ปริศนาแห่งวังต้องห้าม

ตอนที่ 29 — เงาของราชินีในอดีต

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,009 คำ

แสงจันทร์สีนวลสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างบานเล็กของห้องเก็บเอกสารเก่าแก่ในวังหลวง ต้องห้ามที่เคยเป็นสถานที่ปิดตาย บัดนี้กลับกลายเป็นเวทีแห่งการค้นหาความจริงที่ซับซ้อนเกินกว่าจินตนาการของคนทั่วไป จันทราภรณ์ หรือที่คนในวังรู้จักกันในนาม "คุณจัน" นักสืบหญิงผู้มีดวงตาคมกริบและสติปัญญาเฉียบแหลม กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับกองเอกสารโบราณที่ส่งกลิ่นอับชื้นของกาลเวลา ‌เสียงกรอบแกรบของกระดาษเก่าคร่ำคร่าดังแผ่วเบาในความเงียบงันยามวิกาล มีเพียงแสงจากตะเกียงน้ำมันที่ส่องสว่างบนโต๊ะไม้สักขนาดใหญ่ เผยให้เห็นลายมือหวัดแกมบรรจงของอดีตข้าราชบริพารที่บันทึกเรื่องราวต่างๆ ของวังแห่งนี้เอาไว้

คดีฆาตกรรมคุณหญิงพิกุลทองยังคงเป็นปริศนาที่ผูกมัดเธอไว้กับวังแห่งนี้อย่างแน่นหนา ทุกก้าวที่เธอเดินไปข้างหน้า คืออีกหนึ่งก้าวที่พาเธอเข้าใกล้ความจริงอันตรายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงสูงตระหง่านนี้มากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่เธอได้พบกับเบาะแสสำคัญจากบันทึกของหมอหลวงในอดีตเกี่ยวกับ "โรคระบาดเงียบ" ​ที่คร่าชีวิตเชื้อพระวงศ์หลายพระองค์ รวมถึงการหายตัวไปอย่างลึกลับของสมเด็จพระราชินีในอดีตเมื่อหลายสิบปีก่อน ความสงสัยของเธอก็พุ่งเป้าไปที่ "ห้องลับ" ที่ถูกกล่าวขานถึงในตำนานของวังแห่งนี้

“ห้องลับ...ที่ซ่อนความลับที่ไม่มีใครกล้าเปิดเผย” เสียงกระซิบของคำพูดเหล่านั้นยังคงก้องอยู่ในหูของเธอ มันไม่ใช่เพียงแค่ตำนาน หากแต่เป็นกุญแจสำคัญที่จะไขปริศนาทั้งหมด ‍จันทราภรณ์ไล่นิ้วเรียวไปตามตัวอักษรที่ซีดจางในบันทึกโบราณ บันทึกเล่มนี้ไม่ใช่บันทึกทางการ แต่เป็นบันทึกส่วนตัวของข้าราชบริพารคนหนึ่งที่รับใช้ใกล้ชิดสมเด็จพระราชินีในอดีต เขาบันทึกเรื่องราวต่างๆ ด้วยความจงรักภักดี และบางครั้งก็ระบายความอัดอั้นตันใจลงไปในนั้น

เธอพบข้อความที่น่าสนใจ “...คืนนั้นฝนตกหนัก ฟ้าผ่าลงมาใกล้กับตำหนักใหญ่ ‌ข้าเห็นเงาร่างหนึ่งเล็ดลอดออกมาจากทางเดินลับใกล้ห้องบรรทมของสมเด็จฯ นางมีท่าทีร้อนรน มือถือห่อผ้าสีขาว ข้าไม่แน่ใจว่าเป็นใคร แต่เงาของนางคล้ายกับนางกำนัลคนสนิทของพระองค์ท่าน...” จันทราภรณ์อ่านทวนข้อความนั้นซ้ำหลายครั้ง เงาร่างที่เล็ดลอดออกมาจากทางเดินลับ? ทางเดินลับที่เชื่อมต่อกับห้องบรรทมของสมเด็จพระราชินี? ‍นั่นหมายความว่าห้องลับที่เธอตามหานั้นอาจจะอยู่ใกล้กับตำหนักของพระองค์ท่าน

เธอพลิกหน้ากระดาษต่อไปอีกหลายหน้า จนมาสะดุดกับบันทึกที่เขียนด้วยลายมือที่สั่นเทาและมีรอยหมึกหยดเป็นดวงๆ ราวกับผู้เขียนกำลังหวาดกลัวหรือเศร้าโศกอย่างสุดซึ้ง “...สมเด็จฯ ทรงประชวรหนักขึ้นทุกวัน หมอหลวงต่างก็จนปัญญา ยาที่ถวายก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผล บางครั้งข้าได้ยินเสียงกระซิบจากนางกำนัลคนสนิทของพระองค์ท่านว่า ​‘ยาที่ถวายนั้น...ไม่ใช่ยา’ ข้าไม่กล้าถามความจริง เพราะกลัวภัยจะมาถึงตัว แต่ข้าเห็นแววตาของนางกำนัลผู้นั้นเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและสำนึกผิด...”

“ไม่ใช่ยา?” จันทราภรณ์พึมพำกับตัวเอง ความสงสัยของเธอเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างที่ชัดเจนขึ้น หากยาที่ถวายสมเด็จพระราชินีไม่ใช่ยา แล้วมันคืออะไร? ​และทำไมหมอหลวงถึงไม่สามารถตรวจพบได้? หรือว่านี่คือ "โรคระบาดเงียบ" ที่แท้จริง ไม่ใช่โรคระบาดตามธรรมชาติ แต่เป็นการวางยาพิษอย่างแยบยล?

เธอใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงในการค้นหาบันทึกที่เกี่ยวข้องกับนางกำนัลคนสนิทของสมเด็จพระราชินีผู้นั้น ในที่สุดเธอก็พบชื่อ “แม่นมผ่อง” ​ซึ่งเป็นนางกำนัลที่รับใช้ใกล้ชิดสมเด็จพระราชินีมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ และเป็นผู้ที่หายตัวไปอย่างลึกลับหลังจากสมเด็จพระราชินีสวรรคตได้ไม่นาน บันทึกระบุว่าแม่นมผ่องถูกกล่าวหาว่าขโมยเครื่องเพชรล้ำค่าของวังและหลบหนีไป แต่จันทราภรณ์ไม่เชื่อในข้อกล่าวหานั้น เธอรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ถูกจัดฉากขึ้นมาเพื่อปกปิดความจริงบางอย่าง

“แม่นมผ่อง...เธอรู้ความลับอะไรกันแน่?” จันทราภรณ์จ้องมองชื่อนั้นด้วยแววตาครุ่นคิด หากแม่นมผ่องรู้เรื่องยาที่ "ไม่ใช่ยา" และเป็นผู้ที่เล็ดลอดออกมาจากทางเดินลับในคืนที่ฝนตกหนัก นั่นหมายความว่าเธออาจจะเป็นพยานคนสำคัญที่รู้เห็นเหตุการณ์การสวรรคตของสมเด็จพระราชินี และการหายตัวไปของเธอก็อาจจะเกี่ยวข้องกับการปิดปากพยาน

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากด้านนอกห้องเก็บเอกสาร จันทราภรณ์ชะงักมือที่กำลังจะพลิกหน้ากระดาษ เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ เสียงนั้นค่อยๆ ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ไม่ใช่เสียงยามเดินตรวจตรา แต่เป็นเสียงที่เบากว่าและจงใจที่จะไม่ให้เกิดเสียง จันทราภรณ์รีบดับตะเกียงน้ำมันทันที ปล่อยให้ห้องจมดิ่งสู่ความมืดมิด มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องรอดเข้ามาเพียงเล็กน้อย เธอดึงผ้าคลุมสีเข้มที่วางอยู่บนเก้าอี้มาคลุมตัว แล้วหลบเข้าไปซ่อนตัวอยู่หลังชั้นหนังสือสูงตระหง่านที่เต็มไปด้วยเอกสารเก่า

ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งที่ย่างกรายเข้ามาในห้อง เขาถือตะเกียงในมือ สาดส่องแสงไปรอบๆ ห้องอย่างระมัดระวัง จันทราภรณ์มองผ่านช่องว่างระหว่างหนังสือ เธอจำเงาร่างนั้นได้ดี มันคือเงาของ "คุณหลวงพิพัฒน์" ผู้ดูแลกิจการภายในวังและเป็นผู้ที่เธอสงสัยมาตลอดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวทั้งหมดนี้

คุณหลวงพิพัฒน์เดินตรงไปยังโต๊ะที่จันทราภรณ์เพิ่งนั่งทำงานอยู่ เขาใช้มือลูบคลำไปบนพื้นผิวโต๊ะที่ยังคงอุ่นๆ จากความร้อนของตะเกียงที่เพิ่งดับไป แววตาของเขาคมกริบราวกับเหยี่ยวที่กำลังออกล่า เขาเหลือบมองไปยังกองเอกสารที่จันทราภรณ์ค้นคว้าอยู่ แล้วหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งขึ้นมาพลิกดูอย่างรวดเร็ว จันทราภรณ์กลั้นหายใจ เธอภาวนาขอให้เขาไม่สังเกตเห็นบันทึกที่เธอเพิ่งอ่านไป

โชคดีที่บันทึกเล่มนั้นถูกวางซ้อนอยู่ใต้บันทึกอื่นๆ คุณหลวงพิพัฒน์วางสมุดบันทึกเล่มนั้นลง แล้วเดินสำรวจไปรอบๆ ห้องอย่างช้าๆ สายตาของเขากวาดไปทั่วทุกซอกทุกมุม ราวกับกำลังตามหาอะไรบางอย่าง จันทราภรณ์รู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น เธอพยายามควบคุมลมหายใจให้เป็นปกติที่สุด

คุณหลวงพิพัฒน์หยุดยืนอยู่หน้าชั้นหนังสือที่เธอซ่อนตัวอยู่ เขาเอื้อมมือไปหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมาจากชั้น แล้วพลิกดูอย่างไม่ใส่ใจนัก จันทราภรณ์รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่อยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม เธอได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของเครื่องหอมที่เขาใช้ ซึ่งเป็นกลิ่นเดียวกับที่เธอเคยได้กลิ่นในที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมคุณหญิงพิกุลทอง

หลังจากนั้นไม่นาน คุณหลวงพิพัฒน์ก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ราวกับไม่พบสิ่งที่ต้องการ เขาเดินกลับไปที่ประตู แล้วหันกลับมามองสำรวจห้องอีกครั้ง ก่อนจะปิดประตูลงอย่างเงียบเชียบและจากไป

จันทราภรณ์รอจนแน่ใจว่าเขาจากไปแล้วจริงๆ จึงค่อยๆ คลานออกมาจากที่ซ่อน เธอจุดตะเกียงขึ้นมาอีกครั้ง มือของเธอยังคงสั่นเทาเล็กน้อยจากความตื่นเต้นและความหวาดกลัว คุณหลวงพิพัฒน์มาที่นี่ทำไม? เขากำลังตามหาอะไร? และเขารู้ได้อย่างไรว่าเธออยู่ที่นี่? หรือว่าเขาเพียงแค่มาตรวจตราตามปกติ? แต่ท่าทีของเขาดูไม่ใช่การตรวจตราธรรมดาเลย

เธอหยิบบันทึกเกี่ยวกับแม่นมผ่องขึ้นมาอ่านอีกครั้ง แววตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น คุณหลวงพิพัฒน์ต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน และการที่เขามาที่นี่ในยามวิกาลเช่นนี้ ยิ่งตอกย้ำความสงสัยของเธอให้หนักแน่นขึ้นไปอีก

จันทราภรณ์ตัดสินใจว่าเธอจะต้องตามหา "ทางเดินลับ" ที่แม่นมผ่องเคยใช้ และ "ห้องลับ" ที่ซ่อนความลับทั้งหมดเอาไว้ให้เจอให้ได้ เธอเชื่อว่าเบาะแสสำคัญที่สุดในการไขปริศนาคดีฆาตกรรมคุณหญิงพิกุลทอง และการสวรรคตของสมเด็จพระราชินีในอดีต ซ่อนอยู่ในห้องนั้นอย่างแน่นอน

เธอใช้เวลาที่เหลืออยู่ในคืนนั้นศึกษาแผนผังเก่าแก่ของวังที่เธอค้นพบจากกองเอกสาร เธอพบว่ามีทางเดินและห้องบางส่วนที่ไม่ได้ระบุไว้ในแผนผังปัจจุบัน แต่มีอยู่ในแผนผังที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งเป็นแผนผังที่เขียนขึ้นในสมัยที่สมเด็จพระราชินีในอดีตยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ แผนผังนั้นแสดงให้เห็นถึงทางเดินที่คดเคี้ยวและห้องเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงของตำหนักใหญ่ ซึ่งเป็นตำหนักที่สมเด็จพระราชินีเคยประทับ

“นี่แหละ...ทางเดินลับ และห้องลับที่ฉันตามหา” จันทราภรณ์พึมพำด้วยความตื่นเต้น เธอใช้ปลายนิ้วลูบไปบนเส้นทางที่ซับซ้อนบนแผนผัง ความรู้สึกบางอย่างบอกเธอว่าเธอใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดของปริศนานี้แล้ว แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่ามีดวงตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมองเธออยู่จากเงามืด

เธอเก็บแผนผังและบันทึกสำคัญเหล่านั้นไว้ในกระเป๋าอย่างระมัดระวัง ก่อนจะดับตะเกียงและเดินออกจากห้องเก็บเอกสารไปในความมืดมิดของยามราตรี ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความลับที่ยังคงรอคอยการเปิดเผยในวังต้องห้ามแห่งนี้

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ปริศนาแห่งวังต้องห้าม

ปริศนาแห่งวังต้องห้าม

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!