โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 825 คำ
ห้องโถงขนาดใหญ่ของปราสาทแห่งเงาเต็มไปด้วยความตึงเครียด แสงสีม่วงอ่อนๆ จากเพดานส่องกระทบใบหน้าของเทพ อาริสา และไคโร ทำให้เห็นแววตาที่มุ่งมั่นและพร้อมที่จะสู้ตาย เซฟิรอสยืนอยู่ตรงข้ามพวกเขา ใกล้กับแท่นบูชาที่ประดิษฐานผลึกสีดำสนิท ‘แก่นแท้แห่งความมืด’ พลังงานมืดมิดแผ่ออกมาจากตัวเขาอย่างรุนแรง ทำให้บรรยากาศรอบๆ หนักอึ้ง
“เจ้าคิดว่าเจ้าจะเอาชนะข้าได้หรือ?” เซฟิรอสกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “ข้าได้ดูดซับพลังงานจากมิติแห่งเงามานานนับพันปี พลังของข้าแข็งแกร่งกว่าที่พวกเจ้าจะจินตนาการได้”
“พลังแห่งความชั่วร้ายไม่เคยอยู่ยงคงกระพันหรอกเซฟิรอส!” ไคโรตะโกน “ความสมดุลของจักรวาลจะต้องถูกรักษาไว้!”
“ความสมดุลงั้นหรือ?” เซฟิรอสหัวเราะเยาะ “ความสมดุลที่ทำให้เจ้าต้องโดดเดี่ยวมานับล้านปีอย่างนั้นหรือ? ความสมดุลที่ทำให้เจ้าต้องเฝ้ามองอารยธรรมนับไม่ถ้วนล่มสลายอย่างนั้นหรือ? ข้าจะสร้างสมดุลใหม่ สมดุลที่ข้าเป็นผู้ควบคุม!”
เซฟิรอสยกมือขึ้น พลังงานสีดำสนิทพุ่งออกมาจากฝ่ามือของเขาและก่อตัวเป็นลูกบอลพลังงานขนาดใหญ่ที่เปล่งแสงสีม่วงดำ ลูกบอลนั้นพุ่งเข้าใส่พวกเขาด้วยความเร็วเหนือเสียง
ไคโรไม่รอช้า เขาสร้างกำแพงพลังงานสีเงินขึ้นมาป้องกันการโจมตี ลูกบอลพลังงานปะทะเข้ากับกำแพงพลังงานด้วยเสียงอันดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะทำให้พื้นปราสาทสั่นสะเทือน
“เทพ! อาริสา! ใช้พลังทั้งหมดที่มี!” ไคโรตะโกน
อาริสาพุ่งเข้าใส่เซฟิรอสทันทีด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ เธอดึงมีดสั้นพลังงานออกมาจากซองข้างเอวและพุ่งเข้าโจมตีเซฟิรอสอย่างต่อเนื่อง เซฟิรอสปัดป้องการโจมตีของอาริสาได้อย่างง่ายดาย แต่ก็ทำให้เขาต้องเสียสมาธิไปชั่วขณะ
ในจังหวะนั้นเอง เทพก็รวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มี แสงสีขาวบริสุทธิ์เปล่งประกายออกมาจากร่างของเขาอย่างเจิดจ้า มันไม่ใช่แค่แสงที่แผ่วเบา หากแต่เป็นลำแสงที่ทรงพลังที่พุ่งเข้าใส่เซฟิรอส
เซฟิรอสถูกโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัว ลำแสงสีขาวปะทะเข้ากับร่างของเขา ทำให้เขากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด พลังงานสีดำที่แผ่ออกมาจากตัวเขาเริ่มสั่นคลอน
“เจ้า…เจ้ามีพลังนี้ได้อย่างไร?” เซฟิรอสถามด้วยความตกใจ
“นี่คือพลังของแก่นแท้แห่งจักรวาลที่อยู่ในตัวผม!” เทพตอบ “มันคือพลังแห่งการสร้างสรรค์ที่ต่อต้านพลังแห่งความมืดมิดของคุณ!”
เทพยังคงปล่อยลำแสงสีขาวเข้าใส่เซฟิรอสอย่างต่อเนื่อง เซฟิรอสพยายามที่จะต้านทาน แต่เขาก็เริ่มอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด
ไคโรไม่รอช้า เขาสร้างลูกบอลพลังงานสีเงินขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกครั้ง และพุ่งเข้าใส่เซฟิรอสพร้อมกับลำแสงของเทพ
ลูกบอลพลังงานสีเงินและลำแสงสีขาวปะทะเข้ากับร่างของเซฟิรอสอย่างรุนแรง ทำให้เขากระเด็นไปไกลและตกลงไปที่แท่นบูชา แก่นแท้แห่งความมืดที่อยู่บนแท่นบูชาเริ่มส่องประกายสีดำสนิทอย่างรุนแรง และพลังงานมืดมิดก็พุ่งเข้าสู่ร่างของเซฟิรอส
เซฟิรอสกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและพลังงานที่มืดมิดก็เริ่มแผ่ออกมาจากตัวเขาอย่างควบคุมไม่ได้ ร่างกายของเขาเริ่มบิดเบี้ยวและเปลี่ยนรูปร่าง กลายเป็นสัตว์ประหลาดที่มีปีกค้างคาวขนาดใหญ่และกรงเล็บแหลมคม ดวงตาของเขาส่องประกายสีแดงฉานราวกับเปลวไฟแห่งนรก
“ข้าจะแสดงให้พวกเจ้าเห็นถึงพลังที่แท้จริงของแก่นแท้แห่งความมืด!” เซฟิรอสคำราม เสียงของเขาดังก้องไปทั่วปราสาท
พลังงานมืดมิดแผ่ออกมาจากเซฟิรอสอย่างรุนแรง ทำให้พื้นปราสาทแตกร้าวและเสาหินขนาดใหญ่ล้มครืนลงมา
“เขาดูดซับพลังของแก่นแท้แห่งความมืดเข้าไปแล้ว!” ไคโรตะโกน “เราต้องหยุดเขาให้ได้ก่อนที่เขาจะควบคุมพลังนั้นได้อย่างสมบูรณ์!”
เทพ อาริสา และไคโร ต่างก็เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้าย พวกเขารู้ว่านี่คือการต่อสู้ที่ยากที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเผชิญหน้ามา
เซฟิรอสพุ่งเข้าใส่พวกเขาด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ กรงเล็บอันแหลมคมของเขาฟาดฟันลงมาอย่างรุนแรง
อาริสาหลบหลีกการโจมตีได้อย่างหวุดหวิด เธอพยายามที่จะโจมตีเซฟิรอสด้วยมีดสั้นพลังงาน แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย
ไคโรใช้พลังงานสีเงินของเขาในการสร้างกำแพงพลังงานเพื่อป้องกันการโจมตีของเซฟิรอส แต่กำแพงพลังงานก็เริ่มสั่นคลอนและแตกร้าว
เทพเองก็ใช้พลังแสงสีขาวบริสุทธิ์ของเขาในการโจมตีเซฟิรอส แต่แสงของเขาก็ดูเหมือนจะถูกดูดกลืนโดยพลังงานมืดมิดของเซฟิรอส
“พลังของเจ้าไร้ผลแล้วเทพ!” เซฟิรอสหัวเราะเยาะ “แก่นแท้แห่งความมืดแข็งแกร่งเกินกว่าที่เจ้าจะจินตนาการได้!”
เทพรู้สึกสิ้นหวัง เขารู้สึกว่าพลังของเขาอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเผชิญหน้ากับพลังของแก่นแท้แห่งความมืด
แต่ในขณะที่เขากำลังจะยอมแพ้ เขาก็นึกถึงคำพูดของไคโร “เจ้าคือผู้พิทักษ์แห่งรอยต่อที่แท้จริง และพลังที่เจ้าใช้ยับยั้งสิ่งมีชีวิตจากมิติที่ศูนย์ในครั้งแรก นั่นคือพลังของแก่นแท้แห่งจักรวาลที่ตื่นขึ้นในตัวเจ้า”
เทพหลับตาลง เขารวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มี และพยายามเชื่อมโยงจิตใจเข้ากับชิ้นส่วนแห่งแก่นแท้แห่งจักรวาลทั้งสามชิ้นที่เขาได้รวบรวมมา
ทันใดนั้นเอง แสงสีขาวบริสุทธิ์ก็เปล่งประกายออกมาจากร่างของเทพอย่างเจิดจ้า มันไม่ใช่แค่แสงที่แผ่วเบา หากแต่เป็นแสงที่ทรงพลังที่ส่องสว่างไปทั่วปราสาท แสงนั้นดูดกลืนความมืดมิดทั้งหมด และทำให้เซฟิรอสกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
“นี่คือพลังที่แท้จริงของแก่นแท้แห่งจักรวาล!” เทพตะโกน “พลังแห่งการสร้างสรรค์ที่ไม่มีวันพ่ายแพ้ต่อความมืดมิด!”
แสงสีขาวบริสุทธิ์จากร่างของเทพพุ่งเข้าใส่เซฟิรอสอย่างรุนแรง เซฟิรอสพยายามที่จะต้านทาน แต่เขาก็ไม่สามารถทำได้ พลังของแก่นแท้แห่งจักรวาลเริ่มเผาผลาญร่างของเขา ทำให้เขากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
ร่างของเซฟิรอสเริ่มสลายหายไปทีละน้อย พลังงานมืดมิดที่แผ่ออกมาจากตัวเขาเริ่มจางหายไป
ในที่สุด เซฟิรอสก็สลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความว่างเปล่า และผลึกสีดำสนิท ‘แก่นแท้แห่งความมืด’ ที่กลับคืนสู่สภาพเดิมบนแท่นบูชา
เทพ อาริสา และไคโร ต่างก็หอบหายใจอย่างหนัก พวกเขารู้สึกเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ที่ยาวนานและรุนแรง แต่พวกเขาก็รู้สึกถึงความโล่งใจที่สามารถเอาชนะเซฟิรอสได้สำเร็จ
“เราทำได้แล้ว” อาริสาพึมพำด้วยความโล่งใจ
“ยังไม่หมด” ไคโรกล่าว “เราต้องผนึกแก่นแท้แห่งความมืดนี้ไว้ ก่อนที่มันจะก่อให้เกิดหายนะอีกครั้ง”
เทพเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชา เขายื่นมือออกไปสัมผัสกับผลึกสีดำสนิทนั้น ทันทีที่มือของเขาสัมผัสกับผลึกนั้น แสงสีขาวบริสุทธิ์จากร่างของเขาก็พุ่งเข้าสู่ผลึกนั้น ทำให้ผลึกนั้นส่องประกายสีขาวดำอย่างสวยงาม
“พลังของแก่นแท้แห่งจักรวาลจะผนึกแก่นแท้แห่งความมืดนี้ไว้” ไคโรอธิบาย “และมันจะไม่มีวันถูกใช้เพื่อทำลายล้างอีกต่อไป”
เทพรู้สึกถึงพลังงานที่ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของเขา มันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ เขารู้สึกเหมือนเขากำลังเชื่อมโยงกับทุกสรรพสิ่งในจักรวาล
การต่อสู้ครั้งสุดท้ายจบลงแล้ว และพวกเขาก็ได้รวบรวมชิ้นส่วนที่สี่ของแก่นแท้แห่งจักรวาลได้สำเร็จ
แต่ภารกิจของพวกเขายังไม่จบลง พวกเขายังคงต้องตามหาชิ้นส่วนที่เหลือ และปิดรอยแยกที่กำลังคุกคามทุกสรรพสิ่ง

พิทักษ์รอยมิติ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก