สิบนาทีผ่านไปราวกับพริบตา เทพยืนอยู่บนแท่นส่งมวลสารขนาดใหญ่ใจกลางห้องทดลองลับ ชุดป้องกันมิติสีเงินวาววับห่อหุ้มร่างกายของเขาไว้ทั้งหมด มีเพียงใบหน้าของเขาเท่านั้นที่เผยให้เห็นผ่านหมวกกันน็อกใส อาริสาในชุดรัดรูปสีดำยืนอยู่ข้างเขา พร้อมด้วยอาวุธพลังงานมิติในมือ ขณะที่ไคโรยืนอยู่ด้านหลังพวกเขา ใบหน้าของเขาเรียบเฉย แต่ดวงตาฉายแววเคร่งขรึม
“ระบบนำทางมิติพร้อม” เสียงของ AI รายงาน “กำลังปรับความถี่ให้ตรงกับรอยแยกมิติ”
แสงสีครามจากผลึกมิติที่อยู่รอบแท่นส่งมวลสารสว่างจ้าขึ้น แรงสั่นสะเทือนเริ่มก่อตัวขึ้นจากพื้นดิน สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งห้องทดลอง เทพรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่ถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทาง ราวกับว่าร่างกายของเขากำลังถูกบีบอัดให้แหลกละเอียด
“แรงดันมิติสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว” AI เตือน “ชุดป้องกันของท่านอาจจะไม่สามารถทนทานได้นานนัก”
“เราไม่มีเวลาแล้ว” ไคโรกล่าว “เปิดประตู!”
ทันใดนั้น ผืนฟ้าเบื้องบนเหนือกรุงเทพมหานครก็ฉีกขาดออก เสียงคำรามกึกก้องไปทั่วทั้งเมือง รอยแยกมิติขนาดมหึมาที่เคยเป็นเพียงรอยร้าวเล็กๆ บัดนี้ได้ขยายตัวจนกลายเป็นช่องว่างสีดำทะมึนขนาดใหญ่ ราวกับบาดแผลฉกรรจ์บนผืนผ้าใบของจักรวาล พลังงานสีดำทะมึนพวยพุ่งออกมาจากใจกลางรอยแยก ราวกับพายุหมุนที่กำลังกลืนกินทุกสิ่ง
“กำลังเปิดประตูสู่รอยแยกมิติ” AI รายงาน
แท่นส่งมวลสารสว่างจ้าขึ้นอีกครั้ง แสงสีครามพุ่งขึ้นสู่เบื้องบน ราวกับลำแสงที่เชื่อมโยงโลกมนุษย์กับห้วงอวกาศ เทพรู้สึกเหมือนร่างกายของเขากำลังถูกดึงดูดเข้าไปในช่องว่างสีดำนั้นอย่างรวดเร็ว
“จับมือข้าไว้ เทพ” อาริสาตะโกน เธอเอื้อมมือมาจับมือของเขาแน่น แรงกดดันมิติที่ถาโถมเข้ามาทำให้เธอแทบจะยืนไม่อยู่ แต่เธอก็ยังคงยึดมั่นในคำสัญญาที่จะปกป้องเขา
“ข้าจะตามไป” ไคโรกล่าว “จงระวังตัวให้ดี”
เพียงชั่วพริบตาเดียว ร่างของเทพและอาริสาก็ถูกดูดกลืนเข้าไปในรอยแยกมิติ ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและเสียงคำรามที่ยังคงกึกก้องไปทั่วทั้งห้องทดลอง
เมื่อพวกเขาก้าวเข้าสู่รอยแยกมิติ โลกทั้งใบก็กลับตาลปัตร ความรู้สึกของเวลาและอวกาศบิดเบี้ยวผิดรูปไปทั้งหมด ไม่มีแสงสว่าง ไม่มีเสียง ไม่มีอากาศ มีเพียงความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดที่ห่อหุ้มพวกเขาไว้
เทพรู้สึกเหมือนร่างกายของเขากำลังถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ แรงกดดันมิติที่ถาโถมเข้ามานั้นรุนแรงเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ ชุดป้องกันมิติที่สวมอยู่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงเตือนดังขึ้นในหมวกกันน็อกของเขา “ความสมบูรณ์ของชุดป้องกันลดลง 10%… 20%… 30%…”
“อาริสา!” เทพตะโกน แต่เสียงของเขาถูกกลืนหายไปในความว่างเปล่า เขาพยายามมองหาเธอในความมืดมิด แต่ก็ไม่เห็นอะไรเลย
ทันใดนั้น แสงสีแดงจางๆ ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า แสงนั้นค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น เผยให้เห็นโครงสร้างที่น่าสะพรึงกลัว มันคือหัวใจแห่งความว่างเปล่าที่ไคโรเคยกล่าวถึง มันเป็นก้อนเนื้อสีดำขนาดมหึมาที่เต้นระริก มีเส้นใยสีเทาเข้มพันเกี่ยวกันยุ่งเหยิง ราวกับเส้นประสาทของสิ่งมีชีวิตโบราณที่กำลังตื่นขึ้นมา
เสียงกระซิบที่เคยได้ยินในใจของเทพ บัดนี้ดังขึ้นอย่างชัดเจน มันไม่ใช่แค่เสียงกระซิบอีกต่อไป แต่มันคือเสียงคำรามที่พยายามจะฉีกกระชากจิตวิญญาณของเขา เสียงนั้นเต็มไปด้วยความหิวโหย ความโกรธแค้น และความว่างเปล่าอันไร้ที่สิ้นสุด
“เจ้าคือผู้ที่ปลุกข้าให้ตื่นขึ้น” เสียงนั้นดังขึ้นในใจของเทพ “เจ้าคือผู้ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของข้า”
เทพพยายามที่จะต่อต้านเสียงนั้น แต่จิตใจของเขากำลังถูกครอบงำ ความรู้สึกสิ้นหวังถาโถมเข้ามาในใจ เขาจะต้านทานพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างไร?
ทันใดนั้น มือของเขาก็ถูกจับไว้แน่น อาริสาปรากฏตัวขึ้นข้างเขา ใบหน้าของเธอซีดเผือด แต่ดวงตาของเธอยังคงฉายแววแห่งความมุ่งมั่น “อย่าไปยอมแพ้มัน เทพ!” เธอตะโกน “จำไว้ว่าเรามาที่นี่เพื่ออะไร!”
คำพูดของอาริสาเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจของเทพ มันปลุกเขาให้ตื่นขึ้นจากภวังค์ เขาหันไปมองหัวใจแห่งความว่างเปล่าอีกครั้ง ความกลัวยังคงอยู่ในใจของเขา แต่บัดนี้มันถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะปกป้องโลกที่เขารัก
“เราต้องทำลายมัน” เทพกล่าว เขาพยายามรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีอยู่ในตัว
“แต่เราจะทำลายมันได้อย่างไร?” อาริสาถาม “เราไม่มีอาวุธที่จะทำลายสิ่งมีชีวิตจากมิติที่ศูนย์ได้”
“ไคโรบอกว่า พลังงานมิติที่บริสุทธิ์ที่สุด” เทพตอบ “มันอยู่ในตัวผม”
เขาหลับตาลง พยายามที่จะเชื่อมโยงกับพลังงานที่ไคโรกล่าวถึง เขาพยายามที่จะสัมผัสกับแก่นแท้ของการสร้างสรรค์ พลังงานที่อยู่เบื้องหลังการกำเนิดของทุกสรรพสิ่ง
ในความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด เทพเริ่มรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในตัวเขา มันเป็นพลังงานที่บริสุทธิ์ สว่างไสว และอบอุ่น ราวกับแสงแรกของจักรวาลที่กำลังถือกำเนิดขึ้น
เสียงกระซิบจากหัวใจแห่งความว่างเปล่าเริ่มอ่อนแรงลง เมื่อพลังงานในตัวเทพแข็งแกร่งขึ้น แสงสีขาวนวลเริ่มแผ่ออกมาจากร่างกายของเขา ส่องสว่างไปทั่วความมืดมิดของรอยแยกมิติ
“นี่มันอะไรกัน?” อาริสาอุทาน เธอรู้สึกถึงพลังงานมหาศาลที่แผ่ออกมาจากเทพ มันเป็นพลังงานที่บริสุทธิ์และทรงพลังอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
เทพลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาส่องประกายด้วยแสงสีขาวนวล ร่างกายของเขารู้สึกเบาราวกับขนนก ความกลัวและความสิ้นหวังที่เคยอยู่ในใจของเขาได้หายไปทั้งหมด บัดนี้มีเพียงความมุ่งมั่นและพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่เต็มเปี่ยมอยู่ในตัวเขา
“ผมพร้อมแล้ว” เทพกล่าว เสียงของเขาหนักแน่นและเต็มไปด้วยพลัง
เขาชูมือขึ้น พลังงานสีขาวนวลพวยพุ่งออกจากฝ่ามือของเขา พุ่งตรงไปยังหัวใจแห่งความว่างเปล่า แสงสีขาวนวลปะทะเข้ากับโครงสร้างสีดำทะมึนของหัวใจแห่งความว่างเปล่า เกิดเป็นแรงระเบิดมหาศาล แสงสว่างจ้าไปทั่วทั้งรอยแยกมิติ
หัวใจแห่งความว่างเปล่าส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด มันพยายามที่จะต่อต้านพลังงานที่ถาโถมเข้ามา แต่พลังงานที่แผ่ออกมาจากเทพนั้นบริสุทธิ์และทรงพลังเกินกว่าที่มันจะต้านทานได้
เส้นใยสีเทาเข้มที่พันเกี่ยวกันยุ่งเหยิงเริ่มขาดสะบั้น โครงสร้างสีดำทะมึนเริ่มแตกสลาย แสงสีขาวนวลยังคงพวยพุ่งออกจากเทพอย่างไม่หยุดยั้ง กลืนกินหัวใจแห่งความว่างเปล่าไปทีละน้อย
อาริสามองดูเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยความตกตะลึง เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าเทพจะมีความสามารถที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ เขาไม่ใช่แค่นักฟิสิกส์ทฤษฎีอีกต่อไป แต่เขาคือผู้พิทักษ์มิติที่แท้จริง
ขณะที่หัวใจแห่งความว่างเปล่ากำลังถูกทำลาย รอยแยกมิติก็เริ่มหดตัวลง แสงสีขาวนวลที่แผ่ออกมาจากเทพเริ่มจางหายไป พลังงานในตัวเขากำลังลดลงอย่างรวดเร็ว
“เทพ!” อาริสาตะโกน เธอพยายามที่จะเข้าไปหาเขา แต่แรงกดดันมิติที่รุนแรงขึ้นทำให้เธอไม่สามารถขยับตัวได้
เทพรู้สึกถึงความอ่อนล้าที่ถาโถมเข้ามาในร่างกาย เขารู้สึกเหมือนพลังทั้งหมดในตัวเขากำลังถูกดูดกลืนไปจนหมดสิ้น แต่เขาก็ยังคงยึดมั่นในภารกิจที่จะทำลายหัวใจแห่งความว่างเปล่าให้สิ้นซาก
ในที่สุด หัวใจแห่งความว่างเปล่าก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ แสงสีขาวนวลพวยพุ่งไปทั่วทั้งรอยแยกมิติ ก่อนที่จะจางหายไปพร้อมกับความมืดมิด
รอยแยกมิติเริ่มหดตัวลงอย่างรวดเร็ว แสงสว่างจากโลกภายนอกเริ่มส่องเข้ามา เทพรู้สึกเหมือนร่างกายของเขากำลังถูกดึงกลับไปยังโลกมนุษย์
“เราทำสำเร็จแล้ว” เทพกระซิบ เสียงของเขาแผ่วเบาเต็มที
อาริสาพยุงร่างของเขาไว้ เธอรู้สึกถึงความโล่งใจที่ถาโถมเข้ามาในใจ พวกเขาทำสำเร็จแล้ว พวกเขาได้ปกป้องโลกไว้ได้แล้ว
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจะหลุดพ้นจากรอยแยกมิติ เสียงกระซิบที่เคยได้ยินในใจของเทพ ก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่เสียงที่เต็มไปด้วยความหิวโหย แต่เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและคำสาปแช่ง
“เจ้าคิดว่าเจ้าทำลายข้าได้งั้นหรือ?” เสียงนั้นดังขึ้น “เจ้าคิดว่าเจ้าจะรอดพ้นจากข้าไปได้งั้นหรือ?”
เทพรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่แล่นไปทั่วร่าง เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ครั้งใหม่ การต่อสู้กับมิติที่ศูนย์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่

พิทักษ์รอยมิติ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก