ป่วนใจนายต๋อง

ตอนที่ 15 — ผู้ชายขาเป๋กับเหรียญตราแห่งความกล้าหาญ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,740 คำ

หลังจากวีรกรรมฮีโร่ขาเป๋ที่จบลงด้วยการที่เขาต้องเดินกะเผลกไปมาอยู่หลายวัน ต๋องก็ยังคงไม่ท้อแท้แต่อย่างใด เขามองว่าทุกบาดแผลคือเหรียญตราแห่งความกล้าหาญ “ผู้ชายอย่างฉันต้องล้มแล้วลุก! เพื่อที่จะสร้างความป่วนและรอยยิ้มต่อไป!” เขาประกาศกร้าวกับตัวเองในกระจกเงาบานเล็กๆ ที่แตกร้าวของห้องน้ำพลางโชว์รอยพลาสเตอร์ปิดแผลที่ข้อเท้าอย่างภูมิใจราวกับเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชิ้นใหม่ ต๋องใช้เวลาพักฟื้นจากการบาดเจ็บเล็กน้อยที่ข้อเท้าในการคิดแผนการใหม่ๆ ‌ที่จะสร้างความประทับใจให้กับนกและเพื่อนบ้าน และแล้ว! ไอเดีย…

ไอเดียที่ผุดขึ้นมาในหัวของต๋องในเช้าวันหนึ่งที่แสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องอย่างเจิดจ้า ไม่ใช่แค่ไอเดียธรรมดา แต่เป็นไอเดียที่สว่างไสวราวกับหลอดไฟนีออนร้อยวัตต์ที่เพิ่งเสียบปลั๊ก! เขาจะสร้าง “สวนแห่งสันติสุขและมิตรภาพ” ให้กับชุมชน!

มันเริ่มจากสายตาที่เหลือบไปเห็นมุมหนึ่งของซอย ​ซึ่งเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าที่ไม่มีใครเหลียวแล ปกคลุมไปด้วยวัชพืชสูงท่วมหัว กองขยะเล็กๆ น้อยๆ ที่มีคนมักง่ายแอบเอามาทิ้ง และเศษซากวัสดุก่อสร้างที่ดูเหมือนจะถูกทิ้งไว้ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ต๋องมองเห็นมากกว่าแค่ความรกร้าง เขามองเห็นศักยภาพ! ‍เขามองเห็นผืนผ้าใบที่รอการสร้างสรรค์! เขามองเห็นรางวัลอันสูงส่ง – รอยยิ้มของนกและคำชื่นชมจากชาวบ้าน!

“นี่แหละ! ภารกิจใหม่ของต๋องผู้ยิ่งใหญ่!” เขาผุดลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว จนลืมไปว่าข้อเท้ายังไม่หายดีร้อยเปอร์เซ็นต์ แรงกระแทกจากการลุกพรวดทำให้เขาสะดุ้งเฮือก ‌แต่ก็ยังกัดฟันทำเป็นไม่เจ็บ แล้วเดินโขยกเขยกไปหยิบสมุดจดและปากกาคู่ใจที่ซ่อนไว้ใต้หมอน

เขาเริ่มวาดแผนผังในจินตนาการลงบนกระดาษอย่างรวดเร็ว มือที่เคยสร้างแต่ความป่วน กลับกลายเป็นมือศิลปินผู้ทรงวิสัยทัศน์ เขาจินตนาการถึงสวนสวยที่เต็มไปด้วยดอกไม้หลากสีสัน ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วซอย มีทางเดินเล็กๆ โรยด้วยหินกรวดสีขาวสะอาดตา ‍ตรงกลางเป็นบ่อน้ำพุเล็กๆ ที่มีปลาคาร์ฟแหวกว่ายอย่างอิสระ ข้างๆ กันมีม้านั่งหินอ่อนสีขาวนวลสำหรับให้นกมานั่งอ่านหนังสือยามบ่าย และชาวบ้านมาพักผ่อนหย่อนใจ

“โอ้โห! นี่มันไม่ใช่แค่สวน แต่มันคือปอดของชุมชน! ศูนย์รวมแห่งความสุข! ​สัญลักษณ์แห่งความสามัคคี! และแน่นอน… เป็นเวทีให้ต๋องได้เปล่งประกายอีกครั้ง!” เขายิ้มกริ่มกับภาพวาดของตัวเองที่ดูเหมือนจะหลุดมาจากนิตยสารแต่งสวนหรูๆ ทั้งที่ความเป็นจริงคือภาพวาดลายเส้นเด็กอนุบาลที่ใช้ดินสอสีขีดๆ เขียนๆ ไม่มีมิติอะไรเลย

หลังจากวางแผนการอันยิ่งใหญ่เสร็จ ต๋องก็เริ่มลงมือปฏิบัติการทันที ​ขั้นตอนแรกคือการสำรวจและประเมินสถานการณ์จริง

เขาสวมเสื้อเชิ้ตลายดอกที่คิดว่าดูเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กางเกงยีนส์ขาดๆ ที่ดูเท่แบบเซอร์ๆ และรองเท้าบูทยางคู่เก่าที่เคยใช้ลุยน้ำท่วมเมื่อหลายปีก่อน อุปกรณ์คู่ใจที่พกไปด้วยคือเสียมอันใหญ่ที่ยืมมาจากลุงสมบัติข้างบ้าน (โดยไม่บอกลุงสมบัติ) คราดอันเขื่องที่ดูเหมือนจะผ่านสงครามมาหลายครั้ง และถุงมือผ้าสีดำที่ขาดเป็นรูตรงนิ้วโป้ง

เมื่อไปถึงที่ดินรกร้าง ​ต๋องก็ยืนกอดอกมองสำรวจพื้นที่ด้วยแววตาของผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิสถาปัตยกรรม “อืม… อย่างที่คิด มีความท้าทายอยู่มากทีเดียว แต่สำหรับต๋องแล้ว ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้!” เขากระแอมไอเล็กน้อยก่อนจะเริ่มภารกิจ “ปฏิบัติการสร้างสวนสวรรค์!”

เขาเริ่มจากการดึงวัชพืชต้นแรก มันเป็นต้นหญ้าหนวดแมวที่สูงเกือบเท่าเอว ต๋องออกแรงดึงสุดกำลัง แขนขาเกร็งไปหมด ใบหน้าแดงก่ำ เหงื่อเริ่มซึมตามไรผม แต่ต้นหญ้าก็ยังคงหยั่งรากลึกราวกับจะเยาะเย้ยความพยายามของเขา

“เฮ้ย! แกจะมาเล่นตัวอะไรตอนนี้! ฉันคือต๋องนะ! เจ้าของโปรเจกต์สวนสวรรค์!” เขาตะโกนใส่ต้นหญ้า ก่อนจะรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มี ดึงอีกครั้ง! คราวนี้ต้นหญ้ายอมแพ้ หลุดออกมาจากพื้นดิน แต่ด้วยแรงดึงอันมหาศาล ประกอบกับพื้นดินที่ลื่นเล็กน้อย ทำให้ต๋องเสียหลักหงายหลังลงไปกองกับพื้นอย่างไม่เป็นท่า ท่ามกลางกองวัชพืชและเศษขยะที่เขาตั้งใจจะกำจัดออกไป

“อั่ก!” เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น แต่เพียงไม่นาน ต๋องก็ลุกขึ้นปัดฝุ่นออกจากก้นอย่างสง่าผ่าเผยราวกับว่าเมื่อกี้เขาแค่กำลังสาธิตการล้มตัวลงอย่างมีศิลปะ “นี่แหละ! ความท้าทายแรก! แต่ไม่มีอะไรหยุดยั้งต๋องได้!”

เขากลับไปที่รถเข็นที่ลากมาด้วย ซึ่งบรรทุกอุปกรณ์เครื่องมือช่างที่เขารวบรวมมาจากทั่วบ้าน และของเก่าเก็บที่คิดว่าน่าจะมีประโยชน์ เช่น ท่อพีวีซีเก่าๆ ที่ไม่รู้เอามาทำอะไร กระเบื้องแตกๆ เศษอิฐหักๆ และกระป๋องสีที่แห้งกรัง เขาลากเอาเสียมออกมาอีกครั้ง คราวนี้เขามั่นใจว่าจะใช้มันได้อย่างมืออาชีพ

“การถอนรากถอนโคนด้วยมือมันช้าไป ต้องใช้กำลังจากเครื่องทุ่นแรง!” ต๋องเริ่มใช้เสียมงัดแงะดินที่แข็งกระด้างอย่างไม่ลดละ เสียงเสียมกระทบกับก้อนหินดัง ‘เปรี้ยง!’ ‘ปัง!’ สลับกับเสียงหอบของเขา

เขาขุดไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจว่าสิ่งที่กำลังขุดอยู่คืออะไร ขอแค่ให้มันเป็นหลุมเป็นบ่อตามที่จินตนาการไว้ก่อนก็พอ ไม่นานนักเหงื่อก็ไหลโซมกาย ใบหน้าเปื้อนดินดำๆ มองไม่เห็นเค้าโครงความหล่อที่เขาภาคภูมิใจ รอยเปื้อนดินบนเสื้อลายดอกยิ่งทำให้เขาดูเหมือนชาวไร่มากกว่านักจัดสวนผู้ทรงเกียรติ

ระหว่างที่กำลังง่วนอยู่กับการทำสงครามกับวัชพืชและดินแข็งๆ จู่ๆ ก็มีเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นด้านหลัง “ทำอะไรน่ะต๋อง?”

ต๋องสะดุ้งสุดตัว เสียมในมือแทบจะหลุด เขารีบหันกลับไปมอง ก็พบกับลุงสมบัติ เจ้าของเสียมที่เขา "ยืม" มานั่นเอง ลุงสมบัติยืนกอดอก มองมาที่ต๋องด้วยแววตาที่ไม่แน่ใจว่าควรจะโกรธหรือขำดี

“อ้าว! ลุงสมบัติ! สวัสดีครับ!” ต๋องส่งยิ้มแหยๆ “พอดีผมกำลังจะเนรมิตพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นสวนสวยของชุมชนน่ะครับ! สวนแห่งสันติสุขและมิตรภาพ! ผมว่ามันจะช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับซอยเราได้เยอะเลยนะครับ”

ลุงสมบัติเลิกคิ้วสูง “สวนสวยเรอะ? นี่แกไม่ได้คิดจะขุดหาขุมทรัพย์อะไรอยู่ใช่ไหม เห็นขุดซะลึกเชียว” ลุงสมบัติมองไปยังหลุมขนาดใหญ่ที่ต๋องขุดไว้ และกองดินที่กระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบ

“โธ่ลุงครับ! ผมไม่ใช่เด็กๆ นะที่จะมาขุดหาขุมทรัพย์อะไรเนี่ย! นี่มันงานศิลปะครับลุง! ศิลปะการจัดสวน!” ต๋องพยายามอธิบายอย่างกระตือรือร้น แต่คำพูดของเขากลับทำให้ลุงสมบัติส่ายหัวช้าๆ

“ไอ้เสียมนั่น… เหมือนของฉันเลยนะ” ลุงสมบัติชี้ไปที่เสียมในมือต๋อง

“เอ่อ… พอดีมัน… เอ่อ… ลุงมีหลายอันนี่ครับ ผมเห็นมันวางอยู่ก็เลยหยิบมาใช้ก่อน” ต๋องแถไปน้ำขุ่นๆ

ลุงสมบัติถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ไม่เป็นไรหรอก ใช้ไปก่อนเถอะ แต่ระวังด้วยนะ อย่าให้มันเสียหาย ไอ้เสียมนั่นมันเสียมคู่ใจฉันนะ”

ต๋องยิ้มร่า “สบายมากครับลุง! ต๋องรับประกัน! นี่แหละครับกำลังใจดีๆ จากชาวบ้าน ผมยิ่งมีแรงฮึดเลย!”

หลังจากลุงสมบัติเดินจากไป ต๋องก็กลับมาสู่ภารกิจของเขาอีกครั้ง คราวนี้เขาพยายามจะจัดระเบียบกองขยะและเศษวัชพืชที่ถอนออกมา เขาลากเอาถุงดำใบใหญ่มาหลายใบ แล้วเริ่มยัดทุกอย่างลงไปในถุง แต่เศษกิ่งไม้และหนามแหลมคมก็ทิ่มแทงทะลุถุงออกมา ทำให้ถุงขาดเป็นรูพรุน

“โอ๊ย! เจ็บนะโว้ย!” ต๋องร้องลั่นเมื่อกิ่งไม้แหลมคมทิ่มเข้าที่ต้นขา เขาต้องนั่งลงแล้วถกขากางเกงขึ้นเพื่อดูบาดแผล โชคดีที่ไม่ใช่แผลลึก แต่ก็ทำให้เขาหงุดหงิดไม่น้อย

“แค่กิ่งไม้แค่นี้จะมาทำอะไรต๋องได้! ถุงไม่ดีเอง!” เขาบ่นพึมพำ แล้วคว้าถุงใบใหม่มาพยายามยัดขยะลงไปอีกครั้ง

