พิทักษ์รอยมิติ

ตอนที่ 16 —

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,536 คำ

แสงสีเขียวซีดจากหน้าจอโฮโลแกรมยังคงสาดกระทบใบหน้าของธีรภัทร หรือ เทพ ราวกับเป็นแสงสุดท้ายที่เหลืออยู่ในจักรวาลที่กำลังจะดับสลาย ดวงตาของเขาพร่ามัวจากการจ้องมองตัวเลขและรหัสมิติอันสลับซับซ้อนมานานนับหลายสิบชั่วโมง กล้ามเนื้อคอและบ่าตึงเครียดจนรู้สึกปวดร้าวไปถึงกระดูก เขาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อคลายอาการ แต่ทุกการเคลื่อนไหวกลับทำให้ร่างกายประท้วงด้วยความอ่อนล้าถึงขีดสุด ‌กาแฟแก้วที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่อาจช่วยกระตุ้นให้สมองตื่นตัวได้อีกต่อไป มีเพียงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าเท่านั้นที่ยังคงขับเคลื่อนให้เขานั่งอยู่หน้าจอโฮโลแกรมขนาดมหึมา ที่ตอนนี้ฉายภาพรอยต่อมิติที่บิดเบี้ยวและกำลังถูกกัดกร่อนอย่างรวดเร็ว

ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าไม่ได้เป็นเพียงเส้นกราฟสีเขียวที่เต้นระริกอย่างไม่เป็นจังหวะอีกต่อไป แต่กลับเป็นภาพที่ชวนให้รู้สึกคลื่นไส้คล้ายกับเนื้อเยื่อที่กำลังเน่าเปื่อย แสงสีเขียวอ่อนที่เคยสว่างไสว ณ จุดศูนย์กลางของการเชื่อมต่อมิติค่อยๆ ถูกกลืนกินด้วยเฉดสีม่วงคล้ำและสีดำสนิทที่แผ่ขยายออกไป ​ราวกับโรคมะเร็งร้ายที่กำลังลุกลาม ตัวเลขที่ไหลเลื่อนลงมาบนจอเป็นชุดข้อมูลที่สลับซับซ้อนเกินกว่าที่สมองมนุษย์ธรรมดาจะประมวลผลได้ แต่นักฟิสิกส์ทฤษฎีอัจฉริยะอย่างเทพกลับมองเห็นความหมายอันน่าสะพรึงกลัวซ่อนอยู่เบื้องหลังนั้น พลังงานมิติที่เคยเป็นเสถียรภาพกำลังร่วงหล่นลงอย่างต่อเนื่อง อัตราการเสื่อมสลายของรอยต่อมิติเร่งตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดด เขาคำนวณซ้ำแล้วซ้ำเล่า หวังว่าจะมีข้อผิดพลาด แต่ทุกครั้ง ‍ผลลัพธ์กลับยืนยันความจริงอันโหดร้าย—เวลาของพวกเขากำลังจะหมดลง

“เทพ… นายไม่ไหวแล้วนะ” เสียงของอาริสาเจือความกังวล เธอเดินเข้ามาในห้องควบคุมที่เต็มไปด้วยจอโฮโลแกรมและแผงควบคุมระยิบระยับ แสงสีน้ำเงินจากคริสตัลพลังงานส่องกระทบใบหน้าของเธอ ทำให้ดวงตาสีน้ำตาลเข้มดูเศร้าหมองลงไปอีก อาริสาถือถ้วยซุปอุ่นๆ มาวางข้างมือเทพ ‌แต่เขาไม่ได้ละสายตาจากหน้าจอแม้แต่น้อย “อย่างน้อยก็พักสายตาบ้างเถอะ”

“ไม่มีเวลาแล้วอาริสา” เทพตอบเสียงแหบพร่า ดวงตาของเขามีเส้นเลือดฝอยขึ้นเต็มไปหมดจากการอดหลับอดนอน เขายกมือขึ้นปัดเส้นผมที่ยุ่งเหยิงออกจากหน้าผาก “อัตราการเสื่อมสลายมันเร็วกว่าที่ฉันคาดไว้ถึงสามเท่า ตอนนี้รอยต่อมิติกำลังจะพังทลายลงในอีกไม่กี่ชั่วโมง ไม่ใช่หลายวันอย่างที่เคยประเมิน”

คำพูดของเทพทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือก ‍อาริสาตัวชาไปชั่วขณะ เธอรู้ดีว่าคำว่า ‘พังทลาย’ ของรอยต่อมิตินั้นหมายถึงอะไร มันไม่ใช่แค่การแตกหักเล็กน้อย แต่มันคือการฉีกขาดของผืนผ้าแห่งความเป็นจริง ซึ่งจะเปิดประตูสู่มิติที่ศูนย์อย่างสมบูรณ์ ปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจเข้าใจได้จากห้วงอเวจีนั้นออกมาสู่จักรวาลของพวกเขา

“สิ่งมีชีวิตจากมิติที่ศูนย์… ​พวกมันเริ่มส่งคลื่นพลังงานออกมาแล้ว” เทพชี้ไปยังกราฟเส้นหนึ่งที่กระโดดขึ้นอย่างบ้าคลั่ง “ความถี่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังกดดันโครงสร้างมิติจากอีกฟากหนึ่ง นี่ไม่ใช่แค่การกัดกร่อน แต่มันคือการรุกราน”

“เราต้องทำอะไรสักอย่างสิ!” อาริสาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เธอกำหมัดแน่น ​พลังงานแห่งความหวังที่เคยมีค่อยๆ มอดดับลงไปพร้อมกับสถานการณ์ที่เลวร้ายลงเรื่อยๆ

ขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าอันหนักแน่นแต่ไร้เสียงของไคโรก็ปรากฏขึ้น เขาเดินออกมาจากมุมมืดของห้อง คว้าถ้วยซุปที่อาริสาวางไว้แล้วส่งให้เทพ ก่อนจะยืนมองภาพรอยต่อมิติด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ไคโรไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนก แต่กลับมีร่องรอยของความคุ้นเคยกับหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้น ​“มิติที่ศูนย์กำลังจะเบ่งบาน” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงด้วยความหนักแน่นของกาลเวลา “มันเคยเกิดขึ้นมาแล้วนับล้านครั้งในประวัติศาสตร์ของจักรวาล แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่รุนแรงเท่านี้”

“เบ่งบาน?” เทพทวนคำพลางจิบซุปอุ่นๆ ที่ไคโรยื่นให้ ความร้อนช่วยให้ร่างกายคลายความตึงเครียดลงเล็กน้อย “คุณหมายความว่าอย่างไร?”

“มิติที่ศูนย์ไม่ใช่แค่ความว่างเปล่า มันคือจุดกำเนิดและจุดจบของทุกสิ่ง มันคือ ‘สิ่งที่ไม่ใช่’ ที่มีอยู่ตลอดเวลา เมื่อรอยต่อบางลง แรงดึงดูดระหว่างความเป็นกับความว่างเปล่าจะแข็งแกร่งขึ้น และเมื่อใดที่รอยต่อแตกหัก สิ่งที่ไม่ใช่ก็จะพยายามกลืนกินทุกสิ่งให้กลับสู่ความว่างเปล่าของมัน” ไคโรอธิบาย ดวงตาของเขาสะท้อนภาพรอยต่อที่กำลังมืดมิดลง “พวกมันไม่ได้ ‘รุกราน’ ในความหมายที่เราเข้าใจ แต่พวกมันกำลังพยายาม ‘ดูดกลืน’ ให้ทุกสิ่งกลับคืนสู่สภาวะเริ่มต้น”

คำอธิบายของไคโรไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย กลับยิ่งทำให้เทพรู้สึกไร้หนทาง เขาเคยคิดว่าสิ่งมีชีวิตจากมิติที่ศูนย์เป็นศัตรูที่ต้องต่อสู้ แต่ถ้าหากพวกมันเป็นเพียง ‘กลไก’ ของจักรวาลที่พยายามรักษาสมดุลในแบบของมันเอง การต่อต้านจะมีความหมายอะไร?

“แต่เราก็เคยปิดรอยต่อนี้ได้เมื่อหนึ่งปีก่อนไม่ใช่หรือคะ?” อาริสาถามอย่างมีความหวัง “เราทำมันได้แล้วครั้งหนึ่ง เราก็น่าจะทำได้อีกครั้ง”

“ครั้งนั้นต่างกัน” เทพตอบ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “ตอนนั้นรอยต่อยังไม่เสียหายหนักเท่านี้ และเรามีเวลาเตรียมตัวมากกว่านี้ ที่สำคัญ…ตอนนั้นเรายังไม่รู้ว่า ‘สิ่งที่อยู่เบื้องหลัง’ มันคืออะไรกันแน่” เขามองไคโร “คุณไคโร คุณซ่อนอะไรจากเราอยู่หรือเปล่า?”

ไคโรถอนหายใจยาว “ข้อมูลบางอย่างไม่ใช่ความรู้ที่มนุษย์ควรแบกรับ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลลง “แต่ในสถานการณ์เช่นนี้… บางทีความจริงก็อาจจะจำเป็น” ไคโรหันไปจ้องมองรอยต่อมิติอย่างจริงจัง “สิ่งที่กำลังจะออกมาจากมิติที่ศูนย์นั้น ไม่ใช่แค่ ‘สิ่งมีชีวิต’ ทั่วไปที่เราเคยเจอ พวกมันคือ ‘ผู้บุกเบิก’ ที่ถูกส่งมาก่อน มันเป็นเพียงเศษเสี้ยวของจิตสำนึกรวมของมิติที่ศูนย์”

“จิตสำนึกรวม?!” เทพอุทาน เขาแทบไม่เคยได้ยินแนวคิดนี้มาก่อนในฟิสิกส์ทฤษฎี “คุณกำลังบอกว่าทั้งมิติที่ศูนย์มันมีความคิดเป็นของตัวเองอย่างนั้นเหรอ?”

“ใช่…แต่ไม่ใช่ความคิดแบบที่เราเข้าใจ” ไคโรพยักหน้า “มันคือสภาวะของการดำรงอยู่ที่ไร้รูปแบบ ไร้ขอบเขต ไร้จุดเริ่มต้นและจุดจบ หากจะเปรียบเทียบ มันก็เหมือนกับคลื่นมหาสมุทรที่ไร้ที่สิ้นสุด และ ‘ผู้บุกเบิก’ ที่กำลังออกมานั้นก็เป็นเพียงละอองน้ำที่กระเซ็นออกมาจากคลื่นยักษ์เหล่านั้น”

คำพูดของไคโรทำให้เทพสับสนยิ่งกว่าเดิม ความล้าเริ่มบั่นทอนสมาธิของเขาลงเรื่อยๆ เขาพยายามรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่ไคโรเคยบอกเล่าเกี่ยวกับมิติที่ศูนย์ และสิ่งที่เขาเคยค้นพบจากสมการของตัวเอง “ถ้าอย่างนั้น… สมการของผม…” เทพเลื่อนมือไปบนแผงควบคุม ปรับเปลี่ยนกราฟและตัวเลขอย่างรวดเร็ว “มันบอกว่าการเสื่อมสลายของรอยต่อไม่ได้เป็นไปตามธรรมชาติทั้งหมด มันมี ‘บางสิ่ง’ ที่เร่งกระบวนการนี้ให้เร็วขึ้นอย่างผิดปกติ ราวกับมีใครบางคนกำลังผลักดันมันอยู่”

อาริสาและไคโรเงียบกริบ แสงไฟสีเขียวสาดกระทบใบหน้าของเทพ ทำให้เหงื่อที่ผุดพรายออกมาจากความเครียดและอ่อนล้าของเขาเป็นประกาย “ผมกำลังจะบ้าแล้ว” เทพพึมพำ “สมการมันบอกว่ามี ‘ตัวแปรแทรกซ้อน’ ที่กำลังบิดเบือนโครงสร้างมิติจากภายใน นั่นหมายความว่า… ไม่ใช่แค่มิติที่ศูนย์ที่กำลังพังทลายรอยต่อ แต่มี ‘ใครบางคน’ กำลังช่วยพวกมันอยู่จากฝั่งของเรา!”

นี่คือความจริงที่น่าตกใจที่สุดในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา มิติที่ศูนย์ไม่ใช่แค่ภัยธรรมชาติ แต่เป็นภัยที่ถูกบงการ อาริสาและไคโรหันมองหน้ากันด้วยความตกใจ ไคโรสีหน้าเคร่งเครียดลงกว่าเดิมหลายเท่า เขากำมือแน่นจนเห็นเส้นเอ็นปูดโปน

“ตัวแปรแทรกซ้อน… เป็นไปไม่ได้” ไคโรกล่าวเสียงต่ำ “ไม่มีใครสามารถแทรกแซงโครงสร้างมิติได้ลึกขนาดนั้น นอกจาก…ผู้สร้าง”

“ผู้สร้าง?” เทพถามด้วยความไม่เข้าใจ

“นั่นเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายตอนนี้” ไคโรโบกมือ “สิ่งสำคัญคือ ถ้ามี ‘ใครบางคน’ กำลังบงการอยู่จริง นั่นหมายความว่าเรากำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีสติปัญญาและมีอำนาจมหาศาล”

“แล้วเราจะหาคนนั้นเจอได้ยังไง?” อาริสาถามอย่างหมดหวัง

เทพไม่ตอบ เขากำลังจ้องมองไปยังรอยต่อมิติที่บิดเบี้ยวบนจอโฮโลแกรมอย่างมุ่งมั่น ในขณะที่คลื่นพลังงานสีม่วงเข้มกำลังแผ่ขยายออกไป ตัวเลขสถานะความเสถียรลดลงอย่างน่าใจหาย เขาพยายามที่จะป้อนข้อมูลใหม่ ค้นหาสัญญาณของ ‘ตัวแปรแทรกซ้อน’ นั้น ด้วยความหวังอันริบหรี่ว่าจะสามารถระบุตำแหน่งหรือตัวตนของมันได้

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ทว่ารวดเร็วในความรู้สึกของพวกเขา ทุกวินาทีคือความกดดันที่บีบรัดหัวใจ ความเหนื่อยล้าของเทพถูกบดบังด้วยอะดรีนาลีนที่พลุ่งพล่าน เขารู้สึกเหมือนสมองกำลังจะระเบิดจากการประมวลผลข้อมูลมหาศาล สัญญาณเตือนสีแดงเริ่มกะพริบบนหน้าจอหลายจุด แสดงถึงความไม่เสถียรของมิติที่ใกล้จะถึงจุดวิกฤติ

“ระบบป้องกันมิติที่ 7 เริ่มส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดแล้ว” ไคโรกล่าว เสียงของเขานิ่งเรียบ แต่เทพสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่ซ่อนอยู่ “การป้องกันของเรากำลังจะถูกทะลวง”

เทพมองเห็นจุดเล็กๆ สีดำจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังก่อตัวขึ้นรอบๆ ขอบของรอยต่อมิติที่กำลังถูกกัดกร่อน พวกมันไม่ใช่แค่จุด แต่เป็นเหมือน ‘เงา’ ที่กำลังขยับและขยายตัวอย่างช้าๆ ราวกับสิ่งมีชีวิตที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากห้วงหลับใหล

“พวกมันกำลังจะออกมาแล้ว…” อาริสาพึมพำ ใบหน้าของเธอซีดเผือด เธอกดปุ่มบนแผงควบคุมอย่างรวดเร็ว เพื่อเตรียมระบบป้องกันของ NEXUS ให้พร้อม

แต่เทพไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านั้นอีกต่อไป ดวงตาของเขายังคงจ้องจับไปที่ชุดตัวเลขและรหัสมิติที่ไหลเลื่อนอยู่บนจอ ทันใดนั้น เขาก็สังเกตเห็นบางอย่าง สัญญาณเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความอลหม่านของข้อมูล มันเป็นรูปแบบที่ผิดปกติ เป็นคลื่นความถี่ที่ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของการเสื่อมสลาย และไม่ใช่คลื่นพลังงานจากมิติที่ศูนย์ด้วย

“เจอแล้ว!” เทพตะโกนเสียงแหบพร่า ความเหนื่อยล้าถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นอย่างมหาศาล เขาขยับนิ้วมือบนแผงควบคุมอย่างรวดเร็ว ปรับมุมมองโฮโลแกรมให้ซูมเข้าไปยังจุดที่สัญญาณนั้นปรากฏ

บนจอภาพ รอยต่อมิติที่กำลังบิดเบี้ยวและมืดมิด มี ‘ช่องว่าง’ เล็กๆ ที่แทบมองไม่เห็น ปรากฏขึ้น มันไม่ใช่การแตกร้าว แต่เป็นเหมือน ‘รอยตัด’ ที่คมกริบ ราวกับถูกสร้างขึ้นด้วยความแม่นยำสูง และจากรอยตัดนั้น คลื่นพลังงานที่แปลกประหลาดก็แผ่ออกมาอย่างต่อเนื่อง

“นี่คือ ‘รอยตัด’ ที่ถูกสร้างขึ้น ไม่ใช่การเสื่อมสลายตามธรรมชาติ” เทพเอ่ยเสียงสั่น “มันคือประตูอีกบานหนึ่ง…ที่ถูกเปิดจากฝั่งเรา!”

ทันใดนั้น แสงสีเขียวบนหน้าจอโฮโลแกรมก็กะพริบอย่างรุนแรง ตัวเลขทั้งหมดกลายเป็นสีแดงเตือนภัย และภาพรอยต่อมิติที่เคยเป็นแค่ภาพบนจอก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับว่ากำแพงที่กั้นระหว่างความเป็นจริงกำลังจะแตกออก เสียงคำรามต่ำๆ ที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งห้องก็ดังขึ้น ตามมาด้วยแรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนทุกคนทรงตัวแทบไม่อยู่

“ระบบป้องกันถูกทะลวง!” เสียงคอมพิวเตอร์ประกาศอย่างตกใจ

เทพ อาริสา และไคโรหันไปมองรอยต่อมิติที่กำลังจะพังทลายอย่างพร้อมเพรียง ภาพบนจอโฮโลแกรมแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็น ‘บางสิ่ง’ ที่กำลังคืบคลานออกมาจากความมืดมิดของมิติที่ศูนย์ พวกมันไม่ใช่เงาเล็กๆ อีกต่อไป แต่เป็นโครงร่างขนาดมหึมาที่ไร้ซึ่งรูปร่างที่ชัดเจน เต็มไปด้วยหนวดระยางและดวงตาที่เปล่งประกายสีม่วงคล้ำนับร้อยดวง

แต่สิ่งที่ทำให้เทพถึงกับตัวแข็งทื่อ ไม่ใช่สัตว์ประหลาดจากมิติที่ศูนย์ที่กำลังคืบคลานออกมา แต่เป็นสิ่งที่ปรากฏขึ้นตรงกลางของ ‘รอยตัด’ ที่เขาเพิ่งค้นพบ

จากรอยตัดอันคมกริบนั้น ร่างของบุคคลหนึ่งกำลังก้าวออกมาอย่างช้าๆ ร่างนั้นสูงโปร่ง สวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกบดบังด้วยหมวกคลุมที่ลึกจนมองไม่เห็นรายละเอียดใดๆ สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือพลังงานมิติที่บิดเบี้ยวและชั่วร้ายแผ่ออกมาจากร่างนั้นอย่างไม่ผิดเพี้ยน ราวกับบุคคลผู้นั้นเป็นศูนย์กลางของความพินาศทั้งหมด

“นั่นมัน…” อาริสาพึมพำ เสียงของเธอแทบจะกลืนหายไปกับเสียงคำรามของสิ่งมีชีวิตจากมิติที่ศูนย์

ไคโรมีสีหน้าตกใจที่สุดเท่าที่เทพเคยเห็นมา ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความหวาดหวั่นที่ไม่อาจปกปิด เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ราวกับเห็นปีศาจจากฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนมานับล้านปี

“ไม่จริงน่า…” ไคโรเอ่ยเสียงสั่นพร่า “เจ้าเป็นใคร… ทำไมเจ้าถึงยังมีชีวิตอยู่…”

บุคคลในชุดคลุมสีดำเงยหน้าขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่อยู่ในเงามืด แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเรืองแสงสีแดงฉานราวกับถ่านไฟที่ลุกโชน แสงนั้นจ้องตรงมายังเทพ อาริสา และไคโร ราวกับรู้จักพวกเขามานานแสนนาน ก่อนที่รอยยิ้มอันชั่วร้ายจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าภายใต้หมวกคลุมนั้น

“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง… ผู้พิทักษ์แห่งรอยต่อ” เสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังนั้นเอ่ยขึ้น มันเป็นเสียงที่เทพไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับเป็นเสียงที่เคยได้ยินในห้วงความฝันอันเลือนลางของความมืดมิด

ในขณะที่สิ่งมีชีวิตจากมิติที่ศูนย์กำลังทะลักเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง บุคคลปริศนาผู้บงการจากภายในก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างเป็นทางการ แสงสีแดงจากดวงตาของมันสะท้อนในแววตาของเทพ สร้างความหวาดผวาที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

นี่คือศัตรูที่แท้จริง... ศัตรูที่พวกเขาไม่เคยคาดคิดว่าจะต้องเผชิญหน้า... ศัตรูที่มาจากอดีตกาลอันมืดมิด...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พิทักษ์รอยมิติ

พิทักษ์รอยมิติ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!