ชายชราผู้นั้นก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า แต่ทุกย่างก้าวกลับสั่นสะเทือนจิตใจของผู้ที่ได้พบเห็น ราวกับภูผาศักดิ์สิทธิ์เคลื่อนที่ ดวงตาของเขาแดงก่ำราวกับโลหิตที่เพิ่งหลั่งไหลออกมาจากบาดแผลฉกรรจ์ แต่กลับแฝงไว้ซึ่งความเยือกเย็นดุจหิมะพันปี บรรยากาศรอบกายพลันหนักอึ้ง กดดันจนผู้คนแทบจะหายใจไม่ออก
"ศิลาหยกมังกร...ข้าจะนำมันกลับคืนไป!" เสียงของเขาแหบห้าว ทุ้มลึก แต่กลับแฝงด้วยพลังที่น่าสะพรึงกลัว ราวกับคำประกาศิตจากเทพเจ้าที่ไม่มีผู้ใดกล้าขัดขืน
ผู้อาวุโสกุ่ยที่กำลังจะเข้าปะทะกับคุณชายเหลียงเฟยต้องชะงักค้าง ใบหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นชายชราผู้นั้น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตกใจและความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่เหลียงเฟยผู้ซึ่งกำลังฮึกเหิมก็ยังต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว สัมผัสได้ถึงพลังกดดันที่เหนือกว่าทุกสิ่งที่เขาเคยพบเจอ เฉินเว่ยเบิกตากว้าง เขานึกไม่ถึงว่าศิลาหยกมังกรชิ้นเดียวจะนำพาเรื่องราวซับซ้อนมาถึงเพียงนี้
ชายชราผู้มาใหม่ดูเหมือนจะไม่ได้สนใจการต่อสู้ระหว่างหอคลังอสูรกับตระกูลเหลียงเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขามุ่งตรงไปยังผู้อาวุโสกุ่ยเพียงผู้เดียว “เจ้า...ผู้อาวุโสกุ่ย แห่งหอคลังอสูร” เขาเอ่ยชื่อออกมาอย่างช้า ๆ “เจ้ากล้าดียังไงถึงได้ครอบครองของของข้า!”
ผู้อาวุโสกุ่ยกัดฟันกรอด “ปรมาจารย์จ้าว! ท่าน...ท่านยังมีชีวิตอยู่หรือ? ข้าคิดว่าท่าน...”
“คิดว่าข้าตายไปแล้วงั้นรึ?” ปรมาจารย์จ้าวหัวเราะหึๆ เสียงหัวเราะฟังดูเยือกเย็นจนถึงกระดูก “ดูเหมือนข่าวลือจะทำให้พวกเจ้าได้ใจกันนัก แต่เสียใจด้วย ข้ายังไม่ตาย และวันนี้...ข้าจะมาทวงคืนสิ่งที่พวกเจ้าช่วงชิงไป!”
บรรยากาศในร้านหลงจู่พลันตึงเครียดขึ้นไปอีกหลายเท่า การต่อสู้ระหว่างหอคลังอสูรและตระกูลเหลียงที่ดุเดือดเมื่อครู่ดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปในทันที เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปรมาจารย์จ้าวผู้เปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจที่ไม่อาจหยั่งถึง
เฉินเว่ยยืนมองสถานการณ์ที่พลิกผันอย่างรวดเร็ว ระบบภายในสมองของเขาพลันส่งเสียงแจ้งเตือน:
[ภารกิจใหม่: เอาชีวิตรอดจากศึกสามมหาอำนาจ] [รายละเอียด: สถานการณ์ได้บานปลายเกินคาด ปรมาจารย์จ้าวผู้เป็นเจ้าของศิลาหยกมังกรปรากฏตัวขึ้นแล้ว จงเอาชีวิตรอดจากการปะทะครั้งนี้ และปกป้องร้านหลงจู่ให้พ้นจากความเสียหาย] [รางวัล: 1,000,000 แต้มธุรกิจ, หีบสมบัติลึกลับ (ระดับทอง), สูตรการสร้าง ‘เม็ดยาฟื้นฟูพลังปราณขั้นสูง’] [บทลงโทษหากล้มเหลว: สูญเสียแต้มธุรกิจทั้งหมด, สถานะ: ‘ถูกเนรเทศจากโลกธุรกิจ’]
“อะไรกัน? ภารกิจเอาชีวิตรอด?” เฉินเว่ยอุทานในใจ เขาไม่เคยได้รับภารกิจที่มีบทลงโทษรุนแรงถึงขนาดนี้มาก่อน แสดงว่าสถานการณ์ตรงหน้าอันตรายอย่างยิ่งยวด และยิ่งไปกว่านั้นคือต้องปกป้องร้านหลงจู่ด้วย! “ระบบ! วิเคราะห์ข้อมูลของปรมาจารย์จ้าว!”
[กำลังวิเคราะห์...] [ชื่อ: จ้าวเทียนหลง (ปรมาจารย์จ้าว)] [ระดับพลังปราณ: ขอบเขตปรมาจารย์แห่งสวรรค์ (เหนือกว่าขั้นราชันย์)] [ความสามารถพิเศษ: อักขระผนึกเทพ, วิชาอสนีบาตไร้เงา, วิชาฝ่ามือมังกรคำรณ] [สถานะ: โกรธแค้นอย่างรุนแรง, พลังปราณไม่เสถียร (เพิ่งฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บหนัก)] [คำเตือน: ห้ามปะทะโดยตรงเด็ดขาด!]
ขอบเขตปรมาจารย์แห่งสวรรค์! เฉินเว่ยถึงกับตัวสั่น นี่มันระดับเทพเจ้าในโลกกำลังภายในชัด ๆ สูงกว่าระดับราชันย์ที่ผู้อาวุโสกุ่ยเพิ่งแสดงพลังออกมาอย่างเทียบกันไม่ติด! เขาเคยได้ยินมาว่าในใต้หล้ามีผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์แห่งสวรรค์อยู่ไม่กี่คน แต่ส่วนใหญ่จะเก็บตัวอยู่ในสถานที่ลึกลับ ยากนักที่จะปรากฏตัวสู่โลกภายนอก การที่คนระดับนี้มาปรากฏตัวที่ร้านของเขา...มันเป็นเรื่องบ้าอะไรกัน!
“ผู้อาวุโสกุ่ย! เจ้ากล้าดียังไงถึงได้ชิงศิลาหยกมังกรของข้าไป!” ปรมาจารย์จ้าวตะโกนก้อง เสียงของเขาดุจสายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางร้าน ผู้อาวุโสกุ่ยตัวสั่นสะท้าน เขาส่งสัญญาณให้ลูกน้องถอยห่าง และพยายามจะอธิบาย “ปรมาจารย์จ้าว โปรดฟังก่อน! ศิลาหยกมังกรนี้...ข้าไม่ได้เป็นคนชิงมาโดยตรง ข้าเพียงแต่ทำตามคำสั่งของหอคลังอสูร!”
“คำสั่งของหอคลังอสูร? หึ! พวกเจ้ากล้าที่จะแตะต้องของของข้า แสดงว่าหอคลังอสูรคงอยากจะหายไปจากแผ่นดินแล้วสินะ!” ปรมาจารย์จ้าวไม่รอฟังคำอธิบายอีกต่อไป เขายกฝ่ามือขึ้นช้าๆ พลังปราณสีม่วงเข้มพลันก่อตัวขึ้นในอุ้งมือ ราวกับอสนีบาตกำลังจะถูกปลดปล่อยออกมา
“ท่านปรมาจารย์จ้าว! โปรดใจเย็นก่อน!” คุณชายเหลียงเฟยเห็นสถานการณ์ไม่ดีก็รีบตะโกนแทรกขึ้นมา เขาไม่อยากให้ร้านหลงจู่พังพินาศไปพร้อมกับเขา “ศิลาหยกมังกรอยู่ที่ข้า! ข้ายินดีคืนให้ท่าน!”
ปรมาจารย์จ้าวหันขวับไปมองเหลียงเฟยด้วยสายตาที่คมกริบ “เจ้าก็ด้วยงั้นรึ? ตระกูลเหลียงก็อยากจะลองดีกับข้า?”
เหลียงเฟยถึงกับหน้าซีดเผือด เขารู้ดีว่าหากปรมาจารย์จ้าวโกรธขึ้นมา ตระกูลเหลียงคงไม่ต่างอะไรกับมดปลวก “ไม่! ไม่เลยท่านปรมาจารย์จ้าว ข้าเพียงแต่พบมันโดยบังเอิญ และยังไม่ทันได้ตรวจสอบอะไรเลยด้วยซ้ำ” เขาพลันโยนถุงผ้าไหมที่บรรจุศิลาหยกมังกรไปทางปรมาจารย์จ้าวทันทีด้วยความหวังว่าอีกฝ่ายจะรับไว้และเลิกสนใจเขา
แต่ปรมาจารย์จ้าวเพียงสะบัดแขนเสื้อ พลังปราณสายหนึ่งก็พุ่งออกไปรับถุงผ้าไว้กลางอากาศ แล้วดึงเข้ามาในมือของเขาอย่างง่ายดาย ดวงตาของเขากวาดมองไปที่ศิลาหยกมังกรที่เปล่งประกายเรืองรองอยู่ในถุงผ้า คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย “พลังของมันอ่อนลงไปมาก...เกิดอะไรขึ้น?”
ผู้อาวุโสกุ่ยเห็นโอกาสจึงรีบพูด “ท่านปรมาจารย์จ้าว เป็นเพราะเจ้าเด็กนั่น! เฉินเว่ย! มันเป็นผู้ดูดซับพลังของศิลาหยกมังกรไปบางส่วน!” ผู้อาวุโสกุ่ยชี้มาที่เฉินเว่ยด้วยใบหน้าชั่วร้าย หวังจะเบี่ยงเบนความสนใจของปรมาจารย์จ้าวไปที่เฉินเว่ยแทน
เฉินเว่ยแทบจะสบถออกมา นี่มันการใส่ร้ายป้ายสีกันชัดๆ! เขาแค่ใช้ระบบ ‘ตรวจสอบ’ ศิลาหยกมังกรไปเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจะดูดซับพลังอะไรเลยแม้แต่น้อย แต่ในสายตาของผู้อาวุโสกุ่ยและปรมาจารย์จ้าว การที่เฉินเว่ยสัมผัสศิลาหยกมังกรได้โดยไม่ได้รับอันตรายนั้นก็นับว่าผิดปกติแล้ว
ปรมาจารย์จ้าวหรี่ตาลง มองมาที่เฉินเว่ยอย่างพิจารณา สายตาของเขาคมกริบราวกับจะทะลวงเข้าไปในจิตวิญญาณของเฉินเว่ยได้ “เจ้าหนุ่ม...เจ้าสัมผัสกับศิลาหยกมังกรได้โดยไม่ได้รับอันตราย?”
เฉินเว่ยรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง เขาพยายามสงบสติอารมณ์และตอบอย่างใจเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ท่านปรมาจารย์จ้าว ข้าเพียงแต่บังเอิญได้มาครอบครองมันชั่วคราว ข้าไม่รู้เรื่องราวเบื้องหลังของศิลาหยกมังกรนี้เลยแม้แต่น้อย”
[ระบบ: กำลังตรวจจับคลื่นพลังงานจากศิลาหยกมังกร...] [ระบบ: คลื่นพลังงานของศิลาหยกมังกรกำลังตอบสนองต่อปรมาจารย์จ้าว] [ระบบ: พลังงานบางส่วนในศิลาหยกมังกรถูกดูดซับไปโดยไม่ทราบสาเหตุ สอดคล้องกับคำกล่าวอ้างของผู้อาวุโสกุ่ย]
เฉินเว่ยแทบจะทรุดลงกับพื้น ระบบยืนยันว่าพลังถูกดูดซับไปจริง ๆ แต่เขาไม่รู้สึกอะไรเลย! นี่มันเป็นไปได้อย่างไร?
ปรมาจารย์จ้าวเดินเข้ามาใกล้เฉินเว่ย พลังปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของเขากดดันจนเฉินเว่ยแทบจะหายใจไม่ออก “หากเจ้าไม่ได้ทำ แล้วใครเล่าที่จะทำได้? ศิลาหยกมังกรนี้ไม่ใช่ของที่คนธรรมดาจะแตะต้องได้ง่าย ๆ โดยไม่ได้รับอันตราย”
“ท่านปรมาจารย์จ้าว! อย่าไปเชื่อเด็กนี่!” ผู้อาวุโสกุ่ยเห็นว่าแผนของตนได้ผล ก็รีบกล่าวเสริม “มันต้องมีเคล็ดวิชาชั่วร้ายอะไรบางอย่างแน่!”
“หุบปากซะ!” ปรมาจารย์จ้าวตวาดเสียงดังใส่ผู้อาวุโสกุ่ย “เรื่องของข้า เจ้าไม่มีสิทธิ์ออกความเห็น!”
ผู้อาวุโสกุ่ยสะดุ้งเฮือก แต่ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เขารู้ดีว่าหากเฉินเว่ยไม่ถูกกำจัด เขาก็อาจจะถูกปรมาจารย์จ้าวเล่นงานได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง “ท่านปรมาจารย์จ้าว! แม้แต่ท่านเองก็ยังต้องใช้เคล็ดวิชาพิเศษในการควบคุมศิลาหยกมังกรนี้! เด็กนี่มันต้องมีอะไรบางอย่างที่น่าสงสัย!”
คำพูดของผู้อาวุโสกุ่ยทำให้ปรมาจารย์จ้าวชะงักเล็กน้อย เขามองศิลาหยกมังกรในมือสลับกับเฉินเว่ย ใบหน้าของเขาเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น เขาไม่เคยเจอเรื่องราวแบบนี้มาก่อน “เจ้าเด็กนั่น...มันซับซ้อนเกินกว่าที่ข้าจะเข้าใจได้”
ในขณะที่ปรมาจารย์จ้าวเกิดความลังเล คุณชายเหลียงเฟยผู้ซึ่งกำลังประเมินสถานการณ์อย่างเงียบงัน ก็เห็นช่องโหว่ เขารู้ดีว่าศิลาหยกมังกรนั้นมีค่ามหาศาล และปรมาจารย์จ้าวก็ดูเหมือนจะยังไม่สมบูรณ์เต็มที่จากอาการบาดเจ็บที่ระบบแจ้งเตือนไว้ตั้งแต่แรก
“โอกาส!” เหลียงเฟยคิดในใจ เขาสั่งการด้วยเสียงต่ำ “พวกเจ้า! เข้าไปแย่งชิงศิลาหยกมังกรกลับมา! อย่าให้ปรมาจารย์จ้าวได้มันไป!”
ลูกน้องของตระกูลเหลียงที่ยังเหลืออยู่แม้จะหวาดกลัวปรมาจารย์จ้าว แต่ก็จำต้องปฏิบัติตามคำสั่งของคุณชายพวกเขา พวกเขาพุ่งเข้าใส่ปรมาจารย์จ้าวทันทีอย่างไม่คิดชีวิต
“พวกมดปลวก!” ปรมาจารย์จ้าวแค่นเสียงเหยียดหยาม เขายังคงถือศิลาหยกมังกรไว้ในมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างก็สะบัดฝ่ามือออกไป พลังปราณสีม่วงเข้มพุ่งเป็นสายฟ้าฟาดผ่าใส่ลูกน้องตระกูลเหลียงหลายคน พวกเขากระเด็นกระดอนไปคนละทิศคนละทาง บางคนถึงกับกระอักเลือดออกมาทันทีด้วยพลังที่เหนือกว่ามหาศาล
ผู้อาวุโสกุ่ยเห็นเหลียงเฟยลงมือก็คิดว่านี่คือโอกาสของตนเช่นกัน “หอคลังอสูร! เข้าไปช่วยคุณชายเหลียงเฟย! พวกเราต้องได้ศิลาหยกมังกรมา!”
สถานการณ์กลับมาปั่นป่วนอีกครั้ง สามฝ่ายปะทะกันอย่างดุเดือด ผู้อาวุโสกุ่ยและลูกน้องของเขาเข้าร่วมโจมตีปรมาจารย์จ้าวพร้อมกับลูกน้องของตระกูลเหลียง แม้จะเป็นการรวมพลังกัน แต่ปรมาจารย์จ้าวก็ยังคงเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด เขาเคลื่อนไหวราวกับสายฟ้าฟาด ร่างกายว่องไวปราดเปรียวจนยากจะจับต้อง พลังปราณของเขารุนแรงจนทำลายข้าวของในร้านหลงจู่พังพินาศไปหลายส่วน
“ไม่นะ! ร้านของข้า!” เฉินเว่ยอุทานด้วยความเจ็บปวด เขานึกถึงภารกิจที่ต้องปกป้องร้านหลงจู่ให้พ้นจากความเสียหาย แต่ดูเหมือนว่ามันจะสายเกินไปแล้ว
[ภารกิจหลัก: เอาชีวิตรอดจากศึกสามมหาอำนาจ] [สถานะร้านหลงจู่: เสียหาย 30%] [คำเตือน: หากความเสียหายของร้านถึง 100% ภารกิจจะล้มเหลวทันที]
เฉินเว่ยกัดฟันกรอด เขามองไปรอบตัว เห็นพนักงานในร้านและลุงหวังกำลังหลบอยู่ใต้โต๊ะด้วยความหวาดกลัว เขาจะยอมให้ร้านที่เขาสร้างมากับมือพังพินาศไปไม่ได้!
“ระบบ! มีวิธีที่จะลดความเสียหายของร้าน หรือหยุดยั้งการต่อสู้ได้บ้างไหม?” เฉินเว่ยถามอย่างร้อนใจ
[ระบบ: มี ‘อักขระผนึกพลังปราณ’ สามารถลดแรงกระแทกจากพลังปราณภายนอกได้ แต่มีระยะเวลาจำกัด] [ราคา: 500,000 แต้มธุรกิจ/การใช้งาน 10 นาที]
“แพงชะมัด!” เฉินเว่ยสบถ แต่ก็ไม่มีทางเลือก เขาเพิ่งได้แต้มธุรกิจจากภารกิจก่อนหน้ามาไม่มากนัก แต่ตอนนี้จำเป็นต้องใช้แล้ว “เปิดใช้งาน ‘อักขระผนึกพลังปราณ’ ทันที! ครอบคลุมพื้นที่ร้านหลงจู่ทั้งหมด!”
[ระบบ: ‘อักขระผนึกพลังปราณ’ เปิดใช้งานแล้ว ระยะเวลา 10 นาที] [สถานะร้านหลงจู่: ความเสียหายลดลง 10% (ยังคงเสียหาย 20% จากก่อนหน้า)] [คำเตือน: อักขระผนึกพลังปราณไม่สามารถป้องกันการโจมตีโดยตรงได้ 100% แต่จะลดทอนพลังทำลายลงอย่างมาก]
หลังจากที่อักขระผนึกพลังปราณทำงาน แสงสีทองเรืองรองบางๆ ก็พลันปรากฏขึ้นรอบๆ ผนังและเสาของร้าน แม้พลังปราณที่รุนแรงจากการปะทะจะยังคงส่งผลกระทบ แต่ความเสียหายที่เกิดกับโครงสร้างของร้านก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เฉินเว่ยถอนหายใจโล่งอกเล็กน้อย อย่างน้อยก็ซื้อเวลาและลดความเสียหายได้บ้าง
“เจ้าเด็กนั่น!” ผู้อาวุโสกุ่ยเหลือบไปเห็นแสงสีทองที่ปกคลุมร้าน เขารู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก ไม่เคยเห็นอักขระผนึกแบบนี้มาก่อน “มันใช้เคล็ดวิชาอะไรอีก!?”
ปรมาจารย์จ้าวเองก็สังเกตเห็นเช่นกัน ดวงตาของเขาฉายแววประหลาดใจ “อักขระโบราณ? เป็นไปไม่ได้! ในยุคสมัยนี้ยังจะมีผู้ที่สามารถใช้อักขระระดับนี้ได้อีกหรือ?” เขาหันไปมองเฉินเว่ยด้วยความสงสัยที่เพิ่มขึ้นหลายเท่า ความโกรธแค้นในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความสนใจ
ในขณะที่ปรมาจารย์จ้าวชะงักงันไปชั่วครู่จากการปรากฏของอักขระผนึกพลังปราณ ผู้อาวุโสกุ่ยก็ไม่รอช้า เขาใช้จังหวะนี้เร่งพลังปราณทั้งหมดในร่าง พุ่งเข้าใส่ปรมาจารย์จ้าวอย่างบ้าคลั่ง “ฝ่ามือพิฆาตอสูร!”
ฝ่ามือสีเขียวเข้มขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเหนือร่างของผู้อาวุโสกุ่ย พุ่งเข้าใส่ปรมาจารย์จ้าวอย่างรวดเร็ว ปรมาจารย์จ้าวแค่นเสียงในลำคอ เขาสะบัดฝ่ามือออกไปอีกครั้ง “วิชาอสนีบาตไร้เงา!”
สายฟ้าสีม่วงหลายสายพุ่งออกจากฝ่ามือของปรมาจารย์จ้าว ปะทะเข้ากับฝ่ามือพิฆาตอสูรอย่างจัง! เกิดเสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ คลื่นพลังงานที่รุนแรงปะทะกันจนเกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งร้าน อักขระผนึกพลังปราณของเฉินเว่ยสั่นไหวอย่างรุนแรง แต่ก็ยังคงต้านทานไว้ได้
ผู้อาวุโสกุ่ยกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว เลือดซึมออกจากมุมปาก แม้จะรวมพลังกับลูกน้องของตระกูลเหลียง แต่เขาก็ยังคงไม่ใช่คู่มือของปรมาจารย์จ้าวที่แม้จะได้รับบาดเจ็บก็ตาม
“ในเมื่อพวกเจ้าอยากตายนัก ข้าก็จะสงเคราะห์ให้!” ปรมาจารย์จ้าวกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ดวงตาของเขากลับมาแดงก่ำอีกครั้ง เขาเริ่มรวบรวมพลังปราณทั้งหมดในร่าง พลังงานที่มหาศาลเริ่มก่อตัวขึ้นรอบกายของเขาอย่างรวดเร็ว แผ่นดินใต้เท้าเริ่มสั่นสะเทือนรุนแรงจนทุกคนรู้สึกได้!
เฉินเว่ยรู้สึกได้ถึงอันตรายที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน พลังของปรมาจารย์จ้าวในตอนนี้ดูเหมือนจะทะลุขีดจำกัดไปแล้ว หากเขาปลดปล่อยพลังออกมาเต็มที่ ร้านหลงจู่คงไม่รอดแน่ แม้จะมีอักขระผนึกอยู่ก็ตาม
[คำเตือน: พลังปราณของปรมาจารย์จ้าวถึงขีดสุด! กำลังจะปลดปล่อยวิชาขั้นสุดยอด!] [คำแนะนำ: จงหาทางหยุดยั้งการโจมตี หรือสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นมากกว่าเดิม]
“สร้างความวุ่นวายมากกว่าเดิมงั้นเหรอ? จะบ้าไปแล้ว!” เฉินเว่ยอุทานในใจ แต่เขาก็รู้ดีว่าตอนนี้ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว หากปล่อยให้ปรมาจารย์จ้าวลงมือ ทุกคนในที่นี้คงต้องตาย!
เขาเหลือบไปเห็นศิลาหยกมังกรที่ปรมาจารย์จ้าวถืออยู่ แสงเรืองรองสีเขียวอ่อนๆ ที่เคยแผ่ออกมา ตอนนี้กลับมีประกายแสงสีม่วงเรื่อๆ สลับอยู่ด้วย ราวกับว่ามันกำลังตอบสนองต่อพลังปราณอันมหาศาลของปรมาจารย์จ้าว
เฉินเว่ยตัดสินใจอย่างเด็ดขาด! เขาต้องทำอะไรบางอย่าง แม้จะต้องเสี่ยงชีวิตก็ตาม
“ระบบ! ใช้ ‘เครื่องตรวจจับพลังปราณระยะไกล’ ตรวจสอบพื้นที่โดยรอบทันที! หาบุคคลที่มีระดับพลังใกล้เคียง หรือสูงกว่าปรมาจารย์จ้าว!”
[ระบบ: กำลังค้นหา... พบคลื่นพลังงานขนาดใหญ่พิเศษที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ!] [ระดับพลังปราณ: ขอบเขตปรมาจารย์แห่งสวรรค์ (เหนือกว่าขั้นราชันย์)] [สถานะ: กำลังมุ่งหน้ามายังตำแหน่งปัจจุบันอย่างรวดเร็ว คาดว่าจะถึงภายใน 30 วินาที]
“อีกคนงั้นเหรอ!” เฉินเว่ยเบิกตากว้าง นี่มันสถานการณ์อะไรกัน! ทำไมปรมาจารย์แห่งสวรรค์ถึงได้มาปรากฏตัวพร้อมกันถึงสองคนในวันเดียว! และกำลังมาที่นี่อีกคนด้วย!
ปรมาจารย์จ้าวที่กำลังจะปลดปล่อยพลัง ก็พลันชะงักไปเล็กน้อย เขารู้สึกได้ถึงคลื่นพลังงานที่คุ้นเคยกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ “นี่มัน...เจ้าเองงั้นรึ?”
คลื่นพลังงานที่กำลังเคลื่อนเข้ามานั้นรุนแรงและเย็นยะเยือก ราวกับพายุหิมะที่กำลังถาโถมเข้ามา! ท้องฟ้าเหนือร้านหลงจู่พลันมืดครึ้ม เมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว สายลมหนาวพัดโหมกระหน่ำจนข้าวของปลิวว่อน
ทุกคนเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยความตกใจ ปรมาจารย์จ้าว ผู้อาวุโสกุ่ย และคุณชายเหลียงเฟยต่างก็สัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังจะมาถึง
“ใครกันอีก!?” ผู้อาวุโสกุ่ยอุทานด้วยความหวาดกลัว สถานการณ์ที่ซับซ้อนอยู่แล้วกลับยิ่งเลวร้ายลงไปอีก
ท่ามกลางเมฆดำทะมึน ร่างของชายชราอีกคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้น เขาเหยียบยืนอยู่บนอากาศราวกับเทพเซียน ชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของเขาตัดกับท้องฟ้าที่มืดมิด ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น แต่ดวงตากลับสุกใสราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า ยิ่งไปกว่านั้นคือพลังปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของเขา มันเย็นยะเยือกจนสามารถหยุดเลือดในเส้นเลือดได้!
ชายชราผู้นั้นมองลงมายังปรมาจารย์จ้าวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็น “จ้าวเทียนหลง...ข้าตามหาเจ้ามานานแสนนาน!”
เฉินเว่ยแทบจะหัวใจหยุดเต้น เขาไม่เคยคิดว่าการแย่งชิงศิลาหยกมังกรชิ้นเดียว จะนำพาหายนะระดับมหาสงครามมาให้ถึงหน้าร้านของเขา!

จักรพรรดิระบบโกยเงิน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก