“เตรียมตัวให้พร้อม! พวกมันมาแล้ว!” เสียงคำรามของเฉินเว่ยดังก้องในครัวหลงจู่ ราวกับประทับตราความตื่นตระหนกให้กลายเป็นความมุ่งมั่น แรงกดดันจากภัยคุกคามที่มองไม่เห็นถาโถมเข้ามาในทันที จางหู่คว้าท่อนฟืนขนาดใหญ่ที่วางอยู่ข้างเตาไฟ ส่วนหลี่ซานหยิบมีดหั่นเนื้อเล่มเขื่องที่คมกริบจนสะท้อนแสงไฟริบหรี่ ใบหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม แต่แววตาฉายชัดถึงความภักดีและพร้อมที่จะต่อสู้ ชายชราในชุดผ้าฝ้ายมอซอ หรือที่เฉินเว่ยรู้ภายหลังว่าชื่อเหวินซิน ยืนนิ่งอยู่ข้างประตูครัว ดวงตาอันลุ่มลึกของเขากวาดมองความมืดมิดภายนอกอย่างเยือกเย็น ราวกับไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือแม้แต่ความกังวลบนใบหน้า มีเพียงความสงบที่น่าประหลาดใจ
“ติ๊ง!” เสียงระบบดังขึ้นในหัวของเฉินเว่ย “ตรวจพบภัยคุกคาม! ภารกิจฉุกเฉิน: ปกป้องฐานที่มั่น! รางวัล: 500 แต้มธุรกิจ, สุ่มกล่องของขวัญระดับต่ำ (โอกาสได้รับไอเทมช่วยเหลือการต่อสู้)”
เฉินเว่ยขมวดคิ้ว เขากะพริบตาเพื่ออ่านข้อความที่ปรากฏตรงหน้า นี่เป็นครั้งแรกที่ระบบมีปฏิสัมพันธ์กับเขาในสถานการณ์คุกคามโดยตรง และเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าแต้มธุรกิจอาจมีความสำคัญมากกว่าแค่การแลกเปลี่ยนสินค้า เขาไม่มีเวลาไตร่ตรองนานนัก เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเงาดำทะมึนหลายร่างที่พุ่งพรวดเข้ามาในลานหน้าโรงเตี๊ยม พวกมันล้วนสวมชุดสีดำสนิท ปิดบังใบหน้าด้วยผ้าคลุมสีดำ ดวงตาที่เปล่งประกายภายใต้ผ้าคลุมนั้นเย็นชาและไร้ความรู้สึกคล้ายสัตว์ร้ายที่กระหายเลือด
ไม่รอช้า คนชุดดำคนแรกพุ่งเข้าใส่ประตูด้านหน้าของโรงเตี๊ยมด้วยแรงมหาศาล บานประตูไม้เก่าๆ สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนบิดเบี้ยว หลี่ซานซึ่งยืนคุมเชิงอยู่ไม่ไกลรีบกระโจนเข้าขวาง เขาเหวี่ยงมีดหั่นเนื้อในมือสุดแรงเกิด แสงวูบวาบจากคมมีดสะท้อนกับแสงจันทร์คล้ายอสรพิษร้าย
“ฮึ่ม!” คนชุดดำส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ ก่อนจะใช้ฝ่ามือเปล่าปัดป้องคมมีด หลี่ซานรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกมหาศาลที่ส่งผ่านมีดมายังแขน ทำให้ชาไปทั้งซีก ร่างกายของเขากระเด็นถอยหลังไปสองก้าว ชายผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา!
จางหู่เห็นดังนั้นก็ไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าใส่คนชุดดำอีกคนหนึ่งที่พยายามเล็ดลอดเข้ามาทางด้านข้าง ท่อนฟืนในมือของเขาถูกใช้เป็นกระบอง กวาดเข้าใส่ร่างของศัตรูอย่างไม่ปรานี “บังอาจนัก! พวกแกเป็นใครกัน!”
การต่อสู้ปะทุขึ้นในพริบตา รอบลานโรงเตี๊ยมกลายเป็นสมรภูมิย่อมๆ เสียงโลหะปะทะกัน เสียงหอบหายใจ และเสียงคำรามดังระงม เฉินเว่ยยืนอยู่ตรงกลางครัว มือหนึ่งกอดศิลาหยกมังกรไว้แน่น อีกมือหนึ่งกำดาบไม้ที่เขาคว้ามาได้จากการฝึกซ้อมเบื้องต้นกับจางหู่ ดาบไม้นี้ดูไม่แข็งแรงนักเมื่อเทียบกับอาวุธของศัตรู แต่มันคือสิ่งเดียวที่เขามีในตอนนี้
“ติ๊ง! ตรวจจับผู้บุกรุก: นักฆ่าเงา ระดับกำลังภายใน: ขั้นต้น จุดอ่อน: การเคลื่อนไหวที่เน้นความเร็ว ทำให้เสียสมดุลได้ง่ายเมื่อถูกรบกวนจังหวะ” “ติ๊ง! ตรวจจับผู้บุกรุก: มือสังหารพิษ ระดับกำลังภายใน: ขั้นกลาง จุดอ่อน: พลังกายต่ำ ต้องพึ่งพิษเป็นหลัก” “ติ๊ง! ตรวจจับผู้บุกรุก: นักรบกล้ามเหล็ก ระดับกำลังภายใน: ขั้นกลาง จุดอ่อน: ความคล่องตัวต่ำ การโจมตีด้วยแรงปะทะสูงอาจส่งผลถึงกระดูกภายใน”
ข้อมูลไหลทะลักเข้ามาในหัวของเฉินเว่ยอย่างรวดเร็ว เขาวิเคราะห์สถานการณ์ด้วยความเยือกเย็นอย่างนักธุรกิจ แม้ร่างกายจะสั่นสะท้านด้วยความกลัว แต่สมองของเขากลับทำงานอย่างเป็นระบบ นี่ไม่ใช่การต่อสู้ด้วยกำลัง แต่เป็นการต่อสู้ด้วยข้อมูลและกลยุทธ์!
“จางหู่! เล็งไปที่ข้อเท้า! หลี่ซาน! พยายามให้พวกมันแยกกัน!” เฉินเว่ยตะโกนสั่ง เสียงของเขาแม้จะสั่นเล็กน้อย แต่ก็เต็มไปด้วยอำนาจสั่งการ สองสหายพยักหน้ารับทันที พวกเขาเชื่อมั่นในตัวนายเหนือหัวคนใหม่นี้อย่างไม่ลืมหูลืมตา
จางหู่ใช้ท่อนฟืนในมือฟาดต่ำลงไปที่ข้อเท้าของนักรบกล้ามเหล็กที่พุ่งเข้ามา ศัตรูผู้นั้นพยายามหลบ แต่ด้วยความเชื่องช้าทำให้ปลายท่อนฟืนเฉี่ยวโดนข้อเท้าเล็กน้อย แม้จะไม่บาดเจ็บสาหัส แต่ก็ทำให้จังหวะการเคลื่อนที่ของมันสะดุดลง
ในขณะเดียวกัน หลี่ซานก็ใช้ความคล่องตัวที่เหนือกว่านักฆ่าเงาคนหนึ่ง เขากระโดดหลบการโจมตีอันรวดเร็ว แล้วใช้มีดหั่นเนื้อสร้างแนวป้องกัน กีดกันไม่ให้นักฆ่าเงาอีกคนเข้ามาสมทบ การต่อสู้เริ่มมีความหวังมากขึ้นเมื่อเฉินเว่ยเริ่มชี้นำ
แต่แล้ว คนชุดดำอีกสามคนก็พุ่งเข้ามาจากทางด้านหลังของโรงเตี๊ยม พวกมันมุ่งตรงมายังครัวที่เฉินเว่ยยืนอยู่ ราวกับรู้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงอยู่ที่ใด! เฉินเว่ยรีบถอยเข้าไปในครัว กวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว
“ระบบ! มีไอเทมที่ช่วยในการต่อสู้ในสถานการณ์นี้หรือไม่?” เฉินเว่ยถามในใจ
“ติ๊ง! มีไอเทม ‘ระเบิดควันพรางตา’ ราคา 100 แต้มธุรกิจ, ‘ยาฟื้นฟูกำลังกายระดับต่ำ’ ราคา 50 แต้มธุรกิจ, ‘ดาบเหล็กกล้าพื้นฐาน’ ราคา 300 แต้มธุรกิจ”
เฉินเว่ยเหลือบมองแต้มธุรกิจที่มีอยู่ 500 แต้ม “ระเบิดควันพรางตา” ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้เพื่อซื้อเวลาและสร้างความได้เปรียบ เขากดซื้อทันที “ซื้อระเบิดควันพรางตา!”
“ติ๊ง! ทำการซื้อสำเร็จ! ไอเทม ‘ระเบิดควันพรางตา’ ถูกส่งเข้าช่องเก็บของแล้ว”
ในพริบตา ระเบิดควันขนาดเท่ากำปั้นก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา คนชุดดำทั้งสามพุ่งเข้ามาถึงประตูครัว เฉินเว่ยไม่รอช้า เขากระชากสลักแล้วปาระเบิดควันออกไปตรงหน้าพวกมันทันที
ฟู่ววว!
กลุ่มควันสีเทาหนาทึบพวยพุ่งขึ้นมาในทันที บดบังทัศนวิสัยของคนชุดดำจนมองไม่เห็นอะไร “แค่กๆๆ! อะไรกัน!” เสียงไอและเสียงสบถดังขึ้นจากภายในกลุ่มควัน
นี่คือโอกาส! เฉินเว่ยไม่คิดจะต่อสู้ตรงๆ เขารู้ดีว่าตัวเองไม่มีวิทยายุทธ์ แต่เขามีสมองของนักธุรกิจยุคใหม่ เขาพุ่งเข้าไปในกลุ่มควัน ใช้ดาบไม้ในมือฟาดเข้าใส่ร่างที่มองไม่เห็นอย่างมั่วๆ เพื่อสร้างความปั่นป่วน ก่อนจะรีบถอยออกมาจากกลุ่มควันอย่างรวดเร็ว
“จางหู่! หลี่ซาน! ถอยเข้ามาในครัว!” เฉินเว่ยตะโกนสั่งอีกครั้ง จางหู่และหลี่ซานที่กำลังเหนื่อยหอบจากการต่อสู้กับคนชุดดำอีกหลายคน รีบถอยเข้ามาในครัวตามคำสั่ง
กลุ่มควันเริ่มจางลง เผยให้เห็นคนชุดดำทั้งสามที่ยืนงุนงงอยู่ในครัว ตาของพวกมันเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่ถูกเล่นงานด้วยกลอุบายตื้นๆ
“พวกมันกำลังจะตั้งตัวได้แล้ว!” เฉินเว่ยกัดฟันกรอด เขามองไปที่อาจารย์เหวินซินที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ข้างประตู ราวกับเป็นเพียงรูปปั้น เขาสงสัยว่าชายชราผู้นี้จะช่วยเหลือหรือไม่
และแล้ว อาจารย์เหวินซินก็ขยับ!
เขาไม่ได้ใช้กระบวนท่าที่ซับซ้อนใดๆ เพียงแค่ก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างช้าๆ มือเหี่ยวย่นของเขายกขึ้นอย่างแผ่วเบา แล้ววาดออกไปในอากาศ ราวกับกำลังปัดหยากไย่
“ปัง! ปัง!”
เสียงอื้ออึงดังขึ้นในหูของทุกคน คนชุดดำสองคนที่อยู่ใกล้ที่สุดร้องโหยหวนออกมา ร่างกายของพวกมันกระเด็นถอยหลังไปกระแทกกับผนังครัวอย่างแรง ผนังไม้เก่าๆ ถึงกับแตกร้าวเป็นทางยาว พวกมันล้มลงกองกับพื้น ไม่ขยับเขยื้อนอีก ราวกับถูกกำแพงที่มองไม่เห็นพุ่งเข้าชน!
ดวงตาของเฉินเว่ยเบิกกว้าง นี่มัน… พลังภายในขั้นเทพชัดๆ! อาจารย์เหวินซินไม่ได้ดูอ่อนแออย่างที่เขาคิดเลยแม้แต่น้อย! ชายชราผู้นี้ซ่อนเร้นพลังอำนาจที่น่าสะพรึงกลัวไว้ภายใต้รูปลักษณ์ที่แสนจะธรรมดา!
คนชุดดำที่เหลือต่างตกตะลึง พวกมันไม่เคยเห็นวิชาตัวเบาที่รวดเร็วหรือกระบวนท่าที่สวยงาม แต่เป็นการโจมตีที่ทรงพลังและเด็ดขาดอย่างไม่น่าเชื่อ! แรงอัดอากาศหรืออะไรกันแน่ที่ทำให้คนสองคนกระเด็นไปได้ถึงเพียงนั้น?
ผู้นำของคนชุดดำที่ดูจะมีฝีมือมากที่สุด เป็นชายร่างสูงใหญ่ หน้าอกกว้าง สวมหน้ากากเหล็กสีดำ มีกระบี่ขนาดใหญ่พาดอยู่ด้านหลัง เขาก้าวออกมาจากความมืด ดวงตาภายใต้หน้ากากจ้องมองอาจารย์เหวินซินอย่างระแวดระวัง
“หึ! ไม่คิดว่าจะเจอผู้เฒ่าเหวินซินที่นี่ด้วย” เสียงแหบพร่าดุดันดังออกมาจากใต้หน้ากากเหล็กของผู้นำคนชุดดำ “เหตุใดท่านจึงต้องยุ่งเรื่องของข้าด้วย? ข้าแค่ต้องการของที่ควรเป็นของข้าคืนเท่านั้น”
อาจารย์เหวินซินหันมามองผู้นำชุดดำด้วยแววตาที่สงบเยือกเย็น “ของที่ควรเป็นของเจ้า? ศิลาหยกมังกรไม่เคยเป็นของใคร นอกจากผู้ที่คู่ควร” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความหนักแน่น “และเจ้า…ยังไม่คู่ควร”
“อาจารย์เหวินซิน?” เฉินเว่ยพึมพำในใจ ชื่อนี้คุ้นหูเหลือเกิน หรือว่าอาจารย์เหวินซินจะเป็นบุคคลสำคัญในโลกกำลังภายในยุคนี้? และอะไรคือ “ของที่ควรเป็นของข้า” ที่ผู้นำชุดดำกล่าวถึง?
ผู้นำชุดดำหัวเราะเยาะ “ฮ่าๆๆ! ผู้คู่ควร? ท่านคิดว่าไอ้เด็กเมื่อวานซืนผู้นี้จะคู่ควรกับศิลาหยกมังกรที่พวกเราตามหามาหลายสิบปีงั้นหรือ? มันเป็นเพียงนักธุรกิจสกปรกที่หลอกลวงผู้คนเท่านั้น!”
เฉินเว่ยรู้สึกโมโหกับคำดูถูกนั้น แต่เขาก็ต้องยอมรับว่าในยุคนี้ การเป็นนักธุรกิจอาจถูกมองว่าเป็นอาชีพที่ไม่น่าเคารพนัก เขากำศิลาหยกมังกรในมือแน่นขึ้นอีก
“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเขาเป็นใคร เพียงแต่รู้ว่าเขาคือผู้ที่ได้รับเลือก” อาจารย์เหวินซินตอบอย่างเยือกเย็น “พวกเจ้าจงถอยไป มิฉะนั้นข้าไม่รับรองความปลอดภัย”
“อย่ามาข่มขู่ข้า!” ผู้นำชุดดำตะโกน “แม้ท่านจะเป็นผู้เฒ่าเหวินซิน แต่ข้าก็ไม่ได้มาคนเดียว! พวกเรามีกำลังพลมากกว่าที่ท่านคิด!”
สิ้นเสียง ผู้นำชุดดำยกมือขึ้น กลุ่มคนชุดดำที่เหลืออีกหลายสิบคนก็กรูกันเข้ามาจากทุกทิศทุกทางของโรงเตี๊ยม พวกมันล้อมโรงเตี๊ยมเอาไว้แน่นหนา แววตาของพวกมันแสดงความมั่นใจว่าในที่สุดก็จะสามารถยึดศิลาหยกมังกรไปได้
“ติ๊ง! ภารกิจฉุกเฉิน: ปกป้องฐานที่มั่น ล้มเหลวหากจำนวนศัตรูเกินกว่า 20 คนภายในระยะ 50 เมตร! รางวัลเพิ่มเติม: แต้มประสบการณ์การต่อสู้”
เฉินเว่ยเหงื่อตก ตอนนี้มีคนชุดดำประมาณ 30-40 คนล้อมรอบโรงเตี๊ยมไว้ นี่มันกองทัพขนาดย่อมๆ เลยทีเดียว! แม้อาจารย์เหวินซินจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่ก็ไม่อาจสู้กับคนจำนวนมากขนาดนี้ได้เพียงลำพัง!
เขาเหลือบมองไปที่จางหู่และหลี่ซาน ทั้งสองกำลังยืนหอบหายใจ ใบหน้าของพวกเขาสะท้อนความเหนื่อยล้าและสิ้นหวัง พวกเขาเป็นเพียงคนธรรมดา จะสู้กับยอดฝีมือที่มาเป็นกองทัพได้อย่างไร?
“ท่านอาจารย์เหวินซิน!” เฉินเว่ยรีบเรียก “เราต้องหาทางออก!”
อาจารย์เหวินซินหันมามองเฉินเว่ย แววตาของเขาปรากฏร่องรอยของความครุ่นคิดเป็นครั้งแรก “ดูเหมือนพวกมันจะเตรียมการมาอย่างดีจริงๆ” เขากล่าว “แต่เจ้าไม่ต้องกังวล ศิลาหยกมังกรจะไม่ตกอยู่ในมือของคนพวกนี้เด็ดขาด!”
ทันใดนั้น อาจารย์เหวินซินก็ยกมือขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้โจมตี แต่เป็นการวาดมือกลางอากาศเป็นวงกลม พลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็นเริ่มหมุนวนรอบตัวเขา เศษไม้และใบไม้ที่ตกอยู่บนพื้นถูกพัดปลิวขึ้นมากลางอากาศ
“มันจะทำอะไร?” ผู้นำชุดดำขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ
“วิชา... วิชาอสนีบาตไร้เงา!” อาจารย์เหวินซินพึมพำในลำคอ เสียงของเขาดังก้องไปทั่วบริเวณ ในพริบตา ร่างกายของเขาก็พุ่งออกไปจากประตูครัวราวกับสายฟ้าแลบ ทิ้งไว้เพียงเงารางๆ เบื้องหลัง เขาพุ่งเข้าใส่กลุ่มคนชุดดำที่อยู่ใกล้ที่สุดด้วยความเร็วที่ตาเปล่าไม่อาจมองตามทัน!
“อ๊ากกกก!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นระงม คนชุดดำหลายคนล้มลงไปกองกับพื้นในทันทีโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถูกโจมตีด้วยอะไร บางคนถูกกระแทกจนกระอักเลือด บางคนถึงกับกระดูกหัก ร่างกายของอาจารย์เหวินซินปรากฏขึ้นที่หนึ่ง แล้วหายวับไปปรากฏอีกที่หนึ่งในเสี้ยววินาที ราวกับมีเงาหลายร่างกระจายตัวอยู่ในสนามรบ
นี่คือพลังที่แท้จริงของยอดฝีมือ! เฉินเว่ยตกตะลึงจนพูดไม่ออก จางหู่และหลี่ซานก็เช่นกัน พวกเขาเคยเห็นแต่การต่อสู้แบบชาวบ้าน ไม่เคยเห็นวิชาตัวเบาและพลังภายในที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้มาก่อน
ผู้นำชุดดำเองก็ตกใจไม่แพ้กัน เขารีบยกกระบี่ขนาดใหญ่ในมือขึ้นตั้งรับ พยายามสกัดกั้นการโจมตีที่มองไม่เห็นของอาจารย์เหวินซิน “หยุดเดี๋ยวนี้! ผู้เฒ่าเหวินซิน! ท่านกำลังทำลายกฎของยุทธภพ!”
อาจารย์เหวินซินไม่สนใจคำพูดของมัน เขายังคงเคลื่อนไหวด้วยความเร็วเหนือแสง คลื่นพลังที่มองไม่เห็นจากฝ่ามือของเขาสาดซัดออกไปรอบทิศทาง คนชุดดำหลายสิบคนไม่สามารถเข้าใกล้เขาได้เลยแม้แต่น้อย แต่ละคนที่พยายามจะเข้าประชิดตัวก็ถูกดีดกระเด็นออกไปราวกับเศษกระดาษ
ในขณะที่อาจารย์เหวินซินกำลังรับมือกับคนส่วนใหญ่ เฉินเว่ยก็หันไปมองจางหู่และหลี่ซาน “พวกเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ข้า… ข้ายังไหวขอรับนายท่าน” จางหู่ตอบเสียงหอบ หลี่ซานก็พยักหน้า
“ดี! ถ้าอย่างนั้นเราจะช่วยอาจารย์เหวินซิน!” เฉินเว่ยกล่าวด้วยความมุ่งมั่น เขาไม่ได้โง่ที่จะพุ่งเข้าไปสู้ตรงๆ แต่เขามีระบบ!
“ระบบ! ฉันขอเปิดกล่องของขวัญระดับต่ำ!” เฉินเว่ยตัดสินใจใช้แต้มธุรกิจที่เพิ่งได้รับมา
“ติ๊ง! เปิดกล่องของขวัญระดับต่ำ! ยินดีด้วย! ท่านได้รับ ‘ยาฟื้นฟูกำลังกายระดับกลาง’ จำนวน 3 ขวด, ‘ยาบำรุงพลังภายในระดับต้น’ จำนวน 1 ขวด”
ยาฟื้นฟูกำลังกาย! เฉินเว่ยหยิบขวดยาออกมาจากช่องเก็บของทันที มันเป็นขวดแก้วเล็กๆ ที่บรรจุของเหลวสีเขียวอ่อนๆ ไว้ “จางหู่ หลี่ซาน นี่คือยาฟื้นฟูกำลังกาย พวกเจ้าดื่มมันซะ!” เขายื่นขวดยาให้ทั้งสองคน
จางหู่และหลี่ซานไม่ลังเล พวกเขาเชื่อมั่นในเฉินเว่ย จึงรีบเปิดจุกแล้วกรอกยาลงคอไปทันที
ในพริบตา! ดวงตาของจางหู่เบิกกว้าง “อะ… อะไรกัน! พลังมันกลับมาแล้ว!” เขารู้สึกว่าความเหนื่อยล้าทั้งหมดหายไปราวปลิดทิ้ง ร่างกายของเขากลับมามีเรี่ยวแรงเต็มเปี่ยม ไม่ใช่แค่ฟื้นตัว แต่ยังรู้สึกว่าแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อยด้วย! หลี่ซานก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน
“เป็นไปได้อย่างไร!” ผู้นำชุดดำที่กำลังสู้กับอาจารย์เหวินซินอย่างยากลำบากหันมาเห็นเข้าก็ตกใจ เขารู้ดีว่าการต่อสู้ที่ยืดเยื้อจะทำให้กำลังกายของคนธรรมดาหมดลง แต่ยาที่เฉินเว่ยให้กลับทำให้พวกเขากลับมามีพละกำลังได้อย่างรวดเร็ว
“พวกเราจะช่วยเปิดทางให้ท่านอาจารย์!” จางหู่คำราม เขากระโดดเข้าใส่คนชุดดำที่พยายามจะเข้ามาทางด้านหลังของอาจารย์เหวินซิน หลี่ซานก็เข้าร่วมด้วยอย่างไม่เกรงกลัว
เฉินเว่ยเองก็ไม่ได้อยู่เฉย เขารู้ว่าตัวเองไม่สามารถสู้ด้วยกำลังได้ แต่เขามีสมอง เขาเริ่มสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบ มองหาจุดอ่อนและโอกาส
“ติ๊ง! ภารกิจย่อย: สร้างความปั่นป่วนในแนวหลังของศัตรู รางวัล: 100 แต้มธุรกิจ, 50 แต้มประสบการณ์”
เฉินเว่ยเห็นเป้าหมาย เขาเหลือบไปเห็นถังน้ำมันขนาดเล็กที่ใช้สำหรับจุดตะเกียงในโรงเตี๊ยมวางอยู่ไม่ไกลจากประตูหลัง เขามีความคิดผุดขึ้นมาในหัว!
“จางหู่! หลี่ซาน! ถ่วงเวลาพวกมันไว้! ฉันจะไปจุดไฟ!” เฉินเว่ยตะโกน
“ไฟ? นายท่านจะทำอะไรขอรับ!” จางหู่ถามด้วยความประหลาดใจ
“เชื่อใจฉัน! มันจะเป็นทางออกของเรา!” เฉินเว่ยไม่รอช้า เขารีบวิ่งไปที่ถังน้ำมัน ใช้ดาบไม้ในมือเปิดฝาถังออกอย่างรวดเร็ว
ผู้นำชุดดำที่กำลังถูกอาจารย์เหวินซินกดดันอย่างหนัก เห็นการกระทำของเฉินเว่ยก็เริ่มรู้สึกไม่ดี “หยุดมัน! อย่าให้มันจุดไฟ!” เขารีบสั่งคนของตน
แต่การจะฝ่าแนวป้องกันของอาจารย์เหวินซินเข้าไปนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย! เงาร่างของชายชราเคลื่อนไหวราวกับปีศาจ แต่ละฝ่ามือที่ส่งออกไปแฝงไปด้วยพลังมหาศาลที่ยากจะรับมือ
เฉินเว่ยเทน้ำมันใส่ผ้าขี้ริ้วเก่าๆ ที่เขาเห็นวางอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะใช้ตะเกียงน้ำมันจุดไฟอย่างรวดเร็ว เปลวไฟลุกโชนขึ้นในทันที เขากำลังจะใช้ไฟสร้างกำแพงและสร้างความโกลาหล
“แกทำบ้าอะไร!” ผู้นำชุดดำคำรามด้วยความโกรธ มันพยายามจะพุ่งเข้าหาเฉินเว่ย แต่ก็ถูกอาจารย์เหวินซินขวางไว้ด้วยฝ่ามือที่รุนแรงกว่าเดิม
เฉินเว่ยตัดสินใจ! เขาปาผ้าขี้ริ้วที่กำลังลุกเป็นไฟเข้าไปในกลุ่มคนชุดดำที่กำลังพยายามปีนกำแพงเข้ามาจากทางด้านหลัง และไม่เพียงเท่านั้น! เขายังเอาถังน้ำมันที่เหลือกระฉอกไปตามพื้นดินเป็นแนว!
โครม!
เปลวไฟลุกโชนขึ้นตามรอยน้ำมันที่เฉินเว่ยสาดไว้ มันสร้างกำแพงไฟขึ้นมาในทันที กลุ่มคนชุดดำที่กำลังปีนกำแพงและเตรียมจะเข้ามาต่างร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ พวกมันถอยร่นด้วยความหวาดกลัวต่อเปลวไฟ!
“ติ๊ง! สร้างความปั่นป่วนในแนวหลังของศัตรูสำเร็จ! ได้รับ 100 แต้มธุรกิจ, 50 แต้มประสบการณ์!”
ผู้นำชุดดำมองเห็นสถานการณ์ที่กำลังพลิกผันอย่างรวดเร็ว เขากัดฟันกรอด อาจารย์เหวินซินแข็งแกร่งเกินไป และเด็กหนุ่มผู้นี้ก็เจ้าเล่ห์เกินกว่าที่คาดคิด การต่อสู้ยืดเยื้อไปก็มีแต่จะเสียเปรียบ
“ถอยทัพ! ถอยทัพเดี๋ยวนี้!” ผู้นำชุดดำตะโกนสั่งด้วยความเดือดดาลและผิดหวัง “เราจะกลับมาเอาคืน! ศิลาหยกมังกรจะต้องเป็นของพวกเรา!”
คนชุดดำที่เหลืออยู่ต่างรีบถอยร่นอย่างรวดเร็ว บางคนถึงกับทิ้งศพของพวกพ้องไว้เบื้องหลัง พวกมันหายลับไปในความมืดมิดของราตรีอย่างรวดเร็วราวกับฝันร้าย
เฉินเว่ยยืนหอบหายใจ เขาแทบจะล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้าและความตื่นเต้น เขามองไปรอบๆ โรงเตี๊ยมที่เสียหายยับเยิน ผนังพัง ประตูแตก และมีร่องรอยของการต่อสู้อยู่ทุกหนแห่ง
จางหู่และหลี่ซานเองก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความอ่อนแรง พวกเขามองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมาอย่างโล่งอก พวกเขารอดมาได้!
อาจารย์เหวินซินเดินกลับมาหาเฉินเว่ย ใบหน้าของเขายังคงสงบเยือกเย็น แต่แววตาของเขาปรากฏร่องรอยของความชื่นชมเล็กน้อย “เจ้าฉลาดหลักแหลมนักเฉินเว่ย กลยุทธ์ของเจ้าใช้ได้ผลดี”
“ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ช่วยเหลือขอรับ” เฉินเว่ยกล่าวด้วยความเคารพอย่างจริงใจ หากไม่มีอาจารย์เหวินซิน พวกเขาคงไม่รอดพ้นจากสถานการณ์นี้มาได้
อาจารย์เหวินซินพยักหน้า ก่อนจะหันไปมองศิลาหยกมังกรในมือของเฉินเว่ยอย่างครุ่นคิด “ดูเหมือนศิลาหยกมังกรนี้จะนำพาภัยมาสู่เจ้าอย่างไม่หยุดหย่อน” เขากล่าว “เจ้าต้องเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตอันใกล้ เพราะนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น องค์กรที่ตามล่าศิลานี้มีอำนาจและอิทธิพลแผ่ขยายไปทั่วแผ่นดิน พวกมันจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ”
เฉินเว่ยขมวดคิ้ว เขาเข้าใจดีว่าศิลาหยกมังกรไม่ใช่แค่เครื่องรางธรรมดา แต่มันคือสิ่งที่จะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล มันคือขุมทรัพย์และภัยพิบัติในเวลาเดียวกัน
“แล้วองค์กรที่ตามล่าศิลานี้คือใครกันขอรับอาจารย์?” เฉินเว่ยถามด้วยความอยากรู้
อาจารย์เหวินซินถอนหายใจเบาๆ “พวกมันคือ ‘พรรคเงาอสูร’ องค์กรลับที่ซ่อนเร้นอยู่ในเงามืดมานานนับร้อยปี เป้าหมายของพวกมันคือการรวบรวมของวิเศษและสร้างความปั่นป่วนเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง” เขากล่าวพลางมองไปยังความมืดมิดภายนอก “แต่ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือผู้นำของพวกมัน… ซึ่งไม่เคยปรากฏตัวให้ใครเห็นอย่างแท้จริง”
“พรรคเงาอสูร…” เฉินเว่ยพึมพำในใจ “นี่มันเรื่องราวในนิยายกำลังภายในชัดๆ”
อาจารย์เหวินซินหันกลับมามองเฉินเว่ยด้วยแววตาที่ลึกซึ้ง “เจ้าต้องเข้มแข็งกว่านี้เฉินเว่ย ไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่จิตใจด้วย” เขากล่าว “ศิลาหยกมังกรมีพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้ และมันจะนำพาเจ้าไปสู่เส้นทางที่ไม่เคยมีใครกล้าเดิน”
เฉินเว

จักรพรรดิระบบโกยเงิน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก