ซู่หมิงมองไปยังดวงตาสีแดงเพลิงที่เต็มไปด้วยความพิโรธของอสูรหินโบราณที่ค่อยๆ โผล่พ้นขึ้นมาจากพื้นดินทีละน้อย หัวใจของเขาเต้นรัวระส่ำ มือเย็นเฉียบ… เขากำลังจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรกันแน่!
ร่างมหึมาของมันผุดขึ้นมาจากเงามืดเบื้องล่างจนเต็มตัว เผยให้เห็นกายที่สูงกว่าสามเมตร กล้ามเนื้อหินแข็งแกร่งดุจภูผาถูกห่อหุ้มด้วยขนสีเทาเข้มราวกับหินภูเขาไฟ ดวงตาสีเพลิงคู่มหึมากวาดมองซู่หมิงด้วยความเหยียดหยามและกระหายเลือด กรงเล็บแหลมคมขนาดใหญ่เท่าโล่ของมันสะบัดเบาๆ ก็ทำให้เกิดเสียงครืนครั่นก้องไปทั่วบริเวณซากปรักหักพัง อากาศรอบตัวมันบิดเบี้ยวไปด้วยพลังงานโบราณที่กดดัน ซู่หมิงรู้สึกเหมือนถูกภูเขาทับ ร่างกายหนักอึ้งจนแทบจะขยับไม่ได้ นี่ไม่ใช่แค่สัตว์อสูรระดับสูง แต่มันคือสิ่งมีชีวิตที่ยืนอยู่เหนือห่วงโซ่อาหารของโลกใบนี้อย่างแท้จริง แรงกดดันอันรุนแรงทำให้เขารู้สึกว่ากระดูกทุกชิ้นในร่างกายกำลังจะแหลกละเอียด ความกลัวเข้าครอบงำจิตใจอย่างสมบูรณ์ ซู่หมิงยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาป ประสาทสัมผัสของเขาตื่นตัวถึงขีดสุด แต่ร่างกายกลับไม่ตอบสนอง นี่คือความแตกต่างระหว่างชีวิตกับความตายที่ห่างกันเพียงชั่วพริบตาเดียว
“ข้า… ข้าต้องสู้!” เสียงในใจของซู่หมิงตะโกนก้อง เขากำหมัดแน่น แม้จะรู้ว่าความแข็งแกร่งของตนเองยังห่างไกลจากอสูรหินเบื้องหน้า แต่สัญชาตญาณของการเอาชีวิตรอดที่ถูกหล่อหลอมมาตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบย่างสู่โลกใบนี้ กำลังป่าวประกาศบอกเขาว่าไม่มีทางเลือกอื่น ระบบเทพเจ้าที่สถิตอยู่ในจิตวิญญาณของเขาเหมือนจะรับรู้ถึงความมุ่งมั่นนั้น พลันปรากฏหน้าต่างโปร่งแสงขึ้นเบื้องหน้า
[ผู้เล่น ซู่หมิง ตรวจพบภัยคุกคามระดับสูง: วานรศิลาบรรพกาล (Ancient Stone Ape)] [ระดับ: ก่อกำเนิด (Foundation Establishment Stage) ขั้นสูงสุด] [สถานะ: พิโรธ, ตื่นจากหลับใหล, ป้องกันแท่นบูชา] [พลังโจมตี: 750 – 1000] [พลังป้องกัน: 1200] [ความเร็ว: 300] [ทักษะ: กำปั้นศิลาทมิฬ, คลื่นกระแทกปฐพี, เกราะหินบรรพกาล] [คำเตือน: ความแข็งแกร่งของผู้เล่นในปัจจุบันยังไม่เพียงพอที่จะต่อกรกับศัตรูนี้ได้โดยตรง] [คำแนะนำของระบบ: จงหาวิธีโจมตีจุดอ่อน หรือใช้สภาพแวดล้อมให้เป็นประโยชน์] [ภารกิจฉุกเฉิน: พิชิตวานรศิลาบรรพกาล] [รางวัล: EXP 5000, เหรียญเทพเจ้า 500, สุ่มกล่องของขวัญระดับหายาก 1 ชิ้น, เปิดใช้งานฟังก์ชันพิเศษ “เทพประทานพร”]
“วานรศิลาบรรพกาล… ระดับก่อกำเนิดขั้นสูงสุด!” ซู่หมิงอ่านข้อมูลด้วยความตกตะลึง พลังโจมตีของมันสูงกว่าเขาหลายเท่าตัว พลังป้องกันยิ่งไม่ต้องพูดถึง แทบจะเรียกได้ว่าไร้เทียมทานสำหรับเขาในตอนนี้ แต่รางวัลที่ระบบเสนอมาก็ล่อตาล่อใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะฟังก์ชัน “เทพประทานพร” ที่ฟังดูทรงพลัง
เสียงคำรามกึกก้องจากวานรศิลาบรรพกาลดังขึ้นอีกครั้ง มันไม่รอช้า พุ่งเข้าใส่ซู่หมิงด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อสำหรับร่างอันมหึมาของมัน กรงเล็บหินแข็งแกร่งดุจภูผาฟาดลงมาหมายจะบดขยี้ซู่หมิงให้แหลกละเอียด ซู่หมิงอาศัยสัญชาตญาณที่เฉียบคมและทักษะความเร็วที่เพิ่งได้รับจากการอัปเกรด หลบหลีกได้อย่างหวุดหวิด ร่างของเขากลิ้งตัวไปตามพื้นดินที่เต็มไปด้วยเศษหินและฝุ่นผง แรงกระแทกจากกรงเล็บที่พลาดเป้าทำให้พื้นดินยุบเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ เศษหินกระเด็นซ่านไปทั่วราวกับกระสุนปืน ซู่หมิงรู้สึกได้ถึงแรงลมที่พัดผ่านกายอย่างรุนแรงจนผิวแสบร้อน
“เร็วเกินไป! แข็งแกร่งเกินไป!” ซู่หมิงพึมพำขณะลุกขึ้นยืนหอบหายใจ เขาไม่สามารถต่อสู้ประจันหน้าได้โดยตรง นี่เป็นสถานการณ์ที่เขาต้องใช้สมองมากกว่ากำลัง วานรศิลาบรรพกาลหันขวับกลับมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีเพลิงจับจ้องซู่หมิงไม่วางตา มันง้างกำปั้นหินขนาดใหญ่ขึ้นเหนือหัว แล้วทุบลงมายังพื้นเบื้องหน้าซู่หมิง
“กำปั้นศิลาทมิฬ!” เสียงคำรามจากอสูรหินดังขึ้น
ตูม!
คลื่นกระแทกปฐพีรุนแรงแผ่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง พื้นดินบริเวณนั้นยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว เศษหินและฝุ่นผงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ซู่หมิงกระโดดถอยหลังสุดกำลัง ทว่าแรงสั่นสะเทือนก็ยังคงพุ่งเข้าปะทะร่างเขาอย่างจัง เขาเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้น ลมหายใจสะดุด ความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วร่าง
[ผู้เล่น ซู่หมิง ได้รับความเสียหาย 150 หน่วย] [สถานะ: มึนงงเล็กน้อย]
“แค่คลื่นกระแทกก็ทำให้ข้าบาดเจ็บได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?!” ซู่หมิงกัดฟันกรอด เขาลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล พยายามตั้งสติ พลางสอดส่องสายตาไปรอบๆ สภาพแวดล้อมของซากปรักหักพังนี้มีเพียงเสาหินที่ล้มระเนระนาดและแท่นบูชาขนาดใหญ่ที่อยู่กึ่งกลาง เขาต้องใช้สิ่งเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์
วานรศิลาบรรพกาลไม่เปิดโอกาสให้เขาพักหายใจ มันกระโจนเข้าใส่อีกครั้ง ซู่หมิงตัดสินใจพุ่งเข้าหาเสาหินที่สูงใหญ่ที่สุดต้นหนึ่ง แล้วกระโดดปีนป่ายขึ้นไปอย่างรวดเร็วด้วยทักษะความคล่องตัวที่เพิ่มขึ้น เสาหินนั้นผุกร่อนและมีรอยแตก ซู่หมิงใช้รอยแยกเป็นที่ยึดเกาะ พลางใช้เท้าเตะที่ผิวเสาอย่างแรงเพื่อเพิ่มความเร็วในการปีน
“แกคิดจะหนีไปบนนั้นหรือ? ไร้ประโยชน์!” วานรศิลาบรรพกาลคำราม มันตบกำปั้นเข้าใส่เสาหินที่ซู่หมิงกำลังปีนอยู่โดยตรง
เปรี้ยง!
เสาหินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแตกขยายตัว ซู่หมิงรู้สึกเหมือนเสาจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ เขารีบกระโดดตัวลอยข้ามไปยังอีกเสาหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ พลางหันกลับมามองเสาต้นเดิมที่บัดนี้กำลังจะพังทลายลงมา วานรศิลาบรรพกาลยิ้มเยาะ มันดูเหมือนจะสนุกกับการไล่ล่า
[ผู้เล่น ซู่หมิง ใช้ทักษะ: วรยุทธ์ล่องนภา (ระดับ 1)] [ความคล่องตัว: เพิ่มขึ้น 20%] [ค่าพลังงาน: ลดลง 5 หน่วย/วินาที]
ซู่หมิงพุ่งตัวไปเรื่อยๆ จากเสาหนึ่งไปอีกเสาหนึ่ง เขาใช้ทักษะวรยุทธ์ล่องนภาได้อย่างคล่องแคล่ว แม้จะยังไม่เชี่ยวชาญ แต่ก็เพียงพอที่จะหลบเลี่ยงการโจมตีอันหนักหน่วงของวานรศิลาบรรพกาลได้ชั่วขณะ เขาสังเกตเห็นว่าวานรศิลาบรรพกาลนั้นแข็งแกร่ง แต่ก็ดูเหมือนจะเชื่องช้าลงเล็กน้อยเมื่อต้องเคลื่อนที่ในพื้นที่แคบๆ หรือปีนป่าย ซ้ำยังดูเหมือนว่าจะหงุดหงิดง่ายเมื่อพลาดเป้า
“จุดอ่อนของมันคือความเร็วในพื้นที่จำกัด และความหงุดหงิดที่อาจนำไปสู่การประมาท” ซู่หมิงคิดในใจ เขาพยายามล่อให้วานรศิลาบรรพกาลเข้ามาในพื้นที่ที่มีเสาหินล้มระเนระนาดมากที่สุด
ในขณะที่ซู่หมิงกำลังถอยร่นและวิเคราะห์สถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ระบบเทพเจ้าก็ปรากฏข้อความใหม่ขึ้นมา
[ตรวจพบพลังงานโบราณเข้มข้นใกล้แท่นบูชา] [คำแนะนำ: ผู้เล่นสามารถดูดซับพลังงานโบราณจากแท่นบูชาเพื่อเสริมความแข็งแกร่งชั่วคราว หรือใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำหรับทักษะบางอย่างได้]
ซู่หมิงหรี่ตาลง แท่นบูชานั้น! เขามองไปยังแท่นบูชาขนาดใหญ่ที่เขาเพิ่งเปิดใช้งานไป มันยังคงมีแสงเรืองรองจางๆ ราวกับชีพจรของสิ่งมีชีวิตโบราณ ซู่หมิงตัดสินใจ เขาต้องเสี่ยง!
“ในเมื่อไม่อาจสู้ตรงๆ ก็ต้องใช้กลยุทธ์!” ซู่หมิงตะโกน เขาพุ่งตัวกลับไปยังแท่นบูชาอย่างรวดเร็ว วานรศิลาบรรพกาลคำรามด้วยความพิโรธ มันคิดว่าซู่หมิงกำลังจะหนี แต่กลับเห็นซู่หมิงพุ่งเข้าหาแท่นบูชาแทน
“บังอาจ!” วานรศิลาบรรพกาลไม่รอช้า มันง้างหมัดศิลาเตรียมจะโจมตีซู่หมิงจากด้านหลัง แต่ซู่หมิงเร็วกว่า เขาใช้มือสัมผัสกับแท่นบูชาในชั่วพริบตา
[ผู้เล่น ซู่หมิง สัมผัสแท่นบูชาโบราณ] [กำลังดูดซับพลังงานโบราณ… 10%… 20%…] [คำเตือน: การดูดซับพลังงานโบราณมากเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย]
พลังงานเย็นยะเยือกแต่เปี่ยมล้นหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของซู่หมิงอย่างรวดเร็ว มันไม่ใช่ปราณวิญญาณ แต่เป็นพลังงานดิบที่บริสุทธิ์และเก่าแก่กว่า ซู่หมิงรู้สึกได้ว่าทุกเซลล์ในร่างกายของเขากำลังดูดซับพลังงานนั้นไว้ ความเจ็บปวดจากบาดแผลเมื่อครู่เริ่มบรรเทาลง และเรี่ยวแรงก็กลับคืนมาอย่างน่าอัศจรรย์
“คลื่นกระแทกปฐพี!” วานรศิลาบรรพกาลทุบพื้นอย่างรุนแรงอีกครั้ง คลื่นพลังงานพุ่งตรงมายังซู่หมิงที่กำลังยืนอยู่ข้างแท่นบูชา
[ผู้เล่น ซู่หมิง กำลังใช้พลังงานโบราณจากแท่นบูชา] [ทักษะ: วรยุทธ์ล่องนภา ได้รับการเสริมพลังชั่วคราว] [ความคล่องตัว: เพิ่มขึ้น 50%] [ความเร็วในการเคลื่อนที่: เพิ่มขึ้น 30%] [ค่าพลังงาน: ลดลง 10 หน่วย/วินาที]
ซู่หมิงหลบหลีกคลื่นกระแทกได้อย่างง่ายดายด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ร่างของเขากลายเป็นเพียงเงาเลือนรางในสายตาของวานรศิลาบรรพกาล มันคำรามด้วยความหงุดหงิด พลังงานที่ซู่หมิงดูดซับจากแท่นบูชากำลังทำให้เขากลายเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ารำคาญยิ่งขึ้น
“มันยังไม่พอ!” ซู่หมิงกัดฟันกรอด เขายังคงดูดซับพลังงานโบราณต่อไป ร่างกายของเขาร้อนผ่าวราวกับจะระเบิด แต่เขาก็ยังฝืนทน
[ผู้เล่น ซู่หมิง ดูดซับพลังงานโบราณ 50%] [ทักษะ: หมัดทะลวงวิญญาณ ได้รับการเสริมพลังชั่วคราว] [พลังโจมตี: เพิ่มขึ้น 100%] [มีโอกาสสร้างความเสียหายธาตุหิน 20%] [ค่าพลังงาน: ลดลง 15 หน่วย/การโจมตี]
ซู่หมิงรู้สึกถึงพลังที่เอ่อล้นในกำปั้นของเขา นี่คือโอกาส! เขาพุ่งตัวเข้าหาวานรศิลาบรรพกาลอย่างรวดเร็ว ใช้ความเร็วที่เหนือกว่าหลบหลีกการโจมตีของมัน พลางพุ่งเป้าไปที่ข้อต่อขาของมัน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นส่วนที่เคลื่อนไหวมากที่สุด และอาจเป็นจุดอ่อน
“หมัดทะลวงวิญญาณ!” ซู่หมิงตะโกนลั่น เขาออกหมัดที่รวดเร็วและทรงพลังหลายสิบหมัดเข้าใส่ข้อต่อขาของวานรศิลาบรรพกาล
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
เสียงหมัดกระทบหินดังสนั่น พลังงานจากหมัดของซู่หมิงทำให้ผิวของวานรศิลาบรรพกาลเกิดรอยร้าวเล็กๆ แม้จะเพียงเล็กน้อย แต่ก็เป็นความเสียหายแรกที่เขาสามารถทำได้กับสัตว์อสูรระดับนี้
[ผู้เล่น ซู่หมิง สร้างความเสียหาย 300 หน่วย] [ผู้เล่น ซู่หมิง สร้างความเสียหายธาตุหิน 60 หน่วย (วานรศิลาบรรพกาล ต้านทานธาตุหิน 50%)]
วานรศิลาบรรพกาลคำรามด้วยความเจ็บปวด มันไม่เคยถูกสิ่งมีชีวิตเล็กๆ เช่นนี้ทำร้ายได้มาก่อน มันสะบัดขาอย่างแรงเพื่อสลัดซู่หมิงออกไป ซู่หมิงกระเด็นไปไกลหลายเมตร แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดได้
“มันได้ผล! มันมีจุดอ่อน!” ซู่หมิงยิ้มเยาะ พลางสอดส่องสายตาหาโอกาสอีกครั้ง เขาสังเกตเห็นว่าที่บริเวณหน้าอกของวานรศิลาบรรพกาลมีสัญลักษณ์หินโบราณสลักอยู่ มันเรืองแสงจางๆ และดูเหมือนจะเป็นแกนพลังงานของมัน
[ผู้เล่น ซู่หมิง ตรวจพบ: แกนพลังงานของวานรศิลาบรรพกาล] [คำแนะนำ: การโจมตีแกนพลังงานอย่างต่อเนื่องอาจทำให้วานรศิลาบรรพกาลอ่อนแอลงได้]
“นั่นเอง!” ซู่หมิงไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้าหาวานรศิลาบรรพกาลอีกครั้ง คราวนี้เป้าหมายของเขาคือแกนพลังงานที่หน้าอก วานรศิลาบรรพกาลตอบโต้ด้วยการปล่อย “เกราะหินบรรพกาล” ร่างกายของมันแข็งแกร่งขึ้นอีกชั้นราวกับถูกเคลือบด้วยหินที่หนาขึ้น
[วานรศิลาบรรพกาล ใช้ทักษะ: เกราะหินบรรพกาล] [พลังป้องกัน: เพิ่มขึ้น 500 หน่วย]
“ถึงจะเพิ่มพลังป้องกัน ข้าก็ต้องลอง!” ซู่หมิงกัดฟัน พลังงานจากแท่นบูชาเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเขากำลังถึงขีดจำกัด แต่เขาก็ยังคงมุ่งมั่น
ซู่หมิงใช้ความเร็วที่เหนือกว่าของเขาหลบหลีกการโจมตีอันบ้าคลั่งของวานรศิลาบรรพกาล เขาพุ่งตัวเข้าไปใกล้หน้าอกของมัน พลางออกหมัด “หมัดทะลวงวิญญาณ” อย่างต่อเนื่อง พลังงานโบราณที่ไหลเวียนในกายของเขาทำให้หมัดของเขามีประกายแสงสีเทาจางๆ
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
รอยร้าวเริ่มปรากฏขึ้นที่บริเวณเกราะหินบรรพกาลของวานรศิลาบรรพกาล แกนพลังงานที่อยู่เบื้องหลังรอยร้าวก็เรืองแสงกะพริบถี่ขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะแตกสลาย
[ผู้เล่น ซู่หมิง สร้างความเสียหาย 250 หน่วย] [ผู้เล่น ซู่หมิง สร้างความเสียหายธาตุหิน 50 หน่วย]
“อีกนิดเดียว!” ซู่หมิงกระหน่ำหมัดอย่างไม่ยั้ง แม้ว่าพลังงานจากแท่นบูชาจะเริ่มลดลงจนแทบไม่เหลือแล้ว ร่างกายของเขาเริ่มอ่อนล้า แต่จิตใจกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
วานรศิลาบรรพกาลคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวดและเกรี้ยวกราด มันยกกำปั้นขวาขึ้นเตรียมจะทุบซู่หมิงให้แหลกเป็นผุยผง แต่ซู่หมิงไม่ยอมให้มันทำเช่นนั้น เขาใช้แรงเฮือกสุดท้าย พุ่งตัวเข้าใส่แกนพลังงานของมันด้วยหมัดที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เขาเคยปล่อยมา
“หมัดเทพสยบมาร!” ซู่หมิงตะโกนลั่น ชื่อของทักษะนี้ผุดขึ้นมาในใจเขาอย่างกะทันหัน ราวกับระบบกำลังตอบสนองต่อความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของเขา
[ผู้เล่น ซู่หมิง ใช้ทักษะ: หมัดเทพสยบมาร (ทักษะพิเศษที่ปลดล็อกชั่วคราว)] [พลังโจมตี: เพิ่มขึ้น 300% (คำนวณจากพลังโจมตีพื้นฐาน)] [สร้างความเสียหายธาตุหิน 100%] [ค่าพลังงาน: ใช้ทั้งหมด]
ตูม!
หมัดของซู่หมิงพุ่งเข้าใส่แกนพลังงานของวานรศิลาบรรพกาลอย่างจัง แสงสีเทาระเบิดออกมาพร้อมกับรอยร้าวขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นบนเกราะหินและแกนพลังงานของมัน
[ผู้เล่น ซู่หมิง สร้างความเสียหายมหาศาล 1500 หน่วย] [แกนพลังงานของวานรศิลาบรรพกาลถูกทำลาย]
วานรศิลาบรรพกาลคำรามด้วยความเจ็บปวดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ร่างกายอันมหึมาของมันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แสงสีแดงในดวงตาเริ่มหรี่ลง มันเซไปมา ก่อนจะทรุดตัวลงกับพื้นอย่างช้าๆ ร่างกายหินของมันเริ่มมีรอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นทั่วทั้งตัว แสงสีเทาเริ่มเลือนหายไปจากกายของมัน
[วานรศิลาบรรพกาล ถูกพิชิต!] [ผู้เล่น ซู่หมิง ได้รับ EXP 5000] [ผู้เล่น ซู่หมิง ได้รับเหรียญเทพเจ้า 500] [ผู้เล่น ซู่หมิง ได้รับกล่องของขวัญระดับหายาก 1 ชิ้น] [ผู้เล่น ซู่หมิง ได้รับการปลดล็อกฟังก์ชันพิเศษ: เทพประทานพร] [ระดับของผู้เล่นเพิ่มขึ้น! ผู้เล่น ซู่หมิง เลื่อนระดับเป็น ระดับ 5] [ได้รับค่าสถานะพิเศษ: พลังเทพเจ้า 1 หน่วย] [พลังเทพเจ้า: แหล่งพลังงานอันบริสุทธิ์ที่เหนือกว่าปราณวิญญาณ สามารถใช้เปิดใช้งานทักษะเทพเจ้า หรือเสริมพลังทักษะทั่วไปได้อย่างมหาศาล]
ซู่หมิงทรุดตัวลงกับพื้น ร่างกายของเขาอ่อนล้าจนแทบจะขยับไม่ได้ เหงื่อไหลโทรมกาย แต่ใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความปิติยินดี เขามองไปยังร่างของวานรศิลาบรรพกาลที่บัดนี้กลายเป็นเพียงภูเขาก้อนหินที่แตกร้าว ไม่มีสัญญาณของชีวิตอีกต่อไป
“ข้า… ข้าทำได้!” ซู่หมิงพึมพำกับตัวเอง เขารอดชีวิตมาได้และยังสามารถพิชิตสัตว์อสูรระดับก่อกำเนิดขั้นสูงสุดได้อีกด้วย นี่เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาตั้งแต่มาอยู่ในโลกใบนี้
ในขณะที่ซู่หมิงกำลังฟื้นฟูร่างกายและตรวจสอบรางวัล ระบบเทพเจ้าก็ปรากฏข้อความใหม่ขึ้นมา
[ฟังก์ชัน “เทพประทานพร” ถูกเปิดใช้งาน] [เทพประทานพร: ทุกครั้งที่ผู้เล่นพิชิตศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าตนเองอย่างน้อย 2 ระดับ จะมีโอกาสได้รับ “พรแห่งเทพเจ้า” ซึ่งอาจเป็นทักษะ, ไอเทม, หรือบัฟพิเศษ] [ผู้เล่น ซู่หมิง ได้รับพรแห่งเทพเจ้า: “เกล็ดมังกรนิทรา” (ชิ้นส่วนอาวุธระดับเทพ)]
ซู่หมิงเบิกตากว้างเมื่อเห็นคำว่า “เกล็ดมังกรนิทรา” และ “ชิ้นส่วนอาวุธระดับเทพ” นี่คือสิ่งที่เหนือความคาดหมายอย่างสิ้นเชิง เขารีบเปิดช่องเก็บของเพื่อตรวจสอบ ไอเทมชิ้นนั้นเปล่งประกายสีทองอร่าม มันคือเกล็ดสีดำสนิทขนาดเท่าฝ่ามือ มีลวดลายคล้ายเกล็ดมังกรโบราณสลักอยู่บนผิวสัมผัส มันดูเหมือนจะยังคงหลับใหลอยู่ แต่ก็แผ่กลิ่นอายของพลังอันยิ่งใหญ่ออกมา
แต่ก่อนที่ซู่หมิงจะได้ชื่นชมกับรางวัลอันล้ำค่า ทันใดนั้นแท่นบูชาที่อยู่เบื้องหลังเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แสงเรืองรองสีฟ้าอมเขียวสว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับเสียงคำรามที่ไม่ได้มาจากวานรศิลาบรรพกาล แต่เป็นเสียงที่เก่าแก่และทรงพลังยิ่งกว่า… เสียงที่มาจากเบื้องลึกของซากปรักหักพังแห่งนี้!
พื้นดินรอบแท่นบูชาเริ่มทรุดตัวลงช้าๆ เผยให้เห็นโพรงขนาดใหญ่ที่ดำมืดราวกับปากเหวแห่งความว่างเปล่า ซู่หมิงรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวกำลังหลั่งไหลออกมาจากโพรงนั้น มันไม่ใช่พลังงานโบราณที่เขาดูดซับ แต่เป็นพลังงานแห่งความมืดมิดและหายนะที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง
[คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบภัยคุกคามที่ไม่อาจประเมินได้จากใต้แท่นบูชา] [คำแนะนำ: ผู้เล่นควรถอยห่างจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด!]
สายเกินไปเสียแล้ว! ซู่หมิงพยายามลุกขึ้นยืนและถอยห่าง แต่แรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงทำให้เขาล้มลงอีกครั้ง ร่างของเขากำลังถูกดูดเข้าไปใกล้โพรงมืดมิดนั้นอย่างช้าๆ ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาตกใจยิ่งกว่าคือดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่งที่โผล่พ้นขึ้นมาจากความมืดเบื้องล่าง มันไม่ใช่ดวงตาของอสูรหิน… แต่มันคือดวงตาของสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าหลายเท่า!
มันคืออะไรกันแน่! ซู่หมิงมองไปยังดวงตาสีแดงฉานที่ค่อยๆ เผยร่างอันมืดมิดออกมาจากโพรงใต้ดินอย่างช้าๆ หัวใจของเขาเต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกของความตายที่แท้จริงกำลังคืบคลานเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว… เขาเพิ่งจะพิชิตวานรศิลาบรรพกาลไปได้ไม่นาน แต่ตอนนี้กลับต้องมาเผชิญหน้ากับหายนะที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมหลายเท่าตัว!

ยุทธภพระบบเทพเจ้า
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก