พิทักษ์รอยมิติ

ตอนที่ 8 —

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,075 คำ

ธีรภัทร หรือ เทพ นั่งจมอยู่กับหน้าจอโฮโลแกรมที่ฉายภาพข้อมูลซับซ้อนของรอยต่อมิติเบื้องหน้าเขา เส้นกราฟสีเขียวเรืองรองเต้นระริกอย่างไม่เป็นจังหวะบนพื้นหลังสีดำสนิทของความว่างเปล่า มันเป็นรอยต่อที่เขาค้นพบครั้งแรกในห้องทดลองอันเงียบสงบแห่งนี้ รอยต่อที่เคยเป็นเหมือนภาพวาดนามธรรมอันงดงามของจักรวาล แต่บัดนี้มันกลับคล้ายกับแผลที่กำลังเปิดออกช้าๆ

ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ‌สัญญาณที่รอยต่อนี้และจุดเชื่อมโยงอื่นๆ ทั่วโลกแสดงออกนั้นผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด ความผันผวนของพลังงานที่เขาเคยเข้าใจว่าเป็นเพียงผลผลิตจากการคงอยู่ของมิติต่างๆ บัดนี้มันกลับมีลักษณะที่ก้าวร้าวและผิดเพี้ยนไปจากเดิม เหมือนมีบางสิ่งกำลังออกแรงดึงกระชากจากอีกฟากหนึ่งของความเป็นจริง

“นี่ไม่ใช่แค่ความไม่สมดุล” เทพพึมพำกับตัวเอง ดวงตาจับจ้องไปที่จุดศูนย์กลางของรอยต่อที่เคยเป็นแหล่งพลังงานนิ่งสงบ “มันกำลังถูก… ​ดูดออกไป”

เสียงประตูห้องทดลองเลื่อนเปิดออกพร้อมกับร่างของอาริสาที่ก้าวเข้ามา เธอสวมชุดลำลองแต่แววตาของเธอดูล้าและเคร่งเครียดกว่าปกติ แฟ้มข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในมือของเธอเรืองแสงจางๆ

“เทพ คุณยังอยู่ที่นี่อีกแล้ว” เธอทักทาย น้ำเสียงเหนื่อยอ่อน “NEXUS ได้รับรายงานใหม่”

เทพละสายตาจากจอโฮโลแกรม ‍หันไปมองอาริสา “เรื่องความผันผวนของรอยต่อใช่ไหม?”

อาริสาพยักหน้า ก่อนจะวางแฟ้มลงบนโต๊ะข้างๆ เขา ภาพสามมิติของแผนที่โลกปรากฏขึ้นพร้อมจุดสีแดงที่กระพริบตามแนวรอยต่อมิติที่รู้จักหลายแห่ง

“ใช่ และมันเลวร้ายลงเรื่อยๆ” เธอกล่าวพลางเลื่อนนิ้วไปบนจอโฮโลแกรม แต่ละจุดที่เธอชี้คือสถานที่ที่เกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาด ‌“ในกรุงปารีส มีรายงานการบิดเบี้ยวของแรงโน้มถ่วงชั่วขณะที่ทำให้วัตถุลอยขึ้นจากพื้นดินโดยไม่มีสาเหตุ ในโตเกียว สัญญาณวิทยุและโทรคมนาคมล่มทั้งเมืองเป็นเวลาหลายนาทีโดยไม่มีคำอธิบาย และในไซบีเรีย มีรายงานว่าผืนน้ำแข็งขนาดใหญ่บางส่วน ‘หายไป’ ราวกับถูกฉีกออก”

“ทั้งหมดนี้… ‍มีร่องรอยพลังงานที่แปลกประหลาด” เทพเสริม “เป็นลายเซ็นที่ไม่เหมือนพลังงานมิติปกติ แต่เป็นคลื่นความถี่ที่รบกวนการดำรงอยู่ของความเป็นจริง”

“NEXUS เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เชื่อมโยงกับการค้นพบของคุณ” อาริสาพูดอย่างตรงไปตรงมา “สมการของคุณคือสิ่งเดียวที่อธิบายการเชื่อมโยงระหว่างมิติต่างๆ ได้ ​แต่ตอนนี้มันกำลังแสดงให้เห็นถึง… ด้านมืดของมัน”

เทพลุกขึ้นยืน เดินไปที่โต๊ะทำงานของเขาที่เต็มไปด้วยแผ่นกระดาษที่เขียนสมการและทฤษฎีใหม่ๆ เขารู้สึกถึงความกดดันที่เพิ่มขึ้น การค้นพบของเขาไม่ได้นำมาซึ่งความรู้เท่านั้น แต่ยังนำมาซึ่งภัยคุกคามที่ไม่เคยมีใครจินตนาการถึง

“ผมคิดว่าผมกำลังเข้าใจอะไรบางอย่าง” เทพกล่าว ขณะที่นิ้วของเขาวาดไปบนสมการที่เขาเพิ่งขีดเขียน ​“พลังงานของรอยต่อ ไม่ได้แค่ไหลผ่านหรือสะสมอยู่ที่ศูนย์กลางอย่างที่ผมคิดไว้ในตอนแรก มันมีบางสิ่ง… กำลังกินมัน”

“กิน?” อาริสาเลิกคิ้ว “คุณหมายความว่ายังไง?”

“ลองนึกภาพว่ารอยต่อมิติคือภาชนะบรรจุพลังงาน” เทพอธิบาย “ในตอนแรก ​ผมคิดว่ามันเป็นระบบปิดที่สมดุล พลังงานไหลเข้าออกและคงอยู่ในนั้น แต่ตอนนี้… มันเหมือนกับว่ามีรูรั่วขนาดใหญ่เกิดขึ้น และมีบางสิ่งกำลังดูดพลังงานเหล่านั้นออกไปอย่างรวดเร็ว”

ในขณะนั้นเอง รอยต่อเล็กๆ ที่พวกเขาใช้สื่อสารกับไคโรปรากฏขึ้นเหนือโต๊ะทำงานของเทพ เป็นประตูวงกลมเล็กๆ ที่ส่องประกายสีฟ้าอ่อน และใบหน้าของไคโรก็ปรากฏขึ้น เขาดูเหนื่อยล้ากว่าครั้งไหนๆ เส้นริ้วรอยบนใบหน้าของเขาดูจะลึกขึ้นภายใต้แสงสีฟ้าจางๆ

“ข้ากำลังจะติดต่อพวกเจ้าพอดี” ไคโรกล่าว เสียงของเขาฟังดูแหบพร่าและเต็มไปด้วยความกังวล “ความสมดุลกำลังถูกทำลายอย่างรวดเร็ว มิติที่ 7 ก็กำลังรู้สึกได้ถึงแรงดึงมหาศาล พลังงานมิติของเรากำลังลดลง”

“คุณไคโร คุณรู้สึกถึงสิ่งนี้ด้วยใช่ไหมครับ?” เทพถามอย่างร้อนรน “พลังงานที่ถูกดูดออกไปนี้… มันมาจากไหน?”

ไคโรหลับตาลงช้าๆ “จากความว่างเปล่า… จากมิติที่ศูนย์ มิติที่ปราศจากทุกสิ่ง ทุกอย่างที่พวกเจ้าเรียกว่า ‘การดำรงอยู่’ ข้าเคยบอกพวกเจ้าว่ามันคือความว่างเปล่าที่กลืนกินทุกสิ่ง แต่ข้าไม่เคยคิดว่ามันจะกลืนกินได้ถึงเพียงนี้”

“กลืนกินการดำรงอยู่?” อาริสาทวนคำ “คุณหมายถึงอะไร?”

“มันไม่ได้เพียงแค่ดูดซับพลังงาน” ไคโรอธิบาย ดวงตาของเขาเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้เก่าแก่ที่น่าสะพรึงกลัว “มันกลืนกินเพื่อเติมเต็มความว่างเปล่าของมันเอง หากมันกลืนกินพลังงานจากรอยต่อได้มากพอ มันจะไม่หยุดเพียงแค่พลังงาน แต่มันจะเริ่มกลืนกินมิติเองด้วย”

เทพรู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเยียบ เขามองสมการบนกระดาษอีกครั้ง ทฤษฎีที่เขาเพิ่งคิดได้บัดนี้ชัดเจนขึ้นอย่างน่ากลัว ความผันผวนที่รุนแรง การดึงดูดพลังงานอย่างผิดปกติ – ทั้งหมดนี้คือสัญญาณว่าบางสิ่งจากมิติที่ศูนย์กำลังพยายามข้ามมา ไม่ใช่เพื่อทำลาย แต่เพื่อ “เติมเต็ม” ตัวเองด้วย “การดำรงอยู่” ของมิติอื่นๆ

“ถ้าอย่างนั้น… เราต้องหยุดมัน” อาริสาเอ่ยเสียงหนักแน่น “แต่จะหยุดมันได้ยังไง?”

“ผมคิดว่าผมมีแนวคิด” เทพกล่าว สีหน้าจริงจังกว่าที่เคย “สมการใหม่ของผมชี้ให้เห็นว่า หากเราสามารถ ‘ป้อน’ พลังงานที่ถูกต้องให้กับรอยต่อในช่วงเวลาที่เหมาะสม เราอาจจะสามารถสร้าง ‘กำแพง’ พลังงานเพื่อต้านทานแรงดูดนี้ได้”

ไคโรพยักหน้าช้าๆ “มันคือการพยายามสร้างเกราะป้องกันให้กับแผลที่กำลังเปิดออก แต่มันอันตรายมาก พลังงานที่ผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้รอยต่อระเบิด หรือยิ่งไปกว่านั้น… เปิดประตูให้มันเข้ามาได้ง่ายขึ้น”

“แต่เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วใช่ไหมครับ?” เทพถาม

อาริสาเหลือบมองแผนที่โลกที่มีจุดสีแดงกะพริบ เธอตัดสินใจในทันที “NEXUS จะเตรียมสถานที่ให้เรา หนึ่งในรอยต่อที่เพิ่งเริ่มแสดงอาการ และห่างไกลจากผู้คนมากที่สุด”

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา พวกเขาก็มาถึงโกดังร้างแห่งหนึ่งในเขตชานเมืองที่ห่างไกล NEXUS ได้ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับและควบคุมพลังงานขั้นสูงไว้ล้อมรอบรอยต่อขนาดเล็กที่เปล่งแสงสีม่วงอ่อนๆ อยู่กลางห้อง เทพเตรียมตั้งค่าอุปกรณ์ด้วยความแม่นยำสูงสุด อาริสาคอยตรวจสอบข้อมูลรอบด้าน และไคโรเฝ้ามองจากมิติที่ 7 ผ่านรอยต่อที่เปิดเชื่อมโยงไว้

“พร้อมนะครับ?” อาริสาถาม เสียงของเธอมีแววระแวง

“ผมจะพยายามป้อนพลังงานเข้าไปเพื่อสร้างแรงต้าน” เทพอธิบาย “เราจะสังเกตการณ์ปฏิกิริยาของรอยต่อ หากมันเสถียรขึ้น แสดงว่าเรามาถูกทาง”

เขากดปุ่มสั่งการ ลำแสงพลังงานสีฟ้าอ่อนพุ่งออกจากอุปกรณ์สู่ศูนย์กลางของรอยต่อมิติที่เรืองแสงสีม่วง ในตอนแรก รอยต่อดูเหมือนจะตอบสนองในทางที่ดี มันส่องแสงสว่างขึ้นเล็กน้อย และเส้นกราฟบนหน้าจอของเทพก็เริ่มแสดงสัญญาณของการทรงตัว

“มันได้ผล!” อาริสาอุทานด้วยความหวัง

แต่แล้ว สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น พลังงานสีฟ้าที่เทพส่งเข้าไป ไม่ได้ถูกดูดซับอย่างเป็นธรรมชาติ แต่กลับถูก ‘ปฏิเสธ’ อย่างรุนแรง รอยต่อสีม่วงกระตุกอย่างรุนแรง พลังงานที่เทพส่งเข้าไปถูกบิดเบือนกลับออกมาเป็นคลื่นเสียงที่แสบแก้วหู เหมือนเสียงฉีกขาดของผ้าไหมนับพันผืน เสียงที่บาดลึกเข้าไปในทุกอณูของความเป็นจริง

อุปกรณ์รอบข้างเริ่มทำงานผิดพลาด หน้าจอพิกเซลแตก สายไฟกระตุกและส่งประกายไฟ ไฟในโกดังดับวูบลง เหลือเพียงแสงเรืองรองที่น่าสะพรึงกลัวจากรอยต่อที่กำลังคลุ้มคลั่ง

“ไม่!” เทพตะโกน พยายามปรับแก้การตั้งค่า แต่พลังงานที่ปะทุออกมานั้นรุนแรงเกินกว่าที่เขาจะควบคุมได้

รอยต่อมิติไม่เพียงแค่สั่นคลอน แต่มันกลับ “เต้น” ราวกับสิ่งมีชีวิตที่กำลังเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส และจากจุดศูนย์กลางที่คลุ้มคลั่งนั้น พลังงานที่รบกวนทุกสิ่งได้พุ่งออกมาในรูปแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่ใช่แสง ไม่ใช่เสียง แต่เป็น “ความมืด” ที่ไร้ซึ่งคุณสมบัติใดๆ

มันไม่ใช่ความมืดที่เกิดจากการไม่มีแสง แต่มันคือการที่แสงถูก ลบเลือน ไปทั้งหมด คลื่นแห่งความว่างเปล่าที่แผ่ขยายออกไปเพียงชั่วพริบตา ดูดกลืนสีสัน เสียง และความรู้สึกทั้งหมดที่อยู่รอบตัวพวกเขาออกไป สิ่งที่เหลืออยู่คือความเงียบงันที่ไร้ก้นบึ้ง และความรู้สึกถึงการถูก “ลบ” ออกจากความเป็นจริง

มันกินเวลาเพียงไม่กี่วินาที แต่ในห้วงเวลานั้น เทพและอาริสารู้สึกเหมือนถูกแยกออกจากทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขารู้จัก ก่อนที่ความมืดนั้นจะหดกลับเข้าสู่รอยต่ออีกครั้งอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้พวกเขายืนอยู่ในความมืดที่เหลืออยู่ของโกดังที่แทบจะพังทลาย

เมื่อแสงไฟฉุกเฉินส่องสว่างขึ้นอีกครั้ง เผยให้เห็นรอยต่อที่สงบลง แต่ดูบอบช้ำกว่าเดิม และความเย็นยะเยือกที่ฝังลึกเข้าไปในกระดูก

“นั่นมันอะไรกัน?” อาริสากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือ

เทพจ้องมองรอยต่อด้วยดวงตาเบิกกว้าง เขาเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่พวกเขาเผชิญหน้าอยู่ไม่ใช่แค่พลังงานที่ถูกดูดออกไป แต่เป็นบางสิ่งที่ มีชีวิต และ มีความรู้สึก บางอย่างที่กำลัง ตอบโต้ พวกเขา

“นั่นไม่ใช่แค่การดูดพลังงานเฉยๆ” เทพกล่าว ใบหน้าของเขาซีดเผือด แววตาเต็มไปด้วยความสยดสยองที่เพิ่งตระหนักได้ “มันไม่ใช่แค่เครื่องมือ มันคือ… ส่วนหนึ่งของมัน”

เขาหันไปมองอาริสา ดวงตาของเขาสะท้อนภาพของความมืดมิดที่เพิ่งแผ่ขยายออกไป

“มันรู้แล้ว…” เทพพูดเสียงพร่า “มันรู้ว่าเราอยู่ที่นี่”

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พิทักษ์รอยมิติ

พิทักษ์รอยมิติ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!