ลมหายใจของความโกรธแค้นจากนิกายเมฆทมิฬแผ่ซ่านไปทั่วหล้าดุจคลื่นใต้น้ำที่พร้อมจะปะทุขึ้นทุกเมื่อ คำประกาศล่าเฉินเว่ยพร้อมรางวัลมหาศาลถูกส่งไปถึงหูของนักล่ารางวัลและจอมยุทธ์พเนจรนับร้อยนับพัน ราวกับกลิ่นคาวเลือดที่ดึงดูดฝูงฉลามหิวกระหาย ผู้อาวุโสไป๋หลงที่ใบหน้าแดงก่ำด้วยโทสะได้จัดการประชุมด่วนภายในนิกายเมฆทมิฬ เสียงคำรามของเขาสะท้อนก้องไปทั่วโถงประชุม “หาตัวมันให้พบ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม! ใครที่พบเบาะแสของไอ้สารเลวนั่น จะได้รับรางวัลอย่างงาม แต่หากใครที่ปกป้องหรือให้ความช่วยเหลือมัน… นิกายเมฆทมิฬจะตามล่าไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว!”
ภายในไม่กี่ชั่วยาม เหล่านักรบของนิกายเมฆทมิฬพร้อมด้วยกลุ่มนักล่าเงินรางวัลที่ถูกว่าจ้าง ต่างพากันออกเดินทางไปทั่วทุกทิศทุกทาง พวกเขาค้นหาตามโรงเตี๊ยม ตลาดมืด หรือแม้แต่ในหมู่บ้านห่างไกล ภาพวาดของเฉินเว่ยที่ได้มาจากคำให้การของพยานต่าง ๆ ถูกแจกจ่ายไปทั่ว แม้ว่าจะไม่ชัดเจนนัก แต่ก็พอให้เป็นแนวทางในการค้นหา กระแสความตึงเครียดแผ่ปกคลุมอาณาจักร ราวกับพายุใหญ่ที่กำลังก่อตัว
ทว่า ในขณะที่โลกภายนอกกำลังวุ่นวายกับการตามล่าตัวเขา เฉินเว่ยกลับนั่งอย่างสงบนิ่งอยู่ในห้องลับใต้ดินของโรงน้ำชาแห่งหนึ่งในเมืองผิงหลง แสงเทียนสลัวสาดส่องลงบนใบหน้าของเขา เผยให้เห็นรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ “อบโต้ที่แท้จริงกำลังจะมาถึง” คำพูดของเขาในวันนั้นสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบ “และนี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น” เขาลูบไล้จอกชาหอมกรุ่นที่ถืออยู่ในมือ ก่อนจะจิบอย่างช้าๆ ราวกับกำลังลิ้มรสชัยชนะที่ยังมาไม่ถึง
"ระบบ... แสดงแผนที่การเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ตามล่าทั้งหมด" เฉินเว่ยเอ่ยในใจ
ทันใดนั้น แผนที่สามมิติขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขา แสงสีแดงกระพริบระยิบระยับแสดงถึงจุดที่นักล่าเงินรางวัลและศิษย์นิกายเมฆทมิฬกำลังเคลื่อนที่ จุดสีแดงบางจุดบ่งบอกถึงกลุ่มที่มีพลังฝีมือสูงส่ง ซึ่งระบบจัดอยู่ในประเภท "ภัยคุกคามระดับสูง"
[วิสัยทัศน์แห่งการค้า] ของเฉินเว่ยทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ข้อมูลไหลหลั่งเข้าสู่จิตใจของเขาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางการเดินทางของกลุ่มต่างๆ จุดแวะพัก ลักษณะนิสัยของหัวหน้ากลุ่ม หรือแม้กระทั่งความสัมพันธ์ลับๆ ของบางคนกับกลุ่มอิทธิพลอื่น เขาเห็นช่องโหว่ เห็นความโลภ และเห็นจุดอ่อนที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความแข็งแกร่ง
"ผู้อาวุโสไป๋หลงใช้กำลังคนกว่าห้าพันคน แบ่งออกเป็นสามร้อยกลุ่มย่อย" เฉินเว่ยพึมพำกับตัวเอง "ในจำนวนนี้ มีกลุ่มหลักอยู่สิบสองกลุ่มที่นำโดยศิษย์หลักของนิกาย และอีกสามกลุ่มที่นำโดย 'เงามัจจุราช' ซึ่งเป็นมือสังหารลับของนิกายเมฆทมิฬสินะ"
เงามัจจุราช… ชื่อนี้ทำให้เฉินเว่ยต้องขมวดคิ้ว มือสังหารเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีฝีมือล้ำเลิศเท่านั้น แต่ยังเชี่ยวชาญในการซ่อนเร้นและการลอบสังหาร พวกเขาปฏิบัติการอย่างเงียบเชียบและไร้ร่องรอย ผิดกับนักล่ารางวัลทั่วไปที่หวังเพียงเงินทอง
"ดูเหมือนนิกายเมฆทมิฬจะจริงจังกว่าที่คิด" เขากล่าวพลางพยักหน้า "แต่ยิ่งพวกมันใช้กำลังคนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีช่องโหว่ให้เราใช้ประโยชน์ได้มากเท่านั้น"
เฉินเว่ยเรียกหลี่หมิงเข้าพบ หลี่หมิงในตอนนี้ดูเคร่งขรึมขึ้นมากหลังจากผ่านเหตุการณ์กดราคายกหยก เขาเดินเข้ามาในห้องลับด้วยสีหน้าจริงจัง
“นายท่าน… กลุ่มผู้ตามล่าเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วเมือง” หลี่หมิงรายงาน
“ข้ารู้ดี” เฉินเว่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แต่พวกมันจะไม่มีทางหาตัวข้าพบ”
เฉินเว่ยเริ่มอธิบายแผนการของเขาอย่างละเอียด เขาใช้ [วิสัยทัศน์แห่งการค้า] เพื่อวิเคราะห์เครือข่ายของนิกายเมฆทมิฬอย่างลึกซึ้ง เขาพบว่านิกายนี้ไม่ได้มีแค่เหมืองหยกเท่านั้น แต่ยังเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมหลายแห่ง เส้นทางขนส่งสินค้า และแม้กระทั่งโรงบ่อนพนันขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในเงามืด เหล่านี้ล้วนเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงนิกายและเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญ
“หลี่หมิง เจ้าต้องใช้เครือข่ายการค้าของเรา และร้านค้าที่ข้าได้สร้างขึ้นมาให้เป็นประโยชน์” เฉินเว่ยเริ่มสั่งการ “กระจายข่าวลือปลอมๆ ออกไป สร้างภาพลวงตาว่าข้ากำลังเคลื่อนที่ไปในทิศทางต่างๆ ให้ข้อมูลเท็จแก่นักล่ารางวัลที่โลภมาก ให้พวกมันวิ่งไล่จับเงา”
“แต่ถ้าพวกมันจับได้ว่าเราหลอกล่ะครับนายท่าน?” หลี่หมิงถามด้วยความกังวล
เฉินเว่ยยิ้ม “นั่นคือสิ่งที่ข้าต้องการ การสร้างข้อมูลเท็จเป็นเพียงการล่อหลอกขั้นแรกเท่านั้น สิ่งสำคัญคือการทำให้พวกมันเชื่อในสิ่งที่พวกมันอยากจะเชื่อ พวกนักล่ารางวัลส่วนใหญ่เห็นแก่เงิน พวกมันจะรีบวิ่งไปตามเบาะแสที่ดูเหมือนจะนำไปสู่รางวัลใหญ่ ไม่ว่าเบาะแสนั้นจะจริงแท้แค่ไหน”
เฉินเว่ยชี้ไปที่จุดสีแดงกลุ่มหนึ่งบนแผนที่ “กลุ่มนี้เป็นของสำนักฉลามโลหิต นักล่าหัวกะทิที่มีชื่อเสียงในเรื่องความโหดเหี้ยมและความโลภมาก ส่งข่าวไปให้พวกมันว่าข้ากำลังจะขนถ่ายหยกที่ซ่อนไว้จำนวนมากไปยังเมืองตงไห่ โดยใช้เส้นทางเรือขนส่งสินค้าของตระกูลหลิน”
หลี่หมิงเบิกตากว้าง “ตระกูลหลิน? นั่นเป็นพันธมิตรของนิกายเมฆทมิฬไม่ใช่หรือครับ?”
“ถูกต้อง” เฉินเว่ยพยักหน้า “นี่คือการยืมมือผู้อื่นทำร้ายผู้อื่น สร้างความสับสนและหวาดระแวงภายในนิกายเมฆทมิฬเอง ให้สำนักฉลามโลหิตเข้าใจผิดว่าข้ากำลังจะบุกเข้าทำร้ายตระกูลหลิน และให้ตระกูลหลินระแวงว่านิกายเมฆทมิฬอาจจะหลอกใช้พวกเขาเป็นเหยื่อล่อ”
“นี่มัน… แผนซ้อนแผน!” หลี่หมิงอุทานด้วยความทึ่ง
“ใช่แล้ว” เฉินเว่ยกล่าว “และในขณะที่พวกมันกำลังวุ่นวายกับการไล่ล่าเงาและการระแวงกันเอง เราจะใช้เวลาที่ได้มานี้ในการรวบรวมข้อมูลให้มากที่สุด เกี่ยวกับโครงสร้างอำนาจภายในนิกายเมฆทมิฬ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดอ่อนทางการเงินและช่องทางการทุจริตที่ซ่อนอยู่”
เขามอบหมายให้หลี่หมิงดำเนินการอย่างรวดเร็วและรอบคอบ หลี่หมิงออกไปจากห้องลับด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความตื่นเต้นกับแผนการอันแยบยลของนายท่าน
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ข่าวลือแพร่สะพัดราวไฟลามทุ่ง นักล่าเงินรางวัลนับร้อยนับพันคนถูกหลอกล่อให้วิ่งไปในทิศทางที่ผิด บ้างก็ไปที่ป่าลึก บ้างก็ไปที่เมืองริมทะเล บ้างก็ถูกดึงดูดไปยังบ่อนพนันลับที่เฉินเว่ยสร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลและกระจายข่าวลือปลอม นักล่าบางคนเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ แต่ความโลภทำให้พวกเขายังคงดิ้นรนตามล่าต่อไป
ในขณะเดียวกัน “เงามัจจุราช” สามกลุ่มของนิกายเมฆทมิฬกลับแตกต่างออกไป พวกเขาไม่สนใจข่าวลือไร้สาระ แต่ใช้ทักษะการสะกดรอยและการสืบสวนที่เหนือชั้น ไล่ตามร่องรอยเล็กๆ ที่ถูกทิ้งไว้ พวกเขามุ่งหน้าตรงไปยังเมืองผิงหลง ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของข่าวลือทั้งหมด และเป็นที่ตั้งของเครือข่ายธุรกิจที่กำลังเติบโตของเฉินเว่ย
“รายงานจากสายลับของเรายืนยันว่าเฉินเว่ยมีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายการค้าและโรงน้ำชาในเมืองผิงหลง ขอรับ” หัวหน้ากลุ่มเงามัจจุราชที่หนึ่ง รายงานต่อผู้อาวุโสไป๋หลงทางนกพิราบสื่อสาร
“ดีมาก! ในที่สุดก็มีเบาะแสที่เป็นชิ้นเป็นอัน” ผู้อาวุโสไป๋หลงคำรามด้วยความยินดี “จงมุ่งหน้าไปที่นั่นทันที! และอย่าได้ประมาท ไอ้เด็กนั่นมันเจ้าเล่ห์นัก”
ในโรงน้ำชาลับ เฉินเว่ยได้รับรายงานจากระบบ “คำเตือน: เงามัจจุราชกำลังเข้าใกล้เมืองผิงหลง การเคลื่อนไหวของพวกมันรวดเร็วและแม่นยำกว่าที่คาดการณ์ไว้”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเฉินเว่ยจางหายไปเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าเงามัจจุราชจะสามารถมองทะลุผ่านม่านข่าวลวงได้รวดเร็วเพียงนี้ แต่เขาก็เตรียมพร้อมรับมืออยู่แล้ว
“ในเมื่อพวกมันฉลาดกว่าที่คิด ก็ถึงเวลาที่ต้องใช้แผนสำรอง” เฉินเว่ยพึมพำ
เขาเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาอีกครั้ง เลื่อนดูรายการทักษะและไอเท็มต่างๆ ที่สะสมมา
[ทักษะ: จักรพรรดิแห่งการค้า (ระดับ 2)] [ทักษะ: วิสัยทัศน์แห่งการค้า (ระดับ 2)] [ทักษะ: การอ่านใจผู้คน (ระดับ 1)] [ไอเท็ม: หน้ากากมายา (ระดับต่ำ) – สามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์และเสียงได้ชั่วคราว] [ไอเท็ม: ยาปรับเปลี่ยนลมปราณ (ระดับต่ำ) – สามารถซ่อนเร้นหรือเปลี่ยนลักษณะลมปราณได้ชั่วคราว] [ไอเท็ม: กล่องสมบัติปริศนา (ยังไม่ได้เปิด)]
เฉินเว่ยตัดสินใจใช้ [หน้ากากมายา] และ [ยาปรับเปลี่ยนลมปราณ] เขาสวมหน้ากากและกลืนยาลงไป รูปร่างหน้าตาและกลิ่นอายลมปราณของเขาเปลี่ยนไปในพริบตา เขากลายเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างผอมเพรียว มีหนวดเคราสีดำแซมขาว ดวงตาดูเฉียบคมแต่แฝงไว้ด้วยความอ่อนล้า เขาเดินออกจากห้องลับไปราวกับเป็นคนธรรมดา
ในขณะเดียวกัน หลี่หมิงได้กระจายข่าวลือล่าสุดออกไปในหมู่พ่อค้าและนักเลงหัวไม้ “มีคนเห็นเฉินเว่ยกำลังแอบเข้าออกสำนักหยกครามทางทิศตะวันออกของเมืองผิงหลง!”
ข่าวนี้ไม่ใช่ข่าวลวงธรรมดา เพราะสำนักหยกครามเป็นสำนักเล็กๆ ที่เชี่ยวชาญด้านการแกะสลักหยก และมีชื่อเสียงด้านการเก็บตัวเงียบ การกล่าวอ้างว่าเฉินเว่ยซ่อนตัวอยู่ที่นั่นจึงฟังดูน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง เพราะมันเป็นสถานที่ที่คนทั่วไปคิดไม่ถึง
“พวกเงามัจจุราชมักจะมองหาเป้าหมายที่ดูมีความสำคัญ หรือมีความเกี่ยวข้องโดยตรง” เฉินเว่ยคิด “แต่คราวนี้ ข้าจะโยนพวกมันเข้าไปในรังมด แทนที่จะเป็นรังเสือ”
ไม่นานหลังจากนั้น เงามัจจุราชทั้งสามกลุ่มก็เดินทางมาถึงเมืองผิงหลง พวกเขาแยกย้ายกันออกค้นหา ร่องรอยที่เฉินเว่ยทิ้งไว้แต่แรกนั้นจางหายไป แต่ข่าวลือล่าสุดเกี่ยวกับสำนักหยกครามกลับโดดเด่นขึ้นมา ด้วยความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูล เงามัจจุราชกลุ่มที่หนึ่งตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังสำนักหยกคราม
พวกเขาบุกเข้าไปในสำนักอย่างเงียบเชียบ ราวกับเงาที่เคลื่อนที่ในยามราตรี ทว่า สิ่งที่รอพวกเขาอยู่ไม่ใช่เฉินเว่ย แต่เป็นกับดักที่เฉินเว่ยเตรียมไว้ เขาได้ใช้ [จักรพรรดิแห่งการค้า] แอบซื้อกิจการสำนักหยกครามไปเมื่อไม่กี่วันก่อน และใช้คนงานของเขาปลอมตัวเป็นศิษย์สำนัก คอยสร้างสถานการณ์อลหม่านและส่งสัญญาณไปถึงกลุ่มอันธพาลในเมืองที่เขาเคยช่วยเหลือไว้
ทันทีที่เงามัจจุราชบุกเข้าไป การต่อสู้ก็ปะทุขึ้น เหล่าอันธพาลที่เข้าใจผิดว่าเงามัจจุราชเป็นศัตรูของเฉินเว่ย และได้รับค่าจ้างตอบแทนอย่างงาม ต่างพากันเข้าโจมตีอย่างไม่คิดชีวิต แม้ว่าเงามัจจุราชจะมีฝีมือสูงส่ง แต่พวกเขาก็ต้องตกตะลึงกับการปรากฏตัวของคนกลุ่มนี้ที่ดูเหมือนจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเฉินเว่ยเลยแม้แต่น้อย
"นี่มันอะไรกัน!" หัวหน้ากลุ่มเงามัจจุราชที่หนึ่งคำรามด้วยความสับสน "นี่ไม่ใช่เฉินเว่ย! พวกแกเป็นใครกัน!"
“พวกเราเป็นคนของท่านเฉินเว่ย! พวกแกบุกรุกเข้ามาในที่ของเรา!” หัวหน้ากลุ่มอันธพาลคนหนึ่งตะโกนกลับไป
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เงามัจจุราชถูกตรึงไว้กับที่โดยกลุ่มอันธพาลที่แม้จะมีฝีมือด้อยกว่า แต่ก็มีจำนวนมากและบ้าระห่ำด้วยฤทธิ์สุราและยาปลุกกำลังที่เฉินเว่ยแอบจัดหามาให้
ในขณะที่เงามัจจุราชกำลังติดกับดัก เฉินเว่ยในคราบชายวัยกลางคน ได้ใช้ [วิสัยทัศน์แห่งการค้า] สังเกตการณ์สถานการณ์จากระยะไกล เขายิ้มอย่างพึงพอใจ
“แค่ทำให้พวกมันเสียเวลาและสิ้นเปลืองทรัพยากรไปกับการต่อสู้ที่ไร้สาระเท่านั้น” เขากล่าวกับตัวเอง “แต่แผนของข้ายังไม่จบเพียงเท่านี้”
เขากวาดสายตาไปยังแผนที่ระบบอีกครั้ง เงามัจจุราชอีกสองกลุ่มยังคงเคลื่อนไหวอย่างอิสระ พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปยังใจกลางเมืองผิงหลง เพื่อค้นหาแหล่งกบดานที่แท้จริงของเฉินเว่ย นั่นคือโรงน้ำชาที่เขาใช้เป็นฐานบัญชาการ
“พวกมันฉลาดกว่าที่คิดจริงๆ ที่ยังไม่หลงกลง่ายๆ” เฉินเว่ยพึมพำ “แต่ข้าก็เตรียมการไว้สำหรับพวกเจ้าแล้วเช่นกัน”
เขาเปิดหน้าต่างระบบ [จักรพรรดิแห่งการค้า] ขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะทำการซื้อขายครั้งใหญ่
[คุณได้เปิดใช้งานทักษะ จักรพรรดิแห่งการค้า ระดับ 2] [คุณได้ทำการลงทุนใน ‘ตลาดแรงงานเถื่อน’ จำนวน 50,000 เหรียญทอง] [คุณได้ทำการซื้อ 'สินค้าราคาถูก' ในจำนวนมหาศาลจาก ‘โรงประมูลใต้ดิน’ ของเมืองผิงหลง]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของเฉินเว่ย “ท่านได้ใช้เงินเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างความปั่นป่วนในตลาดมืดของเมืองผิงหลง ระวังผลกระทบที่ไม่คาดคิด”
แต่เฉินเว่ยไม่ได้สนใจ เขากำลังจ้องมองไปยังจุดสีแดงสองจุดที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้โรงน้ำชาของเขาอย่างรวดเร็ว
“เอาล่ะ เงามัจจุราช… มาดูกันว่าพวกเจ้าจะรับมือกับคลื่นแห่ง ‘การค้า’ ของข้าได้อย่างไร”
ทันใดนั้น เสียงอึกทึกครึกโครมก็ดังขึ้นจากใจกลางเมืองผิงหลง กลุ่มนักล่ารางวัลที่ถูกหลอกล่อให้มาที่เมืองผิงหลง และไม่พบเฉินเว่ยตามที่คาดไว้ ต่างพากันโกรธแค้น เมื่อเห็นว่ามี “สินค้า” จำนวนมหาศาลปรากฏขึ้นในตลาดมืดอย่างกะทันหันในราคาที่ถูกเหลือเชื่อ และมีข่าวลือว่าสินค้าเหล่านั้นกำลังถูก “กว้านซื้อ” โดยกลุ่มพ่อค้าลึกลับ พวกเขาก็ลืมเรื่องเฉินเว่ยไปชั่วขณะ และหันมาแย่งชิงสินค้าเหล่านั้นแทน
เกิดความวุ่นวายอลหม่านขึ้นกลางเมืองผิงหลง นักล่ารางวัล พ่อค้า และอันธพาลจำนวนมากต่างพากันเข้าห้ำหั่นเพื่อแย่งชิง “โอกาสทอง” ที่เฉินเว่ยสร้างขึ้น สิ่งนี้ทำให้การจราจรในเมืองเป็นอัมพาต และดึงความสนใจของทุกคนไปจากเงามัจจุราชที่กำลังเคลื่อนที่อย่างเงียบเชียบ
เงามัจจุราชกลุ่มที่สองและสามที่กำลังมุ่งหน้าไปยังโรงน้ำชาของเฉินเว่ย ต้องเผชิญหน้ากับความโกลาหลที่ไม่คาดฝัน พวกเขาไม่สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างสะดวก และยังต้องคอยระวังไม่ให้ถูกเปิดเผยตัวตนจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้น พวกเขาสับสนและเริ่มสงสัยว่าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ หรือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่ซับซ้อนยิ่งกว่าของเฉินเว่ย
“นี่มัน… ความวุ่นวายที่เกิดจากการค้าขาย!” หัวหน้าเงามัจจุราชกลุ่มที่สองพึมพำ “ไม่เคยมีใครใช้วิธีแบบนี้มาก่อน!”
เฉินเว่ยเห็นทุกอย่างผ่าน [วิสัยทัศน์แห่งการค้า] เขายิ้มอย่างพึงพอใจ “พวกเจ้าไม่มีทางเข้าใจหรอก นี่คือพลังที่แท้จริงของ ‘จักรพรรดิแห่งการค้า’”
เขายืนอยู่บนดาดฟ้าของอาคารที่อยู่ไม่ไกลจากโรงน้ำชา ปล่อยให้สายลมยามค่ำคืนพัดผ่าน เขาได้เปลี่ยนกลับมาเป็นรูปลักษณ์เดิมแล้ว เพราะรู้ว่าในตอนนี้ทุกคนกำลังวุ่นวายเกินกว่าจะสังเกตเห็นเขา
“การทำให้ศัตรูอ่อนแอลง ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังเสมอไป” เฉินเว่ยกล่าวกับตัวเอง “การทำให้พวกมันสับสน ทำให้พวกมันแตกแยก และทำให้พวกมันสิ้นเปลืองทรัพยากรไปกับสิ่งไร้ประโยชน์… นั่นแหละคือชัยชนะที่แท้จริง”
ระบบแจ้งเตือนขึ้นอีกครั้ง: [คุณได้บรรลุเป้าหมายการสร้างความปั่นป่วนในเครือข่ายศัตรูอย่างมีประสิทธิภาพ ได้รับคะแนนธุรกิจ 500 แต้ม]
แต่แล้ว ทันใดนั้น แผนที่ระบบก็กะพริบถี่ขึ้น จุดสีแดงดวงหนึ่งที่เคยนิ่งสงบอยู่ที่สำนักเมฆทมิฬ กลับเริ่มเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว พุ่งตรงมายังเมืองผิงหลงด้วยความเร็วที่น่าตกใจ
“นี่มันอะไรกัน?” เฉินเว่ยขมวดคิ้ว “ยังมีไพ่ตายซ่อนอยู่อีกงั้นหรือ?”
[คำเตือน: ตรวจพบภัยคุกคามระดับสูงสุด! ผู้อาวุโสไป๋หลงแห่งนิกายเมฆทมิฬกำลังเคลื่อนที่ด้วยตัวเอง! ระยะห่างโดยประมาณ: สองชั่วยาม]
เฉินเว่ยรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่เข้ามา ผู้อาวุโสไป๋หลง… ปรมาจารย์ระดับสูงสุดของนิกายเมฆทมิฬกำลังเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง นี่คือสิ่งที่เขาไม่คาดคิด
รอยยิ้มบนใบหน้าของเฉินเว่ยหายไปทันที เขากำหมัดแน่น “ดูเหมือนว่าสงครามที่ไร้คมดาบ… กำลังจะกลายเป็นสงครามที่แท้จริงแล้วสินะ”
เขาเหลือบมองไปยังท้องฟ้าเบื้องบน ที่ดวงจันทร์กำลังถูกกลืนกินโดยเมฆดำทะมึน ราวกับลางบอกเหตุถึงหายนะที่กำลังจะมาถึง
“ผู้อาวุโสไป๋หลง… ข้าไม่เคยคิดว่าเจ้าจะยอมลดตัวลงมาเล่นเอง” เฉินเว่ยพึมพำ ดวงตาของเขาฉายแววความมุ่งมั่นอันแรงกล้า “แต่ไม่เป็นไร… ยิ่งเจ้ามามากเท่าไหร่ ข้าก็ยิ่งมีโอกาสที่จะโจมตีรากฐานของเจ้าได้ลึกขึ้นเท่านั้น!”
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นอีกครั้ง: [ภารกิจใหม่: เอาชีวิตรอดจากการไล่ล่าของผู้อาวุโสไป๋หลง และสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อสถานะทางการเงินของนิกายเมฆทมิฬภายในเจ็ดวัน]
[รางวัล: กล่องสมบัติระดับตำนาน, ทักษะ จักรพรรดิแห่งการค้า ระดับ 3]
[บทลงโทษ: หากล้มเหลว… ระบบจะหยุดทำงานถาวร!]
เฉินเว่ยกำหมัดแน่น หน้าต่างระบบยังคงกะพริบด้วยคำเตือนสุดท้ายที่เยือกเย็น
“ระบบจะหยุดทำงานถาวรอย่างนั้นหรือ… ดูเหมือนว่านี่จะเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของข้าเลยทีเดียว”
เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอีกครั้ง ดวงตาเปล่งประกายด้วยความท้าทาย ผู้อาวุโสไป๋หลงกำลังจะมาถึงในไม่ช้า แต่เฉินเว่ยก็ไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ง่ายๆ
“มาดูกันว่า ‘อำนาจแห่งกำลังภายใน’ ของเจ้า หรือ ‘อำนาจแห่งการค้า’ ของข้า… ใครกันแน่ที่จะเป็นผู้ชนะในสงครามครั้งนี้!”

จักรพรรดิระบบโกยเงิน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก