โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
200 ตอน · 2,286 คำ
เฉินเว่ยยืนอยู่หน้าแผนที่ขนาดใหญ่ที่ฉายภาพเสมือนจริงของอาณาจักรต้าหลง แสงจากระบบส่องสว่างใบหน้าของเขา ทำให้เงาที่ทอดลงมาดูมืดมิดและหนักอึ้ง ผู้อาวุโสไป๋หลง เส้นสีแดงกระพริบบนแผนที่ กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่น่าตกใจตรงมายังเมืองผิงหลง จุดที่เฉินเว่ยตัดสินใจใช้เป็นสมรภูมิหลักของสงครามครั้งนี้
"ระบบ จะมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจุดอ่อนของผู้อาวุโสไป๋หลงหรือไม่? หรือวิธีการรับมือกับยอดฝีมือระดับนี้ที่ไม่ได้ใช้กำลังภายในโดยตรง?" เฉินเว่ยเอ่ยถาม เสียงของเขาราบเรียบ แต่ในดวงตามีประกายแห่งความตึงเครียด
เสียงสังเคราะห์ของระบบตอบกลับทันที "ข้อมูลของผู้อาวุโสไป๋หลง: ผู้ฝึกยุทธ์ระดับแก่นแท้ทองคำขั้นสูงสุด สังกัดนิกายเมฆทมิฬ มีความเชี่ยวชาญด้านวิชาธาตุลมและความเร็วสูง จุดอ่อน: พึ่งพาทรัพยากรของนิกายอย่างมากในการบำรุงรักษาพลังและฟื้นฟู ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงมักมองข้ามความสำคัญของการค้าและเศรษฐกิจในเชิงกลยุทธ์ การรับมือโดยไม่ใช้กำลังภายใน: สร้างสภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจในพื้นที่เป้าหมาย ตัดขาดทรัพยากรที่จำเป็น ทำให้การเคลื่อนไหวของเป้าหมายมีต้นทุนสูงขึ้นอย่างมหาศาล และสร้างความสับสนวุ่นวายในห่วงโซ่อุปทานที่เป้าหมายอาจต้องพึ่งพา"
"อย่างที่ข้าคิดไว้" เฉินเว่ยพึมพำ เขากวาดตามองแผนที่อีกครั้ง ผู้อาวุโสไป๋หลงเป็นเหมือนหมากที่ทรงพลัง แต่หมากตัวนี้ก็ต้องกินอาหารและมีเส้นทางการเดิน เฉินเว่ยใช้เวลาหลายวันในการเตรียมการ วางโครงข่ายใยแมงมุมทางเศรษฐกิจที่มองไม่เห็น แต่รัดกุมจนยากจะหลุดพ้น แผนการของเขาคือการเปลี่ยนสมรภูมิรบจากการประลองกำลังภายในที่เขาไม่มีทางสู้ ให้กลายเป็นสงครามการค้าที่เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญ
“เริ่มปฏิบัติการ ‘พายุการค้า’ ได้เลย” เฉินเว่ยออกคำสั่ง ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น นี่คือการเดิมพันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา หากสำเร็จ เขาจะสร้างชื่อเสียงที่ไม่อาจสั่นคลอนได้ หากล้มเหลว… ระบบจะดับลง และเขาก็จะกลายเป็นเพียงนักธุรกิจล้มละลายในโลกโบราณที่รอความตาย
ในอีกด้านหนึ่ง ผู้อาวุโสไป๋หลงเหาะทะยานผ่านท้องฟ้าด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า ร่างของเขาเคลื่อนที่อย่างไร้เสียงรบกวน ทิ้งเพียงร่องรอยของพลังปราณที่ค้างอยู่ในอากาศ เขามุ่งหน้ามายังเมืองผิงหลงด้วยความไม่พอใจอย่างถึงที่สุด นักล่ารางวัลและเงามัจจุราชของเขาถูกปั่นหัวจนเสียเวลาไปมากมาย เขาจะไม่ยอมปล่อยให้คนธรรมดาที่ไหนไม่รู้มาลบหลู่นิกายเมฆทมิฬได้อีกต่อไป
"เฉินเว่ย... เจ้าคิดว่าการใช้เล่ห์เหลี่ยมเล็กน้อยจะสามารถหลบหนีจากเงื้อมมือของนิกายเมฆทมิฬได้หรือ? ฮึ่ม! ช่างโง่เขลายิ่งนัก" ผู้อาวุโสไป๋หลงเย้ยหยัน ในสายตาของเขา เฉินเว่ยเป็นเพียงมดปลวกที่บังเอิญมีเงินเท่านั้น เขาวางแผนที่จะจับตัวเฉินเว่ยให้ได้ภายในไม่กี่ชั่วยาม จากนั้นจะใช้พิธีทรมานของนิกายเพื่อค้นหาความลับทั้งหมดของอีกฝ่าย
เมื่อผู้อาวุโสไป๋หลงเข้าใกล้เขตเมืองผิงหลง เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง พลังปราณที่แผ่ซ่านอยู่ในอากาศดูเหมือนจะถูกรบกวนเล็กน้อย ไม่ใช่การรบกวนจากพลังปราณที่แข็งแกร่ง แต่เป็นความปั่นป่วนที่เกิดจากกระแสพลังชีวิตของผู้คนจำนวนมากที่กำลังอยู่ในภาวะสับสนและเร่งรีบ
"เกิดอะไรขึ้น?" เขาส่งกระแสจิตถามไปยังกลุ่มเงามัจจุราชที่ประจำการอยู่รอบนอกเมือง
"ผู้อาวุโส! สถานการณ์ในเมืองผิงหลง... ค่อนข้างจะซับซ้อนพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงจากเงามัจจุราชตนหนึ่งตอบกลับมาด้วยความกังวล "ตลาดการค้าปั่นป่วนอย่างหนัก ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานพุ่งสูงขึ้นหลายสิบเท่า ข้าวสาร น้ำมัน ผ้าแพร... แทบจะหาซื้อไม่ได้เลยพ่ะย่ะค่ะ! ผู้คนกำลังแตกตื่นและเกิดความวุ่นวายเล็กน้อย"
ผู้อาวุโสไป๋หลงขมวดคิ้ว "ไร้สาระ! เรื่องเล็กน้อยแค่นี้จะมาขัดขวางข้าได้อย่างไร? ข้าจะเข้าไปในเมืองและค้นหาตัวเฉินเว่ยด้วยตัวเอง"
เขาไม่รอช้า พุ่งทะยานเข้าสู่เมืองผิงหลงทันที ด้วยพลังของยอดฝีมือระดับแก่นแท้ทองคำขั้นสูงสุด เขาสามารถสัมผัสถึงร่องรอยของพลังชีวิตที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษได้ แต่สิ่งที่เขาพบกลับทำให้เขาประหลาดใจอย่างยิ่ง
ทั่วทั้งเมืองผิงหลงมีพลังชีวิตจำนวนมากที่ดู "ผิดปกติ" บางแห่งเป็นพลังที่แข็งแกร่งราวกับผู้ฝึกยุทธ์ แต่กลับไม่มีร่องรอยของการเคลื่อนไหวที่แท้จริง บางแห่งเป็นพลังชีวิตที่ดูธรรมดา แต่กลับมีร่องรอยของการ "แสร้งทำ" เป็นผู้ฝึกยุทธ์อยู่ภายใน
"นี่มันอะไรกัน?" ผู้อาวุโสไป๋หลงเริ่มรู้สึกหงุดหงิด เขาลดระดับลงมาเดินบนพื้นดิน พยายามใช้ประสาทสัมผัสทั้งหมดของเขาเพื่อแยกแยะความจริง
ทุกซอกทุกมุมของเมืองเต็มไปด้วยผู้คน แต่ผู้คนเหล่านั้นดูเหมือนจะถูกครอบงำด้วยความตื่นตระหนก ราคาสินค้าที่พุ่งสูงลิ่วทำให้การใช้ชีวิตประจำวันกลายเป็นเรื่องยากลำบาก มีการต่อแถวซื้อของยาวเหยียด ผู้คนทะเลาะเบาะแว้งกันเพื่อแย่งชิงสินค้าไม่กี่ชิ้น
"เกิดอะไรขึ้นที่นี่! พวกเจ้าไม่รู้กฎของเมืองผิงหลงหรือไง!" ผู้อาวุโสไป๋หลงจับไหล่พ่อค้าเร่คนหนึ่งที่กำลังตะโกนขายข้าวสารในราคาสูงลิ่วด้วยความไม่พอใจ
พ่อค้าเร่ตัวสั่นงันงก ใบหน้าซีดเผือด "ท่าน... ท่านผู้ฝึกยุทธ์... ขออภัยขอรับ แต่... แต่สินค้ามันหายากจริงๆ ขอรับ! โรงสีของท่านเฉินเว่ย... จู่ๆ ก็ประกาศว่าวัตถุดิบขาดแคลน ร้านค้าส่วนใหญ่ก็หยุดขาย! พวกเราก็ต้องหาทางเอาตัวรอดขอรับ!"
"เฉินเว่ย?" ผู้อาวุโสไป๋หลงเลิกคิ้ว "มันทำอะไรกับตลาด?"
"ไม่ทราบเหมือนกันขอรับ!" พ่อค้าเร่รีบตอบ "แต่โรงสีของท่านเฉินเว่ยเป็นแหล่งผลิตข้าวสารที่ใหญ่ที่สุดในเมือง พอเขาหยุดผลิต ทุกอย่างก็ปั่นป่วนไปหมดเลยขอรับ! แล้วยังมีพวกสินค้าจากต่างเมืองอีก จู่ๆ ก็ขนส่งมาไม่ได้ด้วยเหตุผลแปลกๆ ทั้งนั้นเลย! ราวกับว่า... มีคนวางแผนไว้!"
ผู้อาวุโสไป๋หลงปล่อยมือจากพ่อค้าเร่ เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกในใจ นี่ไม่ใช่แค่ความวุ่นวายธรรมดา แต่เป็นการจัดฉากที่ซับซ้อน เขาเดินลึกเข้าไปในเมือง พยายามที่จะใช้กำลังภายในของตนเพื่อสืบหาข้อมูล แต่กลับพบว่ายิ่งเขาสืบมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีข้อมูลเท็จและข่าวลือไร้สาระมากมายถาโถมเข้ามาในหูของเขา
"ได้ยินว่าตระกูลหลี่ประกาศเลิกกิจการค้าสมุนไพรไปแล้วนะ!" "จริงหรือ? แย่แล้วสิ! ข้าต้องใช้สมุนไพร 'หยกลมปราณ' นั่นในการบ่มเพาะพลัง!" "ได้ข่าวว่าราคาหินวิญญาณก็พุ่งขึ้นห้าเท่าแล้วนะ! มีคนกว้านซื้อไปหมด!" "พวกเจ้าได้ยินเรื่องตลาดค้าสัตว์อสูรไหม? จู่ๆ ก็มี 'โรคระบาดปริศนา' ทำให้สัตว์อสูรล้มตายไปหมดเลย!"
ผู้อาวุโสไป๋หลงรู้สึกราวกับถูกกระแสคลื่นซัดกระหน่ำ ข่าวลือเหล่านี้ไม่ใช่แค่ข่าวลือธรรมดา มันเป็นข่าวลือที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรสำคัญของผู้ฝึกยุทธ์ และมันกำลังแพร่กระจายไปทั่วเมืองอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากที่อยู่ในเมืองผิงหลงต้องตื่นตระหนกและพยายามกักตุนสินค้า ราคาสินค้าจึงยิ่งพุ่งสูงขึ้นไปอีก
"เล่ห์เหลี่ยมชั้นต่ำ!" ผู้อาวุโสไป๋หลงตะโกนด้วยความโมโห เขาสัมผัสได้ว่าพลังปราณของตนเริ่มอ่อนล้าจากการใช้ประสาทสัมผัสในการแยกแยะข้อมูลที่ไม่เป็นประโยชน์เหล่านี้มานาน
ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์ลับของเฉินเว่ย ระบบแสดงผลสถานการณ์ทั้งหมดบนหน้าจออย่างละเอียด
"ผู้อาวุโสไป๋หลงมีระดับความหงุดหงิดเพิ่มขึ้น 20% พลังปราณที่ใช้ในการตรวจสอบข้อมูลที่ไม่จำเป็นเพิ่มขึ้น 15% ทรัพยากรที่ใช้ไปในการเดินทางและการสอบสวนเบื้องต้น: หินวิญญาณระดับต่ำ 120 ก้อน, สมุนไพรฟื้นฟูพลัง 3 ชิ้น"
เฉินเว่ยยิ้มมุมปาก "ยอดเยี่ยม! ให้เขาสะสมความหงุดหงิดต่อไป"
แผนของเฉินเว่ยไม่ได้มีเพียงแค่การสร้างความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจในเมืองผิงหลงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการใช้เครือข่ายธุรกิจที่ซับซ้อนของเขาในการควบคุมเส้นทางการค้าสำคัญที่เชื่อมไปยังเมืองผิงหลง
"ระบบ รายงานสถานการณ์ของเส้นทางการค้าหมายเลขสาม" เฉินเว่ยสั่ง
"เส้นทางการค้าหมายเลขสาม: คาราวานสินค้าจากสำนักพันบุปผาถูกกลุ่มโจรภูเขาปล้นสะดม สินค้าประเภท 'ยาอายุวัฒนะ' และ 'หินโอสถ' ถูกยึดไปทั้งหมด คาราวานสินค้าจากตระกูลเหมิงที่บรรทุก 'แร่เหล็กทมิฬ' ถูกน้ำท่วมฉับพลันในหุบเขาอสรพิษ ทำให้สินค้าเสียหายเกือบทั้งหมด"
"ดีมาก" เฉินเว่ยพยักหน้า นี่ไม่ใช่โจรภูเขาธรรมดา หรือน้ำท่วมฉับพลันจากภัยธรรมชาติ แต่เป็นปฏิบัติการที่เขาจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าอย่างรอบคอบ เพื่อปิดล้อมเส้นทางการค้าเข้าออกเมืองผิงหลง ไม่ให้สินค้าที่สำคัญรั่วไหลออกไป หรือไม่ให้สินค้าที่เขาไม่ต้องการเข้ามา
เขากำลังบังคับให้ผู้อาวุโสไป๋หลงต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า แม้แต่ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุด ก็ไม่สามารถอยู่รอดได้โดยปราศจากทรัพยากร และเมื่อทรัพยากรเหล่านั้นถูกควบคุมโดยเฉินเว่ย ผู้อาวุโสไป๋หลงก็จะต้องพึ่งพาเขา ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ผู้อาวุโสไป๋หลงใช้เวลาตลอดทั้งวันในการสืบหาตัวเฉินเว่ย แต่ทุกเส้นทางที่เขามุ่งไปกลับกลายเป็นทางตัน เขาตามรอยพลังชีวิตที่ "แข็งแกร่ง" ไปยังโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง แต่กลับพบว่าเป็นเพียงกลุ่มนักเลงหัวไม้ที่กำลังดื่มสุราและอวดอ้างสรรพคุณของตนเอง หรือไปยังจวนเศรษฐีที่โอ้อวดว่ามีสมบัติมหาศาล แต่กลับกลายเป็นเพียงการจัดฉากเพื่อดึงดูดความสนใจ
ความหิวโหยและความกระหายเริ่มคุกคามเขา แม้กระทั่งยอดฝีมือก็ต้องกินต้องดื่ม แต่ในเมืองผิงหลงเวลานี้ ร้านอาหารส่วนใหญ่ปิดตัวลง หรือมีราคาแพงจนน่าตกใจ หินวิญญาณที่เขาพกมาด้วยก็เริ่มลดน้อยลงอย่างรวดเร็วจากการต้องจ่ายเงินมหาศาลเพื่อแลกกับข้อมูลไร้ประโยชน์ที่ได้รับมา
"เจ้าเฉินเว่ย! เจ้ากำลังเล่นกับไฟ!" ผู้อาวุโสไป๋หลงคำรามเสียงต่ำ พลังปราณของเขาปะทุออกมาเล็กน้อย ทำให้ผู้คนที่อยู่ใกล้เคียงต้องรีบหลบหนีไป เขารู้สึกถึงความคับแค้นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่เคยพบเจอศัตรูประเภทนี้มาก่อน ศัตรูที่ไม่ได้ต่อสู้ด้วยกำลัง แต่กลับใช้ "กลยุทธ์" ที่มองไม่เห็นในการบีบคั้นเขา
ในที่สุด เขาก็ตัดสินใจที่จะใช้ไม้แข็ง "ในเมื่อเจ้าไม่ยอมเผยตัว ข้าจะบังคับให้เจ้าออกมา!"
ผู้อาวุโสไป๋หลงทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พลังปราณสีเขียวเข้มแผ่รัศมีออกมาจากร่างของเขาอย่างน่าเกรงขาม เขากะว่าจะทำลายอาคารสำคัญบางส่วนในเมือง เพื่อบีบให้เฉินเว่ยต้องปรากฏตัวออกมา แต่ก่อนที่เขาจะได้ลงมือทำลายอะไร เสียงของระบบก็ดังก้องอยู่ในหัวของเฉินเว่ย
"คำเตือน! ผู้อาวุโสไป๋หลงกำลังจะใช้กำลังทำลายล้าง! การกระทำนี้อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อเมืองและชีวิตผู้บริสุทธิ์อย่างมหาศาล ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และเครดิตของระบบ การดำเนินการของระบบจะได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรง!"
"หยุดเดี๋ยวนี้!" เฉินเว่ยออกคำสั่งทันที เขาไม่ต้องการให้ความเสียหายเกิดขึ้นกับเมืองผิงหลง เพราะนั่นจะส่งผลเสียต่ออาณาจักรธุรกิจของเขาในระยะยาว
ในวินาทีถัดมา เสียงประกาศที่ดังสนั่นก้องไปทั่วทั้งเมืองผิงหลง ราวกับเสียงสวรรค์ที่ปกคลุมไปทั่วทุกทิศทาง ทำให้ผู้อาวุโสไป๋หลงที่กำลังจะลงมือต้องชะงัก
"ผู้อาวุโสไป๋หลงแห่งนิกายเมฆทมิฬโปรดหยุดการกระทำของท่าน! ข้า เฉินเว่ย ขอนัดเจรจากับท่านเป็นการส่วนตัวที่หอการค้ามังกรทองภายในหนึ่งชั่วยาม หากท่านยังคงทำลายล้างเมืองผิงหลงต่อไป ข้าขอรับประกันว่า... ทรัพยากรทั้งหมดที่นิกายเมฆทมิฬพึ่งพาจากดินแดนทางใต้ จะถูกตัดขาดอย่างถาวร! จงอย่าได้สงสัยในอำนาจแห่งการค้าของข้า!"
เสียงประกาศนั้นชัดเจนและทรงพลัง ไม่ใช่การใช้พลังปราณ แต่เป็นเทคโนโลยีการขยายเสียงที่เหนือล้ำของเฉินเว่ย มันทำให้ทุกคนในเมืองได้ยิน รวมถึงผู้อาวุโสไป๋หลงที่กำลังลอยอยู่บนท้องฟ้า
"อะไรนะ! ทรัพยากรจากดินแดนทางใต้?" ผู้อาวุโสไป๋หลงเบิกตากว้าง ด้วยความตกใจอย่างแท้จริง ดินแดนทางใต้เป็นแหล่งกำเนิดของสมุนไพรหายากและแร่ธาตุวิเศษจำนวนมากที่จำเป็นต่อการบ่มเพาะของนิกายเมฆทมิฬ หากแหล่งเหล่านั้นถูกตัดขาดจริง นิกายของเขาจะต้องประสบปัญหาอย่างใหญ่หลวง
เขาไม่เคยคาดคิดว่าเฉินเว่ยจะสามารถควบคุมห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อนขนาดนั้นได้ เสียงประกาศนั้นไม่ใช่เพียงแค่คำขู่ แต่มันเป็นคำขู่ที่เฉินเว่ยกำลังทำให้เป็นจริงด้วยการปั่นป่วนเศรษฐกิจในเมืองผิงหลง ผู้อาวุโสไป๋หลงเริ่มเข้าใจแล้วว่าเขาได้ประเมินคู่ต่อสู้ผิดไปอย่างมหันต์
ในวินาทีนั้นเอง ระบบในหัวของเฉินเว่ยก็กะพริบแจ้งเตือนอีกครั้ง
"ภารกิจปัจจุบัน: 'สงครามเศรษฐกิจ' ได้รับความคืบหน้า 80% ผู้อาวุโสไป๋หลงยอมรับการเจรจา ยกระดับภารกิจสู่ 'การเจรจาของจักรพรรดิ' เดิมพัน: หากการเจรจาล้มเหลว ระบบจะหยุดทำงานถาวร และผู้อาวุโสไป๋หลงจะใช้กำลังทำลายล้างเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับระบบทั้งหมด"
เฉินเว่ยกำหมัดแน่น เขามองไปยังหน้าจอแสดงผลที่ตอนนี้แสดงภาพของผู้อาวุโสไป๋หลงที่กำลังร่อนลงจากฟ้าอย่างลังเล
"การเจรจาของจักรพรรดิอย่างนั้นหรือ... ดูเหมือนว่าการเดิมพันครั้งนี้จะสูงขึ้นไปอีกระดับ" เขาพึมพำ
หอการค้ามังกรทอง สถานที่นัดพบที่เฉินเว่ยเลือก เป็นอาคารที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน มีการออกแบบที่ผสมผสานระหว่างความโอ่อ่าแบบจีนโบราณและความทันสมัยอย่างลงตัว บรรยากาศภายในดูเคร่งขรึมและทรงพลังราวกับจะบ่งบอกถึงฐานะของผู้เป็นเจ้าของ เฉินเว่ยนั่งรออยู่ที่โต๊ะเจรจาไม้แกะสลักอย่างใจเย็น โดยมีชาหอมกรุ่นวางอยู่ตรงหน้า
ประตูหอการค้าเปิดออก ผู้อาวุโสไป๋หลงเดินเข้ามาด้วยสีหน้าขุ่นเคือง แต่แฝงไว้ด้วยความระมัดระวัง พลังปราณของเขายังคงแผ่ออกมาเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้รุนแรงเท่าเมื่อก่อน ดวงตาคมกริบของเขาจ้องตรงมาที่เฉินเว่ย ราวกับจะเจาะทะลุจิตใจของอีกฝ่ายให้ได้
"เจ้าคือเฉินเว่ย? ชายหนุ่มผู้อวดดีที่กล้าท้าทายอำนาจของนิกายเมฆทมิฬด้วยเล่ห์เหลี่ยมชั้นต่ำเช่นนั้นหรือ?" ผู้อาวุโสไป๋หลงเอ่ยถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
เฉินเว่ยยกยิ้มเล็กน้อย "ข้าก็คือเฉินเว่ยผู้นี้ ท่านผู้อาวุโสไป๋หลง หากการค้าเป็นเพียง 'เล่ห์เหลี่ยมชั้นต่ำ' ไฉนนิกายเมฆทมิฬของท่านจึงยังต้องพึ่งพาสินค้าจากภายนอก? และไฉนท่านจึงยอมมาเจรจากับ 'คนธรรมดา' เช่นข้าเล่า?"
คำพูดของเฉินเว่ยราวกับมีดคมที่แทงเข้ากลางใจของผู้อาวุโสไป๋หลง เขาไม่เคยคิดว่าตนเองจะต้องมานั่งเจรจากับนักธุรกิจที่ไร้พลังปราณ และที่สำคัญคือเขารู้สึกว่าตนเองกำลังถูกอีกฝ่ายควบคุมสถานการณ์อย่างสมบูรณ์
"เจ้า... เจ้าบังอาจ!" ผู้อาวุโสไป๋หลงตบโต๊ะเบาๆ แต่ด้วยพลังปราณ ทำให้โต๊ะสั่นสะเทือนเล็กน้อย
"ใจเย็นก่อนท่านผู้อาวุโส" เฉินเว่ยรินชาส่งให้ "เรามาพูดคุยกันอย่างอารยะชนดีกว่า กระหายชาหรือไม่? เป็นชา 'หยกลี้ลับ' ที่หายากและมีสรรพคุณช่วยสงบจิตใจ"
ผู้อาวุโสไป๋หลงจ้องมองถ้วยชาอย่างระแวง แต่ในที่สุดก็ยกขึ้นจิบช้าๆ เขารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่อ่อนโยนและบริสุทธิ์ไหลเข้าสู่ร่างกาย ช่วยให้ความหงุดหงิดในใจลดลงเล็กน้อย
"บอกมาว่าเจ้าต้องการอะไร และทำไมเจ้าถึงกล้าทำเรื่องบ้าๆ แบบนี้!" ผู้อาวุโสไป๋หลงถาม
เฉินเว่ยวางถ้วยชาลงช้าๆ "สิ่งที่ข้าต้องการคือความสงบสุขในการทำธุรกิจ และการเติบโตอย่างยั่งยืนของอาณาจักรการค้าของข้า ส่วนที่ว่าทำไมข้าถึงกล้าทำเช่นนี้... ก็เพราะข้ารู้ดีว่า 'อำนาจแห่งกำลังภายใน' เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถครองทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ได้ ท่านผู้อาวุโสอาจจะแข็งแกร่งที่สุดในโลกหล้า แต่ท่านก็ไม่สามารถเอาชนะความหิวโหย ความยากจน หรือความต้องการของมนุษย์ได้ หากไม่มีการค้า ทุกสิ่งก็จะหยุดนิ่ง"
เขาเงยหน้าขึ้นมองผู้อาวุโสไป๋หลงด้วยสายตาที่ท้าทายแต่ก็จริงจัง "ดังนั้น คำถามคือ... ท่านต้องการ 'สงคราม' ที่ไร้จุดจบ ซึ่งจะทำลายทั้งนิกายของท่านและอาณาจักรของข้า หรือท่านต้องการ 'การเจรจา' ที่จะนำไปสู่ความร่วมมืออันเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย?"
ผู้อาวุโสไป๋หลงมองเฉินเว่ยด้วยความประหลาดใจ เขาไม่เคยพบเจอคนธรรมดาที่มีความมั่นใจและวิสัยทัศน์เช่นนี้มาก่อน คำพูดของเฉินเว่ยทำให้เขาต้องครุ่นคิดอย่างหนัก เพราะสิ่งที่เฉินเว่ยพูดนั้นเป็นความจริง นิกายเมฆทมิฬจำเป็นต้องพึ่งพาทรัพยากรจากภายนอก หากไม่มีการค้า ชีวิตของผู้ฝึกยุทธ์ก็จะยากลำบาก
"แล้วเจ้ามีข้อเสนออะไร?" ผู้อาวุโสไป๋หลงถามขึ้นในที่สุด นั่นคือสัญญาณว่าเขาเริ่มเปิดใจรับฟัง
เฉินเว่ยยิ้ม "ข้อเสนอของข้าคือ... ข้อตกลงพิเศษระหว่างนิกายเมฆทมิฬและอาณาจักรการค้าของข้า เราจะจัดหาทรัพยากรที่จำเป็นให้นิกายของท่านในราคาที่ยุติธรรม และมีคุณภาพดีที่สุด แลกกับการที่นิกายของท่านจะไม่เข้ามาแทรกแซงกิจการของข้าอีกต่อไป และจะเป็นพันธมิตรทางการค้าที่ไม่เป็นทางการของเรา ท่านจะได้ทรัพยากรที่จำเป็นและมั่นคง ส่วนข้าก็จะได้ความสงบและโอกาสในการขยายอาณาจักรของข้า"
"พันธมิตรทางการค้า?" ผู้อาวุโสไป๋หลงทวนคำ เขารู้สึกว่านี่เป็นเรื่องเหลือเชื่อ แต่เมื่อคิดถึงความวุ่นวายที่เฉินเว่ยสร้างขึ้นมาได้ในเวลาอันสั้น เขาก็เริ่มลังเล
"แน่นอน" เฉินเว่ยตอบ "และยังมีอีกข้อเสนอพิเศษ... ในฐานะพันธมิตร ข้าสามารถมอบ 'ข้อมูล' ที่มีค่าเกี่ยวกับแหล่งทรัพยากรใหม่ๆ และเทคนิคการค้าที่ทันสมัย ซึ่งจะช่วยให้กิจการของนิกายท่านเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น ท่านคิดว่าสิ่งนี้คุ้มค่าหรือไม่?"
ผู้อาวุโสไป๋หลงเงียบไปครู่หนึ่ง เขาไตร่ตรองคำพูดของเฉินเว่ยอย่างถี่ถ้วน การที่นิกายต้องพึ่งพาชายหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่มีกำลังภายในเลยเป็นเรื่องที่น่าอัปยศ แต่ในทางกลับกัน ข้อเสนอของเฉินเว่ยก็ดูเหมือนจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในสถานการณ์นี้ การตัดขาดทรัพยากรจากดินแดนทางใต้จะเป็นหายนะสำหรับนิกายเมฆทมิฬอย่างแน่นอน และพลังการค้าที่เฉินเว่ยแสดงออกมานั้นก็เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน
ในขณะที่ผู้อาวุโสไป๋หลงกำลังชั่งใจอยู่นั้น เสียงของระบบก็ดังขึ้นในหัวของเฉินเว่ยอีกครั้ง
"คำเตือน: ตรวจพบร่องรอยพลังงานแปลกปลอมระดับสูงกำลังเคลื่อนที่เข้ามายังเมืองผิงหลงอย่างรวดเร็ว! คาดว่ามาจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ พลังงานนี้ไม่ใช่ของผู้อาวุโสไป๋หลง!"
เฉินเว่ยขมวดคิ้ว เขาไม่คาดคิดว่าจะมีภัยคุกคามอื่นปรากฏขึ้นในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ ใครกันที่กล้าเข้ามาแทรกแซงในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้? และพลังงานระดับสูงนั้น... มันบ่งบอกถึงยอดฝีมืออีกคนหนึ่ง!
“ดูเหมือนว่าการเจรจาของเราอาจจะต้องถูกขัดจังหวะเสียแล้ว ท่านผู้อาวุโสไป๋หลง” เฉินเว่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ประตูหอการค้าที่บัดนี้กำลังสั่นสะเทือนเล็กน้อย
ผู้อาวุโสไป๋หลงเองก็รับรู้ได้ถึงพลังงานที่เข้ามา เขามีสีหน้าตกใจไม่แพ้กัน "นี่มัน... พลังปราณที่คุ้นเคย... แต่มาจากนิกายใดกัน?"
ก่อนที่ทั้งสองจะทันได้ตอบคำถาม เสียงระเบิดตูมใหญ่ก็ดังขึ้นจากด้านนอก ประตูหอการค้ามังกรทองพังทลายลง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาสีดำหลายร่างที่พุ่งเข้ามาในอาคาร แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ผู้นำของกลุ่มนั้นเป็นชายชราผมขาวท่าทางเคร่งขรึม ร่างกายเต็มไปด้วยรอยสักอักขระโบราณ และมีรัศมีพลังปราณที่แข็งแกร่งไม่แพ้ผู้อาวุโสไป๋หลง
“หึๆ ดูเหมือนข้าจะมาทันเวลาพอดิบพอดีนะ ท่านผู้อาวุโสไป๋หลง” ชายชรากล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชา ดวงตาของเขาจ้องตรงมาที่เฉินเว่ยราวกับเหยื่ออันโอชะ “เฉินเว่ยผู้นี้สินะ ที่สร้างความวุ่นวายไปทั่วโลก? นิกายทมิฬโลหิตของข้าจะขอรับหน้าที่จัดการเจ้าเอง!”
ระบบกะพริบด้วยคำเตือนที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม: "ตรวจพบยอดฝีมือระดับแก่นแท้โลหิต! นิกายทมิฬโลหิต คู่ปรับตลอดกาลของนิกายเมฆทมิฬ! ภารกิจ 'การเจรจาของจักรพรรดิ' กำลังเผชิญกับอุปสรรคที่ไม่คาดคิด! ระบบกำลังคำนวณความเสี่ยง... ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็น 99%! หากล้มเหลว ระบบจะหยุดทำงานถาวรทันที!"
เฉินเว่ยรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่แล่นไปทั่วร่าง เขากำลังเผชิญหน้ากับยอดฝีมือสองนิกายที่เกลียดชังกัน และเขากลายเป็นจุดศูนย์กลางของความขัดแย้งนี้ การเดิมพันของเขาเพิ่งจะเริ่มขึ้น แต่มันก็เลวร้ายลงกว่าที่คิดไว้มาก!

จักรพรรดิระบบโกยเงิน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก