โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
200 ตอน · 1,492 คำ
แสงไฟระยิบระยับจากป้ายไฟดิจิทัลของมหานครที่ไม่เคยหลับใหลสาดส่องเข้ามาในห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรู เฉินเว่ย วัยสามสิบปี ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ 'ฟิวเจอร์วิชั่น โฮลดิ้ง' บริษัทเทคโนโลยีที่พลิกโฉมอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรมสุดล้ำ กำลังจิบไวน์แดงราคาแพงลิบลิ่ว มองออกไปยังทิวทัศน์ยามค่ำคืนเบื้องล่าง ด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ
วันนี้เขาเพิ่งปิดดีลพันล้านหยวนสำเร็จ ทำให้มูลค่าตลาดของบริษัทพุ่งทะลุเพดาน เขาคือปรมาจารย์ด้านธุรกิจตัวจริง ผู้มีสายตาเฉียบคมในการมองเห็นโอกาส และมีความกล้าหาญในการลงทุนในสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำ ตลอดระยะเวลาสิบปี เขาได้สร้างอาณาจักรจากศูนย์ สู่การเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกธุรกิจยุคดิจิทัล
“ชีวิตนี่มันช่างน่าอัศจรรย์นัก” เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูดังขึ้น เป็นเลขาส่วนตัวที่โทรมาย้ำเรื่องประชุมเช้าตรู่ “พรุ่งนี้ยังต้องสู้ต่อสินะ” เฉินเว่ยถอนหายใจ แม้จะประสบความสำเร็จเพียงใด แต่ความเหนื่อยล้าจากการแข่งขันอันดุเดือดก็กัดกินเขาไม่น้อย เขาวางแก้วไวน์ หยิบกุญแจรถสปอร์ตคู่ใจ ก้าวออกจากห้องไปพร้อมกับความคิดที่จะพักผ่อนให้เต็มที่ในวันพรุ่งนี้
ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลก เสียงยางบดถนนด้วยความเร็วสูงจากรถที่พุ่งเข้ามาจากเลนตรงข้าม แสงไฟหน้าสว่างจ้าบาดตา และแรงกระแทกมหาศาลที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งร่าง คือสิ่งที่เขาจดจำได้เป็นอย่างสุดท้าย ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดดับลงไป... พร้อมกับความทรงจำอันสดใสของชีวิตในโลกยุคใหม่
ความมืดมิดกินเวลานานเท่าใดไม่อาจทราบได้ สิ่งที่เฉินเว่ยรับรู้ได้ถัดมาคือความเจ็บปวดระบมไปทั่วทั้งร่าง กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นควันไม้ฉุนกึก แทรกซึมเข้าสู่โสตประสาท เสียงไก่ขันเจื้อยแจ้วจากที่ไกลๆ และความเย็นเยียบของพื้นดินที่สัมผัสกับผิวหนังอย่างหยาบกระด้าง เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้สมองของเขาปั่นป่วน
นี่มันไม่ใช่เพนต์เฮาส์หรูของเขา ไม่ใช่แม้แต่โรงพยาบาลที่เขาควรจะอยู่ ที่นี่คือกระท่อมไม้ผุพัง เพดานรั่วซึมเผยให้เห็นคานไม้ที่ผุกร่อน ผนังดินดิบๆ มีรอยแตกราวกับจะพังลงมาได้ทุกเมื่อ แสงสลัวๆ ลอดผ่านช่องว่างเหล่านั้นเข้ามาภายใน ภายในห้องมีเพียงฟางแห้งๆ ปูอยู่บนพื้นดินที่ใช้เป็นที่นอน มีหม้อดินเผาเก่าๆ วางอยู่ข้างกองเถ้าถ่าน และเครื่องใช้ไม่กี่ชิ้นที่ดูหยาบกระด้างและโบราณอย่างที่สุด
เฉินเว่ยพยายามจะลุกขึ้น แต่กลับไร้เรี่ยวแรง เนื้อตัวปวดร้าวไปหมด เขาสัมผัสได้ว่าร่างกายนี้บอบบางและอ่อนแออย่างไม่น่าเชื่อ แตกต่างจากร่างกายกำยำแข็งแรงของเขาในอดีตอย่างสิ้นเชิง เขาก้มมองมือตัวเอง ผิวหนังแห้งกร้านเต็มไปด้วยรอยถลอกและคราบสกปรก นิ้วมือเรียวเล็ก บ่งบอกว่าไม่ใช่ร่างกายของชายวัยสามสิบ แต่เป็นของเด็กหนุ่ม หรืออาจจะวัยรุ่นตอนต้นเท่านั้น
“อะไรกันนี่...” เสียงที่เปล่งออกมาแหบพร่า ฟังดูไม่คุ้นหูเอาเสียเลย เขาพยายามนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ความทรงจำสุดท้ายคืออุบัติเหตุทางรถยนต์ แต่จากนั้น... ก็ไม่มีอะไรเลย ราวกับถูกตัดขาดจากโลกใบเดิมอย่างสิ้นเชิง
ความหวาดกลัวและสับสนถาโถมเข้ามา เขาไม่ใช่คนที่อ่อนแอ แต่สถานการณ์ที่ไม่คาดฝันนี้ทำให้จิตใจของเขาว้าวุ่นอย่างหนัก เขาพยายามรวบรวมสติ ค่อยๆ ทบทวนเหตุการณ์ และประมวลผลข้อมูลรอบตัว เขามองไปรอบๆ อีกครั้ง สังเกตสิ่งของ เครื่องแต่งกายที่ห่อหุ้มร่างกายเขาอยู่ก็เป็นผ้าฝ้ายหยาบๆ สีซีดจาง ไม่ใช่เสื้อผ้าราคาแพงที่เขาคุ้นเคย
ขณะที่ความคิดสับสนวุ่นวายถาโถมเข้าใส่ เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นในหัวของเขา ไม่ใช่เสียงพูด แต่เป็นเสียงที่รับรู้ได้โดยตรงในมโนสำนึก เหมือนมีใครบางคนกระซิบอยู่ในใจ
“ติ๊ง!”
“ยินดีต้อนรับสู่ระบบจักรพรรดิโกยเงิน ท่านโฮสต์ เฉินเว่ย”
เฉินเว่ยถึงกับผงะ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและไม่เชื่อหู (หรือสมอง) ตัวเอง ภาพโฮโลแกรมโปร่งแสงสีฟ้าอ่อนปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขากะทันหัน ไม่ได้ฉายลงบนผนังหรืออากาศธาตุ แต่ปรากฏขึ้นราวกับอยู่ในมิติส่วนตัวที่เขามองเห็นได้คนเดียว
บนหน้าจอโฮโลแกรมมีตัวอักษรจีนโบราณที่เขาพอจะอ่านออกปรากฏขึ้น พร้อมกับสัญลักษณ์รูปเหรียญทองคำที่เปล่งประกาย
“ระบบจักรพรรดิโกยเงิน? นี่มันอะไรกัน?” เฉินเว่ยพึมพำออกมาอย่างไม่เข้าใจ แม้จะเคยดูการ์ตูนหรืออ่านนิยายแนวระบบมาบ้าง แต่ไม่คิดไม่ฝันว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวเองจริงๆ
เสียงในหัวดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นเสียงที่ฟังดูเป็นกลางและไร้อารมณ์ เหมือนเสียงจากปัญญาประดิษฐ์ชั้นสูง
“ระบบจักรพรรดิโกยเงิน คือระบบช่วยเหลือท่านโฮสต์ในการสร้างอาณาจักรทางเศรษฐกิจในโลกยุคโบราณ ท่านได้ย้อนเวลากลับมาสู่ยุคต้าเฉิน ซึ่งเป็นยุคที่คล้ายคลึงกับราชวงศ์โบราณของโลกเดิมของท่าน แต่มีความแตกต่างทางประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ ระบบจะมอบภารกิจ คำแนะนำ และเทคโนโลยีเพื่อช่วยท่านในการสะสมความมั่งคั่ง สร้างอิทธิพล และเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้”
เฉินเว่ยพยายามประมวลผลข้อมูล “ย้อนเวลา? ยุคต้าเฉิน? หมายความว่าฉันมาอยู่ในอดีตจริงๆ และในร่างของคนอื่น?”
“ถูกต้อง ท่านโฮสต์วิญญาณได้มาอยู่ในร่างของ เฉินเว่ย ซึ่งเป็นบุตรชายของชาวนาในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในแคว้นหลงจี้ ร่างกายนี้อายุสิบห้าปี เพิ่งเสียชีวิตลงเนื่องจากไข้ป่า ระบบได้รวมวิญญาณของท่านเข้ากับร่างกายนี้แล้ว” เสียงระบบตอบอย่างราบเรียบ
สิบห้าปี! เฉินเว่ยแทบจะกรีดร้องออกมา เขาสูญเสียทุกอย่างที่สร้างมาในโลกเดิม แล้วยังต้องมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในร่างเด็กหนุ่มอายุสิบห้าปีในยุคโบราณที่ไม่มีไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต หรือแม้แต่น้ำประปาสะอาด แต่แล้วความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในสมอง เขาเป็นนักธุรกิจ เขาต้องมองเห็นโอกาสในวิกฤตเสมอ
“ระบบ... ถ้าอย่างนั้นหน้าที่ของฉันคือการโกยเงินใช่ไหม?” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มกลับมามีความมุ่งมั่นอีกครั้ง
“ถูกต้อง ภารกิจหลักของท่านคือการสร้างความมั่งคั่งสูงสุดและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในโลกนี้ ระบบจะสนับสนุนท่านด้วยเทคโนโลยีและความรู้จากโลกอนาคตที่ท่านจากมา”
“มีอะไรให้ฉันบ้างในตอนนี้?” เฉินเว่ยถามอย่างรวดเร็ว สมองของเขากำลังทำงานอย่างหนักเพื่อวางแผน
“ระบบได้มอบรางวัลเริ่มต้นให้ท่านแล้ว: เหรียญทองแดง 100 เหรียญ ตำรา ‘พื้นฐานเคมีครัวเรือน’ และ ‘แผนผังโรงผลิตน้ำปรุงทิพย์ขั้นต้น’ พร้อมทั้ง ‘เมนูสร้างสรรค์: ผงปรุงทิพย์’ ระดับเริ่มต้น”
เฉินเว่ยแทบจะตาโต เหรียญทองแดง 100 เหรียญอาจไม่มากนัก แต่ในยุคนี้มันเป็นเงินทุนเริ่มต้นที่ดีเยี่ยม ตำราเคมีครัวเรือน... นี่แหละคือสิ่งที่เขาต้องการ! ความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเคมีที่โลกนี้ไม่มี และเมนูผงปรุงทิพย์? สิ่งนี้กระตุ้นสัญชาตญาณนักธุรกิจของเขาได้เป็นอย่างดี
“ผงปรุงทิพย์?” เขาเลิกคิ้ว “มันคืออะไรกันแน่?”
“ผงปรุงทิพย์คือสารปรุงรสเข้มข้นที่สามารถทำให้รสชาติอาหารธรรมดาๆ กลายเป็นเลิศ สามารถปรับเปลี่ยนรสชาติได้หลากหลาย และยังช่วยยืดอายุอาหารได้เล็กน้อย ด้วยเทคโนโลยีจากโลกอนาคตที่ถูกดัดแปลงให้เหมาะสมกับวัตถุดิบในยุคนี้” ระบบอธิบาย
ผงชูรสเวอร์ชันยุคโบราณ! และดีกว่าด้วยคุณสมบัติการถนอมอาหาร เฉินเว่ยแทบจะหัวเราะออกมา เขาจำได้ว่าในโลกเดิม ผงชูรสถูกมองว่าเป็นสิ่งไม่ดีนัก แต่ในยุคที่อาหารยังไร้รสชาติและบูดเสียง่าย สิ่งนี้จะเป็นนวัตกรรมปฏิวัติวงการอย่างแน่นอน!
แต่ก่อนอื่น เขาต้องออกไปสำรวจสภาพแวดล้อมก่อน ร่างกายยังอ่อนแอและหิวโหย เขาสังเกตเห็นว่าที่เท้าของเขามีรองเท้าฟางเก่าๆ วางอยู่ และมีเสื้อผ้าชุดที่ดูสะอาดกว่าชุดที่เขาใส่อยู่แขวนอยู่ข้างฝา คงจะเป็นของพ่อแม่เฉินเว่ยคนเดิมเตรียมไว้ให้ก่อนจะออกไปทำนา
เฉินเว่ยค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นยืนช้าๆ เขารู้สึกถึงความอ่อนเพลีย แต่จิตใจกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เขาเดินโซซัดโซเซออกจากกระท่อม เปิดประตูไม้ออกไปสู่โลกภายนอก
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมายังหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสายหนึ่ง บ้านเรือนส่วนใหญ่เป็นกระท่อมดินและไม้ปลูกกระจัดกระจาย ท้องทุ่งนากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา เสียงชาวบ้านพูดคุยกันด้วยภาษาจีนสำเนียงท้องถิ่น กลิ่นดิน กลิ่นน้ำ และกลิ่นควันไม้ฟุ้งกระจายในอากาศ เด็กๆ วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน แม้จะอยู่ในสภาพที่ยากจนข้นแค้นก็ตาม
เฉินเว่ยสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัว เขาเห็นชาวบ้านสวมใส่เสื้อผ้าหยาบๆ สีทึมๆ ผู้คนดูผอมโซ ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักเพื่อความอยู่รอด สภาวะความเป็นอยู่ของพวกเขาแตกต่างจากโลกที่เขาจากมาลิบลับ
“ระบบ... ในโลกนี้มีตลาดใกล้ๆ ไหม?” เขาถามในใจ
“มี ตลาดเล็กๆ ตั้งอยู่ในเมืองหลงหลิน ห่างจากที่นี่ไปทางทิศตะวันออกประมาณห้าลี้” ระบบตอบ
ห้าลี้ก็ราวๆ สองกิโลเมตรกว่าๆ ไม่ไกลเกินไปสำหรับการเริ่มต้น เฉินเว่ยตัดสินใจทันที เขาจะต้องไปที่นั่นเพื่อซื้อวัตถุดิบและศึกษาตลาดเบื้องต้น เขาเดินกลับเข้าไปในกระท่อม หยิบถุงผ้าเล็กๆ ที่ระบบให้มา ซึ่งข้างในมีเหรียญทองแดง 100 เหรียญและตำรากับแผนผังต่างๆ
ด้วยความมุ่งมั่นที่กลับมาเต็มเปี่ยม เฉินเว่ยในร่างใหม่แห่งยุคต้าเฉิน ก้าวออกจากกระท่อมดิน เป้าหมายแรกของเขาคือการเข้าสู่เมืองหลวงหลิน เพื่อเรียนรู้และประเมินตลาด เขาก้าวเท้าไปตามเส้นทางลูกรังที่คดเคี้ยว สองข้างทางเป็นทุ่งนาเขียวขจี เขาเดินไปเรื่อยๆ โดยที่สมองคิดวิเคราะห์ถึงแผนการต่างๆ ที่จะเริ่มต้นสร้างธุรกิจ
ผงปรุงทิพย์คือสิ่งแรกที่เขาจะทำ แต่เขาต้องหาวัตถุดิบให้ได้ก่อน และต้องหาแรงงานที่ไว้ใจได้ อาจจะเป็นชาวบ้านที่ยากจนและต้องการความช่วยเหลือ เพื่อแลกกับค่าจ้างที่ยุติธรรมและโอกาสในการมีชีวิตที่ดีขึ้น เขาจำได้ว่าในตำรา ‘พื้นฐานเคมีครัวเรือน’ นั้นมีรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการทำผงปรุงทิพย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพืชสมุนไพรและเครื่องเทศที่หาได้ในท้องถิ่น
ระหว่างทาง เขาต้องผ่านป่าละเมาะเล็กๆ แห่งหนึ่ง เสียงจิ้งหรีดเรไรรอบตัวดังไปทั่ว บรรยากาศเงียบสงัดทำให้เขาต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากพุ่มไม้ข้างทาง พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ของชายฉกรรจ์สองคนที่มีใบหน้าดุดันปรากฏตัวขึ้น พวกเขามีดาบยาวเหน็บเอว และมีรอยสักมังกรคลอเคลียที่ต้นแขน บ่งบอกถึงความเป็นนักเลงหัวไม้
“เฮ้ย! เจ้าหนู! เดินทางคนเดียวแบบนี้ไม่กลัวถูกปล้นรึไงวะ?” หนึ่งในชายฉกรรจ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงห้าวหาญ ดวงตาของพวกเขามองสำรวจเฉินเว่ยตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับประเมินว่ามีของมีค่าติดตัวหรือไม่
เฉินเว่ยหยุดชะงัก หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก นี่คือบททดสอบแรกที่แท้จริงของการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในโลกนี้ ชายฉกรรจ์สองคนตรงหน้า เขาคงสู้ไม่ได้แน่ๆ ด้วยร่างกายที่อ่อนแอของเฉินเว่ยคนเดิม แต่ในฐานะนักธุรกิจที่เคยเผชิญหน้ากับสถานการณ์คับขันมานับครั้งไม่ถ้วน เขาจะต้องหาทางเอาตัวรอดให้ได้
“พวกเจ้าต้องการอะไร?” เฉินเว่ยพยายามปรับสีหน้าให้สงบนิ่งที่สุด แม้ว่าภายในใจจะหวาดหวั่น
“ต้องการอะไรน่ะรึ? ฮ่าๆๆๆ” ชายอีกคนหัวเราะเยาะ “ก็ต้องการ ‘เงิน’ น่ะสิวะ! ส่งของมีค่าทั้งหมดมาให้ข้าซะดีๆ ไม่อย่างนั้น...” เขายกมือขึ้นตบดาบที่เอวเบาๆ เป็นการข่มขู่
เหงื่อเย็นผุดขึ้นตามไรผมของเฉินเว่ย นี่มันไม่ใช่แค่การแข่งขันทางธุรกิจแล้ว แต่มันคือความเป็นความตาย! เขามีเหรียญทองแดง 100 เหรียญติดตัว ซึ่งเป็นเงินทุนเริ่มต้นทั้งหมดของเขา จะยอมให้ถูกปล้นไปง่ายๆ ไม่ได้เด็ดขาด เขาจะต้องคิดหาทางออกให้เร็วที่สุด
“เดี๋ยวก่อน!” เฉินเว่ยเอ่ยขึ้น “พวกเจ้าอยากได้เงินใช่ไหม? ข้ามีวิธีที่ทำให้พวกเจ้าได้เงินมากกว่าที่พวกเจ้าจะปล้นจากข้าไปได้มากมายนัก!” ดวงตาของเขาฉายแววเฉียบคมของนักธุรกิจที่กำลังจะปิดการขายครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต
ชายฉกรรจ์ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความสงสัยระคนเคลือบแคลง พวกเขาเห็นเพียงเด็กหนุ่มท่าทางผอมแห้งที่พยายามจะพูดจาโอ้อวด แต่แววตาของเด็กหนุ่มคนนี้กลับไม่เหมือนคนอ่อนแอทั่วไป
“ฮึ่ม! เจ้าหนูอย่างแกจะไปทำอะไรได้?” หนึ่งในนั้นถามด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อถือ “พูดจาเหลวไหลก็เจอดีแน่!”
“ข้าไม่ได้พูดเหลวไหล” เฉินเว่ยตอบอย่างหนักแน่น “พวกเจ้าจงฟังข้าให้ดี นี่อาจเป็นโอกาสเดียวในชีวิตที่พวกเจ้าจะพลิกผันจากโจรป่าไร้อนาคต มาเป็นเศรษฐีผู้มั่งคั่ง!”
เฉินเว่ยยื่นข้อเสนออันน่าตกตะลึง ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดของป่าละเมาะแห่งนั้น อนาคตของเขาในโลกต้าเฉินขึ้นอยู่กับการเจรจาครั้งแรกนี้!
“ระบบ!” เฉินเว่ยตะโกนในใจ “มีเครื่องมือสนับสนุนการเจรจาบ้างไหม?”
“ติ๊ง! ระบบตรวจพบภารกิจฉุกเฉิน: ‘การเจรจาครั้งแรก’ ใช้ทักษะการโน้มน้าวใจระดับโฮสต์เพื่อเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส รางวัล: ประสบการณ์ +100, ชื่อเสียงเริ่มต้น +50 หากล้มเหลว: เงินทุนเริ่มต้นถูกยึด และความเสี่ยงต่อชีวิต”
นี่คือการเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเฉินเว่ย! เขาจะต้องชนะมันให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม…

จักรพรรดิระบบโกยเงิน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก