คลื่นพลังปราณอันแข็งแกร่งหลายสายพุ่งทะลุรัตติกาลเข้ามาใกล้ร้านหลงจู่ราวกับพายุที่กำลังโหมกระหน่ำ แรงกดดันที่แผ่ออกมานั้นรุนแรงจนทำให้เหล่าสมุนของหอคลังอสูรที่กำลังต่อสู้กับผู้อาวุโสคู่ถึงกับตัวสั่นงันงก พลังปราณเหล่านี้ไม่ใช่ของยอดฝีมือธรรมดา แต่เป็นออร่าของปรมาจารย์ระดับสูงที่ฝึกฝนมาอย่างยาวนาน หลายคนรวมกันอยู่ในกองกำลังเดียว ทำให้แม้แต่ผู้อาวุโสกุ่ยผู้โอหังก็ยังต้องสีหน้าเปลี่ยนไป
เฉินเว่ยเองก็สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามที่กำลังจะมาถึง เขาหรี่ตาลงมองไปทางประตูร้านที่บัดนี้กลายเป็นซากปรักหักพัง สัญชาตญาณเตือนเขาว่าสถานการณ์กำลังจะเลวร้ายลงไปอีกขั้น การมาถึงของกองกำลังปริศนานี้ทำให้ความวุ่นวายที่ร้านหลงจู่ยิ่งซับซ้อนเกินกว่าที่เขาจะคาดเดาได้ การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปะทะกับหอคลังอสูรอีกต่อไป แต่เป็นการเผชิญหน้ากับอำนาจที่ใหญ่กว่า ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งพันธมิตรหรือศัตรูที่ไม่คาดฝัน
ไม่นานหลังจากนั้น เสียงฝีเท้าอันหนักแน่นและเป็นระเบียบก็ดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างของกลุ่มคนกว่าสามสิบคนที่สวมชุดเกราะสีดำทมิฬ มีตราสัญลักษณ์รูปสิงโตคำรามสีทองประดับอยู่บนแผ่นอก พวกเขาเคลื่อนไหวราวกับกองทัพที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน แต่ละคนล้วนแผ่พลังปราณระดับสูง บ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของพวกเขา ผู้ที่นำหน้ามาเป็นชายหนุ่มรูปงาม ใบหน้าเรียว คิ้วกระบี่ ดวงตาคมกริบแต่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่ง จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางเฉียบ เขาสวมชุดผ้าไหมชั้นดีปักลวดลายมังกรทองดูภูมิฐาน พลังปราณของเขาดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าผู้อาวุโสกุ่ยเสียอีก!
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น!” ชายหนุ่มผู้นั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา กวาดสายตาไปรอบร้านที่พังยับเยิน เขามองไปยังร่างของสมุนหอคลังอสูรที่นอนกองอยู่บนพื้น และหยุดสายตาที่ผู้อาวุโสกุ่ย “ผู้อาวุโสกุ่ยแห่งหอคลังอสูร? เจ้ามาสร้างความวุ่นวายถึงที่นี่ได้อย่างไร!”
ผู้อาวุโสกุ่ยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นชายหนุ่มและกองกำลังที่ตามมา “เหลียงเฟย! เจ้าเด็กน้อยจากตระกูลเหลียง! เจ้าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ไสหัวไปซะ!”
คำพูดของผู้อาวุโสกุ่ยทำให้เฉินเว่ยเข้าใจทันที ชายหนุ่มผู้นี้คือเหลียงเฟย ยอดฝีมือรุ่นเยาว์จากตระกูลเหลียงหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองเทียนหลง การมาของพวกเขาไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
เหลียงเฟยหัวเราะเยาะ “ฮ่าๆๆๆ ผู้อาวุโสกุ่ยดูเหมือนท่านจะยังไม่รู้สถานะของตัวเองดีพอ ตระกูลเหลียงคือผู้ปกครองเมืองเทียนหลงนี้ หากมีเหตุวุ่นวายถึงเพียงนี้เกิดขึ้นในเขตของเรา จะบอกว่าไม่เกี่ยวข้องได้อย่างไร?” เขากวาดสายตาไปที่เฉินเว่ยและผู้อาวุโสคู่ “แล้วนี่ใครกัน? ดูเหมือนจะมีเรื่องราวที่น่าสนใจซ่อนอยู่เบื้องหลัง”
ผู้อาวุโสกุ่ยกัดฟันกรอด เขารู้ว่าการเผชิญหน้ากับตระกูลเหลียงในตอนนี้เป็นเรื่องยุ่งยาก แต่เขาไม่ต้องการปล่อยศิลาหยกมังกรไปง่ายๆ “เหลียงเฟย ถ้าเจ้าฉลาดพอ ก็ควรจะถอยไป นี่เป็นเรื่องระหว่างหอคลังอสูรกับไอ้หนุ่มนี่”
“โอ้? เป็นเช่นนั้นหรือ?” เหลียงเฟยเลิกคิ้วขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ยิ่งเจ้าพูดแบบนี้ ข้าก็ยิ่งสนใจมากขึ้น เจ้าหนุ่มนั่นมีอะไรที่ทำให้ผู้อาวุโสกุ่ยผู้ยิ่งใหญ่ถึงกับต้องลงมือด้วยตัวเอง?” สายตาของเหลียงเฟยจ้องมาที่เฉินเว่ยอย่างไม่เกรงใจ เขารู้สึกถึงพลังปราณบางอย่างที่ผิดปกติจากร่างของเฉินเว่ย แม้ว่าจะยังไม่เสถียรนัก แต่ก็แฝงไปด้วยกลิ่นอายที่ทรงพลังและแปลกประหลาด “พลังปราณของเจ้า...น่าสนใจนัก”
เฉินเว่ยยังคงนิ่งเงียบ เขากำลังวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็ว ระบบ! แสดงข้อมูลของเหลียงเฟยและกองกำลังตระกูลเหลียง!
ติ๊ง! [ชื่อ: เหลียงเฟย] [ระดับพลัง: ก่อตั้งแก่นแท้ขั้นที่ 8] [สถานะ: คุณชายใหญ่ตระกูลเหลียง, อัจฉริยะรุ่นเยาว์] [ความสัมพันธ์กับโฮสต์: เป็นกลาง-ติดลบ (ไม่เป็นมิตร)] [ทักษะพิเศษ: ดาบวายุคลั่ง, วิชาตัวเบามังกรวายุ]
[กองกำลังตระกูลเหลียง] [ระดับเฉลี่ย: ก่อตั้งแก่นแท้ขั้นที่ 3-5] [จำนวน: 32 นาย] [เป้าหมายหลัก: รักษาความสงบเรียบร้อยในเขตเมือง, สืบสวนต้นตอของพลังปราณที่ผิดปกติ]
ข้อมูลที่ปรากฏทำให้เฉินเว่ยใจเต้นระรัว เหลียงเฟยแข็งแกร่งกว่าผู้อาวุโสกุ่ยถึงสองขั้น! หากต้องเผชิญหน้ากับเขาโดยตรง เขาไม่มีทางชนะแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น กองกำลังของตระกูลเหลียงก็ล้วนเป็นยอดฝีมือที่สามารถจัดการกับสมุนหอคลังอสูรได้อย่างง่ายดาย
“ดูเหมือนสถานการณ์จะซับซ้อนขึ้นไปอีกขั้น” เฉินเว่ยพึมพำกับตัวเอง “ผู้อาวุโสกุ่ยต้องการศิลาหยกมังกร ตระกูลเหลียงต้องการสืบสวน...หรืออาจจะต้องการศิลาหยกมังกรด้วยเช่นกัน?”
ผู้อาวุโสคู่ผู้ซึ่งกำลังต่อสู้กับสมุนของหอคลังอสูรอย่างดุเดือดก็เริ่มที่จะเหนื่อยล้า เมื่อเห็นกองกำลังของตระกูลเหลียงมาถึง เขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยก็ไม่ใช่ศัตรูเพิ่มอีกฝ่าย “คุณชายเหลียงเฟย! พวกมันคือหอคลังอสูร! พวกมันบุกมาสร้างความวุ่นวายที่ร้านหลงจู่!”
“หอคลังอสูรหรือ?” เหลียงเฟยเลิกคิ้ว “แล้วเหตุใดพวกเจ้าถึงได้ต่อสู้กัน? ร้านหลงจู่นี้...ไม่คุ้นชื่อเลย”
เฉินเว่ยตัดสินใจที่จะพูด “คุณชายเหลียงเฟย! ร้านหลงจู่เป็นของข้า ผู้อาวุโสกุ่ยแห่งหอคลังอสูรบุกรุกเข้ามาเพื่อช่วงชิงสมบัติของข้า!”
“สมบัติ?” เหลียงเฟยหรี่ตาลง เขารู้สึกได้ถึงพลังปราณมังกรจางๆ ที่แผ่ออกมาจากตัวเฉินเว่ย ยิ่งทำให้เขาแน่ใจว่าต้องมีของวิเศษบางอย่างอยู่ที่นี่ “สมบัติอะไร? ให้ข้าตรวจสอบดู”
“ไม่มีทาง!” ผู้อาวุโสกุ่ยตะโกน “เหลียงเฟย! เจ้าอย่าได้คิดฉวยโอกาส! ศิลาหยกมังกรเป็นของข้า! มันเป็นของที่หอคลังอสูรต้องการ!”
คำว่า ‘ศิลาหยกมังกร’ ทำให้เหลียงเฟยถึงกับตัวแข็งทื่อ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจและโลภ “ศิลาหยกมังกร! เจ้าหมายความว่าไอ้หนุ่มนี่มีศิลาหยกมังกรอยู่ในครอบครองงั้นหรือ?”
ผู้อาวุโสกุ่ยตระหนักได้ว่าตนเองพลั้งปากไปแล้ว สีหน้าของเขาซีดเผือดลงทันที เมื่อเห็นประกายความโลภในดวงตาของเหลียงเฟย
“ฮ่าๆๆๆ! ศิลาหยกมังกร! ช่างบังเอิญอะไรเช่นนี้!” เหลียงเฟยหัวเราะเสียงดังสนั่น เขามองไปที่เฉินเว่ยด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความเย่อหยิ่งถูกแทนที่ด้วยความกระหาย “เจ้าหนุ่ม! ส่งศิลาหยกมังกรมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ แล้วข้าจะปล่อยเจ้าไป!”
เฉินเว่ยถอยหลังไปครึ่งก้าว เขาตระหนักว่าตอนนี้เขากำลังถูกล่าโดยสองขั้วอำนาจใหญ่ ผู้อาวุโสกุ่ยที่ยังคงต้องการศิลาหยกมังกร และเหลียงเฟยที่เพิ่งจะรู้เรื่องและต้องการมันเช่นกัน
“ไม่มีทาง!” เฉินเว่ยปฏิเสธอย่างหนักแน่น เขารู้ดีว่าศิลาหยกมังกรนี้มีความสำคัญต่อการปลุกพลังของเขา และเป็นสิ่งที่ระบบระบุว่าเป็น ‘กุญแจสำคัญ’
“บังอาจ!” เหลียงเฟยหน้าบึ้งตึง เขาสะบัดมือ “จัดการพวกมันทั้งหมด! ใครก็ตามที่ขวางทาง ข้าจะถือว่าเป็นศัตรูของตระกูลเหลียง!”
ทันทีที่สิ้นเสียง เหล่าองครักษ์ของตระกูลเหลียงก็พุ่งเข้าใส่สมุนหอคลังอสูรที่เหลืออยู่ทันที การต่อสู้เริ่มขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นสมุนของหอคลังอสูรที่ตกเป็นฝ่ายรับอย่างรวดเร็ว พลังของตระกูลเหลียงนั้นเหนือกว่ามากนัก
ผู้อาวุโสกุ่ยเห็นว่าสถานการณ์เลวร้ายลง เขาเหลือบมองไปที่เฉินเว่ยและกัดฟัน “เหลียงเฟย! เจ้าคิดจะฉวยโอกาสงั้นหรือ? หอคลังอสูรไม่มีทางยอม!” เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ร่างกายของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อย เส้นเลือดปูดโปน ใบหน้ากลายเป็นสีแดงก่ำ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะใช้พลังทั้งหมดที่มี!”
“พลังทั้งหมดที่มี? เจ้าคิดว่าจะสู้ข้าได้งั้นหรือผู้อาวุโสกุ่ย? อย่าประเมินข้าต่ำไป!” เหลียงเฟยยิ้มหยัน เขาสะบัดข้อมือเบาๆ ดาบยาวเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือ ดาบเล่มนั้นเปล่งประกายสีเงินวาววับ มีออร่าแห่งลมปราณวนเวียนอยู่รอบๆ
เฉินเว่ยรีบกระตุ้นพลัง ‘แก่นแท้มังกรแรกเริ่ม’ ที่เพิ่งจะตื่นขึ้นมา พลังปราณสีเขียวมรกตเริ่มไหลเวียนไปทั่วร่างของเขา ความเจ็บปวดจากการบาดเจ็บก่อนหน้าลดลงอย่างน่าอัศจรรย์ ความแข็งแกร่งและความเร็วของเขาก็เพิ่มขึ้นหลายเท่า ระบบ! มีวิธีที่จะสร้างความได้เปรียบในสถานการณ์เช่นนี้หรือไม่?
ติ๊ง! [คำแนะนำของระบบ: สถานการณ์ปัจจุบันซับซ้อนเกินกว่าจะโจมตีตรงๆ โฮสต์ควรใช้ปัญญาและกลยุทธ์ หากสามารถสร้างความไม่ลงรอยกันระหว่างตระกูลเหลียงและหอคลังอสูรได้ โอกาสรอดจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก] [ภารกิจฉุกเฉิน: ปั่นป่วนสามขั้วอำนาจ] [เป้าหมาย: ทำให้ตระกูลเหลียงและหอคลังอสูรต่อสู้กันอย่างเต็มที่ โดยที่โฮสต์ไม่ต้องเข้าสู่การปะทะโดยตรง] [รางวัล: แต้มระบบ 500, 'ตำรากลยุทธ์ฉบับสมบูรณ์' (ระดับตำนาน)] [บทลงโทษ: หากล้มเหลว โฮสต์จะตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต]
เฉินเว่ยอ่านคำแนะนำของระบบแล้วดวงตาเป็นประกาย นี่คือสิ่งที่เขาต้องการ! การปะทะกันเองของศัตรูคือโอกาสที่ดีที่สุดของเขา
“ผู้อาวุโสกุ่ย! คุณชายเหลียงเฟย!” เฉินเว่ยตะโกนเสียงดัง ดึงความสนใจของทั้งสองฝ่ายมาที่เขา “พวกท่านมัวแต่ทะเลาะกันเอง ทำไมไม่ลองมาคิดดูว่าใครกันแน่ที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้?”
ทั้งผู้อาวุโสกุ่ยและเหลียงเฟยชะงัก เหลือบมองมาที่เฉินเว่ยด้วยความสงสัย
“ศิลาหยกมังกรเป็นของวิเศษที่หาได้ยากยิ่ง หากตกไปอยู่ในมือของใครคนใดคนหนึ่ง อีกฝ่ายก็จะเสียเปรียบอย่างมาก” เฉินเว่ยกล่าวต่อ “แต่หากพวกท่านต่อสู้กันเองจนบาดเจ็บล้มตาย ใครกันแน่ที่จะเป็นผู้ชนะที่แท้จริง?”
เหลียงเฟยขมวดคิ้ว “เจ้าต้องการจะบอกอะไร?”
“ข้าต้องการจะบอกว่า...บางทีศิลาหยกมังกรอาจจะไม่ได้อยู่ในมือของข้าแต่แรก!” เฉินเว่ยกล่าวอย่างเยือกเย็น “ข้าเพียงแค่ถูกผู้อาวุโสกุ่ยตามล่าเพราะเข้าใจผิด! หรือบางที...ศิลาหยกมังกรอาจจะถูกซ่อนไว้ในที่อื่น และผู้อาวุโสกุ่ยก็พยายามจะเบี่ยงเบนความสนใจของท่านโดยแกล้งทำเป็นว่ามันอยู่ในมือข้า!”
คำพูดของเฉินเว่ยราวกับระเบิดที่จุดชนวนขึ้นในใจของเหลียงเฟยและผู้อาวุโสกุ่ย
“ไร้สาระ!” ผู้อาวุโสกุ่ยตะโกน แต่ความลังเลฉายชัดในดวงตาของเขา
“ไร้สาระหรือ?” เฉินเว่ยยิ้มเย็น “หากศิลาหยกมังกรอยู่ในมือข้าจริง ทำไมข้าถึงยังอยู่ที่นี่? ทำไมข้าถึงไม่หนีไปตั้งแต่แรก? หรือบางที ผู้อาวุโสกุ่ยกำลังเล่นละครตบตา เพื่อให้คุณชายเหลียงเฟยเข้าใจผิด และใช้กำลังทั้งหมดมาจัดการกับข้า ในขณะที่เขาจะฉวยโอกาสไปค้นหาสมบัติที่แท้จริง!”
เหลียงเฟยเริ่มคิดตาม เขาเป็นคนฉลาด แม้จะเย่อหยิ่ง แต่ก็ไม่ใช่คนโง่ คำพูดของเฉินเว่ยมีเหตุผลบางอย่าง ศิลาหยกมังกรเป็นของวิเศษที่แม้แต่ตระกูลเหลียงก็ยังต้องการ หากผู้อาวุโสกุ่ยรู้แหล่งที่ซ่อนที่แท้จริง และแกล้งทำเป็นว่ามันอยู่กับเฉินเว่ยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ...
“เจ้าหมายความว่าศิลาหยกมังกรไม่ได้อยู่กับเจ้า?” เหลียงเฟยหรี่ตาลง มองเฉินเว่ยอย่างพิจารณา
“แน่นอน! ข้าเป็นเพียงเจ้าของร้านเล็กๆ จะมีของวิเศษเช่นนั้นได้อย่างไร?” เฉินเว่ยแกล้งทำเป็นท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัว แต่ภายในใจกลับกระตุ้นระบบให้ทำงานอย่างเต็มที่ “ผู้อาวุโสกุ่ยต่างหากที่บุกเข้ามา และพยายามจะกล่าวหาข้า! เขาคงจะรู้แหล่งที่ซ่อนของศิลาหยกมังกร และต้องการให้พวกท่านต่อสู้กันเอง!”
“เจ้าเด็กเวร!” ผู้อาวุโสกุ่ยโกรธจัด เขาไม่คิดว่าเฉินเว่ยจะพลิกแพลงสถานการณ์ได้ถึงเพียงนี้ “อย่าไปเชื่อมันเหลียงเฟย! ศิลาหยกมังกรอยู่ในตัวมัน! ข้ารู้สึกได้ถึงพลังมังกรจางๆ ที่แผ่ออกมาจากมัน!”
“พลังมังกรจางๆ?” เหลียงเฟยหันไปมองผู้อาวุโสกุ่ยด้วยความสงสัย “เจ้าก็รู้สึกได้เช่นนั้นหรือ?” เขาเองก็สัมผัสได้ แต่เขาก็รู้ว่าพลังมังกรไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นศิลาหยกมังกรเสมอไป อาจจะเป็นเคล็ดวิชาบางอย่าง หรือของวิเศษอื่น
“มันเป็นเคล็ดวิชาที่ข้าบังเอิญได้มา!” เฉินเว่ยรีบชิงพูดก่อน “ไม่ได้เกี่ยวข้องกับศิลาหยกมังกรแต่อย่างใด!”
เหลียงเฟยเริ่มไม่แน่ใจ เขารู้สึกว่าผู้อาวุโสกุ่ยกำลังร้อนรนเกินไป และคำพูดของเฉินเว่ยก็มีน้ำหนัก “ผู้อาวุโสกุ่ย! เจ้าแน่ใจหรือว่าศิลาหยกมังกรอยู่ในตัวเขาจริงๆ?”
“แน่ใจ! ข้าสาบานได้!” ผู้อาวุโสกุ่ยตะโกนลั่น
“ถ้าอย่างนั้นทำไมเจ้าถึงไม่รีบฉวยมันไปตั้งแต่แรก? ทำไมเจ้าถึงยอมให้มันยืดเยื้อจนกองกำลังของข้ามาถึง?” เหลียงเฟยยิงคำถามกดดัน
ผู้อาวุโสกุ่ยถึงกับอึ้ง เขากำลังจะตอบโต้ แต่เฉินเว่ยก็แทรกขึ้นมาอีกครั้ง “นั่นสิ! หรือว่าผู้อาวุโสกุ่ยกำลังรออะไรบางอย่าง? หรือกำลังพยายามถ่วงเวลาเพื่อให้ใครบางคนเข้ามาสมทบ?”
คำพูดของเฉินเว่ยทำให้ความสงสัยของเหลียงเฟยพุ่งสูงขึ้นทันที เขาหันไปมองผู้อาวุโสกุ่ยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระแวง “เจ้ากำลังวางแผนอะไรผู้อาวุโสกุ่ย?”
“ข้า...ข้าเปล่า!” ผู้อาวุโสกุ่ยปฏิเสธอย่างร้อนรน “เจ้าเด็กนี่มันกำลังปั่นหัวเจ้าเหลียงเฟย!”
“ฮึ่ม!” เหลียงเฟยพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา “ไม่ว่าศิลาหยกมังกรจะอยู่ที่ไหน วันนี้ข้าจะต้องนำมันไปตรวจสอบที่ตระกูลเหลียงให้ได้! ผู้อาวุโสกุ่ย! ถ้าเจ้ายังยืนยันว่ามันอยู่กับเด็กนี่ ก็จงพิสูจน์ให้ข้าเห็น!”
ผู้อาวุโสกุ่ยเห็นว่าไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เขาเหลือบมองเฉินเว่ยด้วยความอาฆาตแค้น “ดี! ในเมื่อเจ้าไม่เชื่อ ข้าจะพิสูจน์ให้ดู!” เขากระโดดเข้าใส่เฉินเว่ยด้วยความเร็วสูง หมายจะจับตัวเฉินเว่ยมาเปิดอกพิสูจน์ต่อหน้าเหลียงเฟย
แต่เหลียงเฟยไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น “หยุดเดี๋ยวนี้!” เขาสะบัดดาบในมือไปข้างหน้า ปราณดาบอันคมกริบพุ่งเข้าสกัดผู้อาวุโสกุ่ยทันที ผู้อาวุโสกุ่ยไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเปลี่ยนทิศทางการโจมตีมาปะทะกับปราณดาบของเหลียงเฟย
ตูม! เสียงปะทะดังสนั่น แรงสั่นสะเทือนกระจายไปทั่วบริเวณ ผู้อาวุโสกุ่ยถูกผลักถอยไปหลายก้าว เลือดซึมออกจากมุมปาก เหลียงเฟยยืนนิ่ง ดาบในมือเปล่งแสง “ผู้อาวุโสกุ่ย! อย่าได้คิดจะฉวยโอกาสต่อหน้าข้า!”
“เหลียงเฟย! เจ้า!” ผู้อาวุโสกุ่ยทั้งโกรธทั้งแค้น เขารู้สึกเหมือนถูกเฉินเว่ยปั่นหัวจนต้องมาปะทะกับเหลียงเฟยเอง แต่เขาก็ไม่สามารถทนต่อความเย่อหยิ่งของเหลียงเฟยได้
การปะทะกันระหว่างสองยอดฝีมือระดับสูงทำให้สถานการณ์วุ่นวายขึ้นไปอีก เหล่าสมุนหอคลังอสูรที่เหลืออยู่ซึ่งกำลังต่อสู้กับองครักษ์ตระกูลเหลียงก็ยิ่งเสียเปรียบ ผู้อาวุโสคู่เห็นโอกาส จึงเร่งมือจัดการกับสมุนที่เหลืออย่างรวดเร็ว
เฉินเว่ยใช้จังหวะนี้ถอยห่างออกมาอีกเล็กน้อย เขาสัมผัสได้ถึงพลังปราณจาก ‘แก่นแท้มังกรแรกเริ่ม’ ที่ไหลเวียนอย่างรวดเร็วในตัว เขารู้สึกว่าตนเองแข็งแกร่งขึ้นมาก และความสามารถในการรับรู้ก็ละเอียดอ่อนยิ่งขึ้น
“ระบบ! ภารกิจสำเร็จหรือยัง?” เฉินเว่ยถามในใจ
ติ๊ง! [ภารกิจฉุกเฉิน ‘ปั่นป่วนสามขั้วอำนาจ’ บรรลุเป้าหมาย!] [รางวัล: แต้มระบบ 500, 'ตำรากลยุทธ์ฉบับสมบูรณ์' (ระดับตำนาน) ถูกส่งเข้าช่องเก็บของแล้ว]
เฉินเว่ยโล่งใจ ตอนนี้ผู้อาวุโสกุ่ยและเหลียงเฟยกำลังหันมาปะทะกันเองอย่างเต็มรูปแบบ นี่คือโอกาสทองของเขา!
“ข้าคงต้องฉวยโอกาสนี้ไปก่อน” เฉินเว่ยพึมพำ เขารู้สึกว่าพลังปราณจากแก่นแท้มังกรแรกเริ่มยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการตื่น ทำให้เขายังไม่สามารถควบคุมมันได้อย่างเต็มที่ และที่สำคัญคือ ศิลาหยกมังกรยังคงอยู่กับเขา ซึ่งเป็นตัวจุดชนวนความขัดแย้งทั้งหมด
ขณะที่ผู้อาวุโสกุ่ยและเหลียงเฟยกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด สร้างความเสียหายให้กับร้านหลงจู่มากยิ่งขึ้น เฉินเว่ยก็เหลือบไปเห็นเงาร่างลึกลับอีกสายหนึ่งที่กำลังพุ่งตรงเข้ามาจากทางทิศเหนือ ออร่าของมันไม่ด้อยไปกว่าผู้อาวุโสกุ่ยหรือเหลียงเฟยเลยแม้แต่น้อย!
ไม่ใช่แค่องครักษ์! แต่มันคือพลังปราณของปรมาจารย์ที่แท้จริง!
“ตายซะ!” ผู้อาวุโสกุ่ยตะโกน เขาเรียกใช้เคล็ดวิชาลับของหอคลังอสูร พลังปราณสีดำทมิฬพวยพุ่งออกจากร่างของเขา กลายเป็นเงาร่างอสูรขนาดใหญ่หมายจะกลืนกินเหลียงเฟย
เหลียงเฟยสีหน้าเคร่งขรึม เขาไม่คิดว่าผู้อาวุโสกุ่ยจะกล้าใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามเช่นนี้ “บังอาจนัก! วันนี้เจ้าจะต้องจบสิ้นที่นี่!” เขาตวัดดาบขึ้นเหนือหัว พลังปราณสีเงินรวมตัวกันเป็นมังกรวายุขนาดใหญ่ พุ่งเข้าปะทะกับเงาร่างอสูรของผู้อาวุโสกุ่ย
ตูมมมมมมมมมมมม!
เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วทั้งเมือง แรงปะทะของยอดฝีมือทั้งสองทำให้ผืนดินสั่นสะเทือน อาคารใกล้เคียงพังทลายลงเป็นแถบ ร้านหลงจู่ที่เสียหายอยู่แล้วก็ไม่เหลือสภาพ ผู้อาวุโสคู่รีบเข้ามารับตัวเฉินเว่ยออกจากบริเวณที่เป็นศูนย์กลางของการปะทะอย่างรวดเร็ว
ฝุ่นควันและเศษซากปรักหักพังลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ แต่ท่ามกลางความโกลาหลนั้นเอง เสียงแหวกอากาศก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเงาร่างที่ปรากฏขึ้นกลางวงต่อสู้ มันเป็นชายชราผมขาวโพลน สวมชุดคลุมสีดำที่ดูเรียบง่าย แต่กลับแผ่ออร่าแห่งความตายอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
“ฮึ่ม! ผู้อาวุโสกุ่ย เจ้ายังคงทำเรื่องโง่ๆ ไม่เลิก!” ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาของเขาแดงก่ำราวกับโลหิต “ศิลาหยกมังกร...ข้าจะนำมันกลับคืนไป!”
เฉินเว่ยเบิกตากว้างเมื่อเห็นชายชราผู้นั้น เขาไม่ใช่คนของตระกูลเหลียง และไม่ใช่คนของหอคลังอสูร แต่กลับรู้เรื่องศิลาหยกมังกร และดูเหมือนจะมีความแค้นกับผู้อาวุโสกุ่ยด้วย!
ดูเหมือนว่า 'ศิลาหยกมังกร' จะมีเจ้าของที่แท้จริง และเขาก็กำลังจะมาทวงคืนมัน! สถานการณ์ที่ซับซ้อนอยู่แล้วกลับยิ่งซับซ้อนมากขึ้นจนเกินขอบเขตที่เฉินเว่ยจะคาดคิดได้อีกครั้ง!

จักรพรรดิระบบโกยเงิน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก