉันเรียนรู้ที่จะรักในแบบที่แตกต่าง" ไคโรตอบ "รักในแบบที่ไม่ยึดติดกับเวลา"
เทพมองไปที่อาริสา เธอหันหน้าไปอีกทาง แต่ไม่เร็วพอที่เขาจะไม่เห็นว่าเธอกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่
"ฉันต้องคิดก่อน" เทพพูดในที่สุด
"ฉันรู้" ไคโรพูด "แต่คิดเร็วๆ หน่อย เพราะเงากำลังเคลื่อนที่เข้ามา"
ราวกับจะยืนยันคำพูดนั้น โทรศัพท์ของอาริสาดังขึ้น เธอรับสายและฟังอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็วางโทรศัพท์ลงด้วยใบหน้าที่เปลี่ยนไป
"NEXUS รายงานว่าตัวแทนของเงาสามตัวที่อยู่ในกรุงเทพฯ กำลังเคลื่อนที่เข้ามาที่นี่" เธอพูด "พวกมันรู้ว่าเราอยู่ที่นี่"
"จากผลึก" ไคโรพูด "เมื่อเทพดูดซับผลึก เงาสามารถติดตามพลังงานนั้นได้"
"แล้วเราทำอะไรได้?" เทพถาม
"สู้" อาริสาตอบสั้นๆ พร้อมกับดึงอาวุธออกมา

พิทักษ์รอยมิติ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก