เฉินเว่ยไม่รีรออีกต่อไป ความรู้สึกหิวโหยที่กัดกินภายในไม่ใช่เพียงความรู้สึกทางกายภาพ แต่มันคือสัญชาตญาณดิบของอสูรที่เพิ่งตื่นขึ้น ปลุกเร้าให้เลือดในกายของเขาเดือดพล่าน ร่างกายที่แข็งแกร่งเกินมนุษย์ของเขากลายเป็นเครื่องจักรที่กระหายพลังงานอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทุกย่างก้าวที่เขาเหยียบลงบนพื้นดินยามค่ำคืนล้วนหนักแน่นและเต็มไปด้วยพลังที่อัดแน่น แต่ถึงกระนั้น มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะเติมเต็มความว่างเปล่าที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ
เขาเหลือบมองไปยังทิศทางที่พยัคฆ์ทมิฬหนีไปอีกครั้ง ในสมองของเขาไม่ได้มีเพียงความคิด แต่ยังมีความรู้สึกที่สั่งการจากส่วนลึกของสัญชาตญาณอสูร ‘ล่า... กิน... เติมเต็ม!’
ก่อนหน้านี้ พยัคฆ์ทมิฬเป็นสัตว์อสูรระดับสูงที่เขาต้องใช้กลยุทธ์และพลังงานอย่างมากในการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด แต่ตอนนี้... ในสายตาของเฉินเว่ย มันเป็นเพียงแหล่งพลังงานเคลื่อนที่ เป็นอาหารชั้นเลิศที่จะช่วยบรรเทาความกระหายของเขาได้ชั่วคราว เขารู้สึกถึงกลิ่นอายของพยัคฆ์ทมิฬที่ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ แม้จะจางลงไปบ้าง แต่สำหรับประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของกายาจักรพรรดิอสูรแล้ว มันชัดเจนราวกับแสงไฟในความมืดมิด
“ระบบ! อธิบายเรื่อง ‘ภาวะโหยหาพลังงาน’ ให้ละเอียดกว่านี้!” เฉินเว่ยสั่งเสียงเข้มขณะเร่งฝีเท้าเข้าสู่ป่าลึก
[ติ๊ง! ภาวะโหยหาพลังงาน (Energy Craving) เป็นผลข้างเคียงโดยตรงจากการวิวัฒนาการสู่กายาจักรพรรดิอสูร ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระดับรากฐานของสิ่งมีชีวิต พลังงานในร่างกายเดิมไม่เพียงพอต่อการหล่อเลี้ยงกายาอสูรที่ทรงพลังอย่างสมบูรณ์ ทำให้เกิดความต้องการพลังงานอย่างมหาศาลเพื่อเติมเต็มช่องว่างที่เกิดขึ้น]
[หากไม่ได้รับการเติมเต็มอย่างทันท่วงที ผู้ใช้จะเข้าสู่สภาวะอ่อนแออย่างรุนแรง พลังงานชีวิตจะถูกดึงไปหล่อเลี้ยงกายาอสูรจนหมดสิ้น และอาจนำไปสู่การสูญเสียสติสัมปชัญญะ กลายเป็นอสูรที่ดุร้ายไร้เหตุผล หรือแม้กระทั่งการสลายไปในที่สุด]
[แหล่งพลังงานที่เหมาะสมที่สุดคือแก่นพลังของสัตว์อสูรระดับสูง หรือวัตถุดิบทางจิตวิญญาณที่มีพลังงานหนาแน่น]
คำอธิบายของระบบยิ่งตอกย้ำถึงความเร่งด่วนของสถานการณ์ เฉินเว่ยรู้สึกได้ถึงความเย็นเยือกที่แล่นไปตามสันหลัง ไม่ใช่เพราะอากาศยามค่ำคืน แต่เป็นความจริงที่ว่าเขาใกล้จะกลายเป็นสัตว์ป่าที่ไร้สติ หากเขาไม่สามารถควบคุมความหิวโหยนี้ได้
“แก่นพลังของสัตว์อสูรระดับสูงอย่างนั้นรึ? พยัคฆ์ทมิฬคงจะพอใช้ได้ชั่วคราวสินะ” เขาพึมพำกับตัวเอง
ความเร็วของเฉินเว่ยในตอนนี้ไม่อาจเทียบได้กับมนุษย์ธรรมดา เขาราวกับเงาที่พุ่งทะยานผ่านพงไพร ร่างกายที่แข็งแกร่งและคล่องแคล่วว่องไวราวกับสัตว์ร้ายแห่งรัตติกาล เพียงไม่นาน เขาก็สามารถตามรอยของพยัคฆ์ทมิฬได้โดยง่าย กลิ่นเลือดจางๆ และรอยเท้าที่ยังคงใหม่บอกให้รู้ว่ามันไปไม่ไกลนัก
ในที่สุด เขาก็พบมัน พยัคฆ์ทมิฬนอนซ่อนตัวอยู่ใต้ก้อนหินขนาดใหญ่ ตัวมันเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์จากการต่อสู้กับเขา รวมถึงบาดแผลที่เกิดจากความตกใจและรีบหนี มันกำลังเลียแผลของตัวเองอย่างอ่อนแรง ดวงตาที่เคยดุร้ายตอนนี้เต็มไปด้วยความหวาดระแวงและเหนื่อยล้า เมื่อมันเงยหน้าขึ้นมาและเห็นเงาร่างของเฉินเว่ย มันก็ส่งเสียงคำรามต่ำๆ แต่ปราศจากความองอาจเช่นเดิม
“หึ... หนีไม่พ้นหรอก!” เฉินเว่ยแสยะยิ้ม รอยยิ้มของเขาในยามนี้ไม่ใช่รอยยิ้มของมนุษย์ แต่เป็นรอยยิ้มของพญามารที่กำลังมองเหยื่อ
พยัคฆ์ทมิฬพยายามจะลุกขึ้นยืน แต่ขาหน้าของมันสั่นเทา บาดแผลที่สีข้างฉีกขาดลึกจนเห็นเนื้อใน มันไม่สามารถหนีได้อีกต่อไป สัญชาตญาณบอกมันว่าสิ่งมีชีวิตตรงหน้าไม่ใช่คนเดิมที่มันเคยต่อสู้ด้วย มันอันตรายยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า
“ไม่ต้องกลัว ข้าแค่ต้องการพลังงานจากเจ้าเท่านั้น” เฉินเว่ยพูดเสียงเรียบ แต่ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีแดงจางๆ พลังงานภายในกายของเขากำลังเรียกร้องให้เขาทำสิ่งที่เขาไม่เคยคิดจะทำมาก่อน
พยัคฆ์ทมิฬคำรามอีกครั้งอย่างสิ้นหวัง มันตัดสินใจที่จะสู้ตาย ร่างกายที่บาดเจ็บพุ่งเข้าใส่เฉินเว่ยอย่างบ้าคลั่ง กรงเล็บแหลมคมพยายามตะปบเข้าใส่ แต่เฉินเว่ยเร็วกว่ามาก!
ฟึ่บ!
เฉินเว่ยเพียงแค่เอี้ยวตัวหลบอย่างง่ายดาย ราวกับว่าการเคลื่อนไหวของพยัคฆ์ทมิฬเชื่องช้าลงนับสิบเท่า มือขวาของเขาตะปบลงไปที่หัวของพยัคฆ์ทมิฬอย่างรวดเร็วและรุนแรง
เพล้ง!
เสียงกระดูกแตกร้าวสนั่นหวั่นไหว พยัคฆ์ทมิฬล้มลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น ดวงตาของมันเบิกกว้างด้วยความตกใจและไม่เชื่อ ก่อนที่ประกายชีวิตจะดับวูบลงอย่างรวดเร็ว
ชัยชนะที่ง่ายดายเกินคาดทำให้เฉินเว่ยเองก็อดประหลาดใจไม่ได้ นี่คือพลังของกายาจักรพรรดิอสูรอย่างนั้นหรือ? พยัคฆ์ทมิฬที่เมื่อก่อนต้องใช้แรงกายแรงใจทั้งหมดในการต่อสู้ บัดนี้กลับถูกสังหารลงอย่างง่ายดายเพียงแค่การโจมตีเดียว
ความหิวโหยกลับมาทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง ราวกับว่าการใช้พลังงานในการสังหารพยัคฆ์ทมิฬได้ปลุกความกระหายในตัวเขาให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ เฉินเว่ยไม่รอช้า เขายื่นมือออกไปแตะลงบนร่างของพยัคฆ์ทมิฬ
[ติ๊ง! ตรวจพบแก่นพลังสัตว์อสูรระดับสูง ต้องการดูดซับหรือไม่?]
“ดูดซับ!”
ทันทีที่เสียงของเฉินเว่ยสิ้นสุดลง แสงสีดำจางๆ ก็เริ่มเปล่งประกายออกมาจากฝ่ามือของเขา และค่อยๆ แผ่ปกคลุมร่างของพยัคฆ์ทมิฬ เส้นสายพลังงานสีดำมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าเริ่มไหลผ่านฝ่ามือของเฉินเว่ยเข้าสู่ร่างกายของเขา
เฉินเว่ยรู้สึกถึงกระแสพลังงานที่บริสุทธิ์และดิบเถื่อนราวกับกระแสน้ำวนที่ถาโถมเข้าสู่ภายในร่างกายของเขา ความรู้สึกหิวโหยที่กัดกินอยู่ก่อนหน้านี้เริ่มได้รับการปลดปล่อย คลื่นพลังงานที่ไหลเวียนเข้าสู่กายาจักรพรรดิอสูรทำให้เขารู้สึกถึงความสุขสบายอย่างประหลาด ทุกเซลล์ในร่างกายของเขาดูเหมือนจะดูดซับพลังงานเหล่านั้นอย่างตะกละตะกลาม ราวกับทะเลทรายที่แห้งผากได้รับน้ำฝน
พยัคฆ์ทมิฬที่เพิ่งสิ้นลมหายใจ เริ่มเหี่ยวแห้งลงอย่างรวดเร็ว เนื้อหนังและกระดูกของมันสลายไปอย่างน่าขนลุก เหลือเพียงผิวหนังที่ห่อหุ้มโครงกระดูกที่เกือบจะสลายกลายเป็นผงธุลีในไม่ช้า กระบวนการดูดซับใช้เวลาไม่นานนัก เมื่อพลังงานทั้งหมดถูกดึงออกมาจนหมดสิ้น ร่างของพยัคฆ์ทมิฬก็กลายเป็นเพียงเถ้าธุลีที่ปลิวไปตามลมยามค่ำคืน
ความรู้สึกอิ่มเอมใจเข้าแทนที่ความหิวโหย ร่างกายของเฉินเว่ยเต็มไปด้วยพลังงานที่พลุ่งพล่าน เขารู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่ง และที่สำคัญที่สุดคือ สติสัมปชัญญะของเขาเริ่มกลับมามั่นคงอีกครั้ง ความรู้สึกดิบเถื่อนของอสูรถูกกดทับลงไปชั่วคราว
[ติ๊ง! ดูดซับแก่นพลังพยัคฆ์ทมิฬสำเร็จ]
[ได้รับพลังงานอสูร: 5,000 หน่วย]
[ภาวะโหยหาพลังงานลดลงชั่วคราว]
[กายาจักรพรรดิอสูรได้รับการหล่อเลี้ยง พลังอสูรเพิ่มขึ้น]
[ความแข็งแกร่ง (Strength): +10]
[ความว่องไว (Agility): +5]
[ค่าประสบการณ์ (EXP): +500]
เฉินเว่ยตรวจสอบสถานะของตนเองอย่างรวดเร็ว ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นทำให้เขายิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ยังคงรู้สึกถึงความไม่สบายใจที่แฝงอยู่
“แค่พยัคฆ์ทมิฬตัวเดียวให้พลังงานแค่ 5,000 หน่วย และลดภาวะโหยหาพลังงานได้แค่ชั่วคราวอย่างนั้นหรือ?” เขาพึมพำ “กายาจักรพรรดิอสูรนี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ!”
แม้จะได้รับพลังงานมหาศาลจากพยัคฆ์ทมิฬ แต่เฉินเว่ยก็รู้ดีว่านี่เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ความต้องการพลังงานของกายาจักรพรรดิอสูรนั้นมหาศาลเกินกว่าที่สัตว์อสูรระดับสูงเพียงตัวเดียวจะเติมเต็มได้ตลอดไป เขายังคงรู้สึกถึงความต้องการพลังงานที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน ซึ่งจะกลับมาอีกครั้งในไม่ช้าหากเขาไม่หาแหล่งพลังงานเพิ่มเติม
“ระบบ มีวิธีอื่นในการเติมเต็มพลังงานที่ยั่งยืนกว่านี้ไหม? การออกล่าสัตว์อสูรทีละตัวมันไม่ใช่ทางออกในระยะยาว” เฉินเว่ยถามด้วยความกังวล
[ติ๊ง! มีหลายวิธีที่ผู้ใช้สามารถได้รับพลังงานเพื่อหล่อเลี้ยงกายาจักรพรรดิอสูรได้ในระยะยาว]
[1. ดูดซับแก่นพลังของสัตว์อสูรระดับสูงจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง]
[2. ค้นหาและดูดซับพลังงานจากพืชพรรณวิญญาณ หรือแร่ธาตุวิญญาณ]
[3. ค้นหาและใช้ประโยชน์จากเส้นชีพจรอสูรหรือแหล่งพลังงานธรรมชาติขนาดใหญ่]
[4. พัฒนาเทคนิคการดูดซับและแปลงพลังงานอสูรจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆ (ต้องมีทักษะพิเศษ)]
[5. สร้างเครื่องจักรดูดซับพลังงาน หรือแท่นบูชาอสูรเพื่อรวบรวมพลังงาน (ต้องมีแบบแปลนและทรัพยากร)]
เฉินเว่ยครุ่นคิดอย่างหนัก ตัวเลือกที่ระบบเสนอมาล้วนมีข้อจำกัดและข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป การล่าสัตว์อสูรจำนวนมากนั้นเป็นไปได้ แต่ใช้เวลาและแรงงานมากเกินไป พืชพรรณวิญญาณและแร่ธาตุวิญญาณเป็นสิ่งที่หายาก เส้นชีพจรอสูรหรือแหล่งพลังงานธรรมชาติก็อาจจะถูกครอบครองโดยสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลัง หรือยากที่จะเข้าถึง
“ดูเหมือนว่าสิ่งที่น่าสนใจที่สุดตอนนี้คือการหาพืชพรรณวิญญาณ หรือพยายามหาแหล่งพลังงานธรรมชาติขนาดใหญ่สินะ” เขาพึมพำ
เฉินเว่ยเริ่มมองไปรอบๆ ป่าทมิฬแห่งนี้อีกครั้ง ด้วยประสาทสัมผัสที่เฉียบคมขึ้น เขารู้สึกได้ถึงพลังงานที่แผ่กระจายอยู่ในอากาศ พลังงานเหล่านี้จางมากจนแทบไม่รู้สึก แต่สำหรับเขาในตอนนี้ มันชัดเจนยิ่งกว่าที่เคย
“ระบบ มีเครื่องมือที่ช่วยในการตรวจจับแหล่งพลังงานหรือไม่?”
[ติ๊ง! ผู้ใช้สามารถแลกเปลี่ยน ‘เครื่องตรวจจับแหล่งพลังงานวิญญาณ’ ได้ในร้านค้าของระบบ ราคา 500 แต้มธุรกิจ]
“500 แต้มธุรกิจ? แพงไปหน่อย แต่ก็จำเป็น” เฉินเว่ยตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เขาต้องการเครื่องมือนี้เพื่อความอยู่รอดในระยะยาว เขาไม่สามารถปล่อยให้ตัวเองต้องตกอยู่ในสภาวะกระหายพลังงานเช่นนี้บ่อยๆ ได้
“แลกเปลี่ยน!”
[ติ๊ง! ผู้ใช้ได้แลกเปลี่ยน ‘เครื่องตรวจจับแหล่งพลังงานวิญญาณ’ สำเร็จ แต้มธุรกิจคงเหลือ: X,XXX]
ทันทีที่เสียงของระบบสิ้นสุดลง เครื่องมือขนาดเท่าฝ่ามือก็ปรากฏขึ้นในมือของเฉินเว่ย มันเป็นอุปกรณ์ที่ดูเรียบง่าย ทำจากโลหะสีดำสนิท มีหน้าจอเล็กๆ และเข็มทิศอยู่ตรงกลาง
“นี่คือเครื่องมือจากระบบสินะ...” เฉินเว่ยตรวจสอบเครื่องมือ เขากดปุ่มเปิดเครื่อง หน้าจอเล็กๆ ก็สว่างขึ้นและแสดงผลค่าบางอย่าง
[ติ๊ง! เครื่องตรวจจับแหล่งพลังงานวิญญาณเปิดใช้งานแล้ว]
[กำลังสแกน... ตรวจพบพลังงานวิญญาณกระจายตัวระดับต่ำ]
[กำลังค้นหาแหล่งพลังงานวิญญาณเข้มข้น...]
เข็มทิศบนหน้าจอเริ่มหมุนติ้ว ก่อนที่จะหยุดนิ่งและชี้ไปในทิศทางหนึ่งอย่างมั่นคง
“ทางนั้นรึ?” เฉินเว่ยเลิกคิ้วขึ้น เขามองไปยังทิศทางที่เครื่องตรวจจับชี้ไป มันเป็นทิศทางที่ลึกเข้าไปในป่าทมิฬที่เขาไม่เคยไปถึงมาก่อน
ความหิวโหยเริ่มกลับมาอีกครั้ง แม้จะยังไม่รุนแรงเท่าเดิม แต่มันเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าเวลาของเขามีจำกัด เฉินเว่ยรู้ดีว่าเขาไม่สามารถรอได้อีกต่อไป หากเขาต้องการที่จะควบคุมชะตากรรมของตนเอง และไม่กลายเป็นเพียงอสูรที่ไร้สติ เขาต้องลงมือทำ
“เอาล่ะ... ได้เวลาออกสำรวจแล้ว”
เฉินเว่ยเก็บเครื่องตรวจจับไว้ในอกเสื้อ เขาออกเดินทางอีกครั้ง ร่างกายที่แข็งแกร่งของเขาพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วราวกับลูกธนูที่หลุดจากคันศร ความมืดมิดของป่าทมิฬไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับเขาอีกต่อไป ดวงตาของเขาที่สามารถมองเห็นได้ในความมืดมิด ประกอบกับประสาทสัมผัสอันเฉียบคม ทำให้เขาสามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางและสัตว์ร้ายที่ซุ่มซ่อนอยู่ได้อย่างง่ายดาย
ยิ่งเขาเดินลึกเข้าไปในป่าเท่าไหร่ ความรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างก็ยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่พลังงานอสูรที่ดุร้าย แต่เป็นพลังงานที่บริสุทธิ์และสงบเย็น ราวกับกระแสธารที่ไหลรินอยู่ใต้พิภพ เครื่องตรวจจับในอกเสื้อของเขาเริ่มส่งเสียงเตือนเบาๆ และหน้าจอแสดงผลค่าพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ใกล้แล้วสินะ...” เฉินเว่ยพึมพำ แสงจันทร์ที่ส่องลอดกิ่งไม้ลงมาช่วยให้มองเห็นได้ลางๆ แต่เขาก็ยังคงพึ่งพาประสาทสัมผัสภายในเป็นหลัก
ในที่สุด หลังจากเดินทางมานานพอสมควร เขาก็มาถึงบริเวณที่ดูเหมือนจะเป็นใจกลางของป่าลึกแห่งนี้ ที่นี่ต้นไม้มีขนาดใหญ่กว่าที่อื่นมาก ลำต้นสูงเสียดฟ้า กิ่งก้านแผ่สาขาปกคลุมจนแสงจันทร์แทบส่องไม่ถึง พื้นดินเต็มไปด้วยมอสส์และพืชพรรณแปลกตาที่เรืองแสงจางๆ
เครื่องตรวจจับในมือของเขาเริ่มสั่นอย่างรุนแรง หน้าจอแสดงค่าพลังงานวิญญาณที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ และเข็มทิศก็ชี้ไปยังจุดหนึ่งอย่างแม่นยำ
“อะไรกันนี่?” เฉินเว่ยก้าวเข้าไปใกล้ เขาพบกับแอ่งน้ำใสขนาดเล็กที่อยู่ท่ามกลางหมู่ไม้ แอ่งน้ำนี้ไม่ได้มีแค่ความใสสะอาด แต่ยังเปล่งประกายสีเขียวอ่อนๆ ราวกับมีดวงดาวนับพันดวงส่องแสงอยู่ภายใน
และที่ใจกลางของแอ่งน้ำนั้น มีดอกบัวสีขาวบริสุทธิ์ดอกหนึ่งผุดขึ้นมา ดอกบัวนั้นไม่ได้มีแค่ความงดงาม แต่ยังเปล่งออร่าพลังงานวิญญาณที่เข้มข้นจนสัมผัสได้ด้วยตาเปล่า กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ ทำให้จิตใจรู้สึกสงบและสดชื่น
“นี่มัน... ดอกบัววิญญาณ!” เฉินเว่ยอุทานด้วยความตกใจและตื่นเต้น เขาเคยอ่านเจอในตำราโบราณที่ระบบเคยให้มาเกี่ยวกับพืชพรรณวิญญาณหายาก ดอกบัววิญญาณเป็นหนึ่งในสมบัติจากสวรรค์ที่หาได้ยากยิ่ง มันดูดซับแก่นพลังจากธรรมชาติมานับร้อยนับพันปีเพื่อก่อกำเนิดขึ้นมา
พลังงานที่แผ่ออกมาจากดอกบัววิญญาณนั้นบริสุทธิ์และเข้มข้นกว่าพลังงานจากแก่นพลังของสัตว์อสูรหลายเท่า หากเขาสามารถดูดซับพลังงานจากดอกบัวนี้ได้ มันจะต้องเพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงกายาจักรพรรดิอสูรของเขาไปได้อีกนานทีเดียว
ความหิวโหยภายในกายของเฉินเว่ยกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความกระหายที่ทำให้เขากลัว มันเป็นความกระหายที่ผสมผสานกับความตื่นเต้นและหวัง เขารู้สึกได้ว่านี่คือสิ่งที่เขาต้องการ นี่คือแหล่งพลังงานที่แท้จริง
เฉินเว่ยก้าวเข้าไปใกล้แอ่งน้ำวิญญาณมากขึ้นเรื่อยๆ แสงเรืองรองจากดอกบัววิญญาณสะท้อนในดวงตาของเขา พลังงานที่แผ่ออกมาดึงดูดเขาอย่างไม่อาจต้านทาน
แต่แล้ว ทันทีที่เฉินเว่ยเอื้อมมือออกไปเพื่อสัมผัสกับดอกบัววิญญาณนั้น!
วูบ!
เงาดำขนาดมหึมาพุ่งพรวดออกมาจากเงาของต้นไม้ใหญ่เบื้องหลังแอ่งน้ำ! มันเร็วจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และพุ่งเข้าใส่เฉินเว่ยจากด้านหลังด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ พร้อมกับเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งป่า!
เฉินเว่ยหันขวับกลับไปทันทีด้วยสัญชาตญาณอสูรที่เฉียบคม! ร่างกายของเขาส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุด! เขามองเห็นดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่ง และเขี้ยวที่แหลมคมราวใบมีดที่พุ่งเข้ามาใกล้!
สัตว์อสูรตัวนี้มีขนาดใหญ่กว่าพยัคฆ์ทมิฬหลายเท่า ตัวมันปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำสนิทราวกับเหล็กกล้า และมีปีกขนาดใหญ่ที่แผ่กว้างออกไปจนเกือบจะบดบังแสงจันทร์ทั้งหมด!
“สัตว์อสูรพิทักษ์ดอกบัววิญญาณอย่างนั้นรึ!” เฉินเว่ยคำราม พลังงานในร่างกายของเขาพลุ่งพล่าน สัญชาตญาณการต่อสู้ถูกปลุกขึ้นมาอย่างสมบูรณ์!
นี่ไม่ใช่สัตว์อสูรธรรมดา! นี่คืออสูรระดับราชันย์!

จักรพรรดิระบบโกยเงิน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก