พิทักษ์รอยมิติ

ตอนที่ 20 —

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,443 คำ

แสงสีเขียวซีดจากหน้าจอโฮโลแกรมไม่ได้เป็นเพียงแสงสว่างเดียวที่หลงเหลืออยู่ในความมืดมิดของห้องทดลองใต้ดินอีกต่อไป ทว่ามันได้แปรเปลี่ยนเป็นเงาสะท้อนของความเป็นจริงที่กำลังปริแตก ธีรภัทร หรือ เทพ ไม่ได้รู้สึกถึงความอ่อนล้าอีกแล้ว ร่างกายของเขาเลยจุดนั้นไปไกลแสนไกล สมองของเขาถูกขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงชนิดเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่: ‌ความสิ้นหวังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความมุ่งมั่นอันแรงกล้า ดวงตาที่พร่ามัวจากการจ้องมองตัวเลขและรหัสมิติอันสลับซับซ้อนมานับร้อยชั่วโมงบัดนี้มองเห็นทะลุปรุโปร่ง ราวกับว่าความเหนื่อยล้าได้ชะล้างม่านหมอกที่บดบังการรับรู้ไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความชัดเจนที่บาดลึกกว่าคมมีด และแล้ว ในวินาทีที่ทุกสิ่งดูเหมือนจะหยุดนิ่ง รหัสสุดท้ายก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ เป็นเส้นใยแห่งความจริงที่ประสานเข้ากับสมการที่เขาสร้างไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ​มันไม่ใช่แค่คำตอบ แต่เป็นประตูที่เปิดออกสู่ความเข้าใจอันมืดมิดและไร้ขอบเขต

“ไม่จริง…” เสียงของเทพแหบพร่า แทบจะเป็นกระซิบ เขารู้สึกเหมือนถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง เมื่อภาพจำลองสามมิติของจักรวาลคู่ขนานปรากฏขึ้นเบื้องหน้า มันไม่ใช่เพียงแค่ข้อมูลเชิงตัวเลขอีกต่อไป แต่เป็นภาพที่ชัดเจนของมิติที่ศูนย์ ‍– มิติที่เคยเชื่อกันว่าเป็นเพียงสุญญากาศอันว่างเปล่า กลับเผยให้เห็นถึงโครงสร้างที่ซับซ้อนเกินกว่าจินตนาการ เป็นเหมือนรอยแผลเป็นขนาดมหึมาที่กินพื้นที่มหาศาลอยู่ใจกลางความเป็นจริงทุกมิติ

สิ่งที่เขาเห็นนั้นช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าสิ่งใดๆ ที่เคยจินตนาการไว้ มิติที่ศูนย์ไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันคือ “หลุมดำของความเป็นไปได้” ‌เป็นมิติที่กักเก็บทุกสิ่งที่ “เคยมีอยู่” และ “ควรจะมีอยู่” แต่ถูกปฏิเสธหรือถูกทำลายไปจากมิติอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นจักรวาลที่ล่มสลาย สายพันธุ์ที่สาบสูญ หรือแม้แต่เศษเสี้ยวของกฎฟิสิกส์ที่ไม่อาจดำรงอยู่ได้ในมิติปกติ ‍สิ่งมีชีวิตจากมิติที่ศูนย์ที่กำลังคุกคามโลกนั้น ไม่ใช่ปีศาจ แต่เป็น “เศษเสี้ยวแห่งการดำรงอยู่” ที่ถูกกักขังอยู่ในดินแดนแห่งความไร้ตัวตน พวกมันกำลังพยายาม “ทวงคืน” หรือ ​“หลอมรวม” ตัวเองเข้ากับมิติอื่นๆ เพื่อกลับมามีอยู่จริงอีกครั้ง และนั่นคือสาเหตุของรอยร้าวที่กำลังฉีกกระชากทุกความเป็นจริงออกจากกัน

สมการสุดท้ายของเขาไม่ได้เพียงแต่เผยให้เห็นถึงกลไกของมิติที่ศูนย์ แต่มันยังฉายให้เห็นถึง “จุดกำเนิด” ของรอยต่อมิติทั้งหมด นั่นคือ ​“การสั่นสะเทือน” จากเหตุการณ์ระดับมหาจักรวาลเมื่อหลายล้านปีก่อน ที่ทำให้มิติที่ศูนย์ ซึ่งเป็นภาชนะกักเก็บความไม่เป็นไปได้ ได้รับความเสียหาย และเริ่มรั่วไหลออกสู่มิติอื่นๆ เปรียบเหมือนเขื่อนขนาดใหญ่ที่เริ่มปริแตก และกำลังปล่อยสิ่งที่ถูกกักขังไว้ให้ไหลบ่าออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง

“ทั้งหมดนี้… ​มันคือการดำรงอยู่ของพวกมัน” เทพพึมพำกับตัวเอง เขารู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงไขสันหลัง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความจริงอันโหดร้ายที่บัดนี้กระจ่างชัดอยู่ตรงหน้า เขาใช้สองมือยันขอบโต๊ะไว้แน่น พยายามประคองสติที่กำลังสั่นคลอน มิติที่ศูนย์ไม่ใช่ภัยคุกคามที่มาจากความชั่วร้าย แต่เป็นภัยคุกคามที่มาจาก “ความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธการมีอยู่” มันคือเสียงกรีดร้องของสิ่งที่ถูกลืม และกำลังเรียกร้องการมีอยู่ของตนคืนมา

ขณะที่สมองของเทพกำลังประมวลผลข้อมูลอันมหาศาลนี้ ประตูห้องทดลองก็เปิดผางออกอย่างกะทันหัน อาริสาปรากฏตัวขึ้นพร้อมใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล เธออยู่ในชุดปฏิบัติการสีเข้ม ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่าเธอเพิ่งกลับมาจากภารกิจฉุกเฉิน “เทพ! คุณเจออะไร? สัญญาณพลังงานจากรอยต่อมิติพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน! NEXUS กำลังเตรียมพร้อมรับมือกับการรุกรานครั้งใหญ่ที่สุด!”

เทพไม่ตอบทันที ดวงตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ภาพจำลองสามมิติของมิติที่ศูนย์ราวกับต้องมนต์สะกด ความตื่นตระหนกในน้ำเสียงของอาริสาเป็นเพียงเสียงรบกวนจางๆ ในห้วงความคิดอันสับสนวุ่นวายของเขา อาริสาเห็นท่าทางของเทพก็สัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ผิดปกติ เธอก้าวเข้ามาใกล้ พยายามมองไปยังหน้าจอที่เทพกำลังจ้องอยู่ แต่ภาพจำลองนั้นซับซ้อนเกินกว่าที่เธอจะเข้าใจได้ในทันที

“เทพ… เกิดอะไรขึ้น? คุณโอเคไหม?” อาริสาเอื้อมมือไปแตะไหล่เขาเบาๆ เทพสะดุ้งเล็กน้อยราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์ เขาหันมามองอาริสา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าที่เกินขีดจำกัด แต่ในความเหนื่อยล้านั้นกลับมีความเข้าใจอันลึกซึ้งที่เพิ่งค้นพบใหม่

“อาริสา…” เสียงของเทพแหบพร่า “เราเข้าใจผิดมาตลอด… มิติที่ศูนย์… มันไม่ใช่แค่ความว่างเปล่า มันคือสุสานของความเป็นจริง และสิ่งที่ออกมาจากมัน ไม่ใช่ศัตรู… แต่เป็นซากปรักหักพังของสิ่งที่เคยมีชีวิตอยู่”

คำพูดของเทพทำให้อาริสาถึงกับนิ่งงัน เธอไม่เข้าใจความหมายของมันทั้งหมด แต่ความรู้สึกบางอย่างบอกเธอว่านี่คือความจริงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าที่เธอเคยเจอมาทั้งหมด

ก่อนที่อาริสาจะได้โต้ตอบ เสียงทุ้มลึกที่ก้องกังวานก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “เทพ ผู้พิทักษ์ได้สัมผัสถึงความตื่นตัวของรอยต่อมิติ… และการสั่นสะเทือนที่รุนแรงกว่าครั้งใดๆ” ไคโรเดินเข้ามาในห้อง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แม้แต่ผู้พิทักษ์แห่งมิติที่ 7 ผู้มีชีวิตอยู่มานับล้านปีก็ยังไม่สามารถปกปิดความกังวลไว้ได้หมดสิ้น “เจ้าได้ค้นพบความจริงที่บิดเบี้ยวสินะ… ความจริงที่พวกเราพยายามซ่อนไว้มานับล้านปี”

เทพหันไปมองไคโร ดวงตาของเขาสะท้อนความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความตกใจ ความเข้าใจ และความโกรธที่ถูกหลอกใช้มาตลอด “คุณรู้เรื่องนี้มาตลอด… พวกคุณรู้ว่ามิติที่ศูนย์คืออะไร แต่คุณไม่เคยบอกผม!”

ไคโรถอนหายใจยาว “ความจริงบางอย่างหนักอึ้งเกินกว่าที่จิตใจมนุษย์จะแบกรับได้ การพยายามทำความเข้าใจมิติที่ศูนย์มีแต่จะนำไปสู่ความบ้าคลั่งมานับครั้งไม่ถ้วน” เขาก้าวเข้ามาหยุดข้างเทพ สายตาจับจ้องไปที่ภาพจำลองบนจอโฮโลแกรม “สิ่งที่เราเห็นอยู่นี้คือ ‘ต้นเหตุ’ ของการสั่นสะเทือนครั้งใหญ่เมื่อหลายล้านปีก่อน ที่ทำให้โครงสร้างของความเป็นจริงทั้งหมดเริ่มอ่อนแอลง และเมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา พลังงานที่พุ่งออกมาจากมิติที่ศูนย์ได้ทะลักเข้าสู่มิติที่ 7 และทำให้ ‘ผนึก’ ที่เคยกักเก็บมันไว้เริ่มพังทลาย”

“ผนึก?” อาริสาแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงร้อนรน “ผนึกอะไร? ไคโร คุณกำลังพูดถึงอะไรกันแน่?”

“มิติที่ 7 ไม่ได้เป็นเพียงผู้พิทักษ์มิติอื่นเท่านั้น แต่มันยังเป็น ‘ผู้เฝ้าผนึก’ ที่กักเก็บพลังงานจากมิติที่ศูนย์เอาไว้” ไคโรตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า “ผนึกที่สร้างขึ้นโดยผู้สร้างมิติเมื่ออดีตกาล เพื่อป้องกันไม่ให้ความไม่เป็นไปได้จากมิติที่ศูนย์กลืนกินทุกสิ่ง แต่ตอนนี้ ผนึกนั้นกำลังพังทลายลงอย่างรวดเร็ว”

เทพฟังคำอธิบายของไคโรด้วยความรู้สึกที่เหมือนถูกกระชากลงสู่ห้วงเหวแห่งความมืดมิด เขาเริ่มเข้าใจถึงภาระอันหนักอึ้งที่ไคโรและเผ่าพันธุ์ของเขาต้องแบกรับมาตลอดหลายล้านปี และเขาก็เข้าใจถึงเหตุผลที่ไคโรไม่เคยเปิดเผยความจริงทั้งหมดนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องของความลับ แต่มันคือการปกป้องจิตใจของมิติอื่น ๆ จากความจริงที่น่าสะพรึงกลัวจนไม่อาจยอมรับได้

“แต่ผม… ผมเจอทางออกแล้ว” เทพพูด เสียงของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่กลับมาอีกครั้ง แม้จะเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง “สมการของผม… มันไม่ได้แค่เปิดเผยความจริง แต่มันยังชี้ให้เห็นถึง ‘กลไกย้อนกลับ’ ของการสั่นสะเทือนนั้น เราสามารถใช้พลังงานที่ทะลักออกมาจากมิติที่ศูนย์นั่นแหละ มา ‘ปิด’ รอยต่อและ ‘ซ่อมแซม’ ผนึกได้”

อาริสาและไคโรมองหน้ากันอย่างตกใจ แนวคิดของเทพนั้นกล้าหาญและบ้าบิ่นเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้ การใช้พลังงานจากมิติที่ศูนย์เพื่อซ่อมแซมผนึกที่กักเก็บมันไว้ มันเหมือนกับการใช้ไฟดับไฟ แต่ด้วยเชื้อเพลิงที่รุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า

“แต่… นั่นหมายความว่ายังไง?” อาริสาถามอย่างระแวง “เราต้องทำอะไรบ้าง?”

เทพหันกลับไปที่หน้าจอโฮโลแกรม ดวงตาของเขากลับมาเป็นประกายอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่ประกายของความเหนื่อยล้า แต่เป็นประกายของความเข้าใจและความมุ่งมั่นที่แน่วแน่ “เราต้องสร้าง ‘ตัวเร่งปฏิกิริยา’ ที่จะสามารถดูดซับและควบคุมพลังงานจากมิติที่ศูนย์ได้ จากนั้นเราต้องส่งมันเข้าไปใน ‘จุดศูนย์กลาง’ ของการรั่วไหล ซึ่งเป็นแกนกลางของมิติที่ศูนย์ และทำการ ‘ปรับสมดุล’ ของพลังงาน เพื่อให้มิติที่ศูนย์กลับสู่สถานะเดิม”

“จุดศูนย์กลางของมิติที่ศูนย์?” ไคโรพึมพำด้วยน้ำเสียงที่แทบจะไม่ได้ยิน “ไม่มีใครเคยเดินทางไปถึงที่นั่นแล้วรอดชีวิตกลับมาได้ มันคือดินแดนแห่งความว่างเปล่าที่กลืนกินทุกสิ่ง”

“แต่ผมไม่จำเป็นต้องรอดชีวิตกลับมา” เทพตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่ทำให้อาริสาถึงกับใจหาย “สมการระบุว่า ตัวเร่งปฏิกิริยานั้นต้องถูก ‘หลอมรวม’ เข้ากับแกนกลางของมิติที่ศูนย์ และผู้ที่ทำหน้าที่ส่งมันไป… จะต้องเป็นส่วนหนึ่งของมัน เพื่อให้การปรับสมดุลสมบูรณ์”

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทดลอง อาริสามองเทพด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด เธอเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่เทพพูดหมายถึงอะไร เขาไม่ได้แค่กำลังเสนอแผนการ แต่เขากำลังเสนอ “การเสียสละ” ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้ เขากำลังจะหลอมรวมตัวเองเข้ากับสิ่งที่ถูกปฏิเสธการมีอยู่ เข้าไปในมิติที่ทุกคนเชื่อว่าเป็นสุญญากาศ เพื่อที่จะซ่อมแซมความเป็นจริงทั้งหมด

“ไม่นะเทพ!” อาริสาเดินเข้าไปหาเขา พยายามจะคว้าแขนเขาไว้ “มันต้องมีทางอื่นสิ! เราจะส่งคุณไปในที่แบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด!”

“ไม่มีทางอื่นแล้วอาริสา” เทพหันมาสบตาเธอ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเศร้า แต่ก็มีความเด็ดเดี่ยวที่ไม่อาจหักห้ามได้ “ผมคือคนที่เปิดประตูบานนี้ ผมคือคนที่ค้นพบสมการ และผมก็คือคนที่ต้องรับผิดชอบมัน”

ไคโรถอนหายใจยาว แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเห็นใจ แต่ก็มีความเข้าใจถึงความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ “นั่นคือภาระของผู้พิทักษ์แห่งรอยต่ออย่างแท้จริง”

“เทพ… คุณจะต้องตายที่นั่นนะ” อาริสาพูดเสียงสั่น น้ำตาเริ่มคลอเบ้า “คุณจะสลายไปพร้อมกับมิติที่ศูนย์…”

“การมีอยู่ของผมอาจจะสลายไป แต่อาริสา… การดำรงอยู่ของพวกเราทั้งหมดจะยังคงอยู่” เทพยิ้มอย่างอ่อนโยน เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเสียสละและความรักในมนุษยชาติ “ผมคือผู้พิทักษ์แห่งรอยต่อ… และนี่คือราคาของการรักษาสมดุลแห่งมิติต่างๆ ที่ผมต้องจ่าย”

ทันใดนั้น เสียงเตือนภัยก็ดังสนั่นไปทั่วห้องทดลอง สัญญาณสีแดงกะพริบถี่ๆ บนหน้าจอแสดงผลใหม่ที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ อาริสาหันไปมองมันด้วยความตกใจ ข้อมูลที่ปรากฏคือภาพจำลองของรอยร้าวขนาดมหึมาที่กำลังฉีกขาดอยู่เหนือพื้นโลก มันเป็นรอยร้าวที่ใหญ่กว่าครั้งไหนๆ และมันกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

“ไม่จริง! รอยแยกกำลังขยายตัวเร็วกว่าที่คาดไว้!” อาริสาอุทาน “ดูนั่นสิ!” เธอชี้ไปที่หน้าจอ ภาพจำลองแสดงให้เห็นถึงพลังงานมหาศาลที่กำลังทะลักออกมาจากรอยแยกนั้น ไม่ใช่แค่พลังงาน แต่เป็นเงาร่างนับไม่ถ้วนที่กำลังพุ่งทะลุออกมาจากมิติที่ศูนย์ ราวกับฝูงผึ้งที่แตกฮือ

“พวกมันกำลังออกมา… และพวกมันรู้แล้วว่าเรากำลังจะทำอะไร” ไคโรพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “แผนการของเจ้าจะต้องถูกเร่งให้เร็วขึ้น เทพ หากเราไม่สามารถหยุดยั้งมันได้ในตอนนี้ ทุกสิ่งที่เราปกป้องมาตลอดจะถูกกลืนกิน”

เทพมองไปยังรอยร้าวบนหน้าจอ ภาพเงาดำทะมึนที่พุ่งออกมาจากมันทำให้เขารู้สึกได้ถึงพลังงานอันมหาศาลที่กำลังกัดเซาะความเป็นจริง และในวินาทีนั้นเอง ภาพจำลองของมิติที่ศูนย์บนหน้าจอโฮโลแกรมก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง และก่อนที่เทพ อาริสา หรือไคโรจะทันได้ทำอะไร รอยร้าวขนาดเท่าฝ่ามือก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศด้านหน้าของพวกเขา และจากรอยร้าวนั้น สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็น ‘ดวงตา’ ขนาดมหึมาสีเขียวเรืองรองก็จ้องมองออกมาอย่างช้าๆ มันไม่ใช่ดวงตาของสิ่งมีชีวิตใดๆ ที่พวกเขาเคยรู้จัก แต่เป็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่าอันไร้ก้นบึ้ง และในวินาทีที่ดวงตานั้นเปิดออกเต็มที่ เสียงกระซิบที่เย็นยะเยือกก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของเทพ ราวกับเสียงของความเป็นไปได้ที่ถูกปฏิเสธนับล้านล้านเสียงรวมกัน

“เจ้า… ไม่สามารถ… ปฏิเสธ… การมีอยู่… ของพวกเรา… ได้อีกต่อไป…”

และพร้อมกับเสียงนั้น มือขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเกล็ดสีดำสนิทก็พุ่งทะลุออกมาจากรอยร้าว กรงเล็บแหลมคมพุ่งตรงมาที่เทพ อาริสา และไคโร ราวกับจะบดขยี้พวกเขาให้แหลกคามือ…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พิทักษ์รอยมิติ

พิทักษ์รอยมิติ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!