เฉินเว่ยจ้องมองเข็มทิศค้นหาเส้นลมปราณที่สั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง เข็มที่เคยหมุนวนอย่างสับสนบัดนี้กลับชี้ไปในทิศทางเดียวอย่างมั่นคง ลึกเข้าไปในหุบเขาเมฆามังกรซึ่งเต็มไปด้วยความลึกลับและอันตราย รอยยิ้มขมขื่นปรากฏบนใบหน้าของเขา เขานึกถึงคำพูดของระบบที่ว่าภารกิจนี้ไม่มีเส้นทางง่ายดายให้เลือก นี่อาจเป็นหนทางเดียวที่เขาจะสามารถยกระดับแหล่งปราณจักรพรรดิ (ระดับต่ำ) ให้กลายเป็น “แหล่งปราณจักรพรรดิที่แท้จริง” ได้สำเร็จ
“เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายก็ต้องไป!” เฉินเว่ยกัดฟันแน่น เขากำลังแข่งกับเวลาที่เหลือเพียงน้อยนิด หากภารกิจล้มเหลว ไม่เพียงแต่เขาจะสูญเสียแต้มระบบมหาศาล แต่ยังอาจพลาดโอกาสสำคัญในการวางรากฐานพลังปราณของตนเองไปตลอดกาล เขาสำรวจสัมภาระที่มีติดตัว ยาฟื้นฟูพลังปราณระดับต่ำสองสามเม็ด และยาฟื้นฟูบาดแผลอีกเล็กน้อย แต้มระบบที่เหลือไม่มากนัก ทำให้เขาไม่สามารถซื้อของวิเศษราคาแพงได้อีก แต่เขามีประสบการณ์ในการต่อสู้กับสัตว์อสูรมาบ้างแล้ว และที่สำคัญที่สุดคือความรู้จากระบบที่ยังไม่เปิดเผยทั้งหมดในยามคับขัน
เข็มทิศในมือยังคงส่องแสงสีเงินอ่อนๆ และนำทางเขาไป สองเท้าของเฉินเว่ยก้าวเข้าไปในส่วนลึกของหุบเขาที่ไม่เคยมีใครย่างกรายเข้ามา สภาพแวดล้อมเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาจนแสงอาทิตย์ส่องลงมาไม่ถึง พื้นดินปกคลุมไปด้วยมอสสีเขียวชอุ่มและรากไม้ที่คดเคี้ยวราวกับงูยักษ์ พืชพรรณแปลกตาที่มีสีสันสดใสราวกับอัญมณีงอกเงยอยู่ทั่วไป อากาศเย็นชื้นและหนักอึ้งราวกับมีพลังปราณเข้มข้นลอยอบอวลอยู่รอบกาย เสียงน้ำตกไกลๆ แว่วมาเป็นระยะๆ สลับกับเสียงร้องของสัตว์ป่าที่ฟังดูไม่คุ้นเคย
ยิ่งก้าวลึกเข้าไปเท่าไหร่ พลังปราณที่แผ่ออกมาจากทิศทางที่เข็มทิศชี้ก็ยิ่งชัดเจนขึ้น เฉินเว่ยรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นราวกับพลังปราณนั้นมีชีวิต มันบริสุทธิ์และทรงพลังอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดระแวง หากมีของวิเศษเช่นนั้นจริง มันย่อมมีผู้เฝ้าพิทักษ์ที่แข็งแกร่งไม่ธรรมดาแน่นอน
จู่ๆ เสียงกรีดร้องแหลมสูงก็ดังขึ้นมาจากพุ่มไม้ข้างทาง ร่างของงูเขียวตัวมหึมาที่มีเกล็ดสีเขียวเข้มและดวงตาสีแดงฉานพุ่งเข้าใส่เขาอย่างรวดเร็ว งูตัวนี้มีความยาวกว่าสามเมตรและมีพิษร้ายแรงที่ปลายเขี้ยว เฉินเว่ยไม่รอช้า เขากระโดดหลบฉกของมันได้อย่างหวุดหวิด พร้อมกับชักมีดสั้นที่พกติดตัวออกมา “สัตว์อสูรระดับต่ำ!” เขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่เจอเพียงแค่นี้ ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมา เขาจัดการมันได้อย่างรวดเร็วด้วยการโจมตีที่แม่นยำไปยังจุดอ่อนของมัน งูยักษ์ขาดใจตายลงในเวลาไม่นาน
การเผชิญหน้ากับงูยักษ์เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น ตลอดเส้นทางที่ลึกเข้าไป เฉินเว่ยต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรหลากหลายชนิด ทั้งหมาป่าเขี้ยวเหล็ก, แมงมุมใยพิษยักษ์ และแม้กระทั่งฝูงค้างคาวดูดเลือดที่มีปีกเหมือนค้างคาว แต่มีลำตัวเหมือนมนุษย์ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ล้วนได้รับอิทธิพลจากพลังปราณที่เข้มข้นในหุบเขา ทำให้พวกมันแข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรทั่วไปในระดับเดียวกัน เฉินเว่ยต้องใช้ทั้งสติปัญญาและทักษะการต่อสู้ที่เขาพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว เขายังคงใช้แต้มระบบที่เหลืออย่างประหยัดเพื่อซื้อ “ยาฟื้นฟูพลังปราณพื้นฐาน” มาใช้ยามจำเป็น เขาสังเกตว่าสัตว์อสูรเหล่านี้ไม่ได้โจมตีเขาอย่างดุดันเพื่อฆ่า แต่เหมือนจะพยายามขับไล่ผู้บุกรุกออกจากอาณาเขตมากกว่า
หลังจากเดินทางต่อไปอีกครึ่งวัน ท้องฟ้าเริ่มมืดลง เฉินเว่ยตัดสินใจหยุดพักชั่วคราว เขาจุดกองไฟเล็กๆ เพื่อป้องกันสัตว์อสูรและนั่งสมาธิเพื่อฟื้นฟูพลังปราณที่ร่อยหรอไปเกือบหมด เข็มทิศค้นหาเส้นลมปราณยังคงส่องแสงนำทางอย่างต่อเนื่อง แต่ตอนนี้มันสั่นสะเทือนถี่ขึ้นกว่าเดิมมาก ราวกับว่าเป้าหมายอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว ความหวังจุดประกายขึ้นในใจของเฉินเว่ย แม้จะอ่อนล้า แต่เขาก็ยังคงมุ่งมั่น
เช้าวันรุ่งขึ้น เฉินเว่ยออกเดินทางต่อทันที เขาพบว่าเส้นทางเริ่มยากลำบากยิ่งขึ้นไปอีก ผนังหน้าผาสูงชันตั้งตระหง่านขวางหน้า เขาต้องปีนป่ายไปตามรากไม้ที่ยื่นออกมาและช่องหินแคบๆ โชคดีที่ทักษะแกะสลักอาคมชั่วคราวที่ได้มาจากระบบทำให้เขามีความคล่องแคล่วในการควบคุมร่างกายมากขึ้นเล็กน้อย ช่วยให้เขารักษาสมดุลบนเส้นทางที่อันตรายนี้ได้
ในที่สุด หลังจากผ่านพ้นหน้าผาสูงชันและป่าทึบที่ไม่มีที่สิ้นสุด เฉินเว่ยก็มาถึงยังสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งทำให้เขาต้องตกตะลึงเบิกตากว้าง เบื้องหน้าเขาคือแอ่งหินขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยน้ำใสราวคริสตัล น้ำในแอ่งเรืองแสงสีฟ้าอ่อนๆ จางๆ มีหมอกบางๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือผิวน้ำ รอบๆ แอ่งน้ำมีต้นไม้โบราณรูปร่างแปลกตาขึ้นอยู่หนาแน่น รากของพวกมันหยั่งลึกเข้าไปในแอ่งน้ำนั้น และที่กึ่งกลางของแอ่งน้ำ เหนือผิวน้ำขึ้นมาเล็กน้อย มีดอกไม้ดอกหนึ่งกำลังเบ่งบานอยู่
ดอกไม้นั้นมีกลีบสีดำสนิทราวกับรัตติกาล แต่กลับมีเส้นใยสีทองเรืองแสงอยู่ภายใน แสงสีทองอ่อนๆ ส่องออกมาจากกลีบดอกนั้นทำให้มันดูงดงามและลึกลับน่าค้นหา กลิ่นหอมเย็นยะเยือกของมันลอยมาตามสายลม ทำให้เฉินเว่ยรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที ราวกับว่ากลิ่นของมันสามารถชำระล้างความอ่อนล้าทั้งหมดออกไปได้ เข็มทิศในมือของเขาถึงกับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนแทบจะหลุดมือ แสงสีเงินที่เปล่งออกมาจากเข็มทิศสว่างจ้า ก่อนที่ระบบจะส่งเสียงแจ้งเตือนขึ้นในใจของเขา
“ติ๊ง! ค้นพบ ‘ดอกไม้แก่นมังกรทมิฬ’ ระดับสูงพิเศษ! วัตถุดิบหายากที่สามารถยกระดับแหล่งปราณจักรพรรดิได้!”
เฉินเว่ยแทบไม่เชื่อหูตัวเอง “ดอกไม้แก่นมังกรทมิฬ” ชื่อนี้บ่งบอกถึงความพิเศษของมันอย่างชัดเจน มันต้องเป็นสิ่งที่เขากำลังตามหาอย่างแน่นอน! แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แต่ในขณะเดียวกันก็มีความระมัดระวัง เขาไม่คิดว่าของวิเศษระดับนี้จะไม่มีผู้เฝ้าพิทักษ์
ทันใดนั้น! แรงกดดันมหาศาลก็แผ่ซ่านออกมาจากเงามืดใต้ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ตรงข้ามแอ่งน้ำ ร่างสีดำขนาดมหึมากระโจนออกมาจากเงานั้น สัตว์อสูรตัวนี้มีรูปร่างคล้ายลิงยักษ์ แต่มีขนสีดำสนิทราวกับหมึก ดวงตาสีแดงก่ำเรืองแสงน่ากลัว แขนของมันยาวจนเกือบจะลากพื้นและมีกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งน่าเกรงขาม ที่สำคัญที่สุดคือออร่าพลังปราณที่แผ่ออกมาจากมันนั้นรุนแรงจนทำให้เฉินเว่ยรู้สึกเหมือนถูกภูเขาทับ ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้
“ติ๊ง! ตรวจพบ ราชาวานรเงา ระดับ 5 แห่งดินแดนก่อเกิด!” เสียงของระบบดังขึ้นอีกครั้ง ทำเอาเฉินเว่ยใจหายวาบ
ระดับ 5 แห่งดินแดนก่อเกิด! นั่นหมายความว่ามันแข็งแกร่งกว่าเฉินเว่ยที่เพิ่งจะอยู่ในระดับ 1 แห่งดินแดนก่อเกิดหลายเท่าตัวนัก ความแตกต่างของพลังปราณมหาศาลขนาดนี้ทำให้เขารู้สึกท้อแท้เล็กน้อย แต่เมื่อมองไปยังดอกไม้แก่นมังกรทมิฬที่อยู่ตรงหน้า เขาก็ตัดสินใจกัดฟันสู้
ราชาวานรเงาคำรามก้อง หางของมันฟาดพื้นเสียงดังสนั่น ก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่เฉินเว่ยด้วยความเร็วที่เหนือความคาดหมาย แขนที่ทรงพลังของมันเหวี่ยงเข้าหาเขาอย่างรุนแรง เฉินเว่ยพยายามหลบหลีกอย่างสุดความสามารถ แต่การโจมตีของราชาวานรเงานั้นรวดเร็วและหนักหน่วงเกินไป เขาถูกแรงกระแทกจากอุ้งมือของมันเข้าที่ไหล่ ทำให้ร่างกระเด็นออกไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่ เลือดสดๆ ไหลซึมออกจากมุมปาก ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่าง
“แก่นัก!” เฉินเว่ยกัดฟันกรอด เขาลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล มืออีกข้างรีบหยิบยาฟื้นฟูบาดแผลเข้าปากทันที พร้อมกับรีบใช้แต้มระบบที่เหลือเพียงน้อยนิดปลดล็อกทักษะ “พรางกายขั้นต้น” ชั่วคราว ทันใดนั้น ร่างกายของเขาก็เบาหวิวราวกับก้อนเมฆและเงาของเขาก็ดูเลือนรางลงเล็กน้อย เป็นทักษะที่ใช้หลบหนีได้ดีเยี่ยม
ราชาวานรเงาดูเหมือนจะประหลาดใจเล็กน้อยที่เหยื่อของมันยังไม่ตาย มันคำรามอีกครั้งด้วยความไม่พอใจ และพุ่งเข้าใส่เฉินเว่ยอีกครั้ง คราวนี้มันใช้กรงเล็บที่แหลมคมข่วนเข้าใส่ เฉินเว่ยอาศัยจังหวะที่ร่างของเขามีความเบาและคล่องตัวจากทักษะพรางกายขั้นต้น กลิ้งหลบไปด้านข้างได้อย่างหวุดหวิด แต่กรงเล็บของมันก็ยังเฉียดผ่านแขนของเขาไป ทำให้เกิดบาดแผลลึก เลือดไหลรินออกมาไม่หยุด
“ไม่ได้การ! สู้ตรงๆ ไม่ได้แน่!” เฉินเว่ยคิดอย่างรวดเร็ว ด้วยความแตกต่างของระดับพลัง เขาไม่มีทางเอาชนะราชาวานรเงาได้ด้วยพละกำลัง เขาต้องใช้สมอง ใช้กลยุทธ์!
เขาเหลือบมองไปยังดอกไม้แก่นมังกรทมิฬอีกครั้ง มันกำลังเปล่งแสงสีทองอ่อนๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้จิตใจของเขามุ่งมั่นยิ่งขึ้นไปอีก เขาสังเกตเห็นว่าราชาวานรเงาดูเหมือนจะหวงแหนดอกไม้นั้นมาก มันไม่ยอมห่างจากแอ่งน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย
“ถ้าอย่างนั้น… ก็ต้องล่อมันออกมา!” เฉินเว่ยตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เขาวิ่งหนีเข้าไปในป่าทึบ โดยจงใจทิ้งร่องรอยให้ราชาวานรเงาติดตาม ราชาวานรเงาคำรามลั่นด้วยความโกรธ มันทนไม่ได้ที่จะเห็นเหยื่อหลบหนีไปได้ มันกระโดดตามเฉินเว่ยไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งแอ่งน้ำและดอกไม้แก่นมังกรทมิฬไว้เบื้องหลัง
เฉินเว่ยวิ่งเข้าไปในป่าลึกอย่างไม่คิดชีวิต พยายามสร้างระยะห่างให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาใช้ความได้เปรียบของร่างกายที่เล็กกว่าและความรู้เรื่องภูมิประเทศที่สังเกตมาตลอดทาง เขาพุ่งตัวไปตามพุ่มไม้และซอกหินแคบๆ ที่ร่างยักษ์ของราชาวานรเงาไม่สามารถตามไปได้อย่างง่ายดายนัก ราชาวานรเงาโกรธจัด มันเริ่มทำลายต้นไม้ที่ขวางทางด้วยพละกำลังมหาศาล แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่สามารถตามเฉินเว่ยได้ทัน
เมื่อเห็นว่าราชาวานรเงาห่างจากแอ่งน้ำพอสมควรแล้ว เฉินเว่ยก็หันหลังกลับทันที เขาวิ่งย้อนกลับไปยังแอ่งน้ำด้วยความเร็วสูงสุด เขาต้องใช้โอกาสนี้! ในขณะที่ราชาวานรเงาที่กำลังทำลายป่าอยู่ด้านหลังเริ่มรู้ตัวว่าถูกหลอก มันคำรามลั่นด้วยความเดือดดาลและรีบวิ่งตามกลับมา
เฉินเว่ยพุ่งตัวไปที่แอ่งน้ำอย่างรวดเร็ว เขาเหลือบมองดอกไม้แก่นมังกรทมิฬที่ยังคงเบ่งบานอยู่กลางน้ำ เขากระโดดลงไปในแอ่งน้ำที่เย็นจัดทันที น้ำในแอ่งนั้นใสสะอาดและมีพลังปราณเข้มข้นอย่างน่าประหลาด ราวกับว่าแอ่งน้ำนี้เป็นแหล่งรวมพลังปราณบริสุทธิ์
“ติ๊ง! ตรวจพบ ‘แอ่งน้ำปราณศักดิ์สิทธิ์โบราณ’ ระดับสูง! สามารถใช้เป็นส่วนประกอบในการยกระดับแหล่งปราณจักรพรรดิได้!”
ระบบแจ้งเตือนขึ้นอีกครั้ง ทำให้เฉินเว่ยประหลาดใจ “แอ่งน้ำปราณศักดิ์สิทธิ์โบราณงั้นรึ?” เขาไม่มีเวลาคิดมากไปกว่านี้แล้ว ราชาวานรเงากำลังกลับมา!
เขารีบว่ายน้ำไปที่ดอกไม้แก่นมังกรทมิฬที่อยู่กลางแอ่งน้ำ มือของเขาเอื้อมออกไปจับที่ก้านดอกไม้ ดอกไม้นั้นให้ความรู้สึกเย็นยะเยือกแต่ก็เต็มไปด้วยพลังชีวิตที่พลุ่งพล่าน เขาดึงมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง รากของมันหยั่งลึกเข้าไปในหินใต้แอ่งน้ำ แต่ด้วยพละกำลังที่เหลืออยู่ เขาก็สามารถดึงมันขึ้นมาได้สำเร็จ
ในจังหวะที่ดอกไม้แก่นมังกรทมิฬหลุดออกจากหิน ราชาวานรเงาก็พุ่งกลับมาถึงขอบแอ่งน้ำพอดี มันเห็นเฉินเว่ยอยู่ในแอ่งน้ำพร้อมกับดอกไม้แก่นมังกรทมิฬในมือ ดวงตาของมันแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นและเจ็บปวดราวกับกำลังจะเสียของรักไป มันไม่สนใจอะไรอีกแล้ว กระโดดลงมาในแอ่งน้ำพร้อมกับคำรามกึกก้อง
เฉินเว่ยรีบว่ายน้ำกลับเข้าฝั่งอย่างสุดชีวิต แต่ราชาวานรเงานั้นเร็วกว่ามาก มันพุ่งเข้าใส่เขาพร้อมกับกรงเล็บที่เตรียมจะฉีกร่างของเขาเป็นชิ้นๆ เฉินเว่ยไม่มีเวลาแม้แต่จะหันกลับไปมอง เขาได้แต่กอดดอกไม้แก่นมังกรทมิฬไว้แน่น และพุ่งตัวออกไปจากแอ่งน้ำราวกับถูกจรวดส่ง
“ติ๊ง! ได้รับ ดอกไม้แก่นมังกรทมิฬ!” เสียงระบบดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันมาพร้อมกับแรงลมมหาศาลที่พัดจากด้านหลัง เฉินเว่ยรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผดเผาที่ด้านหลัง และความเจ็บปวดที่คมกริบ กรงเล็บของราชาวานรเงาเฉือนเข้าที่แผ่นหลังของเขาอย่างจัง เสื้อผ้าขาดวิ่น เนื้อหนังเปิดเผย เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกจากบาดแผลมหาศาล เขาพุ่งไปข้างหน้าและล้มลงอย่างแรง
แต่เขาก็ยังคงกอดดอกไม้แก่นมังกรทมิฬไว้แน่น!
ราชาวานรเงาพุ่งเข้าใกล้เรื่อยๆ เสียงฝีเท้าของมันหนักหน่วงราวกับแผ่นดินจะถล่ม ร่างกายของเฉินเว่ยชาไปหมดจากความเจ็บปวดและอาการบาดเจ็บที่รุนแรง เขาเหลือบมองดอกไม้ในมือ มันยังคงเปล่งแสงสีทองอ่อนๆ งดงามอย่างลึกลับ เขาทำสำเร็จแล้ว! ได้ดอกไม้นี้มาแล้ว!
แต่ถึงจะได้มาแล้ว… แล้วจะทำอย่างไรต่อ?
“ติ๊ง! ภารกิจยกระดับแหล่งปราณจักรพรรดิ: ส่วนประกอบสำคัญ ‘ดอกไม้แก่นมังกรทมิฬ’ ได้รับแล้ว! โปรดดำเนินการในขั้นตอนต่อไปภายใน 24 ชั่วโมง มิฉะนั้นประสิทธิภาพจะลดลง!”
ระบบแจ้งเตือน ทำให้เฉินเว่ยตื่นตระหนก “24 ชั่วโมง?!” เขาแทบไม่มีแรงจะขยับตัวด้วยซ้ำ บาดแผลบนหลังลึกมากจนเขารู้สึกได้ถึงกระดูกที่บดเบี้ยว พลังปราณร่อยหรอเกือบหมดสิ้น ราชาวานรเงากำลังมาถึงตัวเขาแล้ว และเขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรกับดอกไม้นี้เพื่อยกระดับแหล่งปราณให้สำเร็จในสภาพเช่นนี้! เวลาที่เหลือน้อยนิด และราชาวานรเงาที่กำลังจะตามมาสังหารเขาให้ตายคามือ… เขาจะรอดไปได้อย่างไรกัน?

จักรพรรดิระบบโกยเงิน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก