โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
200 ตอน · 1,460 คำ
คลื่นความตื่นเต้นผสมกับความกังวลถาโถมเข้าใส่เฉินเว่ยทันทีที่เสียงของระบบเงียบไป ภารกิจฟื้นฟูร้านอาหาร ‘ตำรับครัวหลงจู่’... ฟังดูเรียบง่าย แต่รางวัลมหาศาลและการลงโทษอันร้ายแรงบ่งบอกว่านี่ไม่ใช่แค่การเปิดร้านอาหารใหม่ แต่เป็นการพิสูจน์ฝีมือครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา อาจจะยิ่งใหญ่กว่าการเข้าตลาดหลักทรัพย์ในอดีตเสียด้วยซ้ำ
เขาเหลือบมองสภาพร้านตรงหน้าอีกครั้ง ผนังเก่าแตกร้าว ไม้กระดานพื้นผุพัง โต๊ะเก้าอี้กระจัดกระจายราวกับเพิ่งผ่านศึกสงครามมาหมาดๆ กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นเครื่องเทศเก่าๆ ที่เลือนหายไปนานลอยแตะจมูก เบื้องหลังเคาน์เตอร์ไม้เก่าๆ ที่เต็มไปด้วยฝุ่น ชายชราคนหนึ่งนั่งซึมเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาว่างเปล่าไร้ประกาย ราวกับวิญญาณได้จากร่างไปแล้ว
“ท่านเฉินเว่ย... ร้านนี้มัน...” จางหู่ที่ยืนอยู่ข้างกายพึมพำ ใบหน้าคมเข้มแสดงความประหลาดใจระคนสงสัย “ดูไม่จืดเลยขอรับ”
หลี่ซานพยักหน้าเห็นด้วย “จะลงทุนกับที่นี่จริงหรือขอรับ? ดูเหมือนจะไม่เหลืออะไรให้ฟื้นฟูแล้ว”
เฉินเว่ยยกยิ้มมุมปาก “พวกเจ้าเห็นแค่ซากปรักหักพัง แต่ข้าเห็นขุมทรัพย์” เขาจ้องมองทำเลที่ตั้งของร้านที่อยู่ใจกลางย่านการค้าสำคัญของเมืองหลวงหลิน ผู้คนสัญจรไปมาไม่ขาดสาย ถึงแม้ร้านจะทรุดโทรม แต่ศักยภาพของมันยังคงเปล่งประกายในสายตาของนักธุรกิจยุคใหม่เช่นเขา “ที่นี่มีเรื่องราว มีประวัติศาสตร์ และที่สำคัญ... มีที่ตั้งที่ไม่มีใครเทียบได้”
เขาเดินตรงเข้าไปหาร่างชายชราที่นั่งอยู่ด้านใน อย่างไม่ลังเลใจ ชายชราดูจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเฉินเว่ยยืนอยู่ตรงหน้า เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาพร่าเลือนแต่ยังคงแฝงแววความเศร้า
“คารวะท่านอาวุโส” เฉินเว่ยประสานมืออย่างสุภาพ “ข้าน้อยเฉินเว่ย ขออภัยที่รบกวน หากไม่เป็นการรังเกียจ ข้าน้อยอยากจะทราบเรื่องราวของร้าน ‘ตำรับครัวหลงจู่’ แห่งนี้”
ชายชราถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เรื่องราวอะไรอีกเล่า พ่อหนุ่ม” เสียงของเขาแหบพร่า “มันก็แค่ร้านอาหารเก่าแก่ที่กำลังจะกลายเป็นเพียงอดีต ข้าชื่อหลี่จง เป็นเจ้าของและพ่อครัวใหญ่ของที่นี่... หรือจะเรียกว่าเป็น ‘อดีต’ พ่อครัวใหญ่จะเหมาะกว่า”
“อย่าเพิ่งตัดพ้อเช่นนั้นเลยท่านอาวุโส” เฉินเว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความมั่นใจ “ข้าน้อยได้ยินชื่อเสียงของ ‘ตำรับครัวหลงจู่’ มานาน ว่ากันว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นร้านอาหารที่เลื่องชื่อระบือนามที่สุดในเมืองหลวงหลิน มิใช่หรือ?”
แววตาของหลี่จงฉายประกายขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำชื่นชม “ใช่แล้วพ่อหนุ่ม... ครั้งหนึ่งเคยเป็นเช่นนั้น” รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าเหี่ยวย่น “ตำรับครัวหลงจู่ก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยปู่ของข้า เป็นที่พำนักของตำรับอาหารโบราณหลายร้อยปี ใครๆ ก็ชื่นชมว่ารสชาติราวกับเทพเนรมิต แต่คนรุ่นใหม่ไม่เข้าใจคุณค่าของมันแล้ว...” เขาหันกลับไปมองความว่างเปล่าของร้านอีกครั้ง แววตาหม่นลง
“รสชาติที่เทพเนรมิต... มันยังคงอยู่หรือไม่ขอรับ?” เฉินเว่ยถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น เขาสังเกตเห็นปฏิกิริยาของหลี่จง และรู้ว่าเขาได้แตะต้องจุดอ่อนที่สำคัญที่สุดแล้ว
หลี่จงลูบเคราขาว “ตำรับยังคงอยู่... เพียงแต่จิตวิญญาณของการทำอาหารมันเลือนหายไปแล้ว ผู้คนไม่อยากรอ ไม่อยากลิ้มรสความประณีต พวกเขาต้องการความรวดเร็ว ความแปลกใหม่”
“หากข้าน้อยเสนอทางออกให้ท่านอาวุโสเล่า” เฉินเว่ยเอ่ยขึ้น สายตาเฉียบคมจับจ้องไปที่หลี่จง “ทางออกที่จะทำให้ ‘ตำรับครัวหลงจู่’ กลับมาผงาดได้อีกครั้ง ยิ่งใหญ่กว่าเดิม เสิร์ฟอาหารที่ ‘เทพเนรมิต’ ให้ผู้คนในยุคนี้ได้ลิ้มลอง”
หลี่จงเลิกคิ้วสูง “พ่อหนุ่มพูดอะไร? เจ้ามีปัญญาอะไรที่จะทำเช่นนั้นได้? ข้าลองมาทุกวิถีทางแล้ว เงินทองก็หมดไปไม่น้อย สุดท้ายก็เหลือแต่ซากร้านกับหนี้สินกองโต”
“ข้าน้อยมี ‘ระบบ’ ที่แตกต่าง” เฉินเว่ยเลี่ยงการพูดถึงคำว่า ‘ระบบ’ ตรงๆ เขามุ่งเน้นไปที่สิ่งที่จับต้องได้มากกว่า “ข้าน้อยมีความรู้ในการบริหารจัดการ การตลาด และการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่ท่านอาวุโสอาจไม่เคยพบเจอมาก่อน” เขาหยิบขวด ‘ผงปรุงทิพย์’ ออกมาจากอกเสื้อ “สิ่งนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น ท่านอาวุโสลองนึกถึงเมนู ‘หมูอบผงปรุงทิพย์’ ที่ข้าเคยพูดถึง หรือ ‘ไก่ทอดหอมหมื่นลี้’ ที่มีกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ”
หลี่จงจ้องมองขวดผงปรุงทิพย์ด้วยความสงสัย เขาได้ยินเรื่องราวแปลกประหลาดที่เล่าลือกันในหมู่โจรป่าเกี่ยวกับชายหนุ่มผู้มี ‘ผงวิเศษ’ ที่เปลี่ยนอาหารธรรมดาให้เป็นโอชารส ทว่าไม่เคยเชื่อสนิทใจ
“หากข้าน้อยเสนอที่จะซื้อกิจการนี้จากท่านอาวุโส... หรือร่วมลงทุนเป็นหุ้นส่วนใหญ่ และให้ท่านอาวุโสยังคงเป็นหัวใจของครัว ให้ท่านรังสรรค์ตำรับโบราณ ส่วนเรื่องการบริหารจัดการ การตลาด การตกแต่งร้าน และการนำเสนอเมนูใหม่ๆ ข้าน้อยจะจัดการเองทั้งหมด” เฉินเว่ยเสนออย่างกระตือรือร้น “เราจะนำตำนานกลับมาฟื้นคืนชีพ จะสร้างสรรค์ ‘ตำรับครัวหลงจู่’ ให้เป็นที่สุดในใต้หล้าอีกครั้ง”
“ร่วมลงทุน?” หลี่จงครุ่นคิด “พ่อหนุ่ม... ร้านนี้ไม่มีอะไรเหลือให้ลงทุนแล้ว มีแต่หนี้สิน ข้าขายไปก็แทบไม่พอกับหนี้เก่า”
“ข้าน้อยจะเคลียร์หนี้สินทั้งหมดให้ท่านอาวุโส และจะมอบส่วนแบ่งที่เหมาะสมจากกำไรให้ท่านในทุกเดือน ไม่ว่าร้านจะทำกำไรได้มากเพียงใด ท่านก็จะยังคงได้รับในฐานะผู้ก่อตั้งและหัวหน้าพ่อครัวผู้เชี่ยวชาญตำรับดั้งเดิม” เฉินเว่ยรุกต่อ “ข้าน้อยต้องการเพียงแค่ ‘ตำรับ’ ของท่านอาวุโส และความรู้ที่สั่งสมมาทั้งชีวิต เพื่อนำไปต่อยอดให้ก้าวไกล”
หลี่จงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขามองสำรวจเฉินเว่ย ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า แววตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังค่อยๆ เปล่งประกายขึ้นมาทีละน้อย ชายหนุ่มผู้นี้ดูแปลกประหลาด แต่คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างน่าประหลาดใจ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เขาเห็นประกายไฟในดวงตาของเฉินเว่ย ซึ่งเป็นประกายเดียวกับที่เขาเคยมีเมื่อหลายสิบปีก่อน
“เจ้า... เจ้ามั่นใจว่าจะทำได้จริงๆ หรือ?” หลี่จงถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “หากเจ้าทำไม่ได้... ตำรับครัวหลงจู่ก็จะดับสูญไปตลอดกาล”
“ข้าน้อยไม่เคยทำอะไรแล้วล้มเหลว” เฉินเว่ยตอบด้วยรอยยิ้มมั่นใจเต็มเปี่ยม “หากท่านอาวุโสเชื่อมั่นในตัวข้าน้อย ขอให้มอบโอกาสนี้ให้ข้าน้อยพิสูจน์”
“ดี!” หลี่จงตบโต๊ะเบาๆ “หากเจ้ามีความตั้งใจจริง ข้าก็จะให้โอกาส! แต่ก่อนอื่น... เจ้าต้องแสดงให้ข้าเห็นว่าเจ้าคู่ควรกับตำนานของ ‘ตำรับครัวหลงจู่’!”
ทันทีที่หลี่จงเอ่ยจบ เสียงของระบบก็ดังขึ้นในหัวของเฉินเว่ยอีกครั้ง
[ภารกิจหลัก: ฟื้นฟูร้าน ‘ตำรับครัวหลงจู่’ ให้กลับมาผงาดเหนือร้านอาหารใดในเมืองหลวงหลิน] [สถานะ: ได้รับการยอมรับจากเจ้าของเดิม (หลี่จง) – ความคืบหน้า 10%] [เป้าหมายรองที่ 1: ตรวจสอบและบันทึกตำรับอาหารโบราณของหลงจู่ที่มีอยู่] [เป้าหมายรองที่ 2: วางแผนการปรับปรุงร้านเบื้องต้น] [เป้าหมายรองที่ 3: จัดการกับ ‘ปัญหาภายนอก’ ที่เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟู]
“ปัญหาภายนอก?” เฉินเว่ยเลิกคิ้ว เขากำลังจะถามหลี่จงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทันใดนั้น ประตูร้านที่ผุพังอยู่แล้วก็ถูกถีบเข้ามาอย่างแรง ชายร่างกำยำสามคนเดินเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าถมึงทึง พวกเขาสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบ มีรอยสักรูปงูเห่าที่ต้นคอ บ่งบอกว่าเป็นสมาชิกของแก๊งอสรพิษดำ ซึ่งเป็นกลุ่มอิทธิพลเถื่อนในย่านนี้
“ไอ้เฒ่าหลี่จง!” ชายร่างใหญ่สุดซึ่งมีรอยแผลเป็นกลางหน้าตะคอก “ไอ้หัวหน้าแก๊งของเราให้เวลาเจ้าถึงพรุ่งนี้เช้า หากไม่ยอมขายร้านให้เราในราคาที่เราเสนอ ก็เตรียมตัวนอนข้างถนนได้เลย!”
หลี่จงหน้าซีดเผือด “พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนี้! นี่เป็นร้านของข้า!”
“หึ! ร้านผุๆ พังๆ แบบนี้ใครมันจะไปสน!” ชายอีกคนหัวเราะเยาะ “วันนี้พวกเรามาเตือน... และดูเหมือนเจ้าจะมีแขกแปลกหน้าด้วย” เขากวาดสายตามาที่เฉินเว่ย จางหู่ และหลี่ซาน “พวกเจ้าเป็นใครกัน? อย่ามายุ่งเรื่องของแก๊งอสรพิษดำ ไม่เช่นนั้นจะเดือดร้อนถึงชีวิต!”
จางหู่และหลี่ซานขยับตัวไปยืนอยู่ด้านหน้าเฉินเว่ยทันที ใบหน้าของจางหู่เคร่งขรึม มือใหญ่ของเขาเลื่อนไปแตะดาบที่เอว
“พวกเราเป็นหุ้นส่วนใหม่ของร้านนี้” เฉินเว่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “และเราไม่คิดที่จะขาย”
“อะไรนะ!?” ชายร่างใหญ่หัวเราะเยาะเสียงดัง “ไอ้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม! แกคิดจะมาเป็นเจ้าของร้านเน่าๆ แบบนี้รึ? แกไม่รู้หรือไงว่าที่นี่ใครคุม?”
“ข้ารู้” เฉินเว่ยตอบ “และข้ารู้ดีว่าใครจะควบคุมมันต่อไปจากนี้” เขามองตรงเข้าไปในดวงตาของชายร่างใหญ่ “หากไม่อยากเจ็บตัว กลับไปบอกนายของพวกเจ้าว่า ‘ตำรับครัวหลงจู่’ ไม่ได้มีไว้ขาย และมันกำลังจะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง ไม่มีใครหน้าไหนจะมาขวางทางได้”
“ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย!” ชายร่างใหญ่เดือดดาล เขากระโจนเข้าใส่เฉินเว่ย หมายจะใช้กำปั้นชกเข้าที่ใบหน้า
แต่ก่อนที่หมัดนั้นจะถึงตัวเฉินเว่ย จางหู่ก็พุ่งเข้าขวาง เขาใช้ฝ่ามือที่แข็งแกร่งปัดหมัดของชายร่างใหญ่ออกไปอย่างง่ายดาย ตามด้วยการเตะตัดขาอย่างรวดเร็ว ทำให้ชายคนนั้นเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้น
“อย่าได้แตะต้องเจ้านายของข้า!” จางหู่คำรามเสียงต่ำ แววตาคมกริบราวกับสัตว์ป่า หลี่ซานเองก็ไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าหาชายอีกสองคนด้วยความเร็วเหนือคาดหมาย การเคลื่อนไหวของเขาพลิ้วไหวราวกับสายลม หมัดและเท้าเหวี่ยงออกไปอย่างแม่นยำและรุนแรง
ปึก! อั่ก!
เสียงกระดูกลั่นดังสนั่น ชายสองคนร้องโหยหวน ก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้นในเวลาอันรวดเร็ว พวกเขาไม่ทันได้ชักอาวุธออกมาเสียด้วยซ้ำ
จางหู่และหลี่ซานยืนตระหง่านอยู่เหนือร่างของนักเลงทั้งสาม ใบหน้าไร้อารมณ์ แต่แววตาเต็มไปด้วยอันตราย พวกนักเลงทั้งสามพยายามจะลุกขึ้น แต่ด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัวต่อความแข็งแกร่งของสองพี่น้อง ทำให้พวกเขาทำได้เพียงคลานหนีออกจากร้านไปอย่างทุลักทุเล ไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับมามอง
หลี่จงยืนตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพริบตา เขานึกไม่ถึงว่าชายกำยำทั้งสองที่มาพร้อมเฉินเว่ยจะมีฝีมือร้ายกาจถึงเพียงนี้
เฉินเว่ยยิ้มมุมปาก “เห็นไหมท่านอาวุโส ‘ปัญหาภายนอก’ บางครั้งก็จัดการได้ไม่ยาก” เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ร้านที่ตอนนี้เงียบสงบลงอีกครั้ง
“เอาล่ะ จางหู่ หลี่ซาน” เฉินเว่ยหันไปสั่งสองพี่น้อง “พวกเจ้าสองคนจัดการเก็บกวาดร้านให้สะอาดที่สุดเท่าที่จะทำได้ ข้าต้องการให้ที่นี่ปราศจากฝุ่นและใยแมงมุม ส่วนโต๊ะเก้าอี้ที่ชำรุด ให้นำออกไปทิ้งทั้งหมด พรุ่งนี้เราจะเริ่มลงมือปรับปรุงครั้งใหญ่”
“ขอรับเจ้านาย!” จางหู่และหลี่ซานตอบรับอย่างกระตือรือร้น พวกเขากระตือรือร้นที่จะพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง
เฉินเว่ยหันกลับไปหาหลี่จงอีกครั้ง “ส่วนท่านอาวุโส” เขาเดินเข้าไปในครัวที่เต็มไปด้วยเครื่องครัวเก่าๆ และฝุ่นเขรอะ “ข้าน้อยอยากให้ท่านช่วยรวบรวมตำรับอาหารโบราณทั้งหมดที่ท่านมี ไม่ว่าจะเป็นตำราเก่าๆ ที่เขียนด้วยมือ หรือสิ่งที่จดจำอยู่ในความทรงจำของท่านก็ตาม ข้าน้อยต้องการมันทั้งหมด”
หลี่จงมองเฉินเว่ยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวังและความเชื่อมั่นที่กลับคืนมา เขาไม่รู้ว่าชายหนุ่มผู้นี้มาจากที่ใด หรือมีวิธีการอะไร แต่เขาสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างที่ไม่ธรรมดา และอาจเป็นความหวังสุดท้ายของ ‘ตำรับครัวหลงจู่’ ก็เป็นได้
“ข้า... ข้าจะไปรื้อค้นตำราเก่าๆ ที่เก็บไว้ในห้องใต้ดิน” หลี่จงตอบด้วยน้ำเสียงที่กระตือรือร้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “มันอาจจะเก่ามากแล้ว แต่ทุกหน้ากระดาษล้วนเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษของข้า”
ขณะที่หลี่จงเดินไปยังส่วนหลังของร้าน เฉินเว่ยก้าวเข้าไปในครัวอีกขั้น เขามองไปรอบๆ ห้องที่มืดสลัว กลิ่นอับชื้นที่รุนแรงกว่าส่วนหน้าของร้านบ่งบอกถึงการไม่ใช้งานมานานแสนนาน ผนังเต็มไปด้วยคราบเขม่าจากเตาฟืนเก่าๆ ที่ไม่ถูกจุดมานานหลายปี อุปกรณ์ทำครัวส่วนใหญ่เป็นเหล็กเก่าขึ้นสนิม หรือไม่ก็ไม้ที่แตกหัก
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบวัตถุดิบลึกลับภายในบริเวณครัว ‘ตำรับครัวหลงจู่’ – อาจเกี่ยวข้องกับ ‘ตำรับมรดกมังกรโบราณ’]
เสียงระบบดังขึ้นในหัว ทำให้เฉินเว่ยชะงักฝีเท้า แววตาของเขาจับจ้องไปที่มุมมืดของครัวที่เต็มไปด้วยข้าวของรกเรื้อ กองอุปกรณ์ที่พัง และเศษซากต่างๆ ระบบไม่เคยให้ข้อมูลที่ผิดพลาด นี่อาจเป็นกุญแจสำคัญสู่ภารกิจที่ได้รับมา เขาจะต้องค้นหาให้เจอว่าวัตถุดิบลึกลับที่ระบบกล่าวถึงคืออะไร และมันจะนำไปสู่ ‘ตำรับมรดกมังกรโบราณ’ อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของภารกิจฟื้นฟูร้านแห่งนี้ได้อย่างไร...
แต่ในขณะที่เขากำลังจะก้าวเข้าไปสำรวจอย่างใกล้ชิด ประตูบานเล็กๆ ที่เชื่อมระหว่างห้องครัวกับด้านนอกร้านก็ถูกผลักเข้ามาอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างเล็กๆ ที่ยืนอยู่ตรงนั้น...

จักรพรรดิระบบโกยเงิน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก