ปริศนาแห่งวังต้องห้าม

ตอนที่ 30 — รอยเลือดบนผ้าไหมสีทอง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 966 คำ

รุ่งเช้าของวันใหม่มาถึงพร้อมกับสายหมอกจางๆ ที่ปกคลุมทั่วบริเวณวังหลวง แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องกระทบยอดปราสาททองอร่ามตา แต่ภายในใจของจันทราภรณ์ยังคงเต็มไปด้วยความมืดมิดของปริศนาที่ยังไม่คลี่คลาย เธอไม่ได้นอนหลับตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา สมองของเธอทำงานหนักตลอดเวลา พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน ทุกตัวอักษรในบันทึกเก่าแก่ ‌ทุกรายละเอียดบนแผนผังโบราณ ล้วนแล้วแต่เป็นชิ้นส่วนของจิ๊กซอว์ขนาดใหญ่ที่กำลังรอการประกอบ

หลังจากรับประทานอาหารเช้าอย่างเร่งรีบ จันทราภรณ์ก็ตรงไปยังตำหนักใหญ่ที่เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระราชินีในอดีต ตำหนักแห่งนี้ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีหลังจากที่พระองค์สวรรคต ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายใน ยกเว้นเพียงผู้ดูแลวังบางคนเท่านั้นที่ได้รับมอบหมายให้ทำความสะอาดเป็นครั้งคราว

เธอได้รับอนุญาตพิเศษจากองค์ชายรัชทายาทให้เข้าไปสำรวจตำหนักแห่งนี้ได้ ซึ่งเป็นหลักฐานอีกอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจที่องค์ชายมีต่อเธอ และความมุ่งมั่นของพระองค์ที่จะค้นหาความจริงเบื้องหลังเหตุการณ์ในอดีต

เมื่อประตูไม้สักบานใหญ่ที่ปิดตายมานานถูกเปิดออก ​กลิ่นอับชื้นของกาลเวลาและกลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องหอมโบราณก็ลอยออกมาปะทะจมูก แสงสว่างจากภายนาดส่องเข้าไปภายใน เผยให้เห็นห้องโถงที่กว้างขวางและงดงาม ผนังประดับด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังอันวิจิตรบรรจง depicting เรื่องราวในวรรณคดีไทย เฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลักอย่างประณีตถูกคลุมด้วยผ้าขาวสะอาดตา ‍ราวกับกำลังรอคอยการกลับมาของเจ้าของ

จันทราภรณ์เดินสำรวจไปทั่วตำหนักอย่างช้าๆ สายตาของเธอจับจ้องไปที่ทุกรายละเอียด ทุกซอกทุกมุม เธอเดินผ่านห้องรับรอง ห้องทรงพระอักษร และห้องต่างๆ ที่เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระราชินี เธอพยายามจินตนาการถึงชีวิตของพระองค์ในอดีต ‌และพยายามหาเบาะแสของทางเดินลับที่ปรากฏในแผนผัง

ในที่สุด เธอก็มาถึงห้องบรรทมของสมเด็จพระราชินี ห้องนี้กว้างขวางและโอ่อ่ากว่าห้องอื่นๆ เตียงนอนขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง ม่านผ้าไหมสีทองอร่ามถูกรวบเก็บไว้ข้างเตียง เผยให้เห็นผ้าปูที่นอนและหมอนที่ยังคงจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ราวกับว่าพระองค์เพิ่งจะลุกจากบรรทมไปเมื่อไม่นานมานี้

จันทราภรณ์เดินเข้าไปใกล้เตียง เธอใช้มือลูบไล้ไปบนผ้าไหมสีทองที่ยังคงนุ่มนวลและเย็นเฉียบ ‍เธอสังเกตเห็นว่าบริเวณหัวเตียงมีแผงไม้แกะสลักขนาดใหญ่ประดับอยู่ แผงไม้นั้นดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของผนังห้อง แต่เมื่อเธอใช้มือเคาะเบาๆ เธอก็รู้สึกได้ถึงความกลวงภายใน

“เจอแล้ว...” เธอพึมพำด้วยความตื่นเต้น เธอใช้มือคลำไปตามขอบของแผงไม้ พยายามหาช่องว่างหรือกลไกบางอย่าง ในที่สุด ​เธอก็พบปุ่มเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ลวดลายแกะสลักที่ซับซ้อน เมื่อเธอกดปุ่มนั้น แผงไม้ก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นทางเดินลับที่มืดมิดและแคบๆ อยู่เบื้องหลัง

ทางเดินลับนั้นทอดยาวลงไปใต้ดิน จันทราภรณ์หยิบตะเกียงน้ำมันที่เตรียมมาจุดขึ้นมา ​แล้วก้าวเข้าไปในทางเดินลับอย่างระมัดระวัง กลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินโชยขึ้นมาปะทะจมูก ทางเดินนั้นแคบมากจนเธอต้องเดินก้มตัวลงเล็กน้อย ผนังอิฐเก่าแก่เต็มไปด้วยหยากไย่และคราบตะไคร่น้ำ

เธอเดินลึกเข้าไปในทางเดินลับนั้นเรื่อยๆ แสงจากตะเกียงส่องสว่างเพียงเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยเท้าที่เลือนรางบนพื้นดิน ซึ่งเป็นรอยเท้าของใครบางคนที่เคยเดินผ่านไปมาในทางเดินแห่งนี้เมื่อนานมาแล้ว จันทราภรณ์รู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามาในกระดูก ​ไม่ใช่ความเย็นจากอุณหภูมิ แต่เป็นความเย็นที่เกิดจากความรู้สึกของความลับและความตายที่ซ่อนอยู่ในสถานที่แห่งนี้

ในที่สุด ทางเดินลับก็มาสิ้นสุดลงที่ประตูไม้บานเล็กๆ บานหนึ่ง ประตูนั้นดูเก่าแก่และผุพัง มีแม่กุญแจสนิมเขรอะคล้องอยู่ จันทราภรณ์ใช้กุญแจที่เธอได้รับจากองค์ชายรัชทายาทไขแม่กุญแจออก เสียงสนิมเสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าดในความเงียบงัน

เมื่อประตูถูกเปิดออก แสงจากตะเกียงก็ส่องเข้าไปในห้องลับที่อยู่เบื้องหลัง ห้องนั้นมีขนาดเล็กและมืดมิด มีเพียงช่องลมเล็กๆ ที่อยู่สูงขึ้นไปบนผนังเท่านั้นที่พอจะให้แสงสว่างจากภายนอกส่องเข้ามาได้บ้าง ภายในห้องมีเพียงโต๊ะไม้ขนาดเล็กตัวหนึ่ง และหีบไม้เก่าๆ ใบหนึ่งตั้งอยู่กลางห้อง

จันทราภรณ์เดินเข้าไปในห้องอย่างช้าๆ เธอวางตะเกียงลงบนโต๊ะ แล้วเปิดฝาหีบไม้ออก ภายในหีบมีผ้าไหมสีทองผืนหนึ่งพับเก็บไว้อย่างเรียบร้อย ผ้าไหมผืนนั้นดูเหมือนจะเป็นผ้าคลุมไหล่ หรือไม่ก็ผ้าห่มผืนเล็กๆ เมื่อเธอหยิบผ้าไหมขึ้นมา แสงจากตะเกียงก็ส่องกระทบเข้ากับรอยเปื้อนสีน้ำตาลเข้มที่แห้งกรังอยู่บนเนื้อผ้า

“รอยเลือด...” จันทราภรณ์พึมพำด้วยเสียงแผ่วเบา รอยเลือดนั้นดูเก่าแก่มาก มันแห้งกรังและฝังแน่นอยู่ในเนื้อผ้าไหมสีทอง เธอรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ รอยเลือดนี้จะต้องเป็นของสมเด็จพระราชินีอย่างแน่นอน และมันเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าพระองค์ไม่ได้สวรรคตด้วยโรคภัยไข้เจ็บตามธรรมชาติ

เธอยังคงค้นหาต่อไป เธอพบสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ เล่มหนึ่งซ่อนอยู่ใต้ผ้าไหมสีทองนั้น สมุดบันทึกเล่มนั้นดูเก่าแก่มาก หน้าปกทำจากหนังสีเข้มที่ซีดจาง จันทราภรณ์เปิดสมุดบันทึกออกอย่างระมัดระวัง หน้าแรกเขียนด้วยลายมือที่คุ้นเคย ลายมือของ "แม่นมผ่อง"

“...ข้าไม่สามารถทนเห็นสมเด็จฯ ทรงถูกทรมานได้อีกต่อไปแล้ว ยาพิษที่ร้ายกาจกำลังกัดกินพระวรกายของพระองค์ท่านอย่างช้าๆ ทุกวัน ข้าพยายามจะบอกความจริง แต่ไม่มีใครเชื่อข้า ข้าเห็นเงาของชายผู้หนึ่งแอบเข้ามาในห้องบรรทมของพระองค์ท่านในยามวิกาล เขาเป็นผู้ที่นำยาพิษมาถวาย และเขาคือผู้ที่สั่งให้ข้าต้องทำเช่นนี้ ข้าไม่กล้าเอ่ยชื่อเขา เพราะข้ากลัวภัยจะมาถึงตัวข้าและครอบครัว...”

จันทราภรณ์อ่านข้อความนั้นด้วยใจที่เต้นระรัว “ยาพิษ...ชายผู้หนึ่ง...และแม่นมผ่องถูกบังคับให้ร่วมมือ” เธอพลิกหน้ากระดาษต่อไปอีกหลายหน้า จนมาถึงหน้าสุดท้ายที่เขียนด้วยลายมือที่สั่นเทาและมีรอยน้ำตาหยดเป็นดวงๆ

“...คืนนี้ฝนตกหนัก ข้าพยายามจะช่วยสมเด็จฯ แต่ก็ไม่ทันแล้ว พระองค์ท่านสิ้นพระชนม์แล้วในอ้อมแขนของข้า ข้าเห็นชายผู้นั้นเข้ามาในห้องอีกครั้ง เขาต้องการให้ข้าเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ และจะให้ข้าหายตัวไปจากวังแห่งนี้ ข้าไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน แต่ข้าจะซ่อนบันทึกนี้ไว้ในห้องลับแห่งนี้ หวังว่าสักวันหนึ่งจะมีใครมาพบมัน และความจริงจะถูกเปิดเผย...”

จันทราภรณ์เงยหน้าขึ้นจากสมุดบันทึก แววตาของเธอเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความเจ็บปวด เธอรู้สึกราวกับว่าได้ย้อนเวลากลับไปอยู่ในเหตุการณ์นั้น ได้เห็นความทุกข์ทรมานของสมเด็จพระราชินี และความหวาดกลัวของแม่นมผ่อง

“ชายผู้นั้น...เขาคือใครกันแน่?” จันทราภรณ์พึมพำกับตัวเอง เธอเชื่อว่าชายผู้นั้นจะต้องเป็นผู้มีอำนาจในวังแห่งนี้อย่างแน่นอน และเขาก็คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสวรรคตของสมเด็จพระราชินี และการหายตัวไปของแม่นมผ่อง

เธอหยิบผ้าไหมสีทองที่มีรอยเลือดขึ้นมาอีกครั้ง เธอพลิกดูผ้าไหมอย่างละเอียด และพบว่ามีตราสัญลักษณ์เล็กๆ ปักอยู่ตรงมุมผ้า ตราสัญลักษณ์นั้นเป็นรูปดอกบัวสีทอง ซึ่งเป็นตราประจำตระกูลของ "คุณหลวงพิพัฒน์"

หัวใจของจันทราภรณ์เหมือนถูกบีบอัดอย่างแรง “คุณหลวงพิพัฒน์...เป็นเขาจริงๆ ด้วย!” ความสงสัยที่เธอมีมาตลอด บัดนี้ได้กลายเป็นความจริงอันน่าสะพรึงกลัว คุณหลวงพิพัฒน์ไม่ใช่แค่ผู้ดูแลวัง แต่เป็นฆาตกรที่อยู่เบื้องหลังการสวรรคตของสมเด็จพระราชินี และอาจจะรวมถึงคดีฆาตกรรมคุณหญิงพิกุลทองด้วย

เธอเก็บสมุดบันทึกและผ้าไหมสีทองไว้ในกระเป๋าอย่างระมัดระวัง นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะเปิดโปงความจริงทั้งหมด และนำตัวฆาตกรมาลงโทษให้ได้ เธอรู้สึกได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ แต่เธอก็ไม่กลัวอีกต่อไปแล้ว ความจริงจะต้องถูกเปิดเผย ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

จันทราภรณ์เดินออกจากห้องลับนั้นด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอปิดประตูทางเดินลับและแผงไม้แกะสลักกลับเข้าที่เดิมอย่างเงียบเชียบ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอเดินออกจากตำหนักใหญ่ไปในยามเช้าที่ยังคงมีสายหมอกจางๆ ปกคลุมอยู่ แต่ในใจของเธอ บัดนี้ความจริงได้เริ่มฉายแสงออกมาแล้ว และเธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน ไม่ว่าจะอันตรายเพียงใดก็ตาม

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ปริศนาแห่งวังต้องห้าม

ปริศนาแห่งวังต้องห้าม

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!