เวลาผ่านไปเกือบครึ่งวัน ต๋องได้แต่กองขยะและวัชพืชที่ถอนออกมาเป็นภูเขาเลากา พื้นที่ที่เขาคิดว่าจะกลายเป็นสวนสวยงาม กลับกลายเป็นลานกว้างที่เต็มไปด้วยดินที่ถูกขุดคุ้ย และเศษซากที่ยังไม่ถูกกำจัดอย่างสมบูรณ์ แถมยังมีหลุมบ่อขนาดต่างๆ ที่เขาขุดทิ้งไว้โดยไม่มีแบบแผน

“นี่มันยังไม่สวยเท่าไหร่สินะ” ต๋องก้มลงมองผลงานตัวเองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพยายาม เขานั่งพักเหนื่อยบนกองดิน หอบหายใจอย่างแรง

ทันใดนั้นเอง เสียงหวานใสก็ดังขึ้น “คุณต๋องคะ ทำอะไรอยู่คะเนี่ย?”

หัวใจของต๋องเต้นระรัว! นก! เธอมาแล้ว! ผู้หญิงที่เขาหมายปอง!

ต๋องรีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ปัดดินปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าอย่างลวกๆ พยายามทำตัวให้ดูดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ในสภาพที่เนื้อตัวมอมแมมราวกับเพิ่งไปคลุกคลีกับหมูในเล้า

“อ้าว! นก! สวัสดีครับ! พอดีผมกำลัง… กำลังสร้างสรรค์ผลงานชิ้นโบว์แดงอยู่ครับ!” ต๋องพยายามทำเสียงให้ดูภูมิใจ “นี่คือ ‘สวนแห่งสันติสุขและมิตรภาพ’ ที่ผมกำลังจะเนรมิตขึ้นมาเพื่อทุกคนในซอยเราเลยครับ!”

นกเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเล็กน้อย มองไปที่สภาพพื้นที่ที่ต๋องกำลัง “สร้างสรรค์” ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยระคนขบขัน เธอเห็นกองขยะมหึมา ก้อนดินกระจัดกระจาย หลุมบ่อที่ดูไม่เป็นระเบียบ และต๋องที่สภาพไม่ต่างจากเด็กน้อยเล่นโคลน

“โห… คุณต๋องนี่ใจดีจังเลยนะคะ” นกพูดพร้อมรอยยิ้มบางๆ “แต่ว่า… สวนมันดู… เอ่อ… ดูมีสไตล์เป็นของตัวเองดีนะคะ”

คำว่า ‘มีสไตล์เป็นของตัวเอง’ ของนกนั้น ต๋องตีความว่า ‘สวยงาม มีเอกลักษณ์ น่าทึ่ง!’ เขาจึงยิ่งฮึกเหิม

“แน่นอนครับนก! ผมนี่แหละครับคือศิลปิน! ผู้ที่มองเห็นความงามในความไม่สมบูรณ์แบบ!” ต๋องเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พลางใช้มือเท้าเอวอย่างมาดมั่น

“แต่ว่า… คุณต๋องดูท่าจะเหนื่อยมากเลยนะคะ” นกพูดพลางชี้ไปที่เหงื่อที่ไหลโซมหน้าของต๋อง

“ไม่หรอกครับ! แค่นี้จิ๊บๆ! เพื่อชุมชน เพื่อความสุขของทุกคน โดยเฉพาะเพื่อรอยยิ้มของนกแล้ว ผมทุ่มสุดตัวครับ!” ต๋องยิ้มหวาน โชว์ฟันขาวที่ยังไม่เปื้อนดิน

นกยิ้มตอบ “งั้นเดี๋ยวนกไปเอาผ้าเย็นกับน้ำมาให้นะคะ คุณต๋องจะได้สดชื่นขึ้น”

“โอ้โห! นกนี่น่ารักที่สุดเลย!” ต๋องดีใจจนเนื้อเต้น เขาจินตนาการว่านี่คือสัญญาณที่ดีของการเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนก! เขาจะสร้างสวนแห่งนี้ให้สวยงามที่สุดเพื่อเธอ!

หลังจากนกเดินจากไป ต๋องก็กลับไปที่งานของเขาอีกครั้ง คราวนี้เขามีแรงใจเกินร้อย! เขาจะต้องทำให้พื้นที่ตรงนี้เป็นสวนที่สวยที่สุดในสามโลกให้ได้!

เขาตัดสินใจที่จะทำบ่อน้ำพุเล็กๆ ก่อน เพราะคิดว่ามันเป็นหัวใจของสวน เขาเริ่มขุดหลุมสำหรับบ่อน้ำพุ โดยใช้จอบอันใหญ่ที่ลุงสมบัติเอามาวางไว้ให้หน้าบ้าน (หลังจากที่ต๋องแอบเอาไปคืนเมื่อคืนก่อน)

“ต้องเป็นบ่อที่มีรูปทรงเลขาคณิตที่สวยงาม!” ต๋องพยายามขุดให้เป็นวงกลม แต่ด้วยความที่ไม่ถนัด และดินที่แข็งกระด้าง ทำให้หลุมที่ได้ออกมามีรูปทรงแปลกประหลาดคล้ายมันฝรั่งบิดเบี้ยวมากกว่าจะเป็นวงกลม

“ช่างมันเถอะ! ศิลปะต้องมีความอิสระ!” เขาปลอบใจตัวเอง

หลังจากขุดหลุมเสร็จ ต๋องก็เริ่มวางอิฐและเศษกระเบื้องที่เขาเก็บมาได้ เพื่อทำขอบบ่อ เขาก่ออิฐขึ้นมาทีละก้อนอย่างประณีตที่สุดเท่าที่คนอย่างเขาจะทำได้ แต่ด้วยความที่ไม่มีปูนซีเมนต์ เขาก็ใช้ดินเหนียวผสมน้ำมาเป็นตัวประสานแทน

“นี่แหละ! วัสดุจากธรรมชาติ! เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม!” ต๋องภูมิใจในความคิดสร้างสรรค์ของตัวเอง

ขณะที่กำลังง่วนกับการก่อบ่ออย่างเพลิดเพลิน จู่ๆ เสียงนกก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “คุณต๋องคะ! น้ำกับผ้าเย็นมาแล้วค่ะ!”

ต๋องรีบหันกลับไปรับ แต่ด้วยความรีบร้อนและมือที่เต็มไปด้วยดินเหนียว ทำให้เขาทรงตัวไม่ดีเท่าที่ควร ขาที่ยังคงกะเผลกเล็กน้อยก็พันกันเอง

ผลคือ… ต๋องเสียหลักอีกครั้ง! แต่คราวนี้เขาไม่ได้ล้มลงบนกองดิน เขาเซไปข้างหน้าอย่างแรง พุ่งตรงไปยังบ่อน้ำพุที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จไม่นาน

“เฮ้ยยยย!” ต๋องร้องลั่นด้วยความตกใจ เขาพยายามคว้าจับอะไรก็ได้ที่อยู่ใกล้ๆ แต่ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะพังทลายลงพร้อมๆ กับเขา

‘โครม!’

ต๋องตกลงไปในบ่อน้ำพุที่ยังไม่มีน้ำ… แต่เต็มไปด้วยดินเหนียวที่เขากำลังใช้เป็นตัวประสาน!

อิฐที่ก่อไว้รอบบ่อก็พังทลายลงมาทับเขาบางส่วน ดินเหนียวที่เปียกชุ่มกระเด็นไปทั่ว คลุกเคล้ากับเสื้อผ้าลายดอกและใบหน้าของเขาจนมองไม่เห็นรูปเดิม

นกยืนอึ้ง มองภาพตรงหน้าด้วยความตกใจและพยายามกลั้นหัวเราะไปพร้อมๆ กัน

ต๋องค่อยๆ ลุกขึ้นจากบ่อดินเหนียว สภาพของเขาตอนนี้ไม่ต่างจากมนุษย์โคลนที่เพิ่งฟื้นคืนชีพ ใบหน้าเต็มไปด้วยดินเหนียว ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง เสื้อผ้าที่เคยเป็นลายดอก ตอนนี้กลายเป็นลายดินเหนียวสีน้ำตาล

“อั่ก… นก… ไม่ต้องห่วงนะครับ… ผมสบายมาก…” ต๋องพยายามพูดด้วยน้ำเสียงมาดแมนที่สุด แต่เสียงของเขากลับฟังดูแหบพร่าและเต็มไปด้วยความลำบาก

นกอดหัวเราะไม่ได้ เธอหัวเราะออกมาเบาๆ แต่เสียงหัวเราะนั้นกลับทำให้ต๋องรู้สึกอับอายมากกว่าทุกครั้ง

“คุณต๋องนี่… เป็นฮีโร่สายป่วนจริงๆ เลยนะคะ” นกพูดพลางยื่นผ้าเย็นให้

ต๋องรับผ้าเย็นมาเช็ดหน้าเช็ดตา พลางพยายามทำใจให้เข้มแข็ง “นี่แหละครับนก! ความท้าทาย! ยิ่งยากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งแข็งแกร่งเท่านั้น!”

เขากลับมามองบ่อดินเหนียวที่ตอนนี้กลายเป็นหลุมดินที่เต็มไปด้วยอิฐแตกๆ และโคลนเละๆ ยิ่งกว่าเดิม “เอาล่ะ! พักยกก่อนแล้วกัน!”

ต๋องนั่งลงบนกองดินใกล้ๆ กับบ่อที่พังทลายไปแล้ว เขาหยิบน้ำที่นกเอามาให้ขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมดขวด สภาพเขาตอนนี้ดูไม่จืดเลยจริงๆ

“คุณต๋องคะ… ถ้าอย่างนั้น… นกช่วยดีกว่าไหมคะ” นกเสนอด้วยความหวังดี “ดูเหมือนคุณต๋องจะทำคนเดียวไม่ไหวนะคะ”

ต๋องตาโต! นกจะมาช่วยเขา! นี่มันยิ่งกว่าความฝันเสียอีก!

“ได้สิครับนก! ยินดีเป็นอย่างยิ่ง! ผมเชื่อว่าเราสองคนต้องสร้างสรรค์สวนแห่งนี้ให้สำเร็จได้อย่างแน่นอน!” ต๋องยิ้มกว้าง มองไปที่นกด้วยแววตาเป็นประกาย

นกก็ยิ้มตอบ แต่ในรอยยิ้มนั้นแฝงไปด้วยความกังวลเล็กน้อย เธอไม่แน่ใจว่าการที่เธอเข้ามาช่วย จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น หรือเลวร้ายลงไปกว่าเดิม

และในขณะที่ทั้งสองกำลังจะเริ่มวางแผนการกันใหม่ จู่ๆ ก็มีเสียงเครื่องจักรดังกระหึ่มมาจากอีกฝั่งของซอย ตามมาด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ขับเข้ามาจอดตรงหน้าพื้นที่รกร้างที่ต๋องกำลังพยายามจะทำให้เป็นสวน

ชายคนหนึ่งในชุดฟอร์มสีเขียวเข้มของเทศบาลเมือง ก้าวลงมาจากรถบรรทุก พร้อมกับถือแฟ้มเอกสารในมือ เขามองมาที่ต๋องและนก สลับกับมองไปที่สภาพพื้นที่รกร้างที่ต๋องเพิ่งสร้างความปั่นป่วนไว้

“คุณคือคนที่รับผิดชอบพื้นที่ตรงนี้ใช่ไหมครับ?” ชายชุดเขียวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง สีหน้าไม่สู้ดีนัก

ต๋องมองไปที่ชายชุดเขียว มองไปที่รถบรรทุกขนาดใหญ่ และมองไปที่นกที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาเริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์แปลกๆ ที่ไม่ค่อยดีนัก…

“เอ่อ… ครับ! ผมเองครับ! ต๋อง ผู้รับผิดชอบโปรเจกต์ ‘สวนแห่งสันติสุขและมิตรภาพ’ แห่งนี้ครับ! มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ?” ต๋องตอบด้วยความมั่นใจเกินร้อยตามสไตล์ของเขา แต่ในใจเริ่มภาวนาว่าอย่าให้มันเป็นเรื่องร้ายแรงอะไรเลย

ชายชุดเขียวมองไปที่แฟ้มเอกสารในมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองต๋องด้วยแววตาจริงจังยิ่งกว่าเดิม

“ผมได้รับแจ้งว่ามีการบุกรุกและทำลายพื้นที่สาธารณะครับ และที่สำคัญกว่านั้น… เราได้รับคำสั่งให้มาดำเนินการปรับปรุงและก่อสร้าง…”

ต๋องกลืนน้ำลายเอื อกใหญ่ “ก่อสร้าง… ก่อสร้างอะไรครับ?”

ชายชุดเขียวชี้ไปที่พื้นที่รกร้างทั้งหมด…

“เรากำลังจะสร้าง… ‘ป้อมยามตำรวจ’ แห่งใหม่ของชุมชนครับ”

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ป่วนใจนายต๋อง

ป่วนใจนายต๋อง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!