ภายในห้องทำงานลับของร้านหลงจู่ กลิ่นหอมจางๆ ของชาสมุนไพรไม่ได้ช่วยให้เฉินเว่ยรู้สึกผ่อนคลายแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบของเขากำลังจับจ้องไปยังหน้าจอโปร่งแสงสีฟ้าเบื้องหน้า ซึ่งเป็นภาพจำลองสามมิติของร้านหลงจู่ที่สว่างไสวด้วยจุดสีแดงจำนวนหนึ่งที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว ระบบเพิ่งจะแจ้งเตือนเมื่อครู่ใหญ่ ถึงการมาเยือนของ ‘หอคลังอสูร’ องค์กรลับที่เล่าขานกันในโลกใต้ดินว่าโหดเหี้ยมและกระหายอำนาจ
“หอคลังอสูร… พวกมันต้องการอะไรกันแน่?” เฉินเว่ยพึมพำกับตัวเอง มือลูบคางอย่างใช้ความคิด การเผชิญหน้ากับศิลาหยกมังกรที่พิทักษ์โดยมังกรวารีทมิฬนั้นเป็นเรื่องในอนาคตอันใกล้ แต่การรุกรานที่กำลังจะมาถึงนี่สิคือภัยคุกคามตรงหน้าที่เขาต้องรับมือทันทีทันใด
เสียงกระหืดกระหอบของอาฟูพร้อมกับหลิงเอ๋อร์ที่สีหน้าซีดเผือดดังขึ้นหน้าห้อง “นายท่าน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!”
“เข้ามา” เฉินเว่ยเอ่ยเสียงเรียบ เมื่อทั้งสองก้าวเข้ามาในห้อง เขาก็ปิดหน้าจอระบบลงทันที ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับลูกน้องคนสำคัญทั้งสอง “เกิดอะไรขึ้นอาฟู หลิงเอ๋อร์?”
“เมื่อครู่มีกลุ่มคนชุดดำหลายสิบคน กำลังตรงมาที่ร้านของเราขอรับ พวกมันมีออร่าที่น่ากลัว ราวกับฝูงอสูร… ชาวบ้านแตกตื่นหนีไปหมดแล้ว” อาฟูรายงานด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อย เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผาก
“ใช่ค่ะนายท่าน! ใบหน้าของพวกมันซ่อนอยู่ใต้หน้ากากรูปสัตว์ป่า ดวงตาที่โผล่พ้นหน้ากากออกมานั้นเต็มไปด้วยความกระหายเลือด ราวกับกำลังออกล่า” หลิงเอ๋อร์เสริม น้ำเสียงของเธอยังคงสั่นเครือเล็กน้อย
เฉินเว่ยพยักหน้าเล็กน้อย ข้อมูลตรงกับที่ระบบแจ้งทุกประการ ‘หอคลังอสูร’ มักสวมหน้ากากสัตว์เป็นสัญลักษณ์ของความเหี้ยมโหดและพลังที่มิอาจหยั่งถึง
“ตั้งสติไว้ ทุกคน” เฉินเว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “อาฟู นำคนของเราเตรียมรับมือ จัดแถวป้องกันบริเวณปากทางเข้า หลิงเอ๋อร์ เธอไปดูแลลูกค้าที่เหลืออยู่ในร้าน พาพวกเขาออกไปทางประตูหลังอย่างเงียบเชียบที่สุด อย่าให้เกิดความวุ่นวาย”
“แต่ว่า… ท่านนายท่าน…” หลิงเอ๋อร์ลังเล นางเป็นห่วงความปลอดภัยของเฉินเว่ย
“ไม่ต้องห่วงข้า” เฉินเว่ยยิ้มบางๆ อย่างมั่นใจ “ข้ามีวิธีของข้า ไปจัดการหน้าที่ของเจ้าให้เรียบร้อย”
หลิงเอ๋อร์กัดริมฝีปากก่อนจะพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง แล้วรีบเร่งเดินจากไป อาฟูยังคงยืนกราน “ขอรับนายท่าน แต่ข้าจะอยู่ข้างท่านเอง”
“ดีมากอาฟู จงป้องกันสิ่งที่พวกเราสร้างมากับมือให้ถึงที่สุด” เฉินเว่ยตบบ่าอาฟูเบาๆ เขาไม่ได้ห้ามอาฟูให้ไปหลบซ่อน เพราะรู้ดีว่าภายใต้ความบ้าบิ่นนั้น อาฟูมีความภักดีและพลังแฝงที่น่าทึ่ง
เฉินเว่ยเดินออกไปยังโถงหลักของร้าน ประตูไม้บานใหญ่ถูกเปิดผายออก เผยให้เห็นกลุ่มเงาร่างสีดำที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา หน้ากากรูปหัวอสูรที่พวกเขาสวมใส่ยิ่งขับเน้นความน่าสะพรึงกลัว ดวงตาสีแดงฉานภายใต้หน้ากากนั้นจ้องมองมายังร้านหลงจู่ราวกับเหยื่อที่กำลังจะถูกขย้ำ จำนวนของพวกมันมีไม่ต่ำกว่าสามสิบคน แต่ละคนล้วนมีออร่าแห่งพลังที่น่าเกรงขาม
ชายร่างใหญ่คนหนึ่งก้าวออกมาข้างหน้า หน้ากากที่เขาสวมเป็นรูปหัวกิเลนที่บิดเบี้ยว ร่างกายของเขาสูงใหญ่กำยำกว่าคนทั่วไปถึงสองเท่า แขนทั้งสองข้างมีมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งราวกับหินผา ในมือถือกระบองเหล็กหนาหนักขนาดเท่าต้นขา
“นี่คือร้านหลงจู่ใช่หรือไม่?” เสียงทุ้มต่ำและหยาบกร้านของชายในหน้ากากกิเลนดังขึ้น กังวานไปทั่วบริเวณ ราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้าย
เฉินเว่ยเดินออกมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูร้านอย่างสงบ เขาประสานมือคารวะเล็กน้อย “ถูกต้อง ท่านคือ…?”
“ข้าคือผู้อาวุโสกุ่ยแห่งหอคลังอสูร” ชายในหน้ากากกิเลนตอบอย่างหยาบคาย “พวกเรามาที่นี่เพื่อวัตถุประสงค์เดียว คือ ‘ตำรับมรดกมังกรโบราณ’ และ ‘ศิลาหยกมังกร’ ที่อยู่ในครอบครองของเจ้า จงส่งมอบมาเสียโดยดี แล้วพวกเจ้าทุกคนจะรอดตาย”
เฉินเว่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาคาดเดาไว้แล้วว่าพวกมันต้องต้องการตำรับมรดก แต่ไม่คิดว่าจะรู้ถึงศิลาหยกมังกรด้วย นี่แสดงว่าหอคลังอสูรมีสายข่าวที่ลึกซึ้งกว่าที่เขาคิดมากนัก
“ตำรับมรดกมังกรโบราณและศิลาหยกมังกร? ข้าไม่เข้าใจว่าท่านกำลังพูดถึงสิ่งใด” เฉินเว่ยยังคงพยายามรักษาความสงบและปฏิเสธ เขาต้องเล่นละครเพื่อถ่วงเวลาและประเมินสถานการณ์
“ฮ่าฮ่าฮ่า! เจ้าหนุ่ม เจ้าคิดว่าพวกเราจะถูกหลอกได้ง่ายๆ เช่นนั้นรึ?” ผู้อาวุโสกุ่ยหัวเราะเยาะเย้ย เสียงหัวเราะของเขาสั่นสะเทือนไปทั่ว “อย่าได้อวดฉลาดกับพวกเรา หอคลังอสูรมีหูตาอยู่ทั่วแผ่นดิน พวกเราย่อมรู้ดีว่าศิษย์ทรยศจากสำนักหยกทมิฬนามว่าเหวินซิน ได้มอบตำรับโบราณให้แก่เจ้า และยังบอกเล่าเรื่องราวของศิลาหยกมังกรให้เจ้าฟังอีกด้วย!”
คำพูดของผู้อาวุโสกุ่ยทำให้เฉินเว่ยตกใจเล็กน้อย นี่หมายความว่าเหวินซินอาจจะอยู่ในอันตรายเช่นกัน หรือไม่ก็เขาอาจจะกำลังถูกจับตามองอยู่ตลอดเวลา เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเผชิญหน้า
“หากเป็นเช่นนั้น ท่านคงทราบดีว่าศิลาหยกมังกรไม่ได้อยู่ในมือข้า และตำรับนั้นก็เป็นเพียงตำราเก่าๆ ที่ไร้ค่า” เฉินเว่ยพยายามใช้คำพูดโน้มน้าว “หากท่านต้องการของมีค่า ร้านหลงจู่มีสินค้าชั้นเลิศมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชาชั้นเยี่ยม เครื่องหอมหายาก หรือแม้แต่เครื่องประดับที่ออกแบบมาอย่างประณีต ข้ายินดีมอบให้ท่านเป็นของขวัญ เพื่อมิตรภาพระหว่างเรา…”
“มิตรภาพ?” ผู้อาวุโสกุ่ยหัวเราะอีกครั้ง แต่คราวนี้เต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม “หอคลังอสูรไม่ต้องการมิตรภาพกับมดปลวกอย่างเจ้า สิ่งเดียวที่พวกเราต้องการคืออำนาจสูงสุดในใต้หล้า และตำรับมรดกมังกรโบราณคือกุญแจสำคัญสู่สิ่งนั้น!”
ทันใดนั้น ผู้อาวุโสกุ่ยก็กระแทกกระบองเหล็กในมือลงบนพื้นหินอย่างรุนแรง พื้นหินแตกกระจายเป็นวงกว้าง “จงส่งมอบตำรับและบอกที่อยู่ของศิลาหยกมังกรมาซะ มิฉะนั้น… คืนนี้ ร้านหลงจู่จะกลายเป็นกองเถ้าถ่าน และพวกเจ้าทุกคนจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ!”
เฉินเว่ยรับรู้ถึงออร่าสังหารที่แผ่ออกมาจากกลุ่มคนชุดดำอย่างชัดเจน เขาถอนหายใจช้าๆ ในใจพลางกระตุ้นระบบ “ระบบ โปรดเปิดใช้งาน ‘โหมดป้องกันฉุกเฉินระดับ 1’ และวิเคราะห์จุดอ่อนของศัตรูให้ข้าที”
[ระบบ: รับทราบ โหมดป้องกันฉุกเฉินระดับ 1 เปิดใช้งาน พลังป้องกันของสิ่งก่อสร้างเพิ่มขึ้น 200% กำแพงพลังงานป้องกันพื้นฐานเปิดใช้งาน] [ระบบ: กำลังวิเคราะห์ศัตรู… ผู้อาวุโสกุ่ย: พลังยุทธ์ระดับปรมาจารย์ชั้นต้น จุดอ่อน: ความเร็วในการเคลื่อนที่ต่ำเมื่อต้องใช้อาวุธหนัก พลังโจมตีเน้นทำลายล้างเป็นวงกว้าง แต่ขาดความคล่องตัวในการโจมตีเป้าหมายเดี่ยวที่รวดเร็ว]
ข้อมูลจากระบบทำให้เฉินเว่ยมีความมั่นใจมากขึ้น เขายังคงยืนหยัดอย่างไม่หวั่นไหว “ดูเหมือนว่าเราคงจะคุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว”
“เมื่อไม่ยอมพูดดีๆ ก็ต้องเจอดี!” ผู้อาวุโสกุ่ยคำราม ก่อนจะยกกระบองเหล็กยักษ์ขึ้นชี้มาที่เฉินเว่ย “บุก!”
ทันทีที่สิ้นเสียงคำสั่ง กลุ่มคนชุดดำก็พุ่งทะยานเข้ามาราวกับฝูงหมาป่าที่หิวโหย พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและพร้อมเพรียงกัน โดยใช้ศิลปะการต่อสู้ที่เลียนแบบสัตว์ร้าย ทั้งการพุ่งกระโจน การกรงเล็บ การกัดกิน พลังยุทธ์ที่แต่ละคนแผ่ออกมานั้นรุนแรงและป่าเถื่อน
อาฟูที่ยืนอยู่ข้างเฉินเว่ยไม่รอช้า พุ่งเข้าปะทะกับศัตรูสามคนที่พุ่งเข้ามาหาเขาเป็นคนแรก ร่างกายกำยำของเขาระเบิดพลังออก กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งแน่น เขากำหมัดชกออกไปอย่างหนักหน่วง เสียงกระดูกกระทบกระแทกดังกึกก้อง ศัตรูสองคนกระเด็นไปคนละทิศละทาง อีกคนถูกต่อยเข้าที่หน้ากากจนหน้ากากแตกละเอียด เผยให้เห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดก่อนจะล้มฟุบลงไป
เฉินเว่ยไม่ได้พุ่งเข้าต่อสู้ด้วยตัวเอง เขากลับถอยหลังหนึ่งก้าว แสงสีฟ้าจางๆ วูบผ่านไปจากแหวนที่นิ้วของเขา ก่อนที่พื้นด้านหน้าจะปรากฏรัศมีบางๆ ที่มองเห็นได้ยาก มันคือ ‘กับดักพลังงาน’ ที่ระบบสร้างขึ้นอย่างรวดเร็ว
กลุ่มนักรบหอคลังอสูรอีกห้าคนที่พุ่งมาหาเฉินเว่ยอย่างรวดเร็วที่สุด เหยียบย่ำลงบนรัศมีนั้นโดยไม่ทันระวังตัว ทันใดนั้น กระแสไฟฟ้าที่ไม่รุนแรงพอที่จะถึงตาย แต่รุนแรงพอที่จะทำให้ชากระตุกและขยับตัวไม่ได้ชั่วขณะก็พุ่งขึ้นมาพันธนาการพวกเขา ร่างกายของนักรบทั้งห้าแข็งทื่อ กระตุกเกร็งอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้อาวุโสกุ่ย
“นี่มัน… วิชาอะไรกัน!?” ผู้อาวุโสกุ่ยคำรามอย่างไม่พอใจ เขาไม่เคยเห็นพลังเช่นนี้มาก่อน
เฉินเว่ยยิ้มมุมปาก “วิชาเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยให้พวกท่านใจเย็นลงบ้าง”
แต่ผู้อาวุโสกุ่ยไม่ได้มีเวลามาสนใจ เขาสะบัดกระบองเหล็กยักษ์ในมือ ฟาดลงไปกลางอากาศด้วยพลังที่เหนือกว่า ท่าร่างของเขาหนักแน่นราวกับพยัคฆ์เหยียบย่าง “อสูรพิโรธฟาดหุบเขา!”
พลังโจมตีมหาศาลแผ่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง แรงลมปะทะพัดสิ่งของในร้านกระจัดกระจาย อาฟูที่กำลังปะทะอยู่กับศัตรูอีกหลายคนต้องรีบกระโดดหลบฉากอย่างรวดเร็ว ส่วนรั้วพลังงานที่เฉินเว่ยสร้างไว้ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แต่ก็ยังคงต้านทานไว้ได้
“กำแพงพลังงานแข็งแกร่งกว่าที่คิด!” เฉินเว่ยพึมพำ เขามองเห็นผู้อาวุโสกุ่ยก้าวเท้าเข้ามาอีกก้าว ร่างกายของเขาส่งเสียงครืนครั่นราวกับกำลังจะระเบิดพลังครั้งใหญ่กว่าเดิม
“เฉินเว่ย! ระวัง!” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังเฉินเว่ย ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากอาจารย์เหวินซิน!
อาจารย์เหวินซินก้าวเข้ามาในร้านอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจการต่อสู้ที่กำลังดำเนินอยู่ เขากระแทกไม้เท้าลงบนพื้นหนึ่งครั้ง “หอคลังอสูร… พวกเจ้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียแล้ว!”
พลังปราณสีทองนวลแผ่ออกมาจากร่างของอาจารย์เหวินซิน ราวกับเทพเซียนที่ลงมาจุติ บรรยากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากผู้อาวุโสธรรมดา กลายเป็นปรมาจารย์ผู้ทรงพลังที่ยากจะหยั่งถึง
“เหวินซิน! ศิษย์ทรยศ! เจ้ายังไม่ตายอีกรึ!” ผู้อาวุโสกุ่ยตะโกนด้วยความตกใจและโมโห ใบหน้าภายใต้หน้ากากกิเลนบิดเบี้ยวอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นอาจารย์เหวินซิน
“ข้ายังไม่ตาย และจะยังไม่ตายจนกว่าจะส่งพวกสารเลวอย่างพวกเจ้ากลับไปลงนรก!” อาจารย์เหวินซินสวนกลับ ดวงตาของเขาทอประกายแห่งความเด็ดขาด
เขายกมือขึ้นร่ายรำอย่างช้าๆ พลังปราณสีทองรวมตัวกันเป็นรูปมือมังกรขนาดใหญ่ พุ่งเข้าใส่ผู้อาวุโสกุ่ยอย่างรุนแรง ผู้อาวุโสกุ่ยที่ตกใจกับพลังของอาจารย์เหวินซินที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด แทบจะตั้งตัวไม่ทัน ต้องยกกระบองเหล็กขึ้นป้องกันอย่างสุดกำลัง เสียงปะทะดังกึกก้องสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะทำให้พื้นร้านหลงจู่สั่นสะเทือนราวกับจะพังทลายลงมา
เฉินเว่ยเห็นว่าสถานการณ์เริ่มซับซ้อนขึ้นอย่างคาดไม่ถึง การปรากฏตัวของอาจารย์เหวินซินทำให้สมดุลพลังเปลี่ยนไป แต่ศัตรูยังมีจำนวนมากและผู้อาวุโสกุ่ยก็ดูเหมือนจะมีพลังแฝงที่ยังไม่ได้เผยออกมา
[ระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานแปลกประหลาดภายในร่างของผู้อาวุโสกุ่ย มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นการรวมร่างกับวิญญาณอสูรโบราณ ขอแนะนำให้ระมัดระวังสูงสุด]
คำเตือนของระบบทำให้เฉินเว่ยใจกระตุก เขามองไปยังผู้อาวุโสกุ่ยที่กำลังตั้งหลักได้อีกครั้ง แม้จะถูกมือมังกรของอาจารย์เหวินซินโจมตี แต่เขาก็ยังยืนหยัดอย่างมั่นคง และดูเหมือนพลังปราณสีดำรอบกายของเขากำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
“เหวินซิน… เจ้าจะเสียใจที่มาขวางทางพวกเรา!” ผู้อาวุโสกุ่ยตะโกน ก่อนที่ร่างของเขาจะพองโตขึ้นเล็กน้อย กล้ามเนื้อปูดโปน เส้นเลือดปูดขึ้นมาตามผิวหนังทั่วร่าง เสียงคำรามที่ไม่ใช่เสียงคนดังออกมาจากลำคอของเขา หน้ากากกิเลนดูเหมือนจะหลอมรวมเข้ากับใบหน้าของเขาไปแล้ว ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน และมีเกล็ดดำผุดขึ้นมาตามผิวหนังบางส่วน
อาจารย์เหวินซินสีหน้าเคร่งเครียด “มันใช้ ‘อสูรกลืนร่าง’ แล้วหรือนี่!”
พลังของผู้อาวุโสกุ่ยเพิ่มขึ้นอย่างน่าสะพรึงกลัว คลื่นพลังงานสีดำแผ่กระจายออกมาราวกับหมอกมรณะ บรรยากาศในร้านหลงจู่หนาวเย็นลงอย่างฉับพลัน นักรบหอคลังอสูรคนอื่นๆ ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ต่างพากันถอยร่นออกไปด้านนอก ปล่อยให้ผู้อาวุโสกุ่ยเผชิญหน้ากับอาจารย์เหวินซินและเฉินเว่ยตามลำพัง
เฉินเว่ยรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาล เขาไม่เคยเผชิญหน้ากับพลังที่ป่าเถื่อนและอันตรายเช่นนี้มาก่อน การรวมร่างกับวิญญาณอสูรโบราณไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นี่คือพลังที่สามารถทำลายทุกสิ่งได้ภายในพริบตา
อาจารย์เหวินซินเตรียมพร้อมที่จะใช้ท่าไม้ตาย แต่ก่อนที่เขาจะลงมือ ผู้อาวุโสกุ่ยก็พุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าที่เฉินเว่ยเคยเห็น พุ่งเป้าตรงมาที่เฉินเว่ยโดยตรง!
“เป้าหมายหลักคือเจ้า!” เสียงของผู้อาวุโสกุ่ยเปลี่ยนไป กลายเป็นเสียงที่ทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ประหลาด “พลังของเจ้า… ข้าจะเอามาเป็นของข้า!”
กระบองเหล็กยักษ์ในมือของผู้อาวุโสกุ่ยถูกยกขึ้นเหนือหัว พลังสีดำม้วนตัวเข้ามารวมกันที่ปลายกระบอง แสงสลัวๆ ของร้านหลงจู่ถูกกลืนกินด้วยความมืดมิด อาจารย์เหวินซินตะโกนสุดเสียง พุ่งเข้ามาขวางทาง แต่ไม่ทัน!
เฉินเว่ยรู้ตัวดีว่าไม่สามารถหลบหลีกได้ทันท่วงที ดวงตาของเขาสะท้อนภาพกระบองเหล็กยักษ์ที่กำลังฟาดลงมา ระบบแจ้งเตือน ‘อันตรายถึงชีวิต’ แสงสีแดงกระพริบอย่างรุนแรงในหน้าจอระบบที่อยู่ภายในความคิดของเขา เขาตัดสินใจในเสี้ยววินาที “ระบบ! ใช้ ‘การ์ดพลังงานป้องกันระดับสูง’ ทั้งหมดที่มี!”
[ระบบ: ยืนยัน ใช้การ์ดพลังงานป้องกันระดับสูง 3 ใบ พร้อมกัน พลังป้องกันเพิ่มขึ้นอีก 500%]
เพียงชั่วพริบตา แสงสีทองสว่างจ้าก็ระเบิดออกมาจากร่างของเฉินเว่ย ปกคลุมทั้งตัวเขาด้วยเกราะป้องกันพลังงานหนาทึบ มันเป็นเกราะที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ระบบจะสร้างได้ในเวลานั้น
โครม!!!
เสียงกระบองกระทบกับเกราะป้องกันพลังงานดังสนั่นหวั่นไหว เกิดคลื่นกระแทกที่รุนแรงจนอาฟูและนักรบหอคลังอสูรที่อยู่ใกล้เคียงกระเด็นกระดอนออกไปชนกำแพงร้าน ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว แรงสั่นสะเทือนไปไกลถึงนอกร้าน
เมื่อฝุ่นจางลง ภาพที่ปรากฏทำให้ทุกคนตะลึงงัน ผู้อาวุโสกุ่ยยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย หน้ากากกิเลนที่เคยแข็งแกร่งปรากฏรอยร้าว ส่วนเกราะป้องกันพลังงานสีทองที่ห่อหุ้มร่างของเฉินเว่ยไว้ก็ยังคงอยู่ แม้จะดูบอบบางลงไปมาก แต่ก็ยังไม่แตกสลาย
เฉินเว่ยยืนอยู่ท่ามกลางเศษฝุ่นและซากปรักหักพังอย่างปลอดภัย แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เขาเพิ่งจะใช้ทรัพยากรป้องกันระดับสูงสุดของระบบไปจนเกือบหมดสิ้นเพื่อต้านทานการโจมตีเพียงครั้งเดียว
“เป็นไปไม่ได้!” ผู้อาวุโสกุ่ยคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง “เจ้าเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา! เหตุใดจึงต้านทานพลังอสูรของข้าได้!”
อาจารย์เหวินซินที่เห็นเหตุการณ์ก็ถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและประหลาดใจกับพลังลึกลับของเฉินเว่ยที่แสดงออกมา
เฉินเว่ยไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขารู้สึกถึงพลังที่กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมาจากผู้อาวุโสกุ่ยอีกครั้ง ครั้งนี้ดูเหมือนจะรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า ระบบส่งสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉาน พร้อมข้อความใหม่
[ระบบ: ตรวจพบศัตรูระดับปรมาจารย์ชั้นสูงกำลังจะใช้ท่าไม้ตายทำลายล้าง… พลังป้องกันไม่เพียงพอ… แนะนำให้รีบหาที่กำบังหรือใช้ ‘ตำรับมรดกมังกรโบราณ’ เพื่อกระตุ้นพลังแฝงของตนเองเป็นการด่วน!]

จักรพรรดิระบบโกยเงิน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก