แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมายังตลาดเมืองหลินเจียง แต่ความอบอุ่นนั้นกลับไม่อาจขับไล่ความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านเข้ามาในใจของเฉินเว่ยได้ ภาพของชายฉกรรจ์ห้าหกคนยืนเรียงแถวปิดบังหน้าร้านชาสมุนไพรของเขาอย่างอุกอาจ ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยรอยสักที่สื่อถึงความกร้านโลก และสายตาของพวกเขาจ้องมองมายังเฉินเว่ยราวกับเขาเป็นเพียงเหยื่ออันโอชะที่กำลังรอเวลาถูกเชือด
หัวหน้ากลุ่มเป็นชายร่างใหญ่ กำยำ มีรอยแผลเป็นพาดผ่านโหนกแก้มซ้าย เปล่งเสียงห้าวจัดออกมา “เจ้าหนุ่มหน้าใหม่ ชื่อเฉินเว่ยสินะ ร้านชาของเจ้าทำเงินได้ไม่เบาเลยนี่” เขาเดินเข้ามาใกล้ก้าวหนึ่ง วางมือใหญ่ข้างหนึ่งบนถาดใส่แก้วชาพอร์ซเลนอย่างจงใจ ทำให้เกิดเสียงกระทบกันเบาๆ “แต่ที่นี่น่ะ... ไม่มีธุรกิจใดที่จะอยู่รอดได้โดยปราศจากการคุ้มครองของพวกข้า”
เฉินเว่ยยืนนิ่ง ประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว สมองของเขากำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาล เขาเคยอยู่ในโลกที่การคุ้มครองแบบนี้เป็นสิ่งผิดกฎหมาย เป็นเรื่องที่ธุรกิจระดับโลกของเขาไม่เคยต้องเผชิญ แต่ในยุคนี้ การใช้กำลังคือพลังที่แท้จริง เขากัดฟันแน่น กลั้นความขยะแขยงไว้ภายใน
“คุ้มครอง?” เฉินเว่ยถามเสียงเรียบ พยายามให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด “ข้ายังไม่ทราบมาก่อนเลยว่าเมืองหลินเจียงมีบริการเช่นนี้ด้วย ไม่ทราบว่ามีอัตราค่าบริการอย่างไรบ้างขอรับ” เขาตัดสินใจใช้กลยุทธ์สอบถามข้อมูลเบื้องต้น เพื่อไม่ให้ดูเป็นปฏิปักษ์แต่ก็ไม่ได้ยอมจำนนทันที
หัวหน้ากลุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก “ฮ่า! ฉลาดนี่เจ้าหนุ่ม! อัตราค่าบริการน่ะหรือ? ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจและผลกำไรนั่นแหละ สำหรับร้านชาขายดีอย่างเจ้าน่ะ... สัปดาห์ละสิบเหรียญทองแดงก็พอแล้ว”
สิบเหรียญทองแดงต่อสัปดาห์! นั่นเป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อเทียบกับต้นทุนและการลงทุนเริ่มต้นของเขา หากยอมจ่ายไปเรื่อยๆ กำไรของเขาก็จะหดหายไปอย่างน่าใจหาย นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่เป็นการยอมให้คนอื่นเข้ามาบงการธุรกิจของเขาตั้งแต่ต้น ซึ่งเป็นสิ่งที่นักธุรกิจอย่างเฉินเว่ยรับไม่ได้เด็ดขาด
“สิบเหรียญทองแดง... ดูเหมือนจะสูงไปหน่อยนะขอรับ” เฉินเว่ยเอ่ยอย่างใจเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ข้าเพิ่งจะเริ่มทำธุรกิจ ยังไม่ทันได้ถอนทุนคืนดีเลย อีกอย่าง... ร้านของข้าเป็นแค่ร้านชาเล็กๆ เท่านั้น” เขาพยายามลดทอนความน่าสนใจของกิจการตัวเองลง
“เล็กๆ อย่างนั้นรึ?” หนึ่งในลูกน้องที่ยืนอยู่ด้านหลังหัวหน้ากลุ่มหัวเราะเสียงหยาบ “ชาเย็นของเจ้าขายดีจนต้องต่อคิวยาวเหยียดทุกวัน จะบอกว่าเล็กๆ ก็กระไรอยู่” ชายคนนั้นเดินเข้ามาอีกก้าว ท่าทางจะเริ่มหงุดหงิด
“เจ้าน่ะมันเพิ่งเข้ามาอยู่ในตลาดนี้!” หัวหน้ากลุ่มตวาดเสียงดังขึ้นเล็กน้อย “พวกเราต่างหากที่เป็นคนรักษาความสงบในตลาดนี้มานานนับสิบปี! หากไม่มีพวกข้า ร้านค้าของเจ้าอาจถูกป่วน ลูกค้าของเจ้าอาจไม่ได้รับความปลอดภัย! ลองคิดดูสิว่าถ้าสินค้าของเจ้าถูกคว่ำทิ้งหมด เจ้าจะเสียหายเท่าไหร่!” เขายกมือขึ้น หมายจะคว้าแก้วชาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ แต่เฉินเว่ยเร็วกว่า เขาเอื้อมมือไปคว้าแก้วนั้นไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะแตะต้องมันได้
การกระทำของเฉินเว่ยทำให้บรรยากาศตึงเครียดยิ่งขึ้น ลูกค้าที่กำลังต่อคิวอยู่ต่างพากันถอยร่นออกไป เสียงจอแจของตลาดเริ่มเบาลง ผู้คนในบริเวณใกล้เคียงต่างมองมาด้วยสายตาหวาดกลัวผสมกับความอยากรู้อยากเห็น ไม่มีใครกล้าเข้ามาแทรกแซง
‘ระบบโกยเงิน’ ของเฉินเว่ยส่งเสียงเตือนขึ้นในใจ:
[ตรวจพบภัยคุกคามทางธุรกิจ: กลุ่มผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น (หัวหน้า: หยางฟู่) กำลังเรียกเก็บค่าคุ้มครอง] [ภารกิจทางเลือก: ปกป้องผลประโยชน์ของธุรกิจ (รางวัล: เพิ่มระดับ 'การเจรจาธุรกิจ' 1 ระดับ, เพิ่มคะแนนทักษะ 10 คะแนน, ชื่อเสียงในตลาดเมืองหลินเจียงเพิ่มขึ้น)] [บทลงโทษหากล้มเหลว: สูญเสียเงิน 10 เหรียญทองแดงต่อสัปดาห์, ลดชื่อเสียงในตลาดอย่างมาก]
เฉินเว่ยอ่านข้อความจากระบบด้วยความรู้สึกผสมปนเป ดีใจที่ระบบเสนอทางเลือก แต่ก็รู้ว่าการจะสำเร็จภารกิจนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เขาไม่มีกำลังคน ไม่มีความรู้ด้านการต่อสู้ และไม่มีเส้นสายในยุคนี้เลย
“ท่านพี่หยางฟู่” เฉินเว่ยเปลี่ยนสรรพนาม เรียกด้วยความนอบน้อมที่แฝงไปด้วยความแข็งกร้าว “ข้าเข้าใจดีถึงความสำคัญของการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในตลาด แต่ข้าก็เป็นเพียงพ่อค้าที่หาเลี้ยงชีพอย่างสุจริต การที่ต้องจ่ายค่าคุ้มครองสูงเช่นนี้ทำให้ข้าลำบากจริงๆ”
“แล้วอย่างไร!?” หยางฟู่ถามกลับอย่างไม่แยแส “ถ้าเจ้าไม่มีจ่ายก็ปิดร้านไปซะ! ข้าไม่สน!” เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเฉินเว่ย ใบหน้าเต็มไปด้วยความโมโห “อย่าคิดว่าเจ้าจะฉลาดกว่าข้า! พวกเราอยู่ที่นี่มานาน รู้เห็นทุกสิ่ง! ถ้าเจ้ายังดื้อรั้น... รับรองว่าชาของเจ้าจะไม่มีวันได้ขายอีก!”
สายตาของหยางฟู่เต็มไปด้วยความมุ่งร้าย เฉินเว่ยสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความรุนแรงที่พร้อมจะปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ แต่ในวินาทีนั้นเอง จู่ๆ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของเฉินเว่ย เขามองไปยังแก้วชาที่อยู่ในมือ มองไปยังใบหน้าของหยางฟู่ แล้วแผนการอันบ้าบิ่นก็เริ่มก่อตัวขึ้น
“ท่านพี่หยางฟู่” เฉินเว่ยพูดเสียงหนักแน่นขึ้น “โปรดฟังข้าก่อน... หากข้าต้องจ่ายค่าคุ้มครองจริง ข้าก็ยินดีจ่าย แต่ข้ามีข้อเสนอที่ดีกว่านั้น ไม่เพียงแต่ท่านจะได้เงิน แต่ท่านยังจะได้สิ่งที่ทรงคุณค่ามากกว่าเงินเสียอีก”
หยางฟู่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เต็มไปด้วยความดุดันดูอ่อนลงเล็กน้อย ด้วยความสงสัย “อะไรที่ทรงคุณค่ากว่าเงินงั้นรึ? เจ้ากำลังจะเล่นกลอะไร?”
“ข้าไม่ได้จะเล่นกล” เฉินเว่ยส่ายหน้าช้าๆ “แต่ข้ากำลังจะเสนอโอกาสให้ท่านได้ร่วมเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ!”
คำว่า ‘หุ้นส่วนทางธุรกิจ’ ดูเหมือนจะเป็นคำที่แปลกใหม่สำหรับหยางฟู่และลูกน้องของเขา พวกเขามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงนัก
“เจ้ากำลังจะพูดอะไรของเจ้า? หุ้นส่วนงั้นรึ?” หยางฟู่ถามอย่างไม่ค่อยเชื่อ “ข้าไม่มีเวลามาฟังเรื่องไร้สาระของเจ้าหรอกนะ!”
“มันไม่ใช่เรื่องไร้สาระหรอกขอรับ!” เฉินเว่ยรีบอธิบาย “ชาสมุนไพรของข้าเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาด แต่กำลังการผลิตของข้ามีจำกัด! หากท่านยินดีให้ความช่วยเหลือในการจัดหาวัตถุดิบคุณภาพดี และช่วยดูแลเรื่องการจัดส่งไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วเมือง ข้าจะแบ่งส่วนแบ่งจากกำไรให้ท่าน ไม่ใช่แค่สิบเหรียญทองแดงต่อสัปดาห์ แต่เป็นส่วนแบ่งที่เติบโตไปพร้อมกับธุรกิจของข้า!”
เฉินเว่ยหยุดพัก ให้คำพูดของเขาส่งผลในใจของอีกฝ่าย เขาสังเกตเห็นแววตาของหยางฟู่ที่เริ่มฉายประกายแห่งความโลภ แต่ก็ยังคงระแวงอยู่
“และนอกจากนั้น...” เฉินเว่ยเสริมขึ้นอย่างรวดเร็ว “ข้ายังสามารถแนะนำวิธีการทำธุรกิจแบบใหม่ๆ ที่จะช่วยให้ท่านสร้างรายได้ที่มั่นคงและมากขึ้นกว่าการรีดไถค่าคุ้มครองจากพ่อค้าเล็กๆ น้อยๆ ได้อีกด้วย! คิดดูสิขอรับ... หากท่านเป็นผู้ควบคุมช่องทางการจัดจำหน่ายชาสมุนไพรที่กำลังเป็นที่นิยมนี้ ไม่เพียงแต่ในตลาดแห่งนี้ แต่ขยายไปยังพื้นที่อื่นในเมืองหลินเจียง ท่านจะได้กำไรมหาศาลขนาดไหน?”
หยางฟู่ตกอยู่ในภวังค์ เขากำลังประมวลผลสิ่งที่เฉินเว่ยเสนอ ชายร่างใหญ่คนนี้ดูเหมือนจะไม่ได้โง่อย่างที่เฉินเว่ยคาด เขาเป็นคนฉลาดที่รู้จักใช้กำลัง แต่ไม่เคยได้รับการศึกษาเรื่องการค้าที่ซับซ้อน เฉินเว่ยกำลังเสนอหนทางใหม่ในการหาเงินที่ใหญ่กว่า เร็วขึ้น และดูเหมือนจะปลอดภัยกว่าการใช้กำลังเพียงอย่างเดียว
“เจ้า... เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” หยางฟู่ถามเสียงเบาลง ใบหน้าฉายแววครุ่นคิด “ร่วมเป็นหุ้นส่วน จัดหาวัตถุดิบ... แบ่งกำไร? มันจะจริงหรือ?”
“จริงแน่นอนขอรับ! ธุรกิจของข้าต้องการพันธมิตรที่แข็งแกร่ง และท่านก็คือผู้ที่ข้ากำลังมองหาอยู่!” เฉินเว่ยยืนยันอย่างมั่นใจ “เราสามารถพูดคุยรายละเอียดกันได้ในที่ที่เหมาะสมกว่านี้ ข้าจะแสดงให้ท่านเห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงของชาสมุนไพรของข้า และหนทางที่เราจะทำเงินร่วมกันได้อย่างมหาศาล!”
เฉินเว่ยรู้ว่าเขากำลังเล่นกับไฟ แต่ถ้าเขาทำสำเร็จ เขาจะไม่เพียงแค่รอดพ้นจากสถานการณ์นี้ แต่ยังจะได้พันธมิตรที่ทรงอำนาจ (ในทางมืด) มาช่วยขยายธุรกิจอีกด้วย นี่เป็นความเสี่ยงครั้งใหญ่ แต่เขาก็เชื่อในแผนการของตนเอง เขาเชื่อในพลังของธุรกิจและระบบที่ติดตัวมา
หยางฟู่ยังคงครุ่นคิดหนัก ลูกน้องของเขาที่ยืนอยู่ด้านหลังต่างมองมาที่เจ้านายด้วยความสับสนและไม่เข้าใจในสิ่งที่เฉินเว่ยกำลังเสนอ แต่เห็นได้ชัดว่าคำพูดของเฉินเว่ยได้ปลุกความโลภในใจของหยางฟู่ขึ้นมาแล้ว
ในขณะที่เฉินเว่ยกำลังจับจ้องไปยังปฏิกิริยาของหยางฟู่เพื่อดูว่าเขาจะตอบรับข้อเสนอหรือจะปฏิเสธ จู่ๆ ดวงตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มหนึ่งที่มุมตลาด ผู้คนบริเวณนั้นต่างเลี่ยงที่จะเข้าไปใกล้ เงานั้นดูคุ้นตาอย่างประหลาด เฉินเว่ยจำได้ทันทีว่าเป็นสายตาคู่เดิมที่จับจ้องมองเขามาตลอดตั้งแต่เมื่อวาน ชายผู้นั้นสวมเสื้อคลุมสีเข้ม ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ใบหน้าถูกบดบังด้วยหมวกคลุมศีรษะ แต่สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวเขา และในเสี้ยววินาทีนั้น ดวงตาของเฉินเว่ยก็ประสานเข้ากับดวงตาที่ซ่อนอยู่ใต้หมวกคลุม ราวกับว่าชายลึกลับคนนั้นกำลังจ้องมองและประเมินทุกการเคลื่อนไหวของเขาอยู่ตลอดเวลา
เฉินเว่ยรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แล่นไปตามสันหลังอีกครั้ง ใครกันแน่คือชายผู้นั้น? และเขาต้องการอะไรจากเฉินเว่ย? ในขณะที่เขากำลังเผชิญหน้ากับอันธพาลผู้มีอิทธิพล ชายลึกลับผู้นี้กลับเป็นภัยคุกคามที่ยังมองไม่เห็น แต่กลับรู้สึกอันตรายยิ่งกว่า
หยางฟู่เงยหน้าขึ้น จ้องมองเฉินเว่ยด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา “ตกลง! ข้าจะให้โอกาสเจ้าพิสูจน์! แต่ถ้าเจ้าหลอกลวงข้า...” เขากระตุกยิ้มอย่างน่าขนลุก “เจ้าจะรู้ว่านรกมีจริง!”
เฉินเว่ยถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงภาระที่หนักอึ้ง เขาเพิ่งจะรอดจากสถานการณ์หนึ่งมาได้ แต่กลับตกอยู่ในอีกสถานการณ์ที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม เขายังคงรู้สึกถึงสายตาของชายลึกลับที่จ้องมองมา และเขาต้องเตรียมรับมือกับภัยคุกคามที่ไม่ใช่แค่กลุ่มนักเลงข้างถนนอีกต่อไปแล้ว
เขารู้ว่าการเป็นหุ้นส่วนกับหยางฟู่อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ในอนาคต แต่ในตอนนี้ นี่คือหนทางเดียวที่จะทำให้ธุรกิจของเขาอยู่รอดและเติบโตได้ เขาจะต้องใช้ความสามารถทั้งหมดที่มี เพื่อเปลี่ยนอันธพาลเหล่านี้ให้กลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในอาณาจักรธุรกิจของเขาให้จงได้ แต่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ ยังมีเงาปริศนาที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ เขาจะรับมือกับมันอย่างไร?
ในขณะที่เฉินเว่ยกำลังคำนวณแผนการในใจ ระบบโกยเงินก็ส่งเสียงแจ้งเตือนขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นข้อความที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทำให้หัวใจของเฉินเว่ยเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้
[ตรวจพบ 'สายเลือดโบราณ' ในบริเวณใกล้เคียง!] [คำเตือน! 'สายเลือดโบราณ' กำลังจับจ้องเป้าหมาย!] [ภารกิจหลักบทที่ 2: สร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่ง (สถานะ: กำลังดำเนินการ)] [ภารกิจเสริม: ค้นหาและทำความเข้าใจ 'สายเลือดโบราณ' (รางวัล: ตรวจสอบยีนส์, ความเข้าใจโลกเพิ่มขึ้น, EXP)]
เฉินเว่ยเบิกตากว้าง 'สายเลือดโบราณ' คืออะไร? และทำไมระบบถึงเตือนเขาด้วยน้ำเสียงจริงจังขนาดนี้? ชายลึกลับที่เฝ้ามองเขาอยู่นั่นคือ 'สายเลือดโบราณ' ที่ระบบกล่าวถึงอย่างนั้นหรือ? ความสงสัยและความกังวลพุ่งทะลุขีดจำกัด เขาตระหนักได้ว่าโลกที่เขาอยู่กำลังซ่อนเร้นความลับที่ลึกซึ้งและอันตรายยิ่งกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้มากนัก

จักรพรรดิระบบโกยเงิน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก