ปราสาทแห่งเงาตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าพวกเขา ราวกับภูเขาที่ถูกแกะสลักจากหินสีดำสนิทที่ดูดกลืนแสงทุกชนิด ป้อมปราการสูงเสียดฟ้าที่เต็มไปด้วยหอคอยแหลมคมและกำแพงที่แข็งแกร่ง ประตูทางเข้าขนาดใหญ่ที่ทำจากเหล็กกล้าสีดำสนิทถูกปิดตายสนิท บรรยากาศรอบๆ ปราสาทนั้นมืดมิดและเงียบสงัดจนน่าขนลุก ราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่
“นี่คือปราสาทแห่งเงา” ไคโรกล่าว เสียงของเขาดูลึกลงไปกว่าปกติ “มันถูกสร้างขึ้นโดยเซฟิรอสหลังจากที่เขาถูกขับไล่ออกจากมิติที่ 7”
“แล้วชิ้นส่วนแห่งแก่นแท้แห่งจักรวาลถูกซ่อนอยู่ที่ไหนในปราสาทนี้ครับ?” เทพถาม
“มันถูกซ่อนอยู่ในห้องโถงที่อยู่ลึกที่สุดของปราสาท” ไคโรตอบ “แต่การเข้าถึงห้องโถงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย มันเต็มไปด้วยกับดักและสิ่งมีชีวิตที่ถูกเซฟิรอสสร้างขึ้นเพื่อปกป้องมัน”
อาริสากำปืนแน่น “เราต้องระวังตัวให้มาก”
ทันใดนั้นเอง ประตูทางเข้าปราสาทก็เปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นทางเดินที่มืดมิดและยาวเหยียดที่ทอดยาวเข้าไปในปราสาท
“เขาเชิญเราเข้าไปงั้นหรือ?” เทพถามด้วยความสงสัย
“มันเป็นกับดัก” ไคโรตอบ “แต่เราก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว”
ทั้งสามคนเดินเข้าไปในปราสาทอย่างระมัดระวัง ทันทีที่พวกเขาก้าวผ่านประตูเข้าไป ประตูก็ปิดลงอย่างรวดเร็วด้วยเสียงอันดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้พวกเขาถูกขังอยู่ภายในปราสาทแห่งความมืดมิด
ภายในปราสาทนั้นมืดมิดจนมองไม่เห็นอะไรเลย อากาศเย็นยะเยือกและเต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้นที่น่าขนลุก
“ผมมองไม่เห็นอะไรเลย” เทพกล่าว
“ใช้พลังของเจ้า เทพ” ไคโรกล่าว “พลังแห่งแก่นแท้แห่งจักรวาลจะนำทางเจ้า”
เทพพยายามรวบรวมสมาธิ แสงสีขาวบริสุทธิ์เริ่มเปล่งประกายออกมาจากร่างของเขาอีกครั้ง แสงนั้นส่องสว่างไปทั่วทางเดิน ทำให้พวกเขาเห็นว่าทางเดินนั้นทอดยาวไปข้างหน้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ผนังปราสาททำจากหินสีดำสนิทที่ดูดกลืนแสงทุกชนิด ทำให้แสงของเทพดูเหมือนจะถูกจำกัดอยู่ในวงแคบๆ
“ระวัง!” อาริสาตะโกน
ทันใดนั้นเอง เงาร่างนับสิบก็พุ่งออกมาจากเงามืด พวกมันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่มีแขนขาที่ยาวผิดปกติและดวงตาสีแดงฉานที่เปล่งแสงเรืองรอง พวกมันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและไร้เสียง
“พวกมันคือ ‘เงาปีศาจ’” ไคโรอธิบาย “สิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นจากความมืดมิดของมิติแห่งนี้”
เงาปีศาจเหล่านั้นพุ่งเข้าใส่พวกเขาด้วยความหิวโหย อาริสาเริ่มยิงปืนพลังงานเข้าใส่พวกมัน ลำแสงสีฟ้าพุ่งเข้าปะทะกับเงาปีศาจ ทำให้พวกมันสลายหายไปในพริบตา แต่ก็มีเงาปีศาจอีกจำนวนมากที่ยังคงพุ่งเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง
ไคโรเองก็ใช้พลังงานสีเงินของเขาในการขับไล่เงาปีศาจออกไป แสงสีเงินปะทะกับความมืดมิด ทำให้เกิดประกายไฟที่สว่างวาบ
เทพเองก็ใช้พลังแสงสีขาวบริสุทธิ์ของเขาในการขับไล่เงาปีศาจออกไป แสงของเขาดูเหมือนจะมีผลกระทบต่อเงาปีศาจมากกว่าพลังงานอื่นๆ ทำให้พวกมันสลายหายไปอย่างรวดเร็ว
แต่เงาปีศาจก็มีจำนวนมากเกินไป พวกมันเริ่มล้อมกรอบพวกเขาไว้จากทุกทิศทาง
“เราต้องหาทางผ่านไปให้ได้!” อาริสาตะโกน
“ทางเดินนี้เต็มไปด้วยกับดัก” ไคโรกล่าว “เราต้องหาทางออก”
เทพมองไปรอบๆ เขาเห็นสัญลักษณ์แปลกๆ บางอย่างที่สลักอยู่บนผนังปราสาท สัญลักษณ์เหล่านั้นดูคุ้นตา ราวกับเขาเคยเห็นมันมาก่อนในสมการที่เขาค้นพบ
“ผมคิดว่าผมรู้ทางออกแล้ว” เทพกล่าว “สัญลักษณ์เหล่านี้คือรหัส มันคือสมการที่ซับซ้อนที่สามารถเปิดประตูได้”
อาริสาและไคโรหันมามองเทพด้วยความประหลาดใจ
“เจ้าแน่ใจหรือเทพ?” ไคโรถาม
“ผมแน่ใจ” เทพตอบ “ผมเคยเห็นสมการเหล่านี้มาก่อน”
เทพเริ่มเดินไปตามผนังปราสาท เขาใช้มือลูบไล้ไปตามสัญลักษณ์เหล่านั้น และเริ่มถอดรหัสสมการที่ซับซ้อนนั้นออกมา
ในขณะที่เทพกำลังถอดรหัสสมการ เงาปีศาจก็ยังคงพุ่งเข้าโจมตีพวกเขาอย่างไม่หยุดยั้ง อาริสาและไคโรต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อปกป้องเทพ
“เร็วเข้าเทพ!” อาริสาตะโกน “ฉันจะต้านพวกมันไว้ได้ไม่นาน!”
เทพพยายามเร่งความเร็ว เขารวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มี และพยายามเชื่อมโยงจิตใจเข้ากับสมการเหล่านั้น
ทันใดนั้นเอง แสงสีขาวบริสุทธิ์ก็เปล่งประกายออกมาจากสัญลักษณ์เหล่านั้น และประตูบานหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากผนังปราสาท มันไม่ใช่ประตูที่ทำจากวัตถุ หากแต่เป็นช่องว่างที่ส่องประกายสีขาวนวล
“ประตูเปิดแล้ว!” เทพตะโกน
อาริสาและไคโรไม่รอช้า พวกเขาพุ่งเข้าไปในประตูนั้นทันที เทพเป็นคนสุดท้ายที่ก้าวผ่านประตูเข้าไป และประตูก็ปิดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เงาปีศาจเหล่านั้นถูกขังอยู่ข้างนอก
พวกเขามาอยู่ในห้องโถงขนาดใหญ่ที่สว่างไสวด้วยแสงสีม่วงอ่อนๆ ที่เปล่งประกายออกมาจากเพดาน ห้องโถงนั้นเต็มไปด้วยเสาหินขนาดใหญ่ที่แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง และมีแท่นบูชาขนาดใหญ่อยู่กลางห้อง
บนแท่นบูชานั้นมีผลึกสีดำสนิทขนาดเท่ากำปั้นวางอยู่ มันเปล่งแสงสีม่วงอ่อนๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง และมีพลังงานบางอย่างที่มืดมิดและทรงพลังแผ่ออกมาจากมัน
“นั่นคือชิ้นส่วนที่สี่ของแก่นแท้แห่งจักรวาล” ไคโรกล่าว “แต่ระวังให้ดี พลังของมันอาจจะครอบงำจิตใจของเจ้าได้”
เทพเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชาอย่างระมัดระวัง เขารู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างจากผลึกนั้น มันเป็นพลังที่น่ากลัว แต่ก็เย้ายวนใจ
“มันไม่ใช่แค่ชิ้นส่วนแห่งแก่นแท้เท่านั้น” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากเงามืด “มันคือ ‘แก่นแท้แห่งความมืด’ ที่ข้าสร้างขึ้นมาเพื่อควบคุมทุกสรรพสิ่ง”
เซฟิรอสปรากฏตัวขึ้นจากเงามืดอีกครั้ง คราวนี้เขาดูแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก ดวงตาของเขาส่องประกายสีแดงฉานราวกับเปลวไฟ
“เจ้าคิดว่าเจ้าจะเอาชนะข้าได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ?” เซฟิรอสหัวเราะเยาะ “ข้าได้วางแผนเรื่องนี้มานานแสนนานแล้ว”
เทพ อาริสา และไคโร ต่างก็เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้าย พวกเขารู้ว่านี่คือการต่อสู้ที่จะตัดสินชะตากรรมของทุกมิติ
“เราจะหยุดคุณให้ได้เซฟิรอส!” เทพกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
เซฟิรอสยิ้มเยาะ “เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำได้หรือ? เจ้าเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น”
การต่อสู้ครั้งสุดท้ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น และมันจะเป็นการต่อสู้ที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งไปตลอดกาล

พิทักษ์รอยมิติ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก