พิทักษ์รอยมิติ

ตอนที่ 18 —

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,373 คำ

แสงสีเขียวซีดจากหน้าจอโฮโลแกรมไม่ได้เป็นเพียงแสงสว่างเดียวที่หลงเหลืออยู่ในความมืดมิดของห้องทดลองใต้ดินอีกต่อไป ทว่ามันได้แปรเปลี่ยนเป็นเงาสะท้อนของความเป็นจริงที่กำลังปริแตก ธีรภัทร หรือ เทพ ไม่ได้รู้สึกถึงความอ่อนล้าอีกแล้ว ร่างกายของเขาเลยจุดนั้นไปไกลแสนไกล สมองของเขาถูกขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงชนิดเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่: ‌ความสิ้นหวังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความมุ่งมั่นอันแรงกล้า ดวงตาที่พร่ามัวจากการจ้องมองตัวเลขและรหัสมิติอันสลับซับซ้อนมานับร้อยชั่วโมงบัดนี้มองเห็นทะลุปรุโปร่ง ราวกับว่าความเหนื่อยล้าได้ปลดปล่อยเขาจากพันธนาการของขอบเขตทางกายภาพ ทำให้จิตวิญญาณของเขาเชื่อมต่อโดยตรงกับภาษาของจักรวาล

รอยต่อมิติเบื้องหน้าเขา บนจอโฮโลแกรมขนาดมหึมาที่เคยเป็นเพียงเส้นกราฟสีเขียวเต้นระริกอย่างไม่เป็นจังหวะ บัดนี้กลับกลายเป็นภาพที่ชวนให้ขนลุก สัญญาณสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นเป็นระยะ บ่งบอกถึงภาวะวิกฤติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ​เสมือนเลือดที่กำลังไหลออกจากบาดแผลขนาดใหญ่ในผืนผ้าใบของความเป็นจริง เทพเห็นการบิดเบี้ยวของมิติย่อยที่รายล้อมมัน การยุบตัวของสนามพลังงานที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือภาพลักษณ์ที่เลือนราง ไม่ชัดเจน ทว่าสัมผัสได้ถึงการดำรงอยู่ของ "บางสิ่ง" ที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในรอยร้าวเหล่านั้น ‍เงามืดที่เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ราวกับสิ่งมีชีวิตที่กระหาย ซึ่งมันไม่ใช่เงาสะท้อนจากรอยต่อมิติที่เคยเป็นแค่ "ช่องว่าง" อีกต่อไป แต่เป็น "ปาก" ที่กำลังอ้าออกอย่างช้าๆ

เครื่องปรับอากาศในห้องทดลองที่เคยทำงานอย่างสม่ำเสมอเริ่มส่งเสียงแผ่วเบาผิดปกติ ‌อุณหภูมิในห้องลดต่ำลงอย่างน่าประหลาดใจ จนหยาดเหงื่อเย็นเยียบผุดพรายบนแผ่นหลังของเทพ ไม่ใช่จากความกลัว แต่จากความผิดปกติทางกายภาพที่เริ่มแทรกซึมเข้ามาในพื้นที่ของเขา แม้จะถูกป้องกันด้วยสนามพลังแม่เหล็กไฟฟ้าและมิติย่อยที่เขาได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกราะกำบัง กลิ่นอายของความว่างเปล่า กลิ่นอายของสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่ เริ่มลอยคละคลุ้งในอากาศ ‍ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังหายใจเอากลิ่นหอมระเหยของหินแร่ที่ถูกฉาบด้วยความเย็นยะเยือกของอวกาศเข้ามาในปอด

จู่ๆ จอโฮโลแกรมขนาดเล็กอีกจอบนมุมโต๊ะทำงานของเขาก็สว่างวาบขึ้น เป็นภาพของแผนที่โลกที่เต็มไปด้วยจุดสีแดงกะพริบถี่ๆ แสดงถึงการรบกวนของมิติย่อยที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก จุดบางจุดเริ่มขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว บ่งบอกถึงการปะทุของ "เหตุการณ์ผิดปกติ" ที่กำลังจะกลายเป็นหายนะ ​เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบดังก้องมาจากทางเดิน ก่อนที่ประตูทางเข้าห้องทดลองจะเลื่อนเปิดออกด้วยเสียงหวีดหวิว เผยให้เห็นร่างของอาริสาที่ก้าวเข้ามา ดวงตาของเธอลุกวาวด้วยความเร่งรีบและความกังวลในระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

"เทพ! แย่แล้ว! NEXUS รายงานว่ามีรอยแยกขนาดเล็กเกิดขึ้นพร้อมกันหลายจุดทั่วโลก! ไม่ใช่แค่มิติย่อย ​แต่มีพยานเห็น... เห็นสิ่งมีชีวิตจากมิติศูนย์!" อาริสาเอ่ยเสียงพร่า ใบหน้าซีดเผือด เธอเดินตรงเข้ามายังคอนโซลหลัก เหลือบมองจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ที่ฉายภาพรอยต่อมิติที่กำลังวิกฤติ และนั่นทำให้สีหน้าของเธอทรุดหนักลงกว่าเดิม "คุณ... ​คุณเห็นมันใช่ไหม? มันไม่ได้แค่ร้าว แต่มันกำลังจะ... กลืนกิน"

เทพพยักหน้าช้าๆ นิ้วของเขายังคงลากผ่านแผงควบคุมที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ทางควอนตัม "ฉันเห็น มันไม่ใช่แค่การแตกตัวของรอยต่อมิติแบบที่เราเคยเจอ มันเหมือน... เหมือนมีบางสิ่งกำลังออกแรงดึงจากอีกฝั่ง และมันกำลังแข็งแกร่งขึ้นทุกนาที"

เสียงทุ้มนุ่มลึกของไคโรดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เขาปรากฏตัวขึ้นจากเงาที่เคยไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวมาก่อน ดวงตาที่เก่าแก่ของเขาจ้องมองไปยังภาพโฮโลแกรมด้วยความสงบนิ่งที่น่าขนลุก "ข้าเคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน... เมื่อหลายล้านปีที่แล้ว ก่อนที่มิติแห่งความสมดุลจะถูกสร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นมัน สิ่งที่เจ้าเรียกว่า 'มิติศูนย์' ไม่ได้เป็นเพียงความว่างเปล่า แต่มันคือการดำรงอยู่ของสภาวะที่ไร้รูป ไร้กฎเกณฑ์ มันคือความหิวโหยอันเป็นนิรันดร์"

"ความหิวโหย?" เทพทวนคำพลางขมวดคิ้ว "คุณหมายถึงอะไร? มันต้องการอะไร?"

"มันไม่ต้องการสิ่งใด เพราะมันไม่มี 'ความต้องการ' เฉกเช่นสิ่งมีชีวิตทั่วไป" ไคโรอธิบาย ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลาที่ผ่านพ้นไปนับไม่ถ้วน "มันคือสภาวะของการไร้ซึ่งสิ่งใดๆ ที่พยายามจะเติมเต็มตัวเองด้วยการกลืนกินทุกการดำรงอยู่ มันคือ 'ความว่างเปล่าอันยิ่งใหญ่' ที่มิติแห่งความสมดุลได้กักขังเอาไว้"

อาริสามองไคโรด้วยความไม่เข้าใจ แต่เทพกลับรับรู้ถึงความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น คำอธิบายของไคโรสอดคล้องกับสมการบางอย่างที่เขาเคยพบเจอในทฤษฎีควอนตัมที่ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ เป็นแนวคิดของอนุภาคที่เกิดจากการล่มสลายของมิติ ไม่ใช่การสร้าง แต่เป็นการดูดซับ การย่อยสลาย

"ถ้าอย่างนั้น วิธีแก้ไขของเราก็ผิดมาโดยตลอด" เทพพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่า ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเมื่อความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว "เราพยายามจะปิดมัน พยายามจะอุดรอยรั่ว แต่ถ้ามันคือสภาวะที่พยายามจะเติมเต็มตัวเอง การปิดกั้นรังแต่จะทำให้แรงดันภายในสะสม และเมื่อมันระเบิดออกมา... มันก็จะกลืนกินทุกสิ่ง"

"แล้วเราจะทำอย่างไร?" อาริสาถามอย่างร้อนรน เมื่อเห็นแววตาของเทพที่เต็มไปด้วยความกระจ่างแจ้ง แต่ก็แฝงไว้ด้วยความตื่นตระหนก "ถ้าเราปิดมันไม่ได้ เราจะปล่อยให้มันกลืนกินเรางั้นหรือ?"

"ไม่... เราต้องทำให้มันอิ่ม" เทพเอ่ยออกมา เสียงของเขาหนักแน่นขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงอันตรายแฝงอยู่ "แต่เราจะทำอย่างไร? จะให้อะไรมันอิ่ม? พลังงาน? สสาร? มิติ?"

ไคโรจ้องมองเทพอย่างพิจารณา "หนทางแห่งการเติมเต็มความว่างเปล่า... มีเพียงการสละ หรือ การแลกเปลี่ยน"

เทพเงยหน้าขึ้นมองภาพรอยต่อมิติอีกครั้ง เขามองเห็นลวดลายที่ซับซ้อนภายในความแตกแยกนั้น มันไม่ใช่ความโกลาหล แต่เป็นระเบียบที่ผิดเพี้ยน เป็นสมการที่ถูกเขียนกลับหัวกลับหาง เขาจำได้ว่าเคยพบเจอรูปแบบเหล่านี้ในทฤษฎีของเขาเกี่ยวกับ "สนามเรโซแนนซ์มิติย้อนกลับ" ซึ่งเป็นแนวคิดที่ว่าการป้อนพลังงานเข้าไปในระบบด้วยความถี่ที่เหมาะสม อาจไม่ใช่เพื่อทำลาย แต่เพื่อ "ปรับสมดุล" หรือ "เปลี่ยนแปลงสถานะ" ของมันโดยสิ้นเชิง

"สนามเรโซแนนซ์มิติย้อนกลับ..." เทพพึมพำ "ถ้าเราสามารถสร้างความถี่เรโซแนนซ์ที่ตรงกับ 'ความหิวโหย' ของมิติศูนย์ได้ เราอาจจะไม่ได้ปิดมัน แต่เราอาจจะสามารถ... เปลี่ยนแปลงมัน"

"เปลี่ยนไปเป็นอะไร?" อาริสาถาม

"เปลี่ยนไปเป็น... สิ่งที่มันไม่สามารถกลืนกินได้อีกต่อไป" เทพเอ่ย "แต่การทำเช่นนั้น เราจะต้องสร้างการสั่นสะเทือนในระดับที่ทรงพลังมหาศาล และเราจะต้องใช้แหล่งพลังงานที่เสถียรพอที่จะขับเคลื่อนมันได้"

สายตาของเทพกวาดมองไปรอบห้องทดลองที่เต็มไปด้วยเครื่องจักรที่ซับซ้อน และสุดท้ายก็หยุดลงที่ใจกลางของห้อง ที่นั่นมีเครื่องปฏิกรณ์มิติย่อยขนาดเล็กที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งพลังงานสำรอง มันเป็นผลงานชิ้นเอกทางวิศวกรรมที่สามารถแปลงพลังงานจากมิติย่อยให้เป็นพลังงานบริสุทธิ์ได้ในปริมาณมหาศาล แต่การใช้มันเพื่อสร้างสนามเรโซแนนซ์มิติย้อนกลับในระดับที่จำเป็นนั้น เสี่ยงต่อการระเบิดหรือการสร้างความเสียหายต่อมิติที่พวกเขาอยู่ได้โดยตรง

"คุณคิดจะใช้เครื่องปฏิกรณ์มิติย่อยนั่น?" อาริสาถาม น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ "นั่นมันอันตรายเกินไปนะเทพ! มันอาจจะทำให้ทุกอย่างพังทลายลง!"

"ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วอาริสา" เทพตอบพลางเดินตรงไปยังเครื่องปฏิกรณ์ "ดูสิ จุดสีแดงบนจอเริ่มมีแสงสีดำแทรกเข้ามา นั่นไม่ใช่แค่การเตือนภัยแล้ว แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการกลืนกิน"

ไคโรเดินเข้ามาใกล้เทพ "เจ้าแน่ใจหรือว่าเจ้าเข้าใจในสิ่งที่เจ้ากำลังจะทำ? การเล่นกับความว่างเปล่าอันยิ่งใหญ่นั้น ไม่ใช่เรื่องที่มนุษย์จะสามารถควบคุมได้โดยง่าย"

"ผมต้องลองครับไคโร" เทพตอบอย่างเด็ดเดี่ยว "ถ้าไม่ทำอะไรเลย เราก็จะถูกกลืนกินอยู่ดี อย่างน้อยนี่ก็เป็นโอกาสที่เราจะต่อสู้"

เทพเริ่มปรับแต่งแผงควบคุมของเครื่องปฏิกรณ์ นิ้วของเขากดปุ่มต่างๆ อย่างรวดเร็ว ความรู้ทั้งหมดที่เขาสั่งสมมาจากการค้นคว้าทฤษฎีควอนตัมและการศึกษาเรื่องมิติมาตลอดชีวิตถูกนำมาใช้ในวินาทีนี้ เครื่องปฏิกรณ์เริ่มส่งเสียงคำราม พลังงานสีฟ้าครามเข้มข้นเริ่มก่อตัวขึ้นภายในแกนกลางของมัน แผ่รัศมีออกมาเป็นคลื่นที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แสงสีเขียวบนจอโฮโลแกรมสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับถูกแรงกระแทกจากภายใน

"อาริสา เตรียมพร้อมสำหรับแรงกระแทกจากคลื่นเรโซแนนซ์! ไคโร ผมอาจจะต้องใช้พลังของคุณเพื่อช่วยรักษาสมดุลของสนามพลังในช่วงวิกฤติที่สุด!" เทพตะโกนบอก พร้อมกับเหงื่อที่ไหลย้อยลงมาจากใบหน้า

อาริสารีบไปประจำที่แผงควบคุมสำรอง เตรียมพร้อมที่จะปรับแต่งมาตรการป้องกันฉุกเฉิน ไคโรหลับตาลง ร่างกายของเขาส่งแสงสีทองอ่อนๆ ออกมา แผ่พลังงานโบราณที่รู้สึกได้ถึงความสงบและมั่นคงไปทั่วห้อง

เครื่องปฏิกรณ์ส่งเสียงแหลมสูงขึ้นเรื่อยๆ แสงสีฟ้าครามหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง และทันใดนั้นเอง แสงเรโซแนนซ์มิติย้อนกลับก็พุ่งตรงออกจากแกนกลางของเครื่องปฏิกรณ์ พุ่งเข้าหารอยต่อมิติบนจอโฮโลแกรมอย่างรวดเร็ว

วินาทีที่แสงเรโซแนนซ์พุ่งเข้าปะทะกับรอยต่อมิติ สิ่งที่เทพคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้น ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างที่คิด แทนที่รอยต่อจะเริ่มปรับสมดุลหรือเปลี่ยนแปลงสถานะ มันกลับตอบสนองด้วยการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เสียงคำรามดังกึกก้องไปทั่วห้องทดลอง ราวกับจักรวาลกำลังกรีดร้อง รอยร้าวบนจอโฮโลแกรมฉีกขาดออกจากกันอย่างรุนแรง และไม่ใช่แค่บนจอ แต่ในอากาศเบื้องหน้าเทพและอาริสาเองก็เริ่มปรากฏรอยร้าวที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เป็นช่องว่างสีดำสนิทที่กำลังเปิดอ้าออกอย่างช้าๆ

จากภายในช่องว่างนั้น ไม่ใช่เงามืดเลือนรางอีกต่อไป แต่เป็นดวงตาขนาดมหึมา ไร้แวว ไร้รูปแบบ ไร้ขอบเขตใดๆ จ้องมองตรงมายังพวกเขา มันไม่ใช่ดวงตาของสิ่งมีชีวิต แต่เป็นดวงตาของความว่างเปล่าที่กำลังตื่นขึ้น และสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือ มันไม่ใช่แค่ดวงตาเดียว แต่เป็นดวงตานับพันนับหมื่นที่เริ่มเปิดอ้าขึ้นพร้อมกันภายในช่องว่างที่กำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ถูกปกคลุมด้วยดวงดาวแห่งความมืดมิด

เทพสัมผัสได้ถึงแรงดูดมหาศาลที่พุ่งตรงเข้ามาหาเขา ราวกับมีบางสิ่งกำลังเอื้อมมือที่มองไม่เห็นมาดึงเขาเข้าไปในความว่างเปล่าเบื้องหน้า แสงสีฟ้าครามจากเครื่องปฏิกรณ์เริ่มสั่นไหวและเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เครื่องมือวัดค่าต่างๆ ส่งเสียงร้องเตือนอย่างบ้าคลั่ง

"มันไม่ใช่การปรับสมดุล..." เทพพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง "มันคือการ... ตอบรับ!"

เสียงกรีดร้องของอาริสาดังขึ้น เมื่อแผงควบคุมตรงหน้าเธอระเบิดเป็นประกายไฟ ไคโรพุ่งตัวเข้าปกป้องอาริสาด้วยพลังงานแสงสีทอง แต่แรงดูดจากช่องว่างนั้นกลับเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ จนเครื่องจักรขนาดใหญ่ในห้องเริ่มถูกยกขึ้นจากพื้น

ดวงตาแห่งความว่างเปล่านับพันดวงจ้องมองมาที่เทพผู้เป็นต้นเหตุของทุกสิ่ง และจากใจกลางของช่องว่างที่กำลังฉีกขาดออกจากกันนั้น ก็มีบางสิ่งที่ไม่ใช่เงามืด ไม่ใช่สสาร แต่เป็นแนวคิดที่บริสุทธิ์ของ "ความหิวโหย" พุ่งตรงเข้ามาหาเทพอย่างรวดเร็วและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

เทพรู้สึกราวกับจิตวิญญาณของเขากำลังถูกฉีกกระชากออกจากร่างกาย ความมืดมิดอันไร้ขอบเขตเริ่มเข้ากลืนกินประสาทสัมผัสทั้งหมดของเขา สิ่งสุดท้ายที่เขาเห็นคือดวงตาแห่งความว่างเปล่าที่ขยายใหญ่ขึ้นจนปกคลุมทุกสิ่ง และเสียงคำรามที่ดังยิ่งกว่าฟ้าร้องหลายร้อยเท่า

เขาถูกดึงเข้าไปในรอยต่อมิติที่บัดนี้กลายเป็นปากอ้ากว้างอย่างสมบูรณ์ ท่ามกลางแสงสีแดงฉานและเสียงกรีดร้องของจักรวาลที่กำลังพังทลาย… หรือนี่คือจุดเริ่มต้นของหายนะที่แท้จริง?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พิทักษ์รอยมิติ

พิทักษ์รอยมิติ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!