═══════════════════════════════════
หลังจากภารกิจสร้างกล้ามเนื้อที่ฟิตเนสจบลงด้วยความเจ็บปวดและรอยฟกช้ำไปทั้งตัว ต๋องก็ตัดสินใจว่า “การออกกำลังกายมันเป็นการฝึกร่างกายที่ธรรมดาเกินไป! คนอย่างฉันต้องฝึกพลังเสียง! เพื่อที่จะได้ร้องเพลงให้นกฟังในวันแต่งงาน!”
เขาคิดได้ว่าการฝึกพลังเสียงที่ดีที่สุดคือการไปร้องคาราโอเกะ! “ใช่แล้ว! คาราโอเกะคือเวทีที่แท้จริงของฉัน!” ต๋องประกาศกร้าวกับตัวเอง
เย็นวันศุกร์ เฮียโก๊ะชวนต๋องไปร้านคาราโอเกะ “ไมค์ไฟแลบ” ซึ่งเป็นร้านประจำของแก๊งเพื่อนๆ ที่ชอบมาปลดปล่อยพลังเสียงกันเป็นประจำ นกและเจ๊หวีก็ไปด้วย เพื่อร่วมสนุกและแน่นอน... เพื่อมาดูต๋องแสดงความสามารถพิเศษของเขา
เมื่อทุกคนมาถึงห้องคาราโอเกะ ต๋องก็พุ่งตรงไปยังไมโครโฟนทันที “เอาล่ะทุกคน! วันนี้ผมจะเปิดตัวในฐานะนักร้องระดับโลก!”
“โธ่ไอ้ต๋อง! เพิ่งมาถึงก็แย่งไมค์เลยเหรอวะ!” เฮียโก๊ะโวยวาย
“อย่าเพิ่งขัดขวางศิลปินครับเฮีย! ผมต้องวอร์มเสียงก่อน!” ต๋องไม่สนใจคำพูดของเฮียโก๊ะ เขากดเลือกเพลงทันทีโดยไม่ให้ใครได้เลือกก่อน
เพลงแรกที่ต๋องเลือกคือเพลงร็อกพลังเสียงสูง “แสงสุดท้าย” ของวง Bodyslam ต๋องถือไมโครโฟนด้วยท่าทางมั่นใจราวกับเป็นพี่ตูน Bodyslam เอง
ดนตรีขึ้น ต๋องเริ่มร้องท่อนแรกด้วยเสียงที่ฟังดูแหบพร่าและเพี้ยนอย่างหนัก “แค่... เพียง... เสี้ยว... เวลา... ที่มีให้เธอได้มองงงงงงงง”
เฮียโก๊ะถึงกับเอามือปิดหู “โอ๊ย! ไอ้ต๋อง! มึงร้องเพลงหรือมึงกำลังเชือดไก่สดวะเนี่ย!”
ต๋องไม่สนใจคำแซว เขายิ่งใส่พลังเสียงเข้าไปอีก “แต่ว่า... ฉันนนนนน... ไม่มี... เรี่ยว... แรงงงงงงงง!” เสียงของเขาแผดไปจนลำโพงในห้องคาราโอเกะเริ่มแตกพร่า
นกกับเจ๊หวีมองหน้ากันก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
ต๋องเห็นว่าทุกคนกำลังสนุกกับการแสดงของเขา เขาก็ยิ่งได้ใจ “เอาล่ะ! ได้เวลาโชว์ท่าเต้น!”
ต๋องเริ่มโยกตัวไปมาอย่างบ้าคลั่ง เขาสะบัดผม (ที่ตั้งเด่อยู่แล้ว) อย่างแรง ยื่นไมโครโฟนออกไปหน้าจอ พยายามทำท่าทางเหมือนนักร้องร็อกสตาร์ แต่มันกลับดูตลกขบขันมากกว่าเท่
ในจังหวะที่ต๋องกำลังโยกตัวอย่างเมามัน เขาก็เผลอไปชนเข้ากับโต๊ะวางรีโมทคอนโทรล ทำให้รีโมทกระเด็นไปตกในถังน้ำแข็งที่วางอยู่ข้างๆ
“ฉ่าาาาา!”
รีโมทจมหายไปในถังน้ำแข็งทันที ไฟในห้องคาราโอเกะก็เริ่มกระพริบติดๆ ดับๆ เพลงก็เริ่มสะดุด
“อ้าว! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!” เฮียโก๊ะโวยวาย
ต๋องที่ยังคงสติแตกอยู่ พยายามจะแก้ไขสถานการณ์ เขารีบวิ่งไปที่ถังน้ำแข็งล้วงมือลงไปควานหารีโมท
“จึ๊ก!”
ต๋องถูกไฟช็อตเล็กน้อย เขาถึงกับสะดุ้งเฮือก “โอ๊ยยยยย!”
“ไอ้ต๋อง! มึงทำอะไรของมึงวะเนี่ย!” เฮียโก๊ะรีบดึงมือต๋องออกมาจากถังน้ำแข็ง
พนักงานของร้านต้องรีบวิ่งเข้ามาดู เมื่อเห็นรีโมทที่จมอยู่ในน้ำแข็งและไฟในห้องที่กระพริบ ก็ถึงกับกุมขมับ
“คุณลูกค้าครับ! รีโมทนี่มันใช้ไฟฟ้าได้นะครับ! คุณเอาไปจุ่มน้ำไม่ได้นะครับ!” พนักงานอธิบายอย่างอ่อนใจ
ต๋องได้แต่ยิ้มแหยๆ “เอ่อ... ผมขอโทษครับ! ผมแค่จะ...เอ่อ...พยายามหาสิ่งของที่จมอยู่ในน้ำครับ!”
สุดท้าย พนักงานก็ต้องเอาผ้าขนหนูมาเช็ดรีโมทให้แห้ง แล้วเอาไปเป่าด้วยไดร์เป่าผมกว่าจะกลับมาใช้ได้อีกครั้ง ต๋องก็ถูกยึดไมโครโฟนไปพักใหญ่
เมื่อเพลงกลับมาเล่นอีกครั้ง ต๋องก็ยังคงไม่ยอมแพ้ เขากระโดดแย่งไมโครโฟนกลับคืนมาทันที “เอาล่ะทุกคน! ได้เวลาโชว์เพลงหวานๆ เพื่อคุณนกแล้ว!”
ต๋องเลือกเพลง “คู่แท้” ของพี่เบิร์ด ธงไชย ต๋องเริ่มร้องเพลงด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะโรแมนติกที่สุดเท่าที่จะทำได้ “เรา...สอง...คน...ต่าง...เรียน...รู้...ว่าาาาา”
แต่ด้วยความที่เสียงของต๋องมันไม่ค่อยเอื้ออำนวย แถมเขายังพยายามใส่ลูกเล่นการสั่นสะเทือนของเสียงเข้าไป ทำให้เพลงฟังดูน่าขนลุกมากกว่าโรแมนติก
ในจังหวะที่เพลงกำลังดำเนินไป ต๋องก็พยายามเดินไปหานก ยื่นไมโครโฟนไปใกล้ๆ ราวกับจะร้องเพลงนี้ให้นกโดยเฉพาะ นกได้แต่ยิ้มแหยๆ พยายามจะหลบสายตา
ต๋องเดินวนไปรอบๆ โต๊ะ แต่ด้วยความที่ห้องมันค่อนข้างแคบ และเขาก็มองแต่หน้านก ไม่ได้มองทางที่เดิน...
“โครม!”
ต๋องสะดุดเข้ากับสายไฟของลำโพงตัวใหญ่ที่วางอยู่บนพื้น ร่างกายของเขาล้มลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง พร้อมกับลำโพงที่ล้มครืนตามลงมา
“โอ๊ยยยยยยยย!” ต๋องร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด คราวนี้เขาถึงกับนอนแผ่หราอยู่บนพื้น ลำโพงตัวเขื่องเกือบจะทับตัวเขา
“ไอ้ต๋อง! มึงนี่มันตัวหายนะจริงๆ เลยว่ะ!” เฮียโก๊ะรีบเข้าไปช่วยพยุงต๋องขึ้นมา ส่วนพนักงานของร้านก็รีบวิ่งเข้ามาดูด้วยใบหน้าตื่นตระหนก
ลำโพงตัวนั้นเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ที่มุม ต๋องถึงกับหน้าถอดสี เขาไม่คิดว่าการร้องคาราโอเกะจะทำให้เกิดความเสียหายได้ขนาดนี้
สุดท้าย พนักงานก็ต้องคิดเงินค่าเสียหายของลำโพงจากต๋อง ซึ่งเป็นราคาที่แพงเอาเรื่อง ต๋องต้องหน้าซีดเผือดไปตลอดทั้งคืน
เฮียโก๊ะกับเจ๊หวีก็ได้แต่ส่ายหน้ากับความป่วนของต๋อง ส่วนนกเธอมองต๋องด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูปนขบขัน “คุณต๋องคะ... ฉันว่า... บางทีคุณต๋องอาจจะต้องพักเรื่องการเป็นนักร้องไว้ก่อนนะคะ”
ต๋องได้แต่ยิ้มแหยๆ “ไม่เป็นไรครับนก! ความล้มเหลวในวันนี้คือบทเรียน! วันหน้าผมจะต้องร้องเพลงเพราะให้ได้!”
แม้จะสร้างความป่วนจนร้านคาราโอเกะเกือบพัง ต๋องก็ยังคงมองโลกในแง่ดี และยังคงเชื่อมั่นในพรสวรรค์ที่เขามี โดยไม่รู้ตัวเลยว่า ภารกิจต่อไปของเขาจะยิ่งใหญ่กว่าเดิม และวุ่นวายกว่าที่เคย!
═══════════════════════════════════

ป่วนใจนายต๋อง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก