เสียงคำรามที่สั่นสะเทือนไปทั่วภพภูมิสงบลงในที่สุด ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันอันหนักอึ้งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงใดๆ ซู่หมิงยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองไปยังร่างมหึมาที่เพิ่งผุดขึ้นจากก้นบึ้งของรอยแยก สรรพสิ่งรอบกายดูเหมือนจะถูกกลืนกินด้วยรัศมีแห่งความมืดมิดและพลังงานโบราณที่แผ่ซ่านออกมาจากมัน แม้แต่ลมหายใจของเขาก็ยังติดขัดราวกับมีก้อนหินขนาดใหญ่มาทับไว้บนหน้าอก
อสูรโลหิตทมิฬ!
ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดของซู่หมิงทันทีที่มันปรากฏกาย มันเป็นเพียงแค่สัญชาตญาณที่กรีดร้องบอกเขาว่าสิ่งมีชีวิตตรงหน้านั้นคือหายนะ เป็นพลังที่เกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ เกล็ดสีแดงเข้มดุจโลหิตยามราตรีของมันสะท้อนแสงสลัวๆ จากเพดานถ้ำที่อยู่ไกลออกไป ใบหน้าคล้ายงูยักษ์ที่มีเขี้ยวแหลมคมยาวเลยขากรรไกรทำให้มันดูชั่วร้ายและดุร้ายอย่างที่สุด ดวงตาทั้งหกคู่ของมันเปล่งประกายสีแดงก่ำราวกับลาวาเดือดที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งในพริบตา
“กรรรรร!”
อสูรโลหิตทมิฬขยับศีรษะมหึมาของมันช้าๆ ดวงตาทั้งหกคู่จ้องมองตรงมายังซู่หมิง ราวกับเขาเป็นเพียงเศษธุลีที่บังเอิญยืนขวางทาง ทันใดนั้น ร่างกายอันมหึมาของมันก็เริ่มขยับ เกล็ดสีแดงเข้มเสียดสีกันเกิดเป็นเสียงอันน่าขนลุกคล้ายแผ่นหินยักษ์กำลังถูกลากผ่าน เสียงฝีเท้าของมันแม้จะดูเชื่องช้า แต่ก็ทรงพลังพอที่จะทำให้พื้นดินใต้เท้าของซู่หมิงสั่นสะเทือนรุนแรงยิ่งขึ้น เขาได้ยินเสียงกรอบแกรบของหินเก่าแก่ที่แตกกระจาย และรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็นซึ่งบีบรัดตัวเขาแน่นขึ้นทุกขณะ
จิตสังหารอันเข้มข้นแผ่ซ่านออกมาจากอสูรโลหิตทมิฬ ราวกับคลื่นยักษ์ที่ถาโถมเข้าใส่ซู่หมิง มันไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่เป็นพลังงานที่จับต้องได้ ซึ่งทำให้เส้นผมของซู่หมิงตั้งชัน แขนขาของเขาเย็นเฉียบจนแทบไร้ความรู้สึก เขารู้สึกได้ถึงความกลัวที่แทรกซึมไปทั่วทุกเซลล์ของร่างกาย เป็นความกลัวดิบเถื่อนที่มนุษย์จะพึงมีเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอำนาจเหนือธรรมชาติที่เกินจะต้านทาน
ในห้วงแห่งความตื่นตระหนก เสียงเย็นชาของระบบก็ดังขึ้นในใจของเขา:
[คำเตือน: ศัตรูระดับหายนะ – อสูรโลหิตทมิฬ ได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น] [ระบบทำการวิเคราะห์ข้อมูล…] [ชื่อ: อสูรโลหิตทมิฬ (ต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลโบราณ)] [ระดับ: กึ่งเทพมาร (ขอบเขตที่ 1)] [พลังชีวิต: ???/???] [พลังโจมตี: ???] [พลังป้องกัน: ???] [ทักษะ: โลหิตทมิฬกัดกร่อน, หายนะทมิฬ, คลื่นเสียงคำรามพิภพ, ควบคุมอสูรโลหิต (เฉพาะพื้นที่)] [จุดอ่อน: ???] [คำเตือน: ความแข็งแกร่งของศัตรูนี้เกินกว่าความสามารถของผู้ใช้ในปัจจุบันมาก ผู้ใช้ควรหลีกเลี่ยงการต่อสู้โดยตรงและหาทางหนีทันที!]
ข้อมูลที่ปรากฏขึ้นบนแผงระบบยิ่งทำให้ซู่หมิงใจหายวาบ ‘กึ่งเทพมาร ขอบเขตที่ 1!’ นี่มันระดับอะไรกัน? ตลอดเวลาที่ผ่านมาที่เขาฝึกฝนและพัฒนาตัวเอง เขายังไม่เคยได้ยินแม้แต่ชื่อของขอบเขตนี้เลยด้วยซ้ำ! และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือข้อมูลพลังชีวิต พลังโจมตี พลังป้องกันที่ขึ้นเป็น ‘???’ นั่นหมายความว่าระบบยังไม่สามารถประเมินค่าพลังที่แท้จริงของมันได้! นี่มันหายนะของจริง!
“หนี? หนีไปที่ไหน?” ซู่หมิงพึมพำกับตัวเอง สถานที่นี้คือใต้ดินลึก ไม่มีทางออกอื่นนอกจากทางที่เขาเข้ามา และตอนนี้ทางนั้นก็ถูกอสูรโลหิตทมิฬขวางไว้แล้ว
ในขณะที่ซู่หมิงกำลังประเมินสถานการณ์ อสูรโลหิตทมิฬก็เคลื่อนไหวอีกครั้ง มันเงยศีรษะขึ้น พ่นลมหายใจสีดำทมิฬออกมาจากจมูกที่คล้ายงู กลิ่นคาวเลือดและกำมะถันคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ กลุ่มหมอกทมิฬรอบกายมันเริ่มขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่ซู่หมิงด้วยความเร็วเหนือเสียง!
“ระวัง!”
ซู่หมิงไม่รอช้า เขากัดฟันกรอด รวบรวมพลังปราณทั้งหมดที่มีไว้ที่เท้า ก่อนจะระเบิด ‘พริบตาเทพวายุ’ ออกมาในทันที ร่างของเขาพลิ้วไหวราวกับใบไม้ที่ลอยตามลม หลบเลี่ยงกลุ่มหมอกทมิฬนั้นไปได้เพียงเส้นยาแดงผ่าแปด กลุ่มหมอกพุ่งชนเข้ากับผนังถ้ำด้านหลังเขา เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว เศษหินจำนวนมากแตกกระจาย ฝุ่นควันฟุ้งตลบอบอวล และเมื่อฝุ่นควันจางลง ซู่หมิงก็เห็นรอยไหม้สีดำสนิทขนาดใหญ่บนผนังถ้ำ หินผาแข็งแกร่งถูกกัดกร่อนจนลึกเข้าไปหลายนิ้ว!
นี่คือพลังของ ‘โลหิตทมิฬกัดกร่อน’ อย่างนั้นหรือ? แค่ลมหายใจก็มีอานุภาพทำลายล้างถึงเพียงนี้!
ซู่หมิงไม่กล้าประมาทอีกต่อไป เขากำดาบวิญญาณสวรรค์ในมือแน่น สัญชาตญาณนักรบที่เพิ่งถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาจากการฝึกฝนอันหนักหน่วงเริ่มทำงาน หัวใจของเขาเต้นรัวแรง แต่สติกลับแจ่มชัดยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
“ระบบ! มีคำแนะนำอะไรอีกไหม? หรือภารกิจฉุกเฉิน?” ซู่หมิงรีบเรียกใช้งานระบบในใจ
[ติ๊ง! ภารกิจฉุกเฉิน: เอาชีวิตรอดจากอสูรโลหิตทมิฬ (ระดับ: SS)] [รายละเอียด: อสูรโลหิตทมิฬคือหายนะที่ถูกผนึกมานานนับพันปี การตื่นขึ้นของมันจะนำมาซึ่งความพินาศ จงใช้ความสามารถทั้งหมดที่มีเพื่อเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของมันให้ได้] [รางวัล: แต้มประสบการณ์ (จำนวนมาก), กล่องสุ่มระดับเทพ (1 กล่อง), ฉายาพิเศษ ‘ผู้รอดชีวิตจากหายนะ’] [บทลงโทษเมื่อล้มเหลว: ความตาย]
ภารกิจฉุกเฉินระดับ SS! และรางวัลก็ล่อตาล่อใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ ‘กล่องสุ่มระดับเทพ’ แต่บทลงโทษก็คือความตาย! ระบบไม่ได้บอกให้เขาเอาชนะมัน แต่บอกให้ ‘เอาชีวิตรอด’ นั่นหมายความว่าการเอาชนะมันในตอนนี้เป็นไปไม่ได้เลย!
อสูรโลหิตทมิฬไม่สนใจว่าซู่หมิงกำลังคิดอะไร มันขยับตัวเข้าใกล้มาอีกก้าว เสียงเกล็ดเสียดสีกันดังครืดคราดน่าขนลุก ดวงตาทั้งหกคู่ของมันจ้องมองซู่หมิงราวกับจะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งเป็น
“กรรรรร!”
มันคำรามอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่เสียงลมหายใจ แต่เป็นคลื่นเสียงที่มองไม่เห็น พุ่งเข้าใส่ซู่หมิงโดยตรง!
[ทักษะ: คลื่นเสียงคำรามพิภพ!]
ซู่หมิงรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่แก้วหู เลือดไหลซึมออกมาจากหูทั้งสองข้าง ร่างกายของเขาสั่นสะท้านราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต พลังปราณในร่างปั่นป่วนจนแทบจะควบคุมไม่ได้
“อั่ก!” ซู่หมิงกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง เขาทรุดลงคุกเข่า มือข้างหนึ่งกุมศีรษะที่ปวดร้าวอย่างแสนสาหัส คลื่นเสียงนี้ไม่เพียงแต่ทำลายโสตประสาท แต่ยังโจมตีไปถึงจิตวิญญาณโดยตรง!
แต่ในขณะที่เขากำลังจะยอมแพ้ ภาพใบหน้าของน้องสาวที่รอคอยการกลับบ้าน ภาพความฝันที่จะเป็นเทพเจ้าผู้ปกป้องโลกก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดที่ต้องล้มเหลวและทิ้งทุกสิ่งไป
‘ไม่! ฉันจะยอมแพ้ไม่ได้!’
ซู่หมิงกัดฟันกรอด พยายามยืนหยัดขึ้นอีกครั้ง แม้จะทรงตัวแทบไม่อยู่ เขากระตุ้นพลังปราณในร่างให้ไหลเวียนอย่างบ้าคลั่ง เพื่อขับไล่ผลกระทบจากคลื่นเสียงออกไป
[ผู้ใช้ได้รับความเสียหายร้ายแรง! พลังชีวิตลดลง 30%!] [ระบบแนะนำ: ใช้ทักษะป้องกันหรือยาฟื้นฟูทันที!]
ซู่หมิงไม่มีเวลาคิดมาก เขาหยิบเม็ดยาฟื้นฟูระดับกลางออกมาจากมิติเก็บของและกลืนลงไปอย่างรวดเร็ว พลังชีวิตของเขาเริ่มฟื้นตัวเล็กน้อย แต่ความเจ็บปวดทางจิตวิญญาณยังคงอยู่
อสูรโลหิตทมิฬดูเหมือนจะสนุกกับการทรมานเหยื่อของมัน มันไม่ได้รีบร้อนที่จะเข้าโจมตี แต่กลับค่อยๆ ขยับเข้าใกล้มาทีละก้าว ราวกับจะให้ซู่หมิงได้ลิ้มรสความสิ้นหวังอย่างช้าๆ
“แก… ไม่มีทางได้สิ่งที่ต้องการหรอก!” ซู่หมิงตะโกนออกไป เสียงของเขาแหบพร่า แต่แฝงด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้
เขากำดาบวิญญาณสวรรค์แน่น มุ่งสมาธิทั้งหมดไปที่ดาบ เลือดที่ไหลซึมออกมาจากใบหูทำให้ภาพพร่ามัวเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงจ้องมองไปที่ดวงตาทั้งหกคู่ของอสูรโลหิตทมิฬ
‘จุดอ่อน… ต้องมีจุดอ่อน!’
เขารู้ว่าการปะทะตรงๆ คือการฆ่าตัวตาย สิ่งเดียวที่เขามีคือสติปัญญา และระบบเทพเจ้าที่รอการใช้งาน
[ติ๊ง! ผู้ใช้ได้ปลดล็อกทักษะใหม่: ‘เนตรปฐมเทพ’ (ระดับ 1)] [รายละเอียด: ผู้ใช้สามารถมองเห็นจุดอ่อนพลังปราณและโครงสร้างพลังของสิ่งมีชีวิตและวัตถุได้ในระดับหนึ่ง (ยิ่งระดับทักษะสูงขึ้น ความสามารถยิ่งเพิ่มขึ้น)] [ค่าร่าย: 100 แต้มพลังจิต/วินาที]
เสียงระบบดังขึ้นในห้วงความคิดของซู่หมิง มันมาในเวลาที่เหมาะสมที่สุด! เนตรปฐมเทพ!
ซู่หมิงไม่ลังเล เขาเปิดใช้งานทักษะใหม่ทันที!
ทันใดนั้น โลกทั้งใบก็เปลี่ยนไปในสายตาของเขา ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนจะโปร่งแสงขึ้น เขามองเห็นเส้นทางพลังงานที่ไหลเวียนในอากาศ กำแพงถ้ำที่เคยดูเป็นของแข็งก็ปรากฏเป็นโครงสร้างพลังงานที่ซับซ้อน และที่น่าตกใจที่สุดคืออสูรโลหิตทมิฬ!
ในสายตาของเนตรปฐมเทพ ร่างกายสีแดงเข้มของอสูรโลหิตทมิฬไม่ได้มีเพียงแค่เกล็ดหนาเตอะ แต่ยังมีกระแสพลังงานสีดำและสีแดงที่ไหลเวียนอยู่ภายในอย่างบ้าคลั่ง และในบรรดากระแสพลังงานอันมหาศาลเหล่านั้น ซู่หมิงก็เห็นจุดเล็กๆ จุดหนึ่งที่เปล่งแสงสีเทาหม่น มันไม่ใช่จุดที่อ่อนแอ แต่เป็นจุดที่พลังงานไหลเวรวมกันอย่างผิดปกติ คล้ายกับเป็นศูนย์รวมของความวุ่นวาย
มันอยู่ตรงกลางหน้าผากของมัน! ระหว่างดวงตาสองคู่บนสุด!
นั่นคือจุดอ่อน? หรืออาจจะเป็นแกนกลางพลังงาน?
ซู่หมิงไม่รอช้า อสูรโลหิตทมิฬกำลังยกแขนขึ้น เตรียมที่จะฟาดกรงเล็บอันมหึมาลงมา
“ดาบวิญญาณสวรรค์ – สะบั้นเมฆา!”
ซู่หมิงระเบิดพลังทั้งหมดออกมา ดาบในมือของเขาส่องประกายสีทองเจิดจ้า พลังปราณสีขาวบริสุทธิ์ถูกอัดแน่นลงไปในคมดาบ ก่อนที่เขาจะพุ่งเข้าใส่อสูรโลหิตทมิฬด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่เขาจะทำได้
เป้าหมายของเขาไม่ใช่การทำร้ายมัน แต่คือการเข้าถึงจุดนั้น!
ร่างของซู่หมิงพุ่งทะยานราวกับลูกศรที่ถูกปล่อยออกจากคันธนู เขาวิ่งไปตามผนังถ้ำที่ถูกกัดกร่อน ใช้เป็นจุดยันตัวเพื่อกระโดดขึ้นไปบนอากาศ ด้วยความเร็วของพริบตาเทพวายุที่ถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด เขาหลบเลี่ยงกรงเล็บมหึมาที่ฟาดลงมาพลาดเป้าไปเพียงเล็กน้อย เสียงกรงเล็บกระทบพื้นดินดังสนั่น หินผาแตกกระจายราวกับถูกระเบิด
ซู่หมิงลอยตัวอยู่กลางอากาศ ดวงตาของเขาจ้องตรงไปยังจุดสีเทาหม่นบนหน้าผากของอสูรโลหิตทมิฬ
‘ต้องทำได้!’
เขาสับดาบลงไปอย่างสุดแรงเกิด พลังปราณสีขาวบริสุทธิ์ห่อหุ้มคมดาบ แปรเปลี่ยนเป็นประกายแสงสีทองที่พุ่งตรงไปยังจุดนั้น!
ฉัวะ!
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้น ไม่ใช่เสียงเนื้อหนังถูกเฉือน แต่เป็นเสียงที่บ่งบอกว่าดาบของเขาไปกระทบกับสิ่งที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า!
ประกายไฟแลบแปลบปลาบ!
ดาบวิญญาณสวรรค์ของซู่หมิงสามารถสร้างรอยขีดข่วนบางๆ บนเกล็ดสีแดงเข้มที่จุดนั้นได้ แต่ก็เท่านั้น! มันไม่ได้เจาะทะลุเข้าไปตามที่เขาคาดหวัง!
[การโจมตีไม่สร้างความเสียหายร้ายแรง!] [พลังป้องกันของเป้าหมายสูงเกินกว่าพลังโจมตีของผู้ใช้!]
ซู่หมิงรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกจากดาบที่สะท้อนกลับมา เขาถูกผลักกระเด็นออกไปกลางอากาศ ร่างกายหมุนคว้าง ก่อนจะร่วงลงกระแทกพื้นอย่างแรง!
“อั่ก!”
เขากระอักเลือดออกมาอีกครั้ง ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่าง แขนข้างที่ใช้ดาบสั่นสะท้านจนแทบไร้เรี่ยวแรง! พลังป้องกันของอสูรโลหิตทมิฬนั้นน่ากลัวเกินไป! แม้แต่จุดที่เขาคิดว่าเป็นจุดอ่อนก็ยังแข็งแกร่งขนาดนี้!
อสูรโลหิตทมิฬคำรามด้วยความโมโหที่ถูกโจมตี ดวงตาทั้งหกคู่ของมันฉายแววอาฆาต มันเงยศีรษะขึ้นสูงอีกครั้ง กลุ่มหมอกทมิฬรอบกายมันเริ่มบิดเบี้ยวและควบแน่น ก่อนจะก่อตัวเป็นลูกบอลพลังงานสีดำสนิทขนาดใหญ่เหนือหัวของมัน!
[ทักษะ: หายนะทมิฬ!] [คำเตือน: ผู้ใช้กำลังตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต! การโจมตีนี้มีพลังทำลายล้างมหาศาล!]
ซู่หมิงรู้สึกได้ถึงพลังงานทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ซ่านออกมาจากลูกบอลพลังงานนั้น หากมันตกลงมา เขาจะต้องกลายเป็นผุยผงอย่างแน่นอน!
เขาพยายามลุกขึ้น แต่ร่างกายกลับอ่อนแรงเกินไป ขาของเขาไร้เรี่ยวแรง ราวกับถูกตรึงไว้กับพื้นดิน
‘จบแล้วงั้นหรือ?’
ความรู้สึกสิ้นหวังเริ่มกัดกินหัวใจของเขา เขาใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีแล้วจริงๆ และมันก็ยังไม่เพียงพอที่จะแม้แต่จะสร้างรอยขีดข่วนให้กับหายนะตรงหน้า
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เสียงของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง:
[ตรวจพบพลังงานโบราณที่ปะปนในร่างกายของผู้ใช้ – อักขระผนึกเทพมารโบราณ!] [ระบบทำการเชื่อมโยงข้อมูล… ตรวจพบช่องโหว่ในอักขระผนึกอสูรโลหิตทมิฬ!] [ภารกิจพิเศษ: ปลดผนึกเทพมารในตัวผู้ใช้ เพื่อใช้พลังแห่งเทพมารต้านทานหายนะ!] [ข้อจำกัด: การปลดผนึกเพียงบางส่วนอาจทำให้ร่างกายของผู้ใช้ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง และอาจส่งผลต่อจิตใจในระยะยาว] [คุณต้องการปลดผนึกหรือไม่? (ใช่/ไม่)]
คำถามของระบบดังขึ้นในห้วงความคิดของซู่หมิง มันคือทางเลือกสุดท้าย เป็นทางเลือกที่เดิมพันด้วยทุกสิ่ง! ปลดผนึกเทพมารในตัวเขา? นั่นหมายความว่าเขามีพลังบางอย่างของเทพมารซ่อนอยู่?
ลูกบอลพลังงานสีดำเหนือหัวของอสูรโลหิตทมิฬเริ่มส่องประกายสว่างวาบ มันพร้อมที่จะถูกปลดปล่อยลง
ยุทธภพระบบเทพเจ้า
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก