จักรพรรดิระบบโกยเงิน

ตอนที่ 13 — เงาลี้ลับกับก้าวแรกของมหันตภัย

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

200 ตอน · 1,528 คำ

แรงกระแทกที่ไร้รูปแต่รุนแรงดุจภูผาถล่มเข้าใส่ร่างเฉินเว่ยอย่างจังจนเขาล้มลงกระแทกพื้น เสียงโครมครามสนั่นหู เลือดอุ่นๆ ไหลซึมออกมาจากมุมปาก ร่างกายด้านซ้ายชาหนึบจนแทบขยับไม่ได้ ในชั่วพริบตานั้น โลกทั้งใบดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงคำรามในสมองของเขาเท่านั้นที่ดังก้อง ‌“อันตรายร้ายแรง! พลังงานที่ตรวจไม่พบ! ระบบป้องกันภัยกำลังทำงาน!”

เฉินเว่ยพยายามปรับโฟกัส ภาพของชายปริศนาที่กำลังเดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้มเยาะหยันยังคงติดตา ประโยคสุดท้ายที่แสนกำกวมนั้น “จงเตรียมรับมือเถิด ‘ผู้บุกรุก’ เจ้าไม่รู้หรอกว่าได้ปลุกอะไรให้ตื่นขึ้นมา” ​คำพูดนั้นราวกับมีดคมกริบที่กรีดลึกเข้าไปในจิตใจของเขา บ่งบอกถึงภัยคุกคามที่เขาไม่เคยจินตนาการถึงในโลกที่เขาคิดว่าเป็นเพียงยุคโบราณที่ล้าหลังทางเทคโนโลยี โลกที่เขาเคยเชื่อว่ามีเพียงการค้าขาย การเมือง และสงครามที่มนุษย์สร้างขึ้นเท่านั้น

“ท่านเฉิน! ท่านเฉิน!” เสียงของหยางฟู่ดังขึ้นด้วยความตกใจและหวาดผวา ชายร่างท้วมรีบปรี่เข้ามาหมายจะช่วยพยุง ‍แต่ก็ชะงักไปเมื่อเห็นสภาพของเฉินเว่ยที่ซีดเผือดและดวงตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด หากแต่ในความเจ็บปวดนั้น ยังฉายแววของความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้ แววตาที่หยางฟู่ไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่ความมุ่งมั่นของนักธุรกิจผู้ชาญฉลาด แต่เป็นประกายของนักรบที่ถูกปลุกให้ตื่น

“ข้าไม่เป็นไร...แค่บาดเจ็บเล็กน้อย” เฉินเว่ยกัดฟันตอบ เสียงแหบพร่า ‌พยายามพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นช้าๆ แรงเฉื่อยชาของระบบฟื้นฟูร่างกายจากระบบเริ่มทำงาน ทำให้ความเจ็บปวดทุเลาลงเพียงเล็กน้อย แต่ก็มากพอที่จะทำให้เขาลุกยืนได้ แม้จะยังรู้สึกเหมือนกระดูกซี่โครงด้านซ้ายจะร้าว แต่เขาก็ต้องยืนหยัดเพื่อแสดงให้หยางฟู่เห็นว่าเขายังควบคุมสถานการณ์ได้

หยางฟู่มองเฉินเว่ยด้วยสายตาที่ซับซ้อน ปนเปไปด้วยความกลัวและความเลื่อมใส เหตุการณ์เมื่อครู่เหนือความเข้าใจของมนุษย์ธรรมดา ‍พลังที่มองไม่เห็นนั้นรุนแรงจนกำแพงหินเกิดรอยร้าวเป็นทางยาวราวกับถูกฟ้าผ่า แต่เฉินเว่ยกลับยังยืนอยู่ได้ แม้จะดูบอบช้ำก็ตาม “เมื่อครู่นั้น...มันคืออะไรกันแน่ท่านเฉิน? ชายผู้นั้น...เขาเป็นใครกันแน่?” น้ำเสียงของหยางฟู่สั่นเครือด้วยความหวาดหวั่น

เฉินเว่ยหรี่ตา เขาปรายตามองไปยังรอยร้าวบนกำแพงที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว รอยร้าวที่บ่งบอกถึงพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว ​“ข้าก็ไม่ทราบเช่นกันคุณชายหยาง แต่ที่แน่ๆ คือเขาไม่ใช่คนธรรมดา และเขาเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อทุกสิ่งที่เรากำลังจะสร้างขึ้น” เขากล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยความจริงจัง “ดูจากรอยร้าวนี้ คุณชายคงพอจะประเมินความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ ​หากเรื่องนี้แพร่สะพัดออกไป หรือหากเขากลับมาอีกครั้ง”

หยางฟู่หน้าถอดสี เขาเป็นนักธุรกิจที่มองการณ์ไกล แม้จะโลภแต่ก็ชาญฉลาดพอที่จะเข้าใจถึงความหมายของคำพูดเฉินเว่ย หากมีบุคคลที่มีพลังเหนือธรรมชาติเช่นนี้อยู่เบื้องหลัง การจะสร้างเครือข่ายธุรกิจที่มั่นคงย่อมเป็นไปไม่ได้เลย ไม่ว่าเงินทองจะมากเท่าใดก็ไม่อาจปกป้องชีวิตได้ “แล้ว...เราจะทำอย่างไรกันท่านเฉิน?” ​หยางฟู่ถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เขาไม่เคยเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เงินทองไร้ค่าเช่นนี้มาก่อน

เฉินเว่ยไม่ได้ตอบในทันที เขากำลังประมวลผลข้อมูลในหัวอย่างรวดเร็ว นี่คือสถานการณ์ที่เขาไม่เคยเตรียมรับมือมาก่อน ในโลกที่เขาจากมา ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดที่มีพลังเช่นนี้ การโจมตีเมื่อครู่ไม่ต่างอะไรกับการยิงปืนพลังงานไร้รูปจากหนังไซไฟใส่เขา ระบบแจ้งเตือนยังคงทำงานอยู่เบื้องหลัง ทำให้เขารู้สึกได้ถึงพลังงานที่แปลกประหลาดที่ยังคงแผ่ซ่านอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ราวกับอากาศรอบตัวยังคงคุกรุ่นด้วยร่องรอยของพลังลึกลับนั้น

“ระบบ จงอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและพลังของ ‘สายเลือดโบราณ’ ให้ข้าทราบโดยละเอียด!” เฉินเว่ยสั่งเสียงเฉียบขาดในใจ

[“กำลังประมวลผล... ตรวจพบการโจมตีจาก ‘ผู้ถือครองสายเลือดโบราณ’ ระดับต่ำ พลังงานที่ใช้คือ ‘ปราณยุทธ์’ ระดับก่อตั้งฐาน ปริมาณพลังงานที่ตรวจจับได้ 120 หน่วย พลังโจมตีประเมินค่าได้ที่ 50 หน่วย บาดแผลที่ท่านได้รับอยู่ในระดับปานกลาง ระบบกำลังทำการเยียวยาอัตโนมัติ... โปรดทราบ การเยียวยาขั้นพื้นฐานนี้ใช้พลังงานระบบ 0.5 หน่วยต่อนาที”] เสียงสังเคราะห์ของระบบดังขึ้นในหัวของเฉินเว่ย

“ปราณยุทธ์? สายเลือดโบราณ? มันคืออะไรกันแน่? ในโลกนี้มีสิ่งเหล่านี้อยู่ด้วยหรือ?” เฉินเว่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัยปนหงุดหงิด เขาคิดว่าตัวเองได้เตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ในยุคโบราณนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการค้าขาย การเมือง หรือแม้กระทั่งสงคราม แต่ไม่เคยมีสิ่งเหนือธรรมชาติอยู่ในรายการเลย มันเหมือนกับจู่ๆ ก็มีไดโนเสาร์โผล่มาในยุคกลางอย่างไรอย่างนั้น

[“ในโลกใบนี้ พลังแห่ง ‘ปราณยุทธ์’ เป็นพลังงานภายในที่สามารถฝึกฝนได้ผ่านการบ่มเพาะ ผู้ที่บ่มเพาะปราณยุทธ์ได้สำเร็จจะถูกเรียกว่า ‘ผู้ฝึกยุทธ์’ ยิ่งระดับสูงขึ้น พลังของพวกเขาก็จะยิ่งแข็งแกร่งเกินกว่าสามัญชนจะจินตนาการได้ พวกเขาสามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็วดุจสายฟ้า ทำลายหินผาด้วยหมัดเดียว หรือแม้แต่เหาะเหินเดินอากาศได้ในระดับที่สูงขึ้น”]

[“ส่วน ‘สายเลือดโบราณ’ นั้นคือผู้ที่มีสายเลือดสืบทอดมาจากบรรพบุรุษที่เคยเป็นผู้ฝึกยุทธ์ในยุคทองแห่งการบ่มเพาะ พวกเขามีศักยภาพในการบ่มเพาะปราณยุทธ์ที่สูงกว่าคนทั่วไป และบางคนอาจมี ‘พรสวรรค์เฉพาะ’ หรือ ‘ความสามารถพิเศษ’ ที่ติดตัวมาแต่กำเนิด ชายปริศนาผู้นั้นเป็นหนึ่งในผู้ถือครองสายเลือดโบราณที่มีพลังงานปราณยุทธ์อยู่ในระดับก่อตั้งฐาน ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่แท้จริง”]

“จุดเริ่มต้น?” เฉินเว่ยทวนคำ “หมายความว่ายังมีคนที่แข็งแกร่งกว่านี้อีกมากงั้นหรือ?” หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนกปนความท้าทาย

[“ถูกต้อง ระดับการบ่มเพาะปราณยุทธ์แบ่งออกเป็นหลายขั้น ตั้งแต่ก่อตั้งฐาน, สร้างแก่น, หลอมรวมจิต, ทะลวงมิติ, และสูงสุดคือจักรพรรดิเทพ ซึ่งแต่ละขั้นจะแบ่งย่อยออกไปอีกหลายระดับ และแต่ละระดับย่อยก็มีความแตกต่างของพลังงานอย่างมหาศาล”]

เฉินเว่ยรู้สึกหนาวสะท้านไปทั่วร่าง หากแค่ระดับก่อตั้งฐานยังสามารถสร้างความเสียหายได้ขนาดนี้ แล้วผู้ที่อยู่ในระดับสูงกว่าจะแข็งแกร่งเพียงใดกัน เขาประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว แผนธุรกิจของเขาที่เคยคิดว่าจะใช้เวลาเพียงไม่นานในการสร้างรากฐาน อาจต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เขาต้องสร้างความแข็งแกร่งให้ตัวเองอย่างเร่งด่วนที่สุด ไม่ใช่แค่ความมั่งคั่ง แต่เป็นพลังที่แท้จริง พลังที่สามารถปกป้องตัวเองและสิ่งที่เขากำลังสร้างขึ้นมา

“ระบบ มีวิธีใดบ้างที่ข้าจะสามารถต่อกรกับผู้ฝึกยุทธ์เหล่านี้ได้? ระบบโกยเงินของข้าสามารถแปลงเงินเป็นพลังได้หรือไม่?” เฉินเว่ยถามอย่างมีความหวัง เขามั่นใจว่าระบบของเขาต้องมีทางออกเสมอ ไม่ว่าจะในสถานการณ์ใดก็ตาม

[“ระบบโกยเงินถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความมั่งคั่งและอิทธิพลในโลกธุรกิจเป็นหลัก แต่เพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามที่ปรากฏ ระบบสามารถปลดล็อกฟังก์ชัน ‘การแลกเปลี่ยนพลัง’ ได้ โดยเงินและอิทธิพลที่ท่านมีสามารถแลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากรที่จำเป็นต่อการบ่มเพาะปราณยุทธ์ได้ อาทิเช่น โอสถบ่มเพาะ, เคล็ดวิชา, อาวุธวิเศษ, หรือแม้กระทั่งการอัปเกรดความสามารถทางกายภาพโดยตรง”]

[“อย่างไรก็ตาม การปลดล็อกฟังก์ชันนี้จำเป็นต้องใช้ค่าประสบการณ์ระบบจำนวนมาก และยังต้องมี ‘ฐานทัพลับ’ ที่มั่นคงเพื่อเป็นแหล่งบ่มเพาะและการผลิตทรัพยากร รวมถึงเป็นที่หลบภัยจากภัยคุกคามภายนอก”]

“ค่าประสบการณ์ระบบ... ฐานทัพลับ...” เฉินเว่ยครุ่นคิด ตอนนี้เขามีค่าประสบการณ์ระบบจำนวนหนึ่งที่ได้จากการทำภารกิจและเพิ่มมูลค่าธุรกิจ แต่คงยังไม่มากพอที่จะปลดล็อกฟังก์ชันใหญ่ขนาดนี้ ส่วนฐานทัพลับนั้น เขาพอจะมีแนวคิดอยู่บ้าง

“คุณชายหยาง ข้ามีเรื่องสำคัญจะปรึกษา” เฉินเว่ยหันไปหาหยางฟู่ สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและเด็ดเดี่ยว “จากนี้ไป ธุรกิจเครือข่ายโลจิสติกส์ของเราจะมีความสำคัญมากกว่าที่เคย และจำเป็นต้องขยายตัวอย่างรวดเร็วที่สุด ไม่ใช่แค่เพื่อผลกำไร แต่เพื่อสร้างอำนาจและอิทธิพลที่แข็งแกร่งพอจะรับมือกับภัยคุกคามที่ไม่อาจมองเห็น”

หยางฟู่รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเฉินเว่ย ชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้เป็นแค่นักธุรกิจฉลาดธรรมดาอีกต่อไป แต่ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งและน่าเกรงขามซ่อนอยู่ เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากเฉินเว่ย แม้จะมองไม่เห็นแต่ก็รับรู้ได้ถึงความมุ่งมั่นอันแรงกล้า “อำนาจและอิทธิพลที่ไม่อาจมองเห็นหรือท่านเฉิน?” หยางฟู่ทวนคำด้วยความสงสัย

“ใช่ และเราต้องการสถานที่ที่ปลอดภัยและเป็นความลับในการดำเนินการทุกอย่าง” เฉินเว่ยกล่าว ดวงตาของเขาสแกนไปรอบๆ บริเวณโรงเก็บสินค้าขนาดใหญ่ “สถานที่แห่งนี้ดูเหมือนจะเหมาะสม แต่ยังไม่พอ เราต้องการพื้นที่ที่สามารถซ่อนเร้นจากสายตาผู้คน และสามารถขยับขยายได้ในอนาคต เป็นที่ที่เราสามารถสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งได้อย่างแท้จริง”

หยางฟู่ได้ยินก็เริ่มใจเต้น เขารู้สึกได้ว่าตนเองกำลังจะได้มีส่วนร่วมในเรื่องที่ยิ่งใหญ่กว่าแค่ธุรกิจค้าขาย เป็นเรื่องที่อาจเปลี่ยนแปลงชะตาของพวกเขาไปตลอดกาล “ท่านเฉินมีสถานที่ในใจแล้วหรือ?”

“ข้ากำลังคิดถึงสถานที่แห่งหนึ่งที่อยู่ห่างไกลออกไปไม่มากนัก เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับเทือกเขาที่มีถ้ำเก่าแก่มากมาย... ที่นั่นมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และที่สำคัญคือมีพื้นที่ที่สามารถปรับปรุงเป็น ‘ฐานลับ’ ได้” เฉินเว่ยตอบ “แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับการเสริมสร้างกำลังคนและทรัพยากรของเรา คุณชายหยาง ด้วยเครือข่ายของท่าน ข้าต้องการให้ท่านระดมคนงานฝีมือดีที่สุด ช่างก่อสร้าง ช่างไม้ ช่างโลหะ และที่สำคัญคือคนที่มีความสามารถในการป้องกันตัว หรือแม้แต่คนที่มีความผิดปกติทางร่างกายที่ดูเหมือนจะซ่อนพลังบางอย่างไว้”

คำพูดสุดท้ายทำให้หยางฟู่แปลกใจ แต่ก็ไม่ได้ซักถาม เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงเข้าสู่กระแสธารที่ไม่อาจย้อนกลับได้ แต่เขาก็ยอมรับข้อเสนอด้วยความทะเยอทะยานที่มากพอจะกลบความกลัว “ข้าจะจัดการให้ท่านเฉิน แต่...ท่านเฉินบาดเจ็บหนัก ควรพักรักษาตัวก่อนหรือไม่?” หยางฟู่ยังคงเป็นห่วงสภาพร่างกายของเฉินเว่ย

“ไม่มีเวลาแล้วคุณชายหยาง ภัยคุกคามนี้ไม่อาจรอได้” เฉินเว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ระบบ จงแสดงรายละเอียดของภารกิจใหม่!”

[“ภารกิจหลัก: สร้างฐานทัพแห่งปราณ – สร้างฐานทัพลับที่สามารถป้องกันการโจมตีจากผู้ฝึกยุทธ์ และเป็นแหล่งผลิตทรัพยากรบ่มเพาะปราณยุทธ์”]

[“เป้าหมายที่ 1: ค้นหาและยึดครองพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับฐานทัพลับ (0/1)”]

[“เป้าหมายที่ 2: ระดมทุนและทรัพยากรเพื่อการก่อสร้างฐานทัพ (0/5,000,000 ตำลึงทอง)”]

[“เป้าหมายที่ 3: ปลดล็อกฟังก์ชัน ‘การแลกเปลี่ยนพลัง’ และฝึกฝนปราณยุทธ์ขั้นก่อตั้งฐาน (0/1)”]

[“รางวัล: ค่าประสบการณ์ระบบ 5,000 หน่วย, สุ่มกล่องของขวัญระดับหายาก 1 กล่อง, ปลดล็อกความสามารถพิเศษของระบบที่เกี่ยวข้องกับการบ่มเพาะ”]

“ห้าล้านตำลึงทอง...” เฉินเว่ยพึมพำ การจะระดมเงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้ในเวลาอันสั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่เขาก็ไม่มีทางเลือก นี่ไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่เป็นเดิมพันกับชีวิตของเขาเอง และอาจรวมถึงชะตากรรมของโลกใบนี้ด้วย เขาจะต้องก้าวขึ้นเป็นผู้บ่มเพาะที่แข็งแกร่งที่สุดให้ได้ เพื่อปกป้องตัวเองและจักรวรรดิโกยเงินที่เขากำลังสร้างขึ้น

ทันใดนั้นเอง ระบบก็ส่งเสียงเตือนขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่รุนแรงกว่าเดิม คราวนี้มันไม่ใช่แค่คำเตือน แต่เป็นสัญญาณอันตรายขั้นสูงสุด

[“คำเตือนฉุกเฉิน! ตรวจพบคลื่นพลังงานปราณยุทธ์จำนวนมากเคลื่อนที่เข้ามาในบริเวณใกล้เคียง! จำนวนผู้ฝึกยุทธ์ไม่ต่ำกว่าสิบคน! ระดับพลังงานเฉลี่ยสูงกว่าผู้บุกรุกคนแรก! มีหนึ่งในนั้นมีพลังงานระดับสร้างแก่น!”]

เฉินเว่ยเบิกตากว้าง “อะไรนะ! พวกมันมากันเป็นฝูงขนาดนี้เลยหรือ!” นี่มันเร็วเกินไป! เขาเพิ่งจะถูกโจมตีไปไม่นาน และยังไม่ได้มีเวลาเตรียมตัวอะไรเลยด้วยซ้ำ ร่างกายยังคงเจ็บปวดจากบาดแผลก่อนหน้า

[“ระบบกำลังวิเคราะห์เส้นทางและเป้าหมาย... เป้าหมายของการเคลื่อนที่ดูเหมือนจะเป็น... โรงเก็บสินค้าแห่งนี้! ระยะห่างประมาณ 500 เมตร และกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง คาดว่าจะมาถึงภายในหนึ่งนาที!”]

เสียงสุดท้ายของระบบดังก้องในโสตประสาทของเฉินเว่ยพร้อมกับเสียงฝีเท้าจากภายนอกที่เริ่มดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่เสียงฝีเท้า แต่เป็นเสียงลมที่แหวกผ่านด้วยความเร็วสูง และเสียงกระแสปราณที่แผ่ซ่านมาถึง ประตูโรงเก็บสินค้าที่ปิดอยู่เริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ เหมือนมีบางสิ่งกำลังจะพังเข้ามาในอีกไม่กี่อึดใจ เฉินเว่ยหันไปมองหยางฟู่ที่หน้าซีดเผือดด้วยความตกใจจนแทบจะทรุดลง ก่อนที่เขาจะเริ่มคิดถึงแผนการรับมือฉุกเฉินได้ทันเวลา เขาเหลือบมองไปยังคลังสินค้าที่อัดแน่นไปด้วยสินค้า และรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การโจมตีเพื่อข่มขู่ แต่เป็นการโจมตีเพื่อทำลายล้างอย่างแท้จริง และเขาอยู่ในจุดศูนย์กลางของพายุลูกนี้ที่กำลังโหมกระหน่ำเข้ามาในชีวิตของเขา

หน้านิยาย
หน้านิยาย

จักรพรรดิระบบโกยเงิน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!