แสงสีทองจากผลึกได้กลืนกินซู่หมิงจนมิด ความรู้สึกแรกที่เขาได้รับไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นความว่างเปล่าอันไร้ที่สิ้นสุด ราวกับจิตวิญญาณของเขากำลังถูกฉีกกระชากออกจากร่างกาย กลายเป็นเศษเสี้ยวที่ล่องลอยอยู่ในกระแสแห่งพลังงานอันบริสุทธิ์ ทุกสรรพสิ่งรอบตัวมลายหายไป เหลือเพียงความสว่างเจิดจ้าและเสียงกระซิบที่ยากจะจับใจความ เสียงเหล่านั้นไม่ใช่ภาษาใดภาษาหนึ่งที่เขาเคยรู้จัก หากแต่เป็นคลื่นความคิดที่ซัดสาดเข้าสู่ห้วงจิตสำนึก ราวกับกำลังถ่ายทอดความรู้มหาศาลจากยุคบรรพกาล ความรู้สึกของการเป็นซู่หมิงค่อยๆ เลือนหายไป ความทรงจำในอดีตพร่ามัวราวกับภาพฝันที่จางลง เหลือเพียงแก่นแท้ของจิตวิญญาณที่กำลังถูกหลอมรวมเข้ากับบางสิ่งที่สูงส่งกว่า เป็นบางสิ่งที่โบราณ ลึกล้ำ และทรงพลังเกินกว่าที่สติปัญญาของมนุษย์จะเข้าถึง
เขาไม่ได้เป็นเพียงซู่หมิงอีกต่อไปแล้ว เขาเป็นเพียงภาชนะที่กำลังถูกเติมเต็มด้วยพลังงานที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความร้อนระอุแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย แต่ไม่ใช่ความร้อนที่เผาไหม้ หากเป็นความอบอุ่นที่ปลอบประโลมและหลอมรวมทุกอณูให้เป็นหนึ่งเดียว ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ แต่ไม่ใช่ด้วยความกลัว หากเป็นด้วยการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นในทุกเซลล์ การรับรู้ของเขาขยายออกไปอย่างไร้ขีดจำกัด เขาสามารถสัมผัสได้ถึงลมหายใจของผืนป่า เสียงกระซิบของสายลมที่พัดผ่านยอดไม้ แม้กระทั่งการเต้นของหัวใจสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน ความรู้สึกเหล่านี้รุนแรงเสียจนสมองแทบจะรับไม่ไหว ก่อนที่ทุกสิ่งจะมืดดับไปในที่สุด พร้อมกับเสียงสุดท้ายที่ดังก้องอยู่ในส่วนลึกของจิตวิญญาณ... “สมบูรณ์...”
ซู่หมิงลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ เปลือกตาของเขารู้สึกหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยหิน แต่เมื่อพยายามกะพริบตาซ้ำๆ ภาพตรงหน้าก็ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น สิ่งแรกที่เขาสังเกตเห็นคือท้องฟ้ายามเช้าที่เคยเป็นสีฟ้าครามสดใส บัดนี้กลับมีประกายสีทองอ่อนๆ ปะปนอยู่ราวกับร่องรอยของแสงที่เพิ่งจางหายไป ความรู้สึกแรกคือความสดชื่นที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความเหนื่อยล้า ความหิวโหย และความกระหายน้ำที่กัดกินเขาก่อนหน้านี้ได้หายไปสิ้น ราวกับว่าร่างกายของเขาได้รับการชำระล้างและฟื้นฟูจนสมบูรณ์แบบ เขาลุกขึ้นนั่งอย่างง่ายดาย ความรู้สึกเบาสบายคล้ายกับไร้น้ำหนักทำให้เขานึกสงสัย มือของเขาถูกยกขึ้นมาสำรวจร่างกาย เสื้อผ้ายังคงขาดวิ่นและเปื้อนคราบเลือดของหมาป่าเงา แต่ใต้เสื้อผ้าเหล่านั้น ผิวหนังของเขารู้สึกเรียบเนียนและอ่อนนุ่มขึ้นอย่างประหลาด รอยฟกช้ำและรอยขีดข่วนเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ได้หายไปจนหมดสิ้น
“นี่มัน… เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ซู่หมิงพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย แต่กลับรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่แฝงอยู่ในลำคอ
ทันใดนั้น เสียงของระบบเทพเจ้าก็ดังก้องขึ้นในหัว ราวกับรับรู้ถึงความสงสัยของเขา
“ระบบเทพเจ้า: การหลอมรวม ‘แก่นแท้แห่งแสงศักดิ์สิทธิ์’ เสร็จสมบูรณ์แล้ว!” “ระบบเทพเจ้า: คุณได้รับ ‘แก่นแท้แห่งแสงศักดิ์สิทธิ์’ (ระดับเริ่มต้น)!” “ระบบเทพเจ้า: การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและจิตวิญญาณเกิดขึ้นแล้ว! สถิติพื้นฐานทั้งหมดเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล!” “ระบบเทพเจ้า: คุณได้ปลดล็อก ‘พลังเทพเจ้า’!” “ระบบเทพเจ้า: คุณได้รับทักษะใหม่: ‘การรักษาด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์’ (ระดับต้น), ‘โล่แสงศักดิ์สิทธิ์’ (ระดับต้น), ‘สัมผัสแห่งแสง’ (ระดับต้น)!” “ระบบเทพเจ้า: สถานะปัจจุบันของคุณได้รับการอัปเดตแล้ว!”
ซู่หมิงรีบเปิดหน้าต่างสถานะทันที หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง
ชื่อ: ซู่หมิง เผ่าพันธุ์: มนุษย์ (ประจุแสงศักดิ์สิทธิ์) ระดับ: 2 (0/1000) พลังชีวิต: 500/500 (ฟื้นฟู 10/วินาที) พลังปราณ: 500/500 (ฟื้นฟู 10/วินาที) – (เปลี่ยนเป็น ‘พลังเทพเจ้า’ อัตโนมัติเมื่อปลดล็อกพลังเทพเจ้า)
สถิติ:
พลังเทพเจ้า: 100/100 (ฟื้นฟู 5/วินาที) – (หน่วยพลังงานพิเศษสำหรับทักษะเทพเจ้า)
ทักษะ:
อุปกรณ์:
หมายเหตุ: การปลดล็อก ‘แก่นแท้แห่งแสงศักดิ์สิทธิ์’ ได้เปลี่ยนแปลงเผ่าพันธุ์ของคุณเล็กน้อย ทำให้คุณมีความสามารถในการควบคุมและใช้พลังงานแสงได้ในระดับเริ่มต้น และยังเพิ่มขีดจำกัดของพลังงานในอนาคต
ตัวเลขที่ปรากฏบนหน้าต่างสถานะทำให้ซู่หมิงตกตะลึงอย่างแท้จริง สถิติพื้นฐานของเขาพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากเดิมที่มีเพียง 10-20 กลายเป็น 50 และยังมีโบนัสเพิ่มอีก 30 จาก ‘แก่นแท้แห่งแสงศักดิ์สิทธิ์’ ยิ่งไปกว่านั้น เขายังได้รับหน่วยพลังงานใหม่ที่เรียกว่า ‘พลังเทพเจ้า’ พร้อมกับทักษะใหม่สามอย่างที่ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับแสงโดยตรง
“นี่มัน… ฉันกลายเป็นอะไรไปแล้วเนี่ย?” ซู่หมิงพึมพำ มือของเขาสัมผัสไปที่หน้าอก รู้สึกถึงความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไหลเวียนอยู่ภายใน ไม่ใช่พลังปราณแบบที่เคยรู้สึก แต่เป็นพลังงานที่บริสุทธิ์และอบอุ่นกว่ามาก
เขานึกถึงผลึกสีทองที่ดูดกลืนเขาเข้าไปเมื่อคืนนี้ เมื่อกวาดสายตาไปรอบๆ ซู่หมิงก็ไม่พบร่องรอยของผลึกนั้นอีกแล้ว มันหายไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับว่ามันไม่เคยมีอยู่จริง หรือไม่ก็… มันถูกดูดซับเข้าไปในตัวเขาแล้ว
“สัมผัสแห่งแสง!” ซู่หมิงลองใช้ทักษะใหม่ ทันใดนั้น ความรู้สึกเย็นวาบก็แล่นผ่านสมอง ภาพรอบตัวของเขาไม่ได้เปลี่ยนไป แต่เขากลับรับรู้ถึง ‘บางสิ่ง’ ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า คลื่นพลังงานที่แผ่ออกจากสิ่งมีชีวิต ต้นไม้ และแม้กระทั่งก้อนหิน เขาสัมผัสได้ถึงกระต่ายป่าตัวเล็กที่กำลังซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ห่างออกไปประมาณสิบเมตร และสัมผัสได้ถึงแหล่งน้ำเล็กๆ ที่ไหลรินอยู่ใต้ดินไม่ไกลจากจุดที่เขานั่งอยู่ ความสามารถนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติมากขึ้น ราวกับว่าสายตาของเขามองเห็นทะลุปรุโปร่งในสิ่งที่เคยเป็นปริศนา
ความหิวโหยและความกระหายน้ำที่หายไปนั้น ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่จำเป็นต้องกินหรือดื่ม แต่ความรู้สึกภายในของเขาบอกว่าตอนนี้เขามีเวลามากขึ้น เขาสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องทานอาหารและน้ำเป็นเวลาหลายวันโดยไม่รู้สึกทรมาน แต่เพื่อความอยู่รอดในระยะยาว การหาสิ่งเหล่านั้นยังคงเป็นสิ่งสำคัญ
“น้ำ… อยู่ทางนั้นสินะ” ซู่หมิงลุกขึ้นยืน ความมั่นใจเต็มเปี่ยมในแววตา เขาก้าวเดินเข้าไปในป่าลึกอย่างไม่ลังเล ด้วยสัมผัสแห่งแสง เขาสามารถหลีกเลี่ยงพุ่มไม้หนามหรือก้อนหินที่ซ่อนอยู่ได้อย่างง่ายดาย ไม่นานนัก เขาก็พบกับลำธารเล็กๆ ที่ไหลรินอยู่ระหว่างโขดหิน น้ำใสสะอาดไหลเอื่อยๆ ส่งเสียงเบาๆ ที่ชวนให้ผ่อนคลาย
ซู่หมิงคุกเข่าลง ใช้อุ้งมือวักน้ำขึ้นมาดื่ม ความเย็นสดชื่นแผ่ซ่านลงไปในลำคอ ทำให้ร่างกายที่ได้รับการฟื้นฟูรู้สึกกระปรี้กระเปร่ายิ่งขึ้นไปอีก เขาดื่มจนอิ่มหนำ ก่อนจะลองใช้ทักษะใหม่ ‘การรักษาด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์’ เขาเพ่งสมาธิไปที่มือขวา พลังเทพเจ้าในตัวเขาไหลเวียนมารวมกันที่ฝ่ามือช้าๆ แสงสีทองอ่อนๆ เริ่มปรากฏขึ้น ส่องสว่างรอบฝ่ามือของเขา
“นี่มัน…!” ซู่หมิงเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ แสงนั้นอบอุ่นและให้ความรู้สึกบริสุทธิ์ เขาแตะมือที่มีแสงนั้นลงบนแผลเล็กๆ ที่เกิดจากการโดนกิ่งไม้ข่วนเมื่อเช้าตรู่ แผลนั้นสมานตัวกันอย่างรวดเร็วราวกับปาฏิหาริย์ ไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้เลย พลังเทพเจ้าของเขาลดลงไป 5 หน่วย
“สุดยอดไปเลย!” เขาร้องอุทาน ทักษะนี้จะช่วยให้เขาอยู่รอดในโลกที่เต็มไปด้วยอันตรายนี้ได้อย่างแน่นอน
จากนั้น ซู่หมิงก็ลองใช้ ‘โล่แสงศักดิ์สิทธิ์’ เขาเพ่งสมาธิอีกครั้ง คราวนี้พลังเทพเจ้าจำนวนหนึ่งไหลออกจากร่างกายของเขาก่อตัวเป็นเกราะแสงสีทองโปร่งใสที่ห่อหุ้มรอบกาย แสงนั้นไม่เจิดจ้าจนเกินไป แต่ก็ดูแข็งแกร่งและน่าเกรงขาม เขาลองเอามีดล่าสัตว์มาฟันเบาๆ ที่โล่ ปรากฏว่าคมมีดไม่สามารถทะลุผ่านเกราะแสงไปได้เลยแม้แต่น้อย พลังเทพเจ้าลดลงอย่างต่อเนื่องตราบเท่าที่โล่ยังคงอยู่ แต่ด้วยอัตราการฟื้นฟู 5 หน่วยต่อวินาที เขาสามารถคงโล่นี้ไว้ได้นานพอสมควร
“ด้วยพลังนี้… ฉันไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว” ความคิดนี้ผุดขึ้นในใจของซู่หมิง แต่เขาก็สลัดมันทิ้งไปอย่างรวดเร็ว โลกนี้ยังคงเต็มไปด้วยอันตรายที่มองไม่เห็น และพลังที่เขาได้รับมานี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เขาต้องแข็งแกร่งขึ้นอีก แข็งแกร่งขึ้นจนไม่มีใครสามารถคุกคามเขาได้อีกต่อไป
เขาใช้เวลาช่วงเช้าทั้งหมดในการฝึกฝนและทำความคุ้นเคยกับทักษะใหม่ๆ ด้วยสัมผัสแห่งแสง เขาพบว่าตัวเองสามารถรับรู้ถึงพลังงานที่แฝงอยู่ในสิ่งมีชีวิตและสภาพแวดล้อมได้ชัดเจนขึ้น ทำให้เขามองเห็นจุดอ่อนของศัตรู หรือแม้กระทั่งแหล่งพลังงานที่ซ่อนอยู่ เขาเดินลึกเข้าไปในป่า พยายามหาสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมสำหรับการฝึกฝน แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงของเขา ทำให้สัตว์ป่าทั่วไปดูเหมือนจะหลีกเลี่ยงเขาไปโดยธรรมชาติ ราวกับสัมผัสได้ถึงพลังงานที่แตกต่างจากเดิม
จนกระทั่งยามบ่าย ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม แสงสีทองอ่อนๆ ที่เคยปะปนอยู่บนท้องฟ้าก็จางหายไปแทนที่ด้วยเมฆฝนสีเทาเข้ม ซู่หมิงกำลังคิดว่าจะหาที่พักพิงอย่างไรดี ทันใดนั้น สัมผัสแห่งแสงของเขาก็รับรู้ถึงบางสิ่ง… ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่เป็นคลื่นพลังงานที่รุนแรงและปั่นป่วนอย่างประหลาด มันอยู่ลึกเข้าไปในป่า ลึกกว่าที่เขาเคยไป และดูเหมือนจะกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว
“นี่มันอะไรกัน?” ซู่หมิงรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดี ความรู้สึกหวาดหวั่นที่เขาคิดว่าได้หายไปแล้วกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความกลัวที่ทำให้ตัวเขาแข็งทื่อ หากเป็นความระมัดระวังที่กระตุ้นให้เขากระทำบางสิ่ง
เขามองไปยังทิศทางที่คลื่นพลังงานนั้นกำลังมุ่งหน้ามา มันไม่ใช่คลื่นพลังงานของสัตว์อสูรที่เขาเคยเจอ แต่มันมีความหนาแน่นและความรู้สึกที่แตกต่างออกไป ราวกับเป็นพลังงานจากสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่ในโลกนี้ ยิ่งมันใกล้เข้ามาเท่าไหร่ หัวใจของเขาก็ยิ่งเต้นแรงขึ้นเท่านั้น จนกระทั่งเขาเห็นมัน…
เงาร่างขนาดมหึมาที่สูงกว่าต้นไม้ใหญ่กำลังเคลื่อนที่ผ่านแนวป่า มันไม่ใช่หมาป่าเงา ไม่ใช่สัตว์อสูรที่เขาเคยพบเจอ แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ประกอบขึ้นจากหินและแร่ธาตุ ดวงตาของมันเรืองแสงสีแดงฉาน และทุกย่างก้าวของมันทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน เสียงคำรามที่กึกก้องจนป่าทั้งป่าเงียบสงัด มันกำลังมุ่งหน้ามาทางเขาอย่างไม่ผิดเพี้ยน ราวกับถูกดึงดูดด้วยพลังงานบางอย่าง
ซู่หมิงรู้สึกได้ว่าพลังเทพเจ้าในตัวเขาเต้นระรัวอย่างรุนแรง ราวกับกำลังส่งสัญญาณเตือนภัย หรือไม่ก็… กำลังกระตุ้นให้เขาตอบโต้
“นี่ไม่ใช่สัตว์อสูรธรรมดา…” เขาพึมพำ ใบหน้าของเขาซีดเผือด แต่แววตาเต็มไปด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่น เขาเพิ่งได้รับพลังใหม่ แต่ศัตรูตรงหน้ากลับยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัวกว่าที่คิดไว้มาก
สัตว์ประหลาดหินเคลื่อนที่มาหยุดอยู่ห่างจากซู่หมิงไม่ถึงร้อยเมตร แสงสีแดงจากดวงตาของมันจับจ้องมาที่เขา ราวกับกำลังประเมินค่าของเหยื่อ กลิ่นดินและแร่ธาตุคละคลุ้งในอากาศ มันยกแขนขนาดมหึมาขึ้น พลังงานบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นที่ฝ่ามือ ก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่ซู่หมิงด้วยความเร็วที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
“ระบบเทพเจ้า: คุณถูกโจมตีโดย ‘ผู้พิทักษ์หินโบราณ’ ระดับ 15! พลังโจมตี: มหาศาล!” “ระบบเทพเจ้า: เปิดใช้งาน ‘โล่แสงศักดิ์สิทธิ์’ โดยอัตโนมัติ!”
แสงสีทองจากโล่ของซู่หมิงสว่างวาบขึ้นในพริบตา ในขณะเดียวกัน พลังงานจากสัตว์ประหลาดหินก็พุ่งชนเข้ากับโล่อย่างจัง เกิดเสียงปะทะกึกก้องสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกมหาศาลทำให้ซู่หมิงตัวลอยกระเด็นไปด้านหลัง โล่แสงศักดิ์สิทธิ์สั่นสะท้านอย่างรุนแรง และพลังเทพเจ้าของเขาลดลงฮวบฮาบจนเกือบหมด
ซู่หมิงกระอักเลือดออกมาเล็กน้อย เขาไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่แรงกระแทกนั้นทำให้เขาจุกเสียดไปทั้งตัว เขาไม่เคยคิดว่าพลังของศัตรูจะรุนแรงถึงเพียงนี้ สัตว์ประหลาดหินระดับ 15 นี่มันอยู่เหนือระดับของเขาไปไกลเกินไป!
“นี่มันบ้าชัดๆ!” ซู่หมิงกัดฟันแน่น เขามองไปยังสัตว์ประหลาดหินที่กำลังเตรียมโจมตีอีกครั้ง แสงสีแดงในดวงตาของมันดูดุร้ายและแข็งกร้าว
เขาต้องหนี? แต่จะหนีได้อย่างไรเมื่อศัตรูแข็งแกร่งถึงเพียงนี้? หรือว่าเขาจะต้องใช้พลังเทพเจ้าที่เพิ่งได้รับมานี้ให้ถึงขีดสุด?
“ระบบเทพเจ้า: ภารกิจเร่งด่วน! เอาชีวิตรอดจากการโจมตีของผู้พิทักษ์หินโบราณ!” “ระบบเทพเจ้า: รางวัล: ประสบการณ์ 1000, กล่องสมบัติหายาก (ขั้นต่ำ), คำแนะนำในการปลุกพลังที่แท้จริง!”
ภารกิจเร่งด่วนปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเขา รางวัลล่อตาล่อใจ แต่ความตายก็อยู่แค่เอื้อม ซู่หมิงรู้ดีว่านี่คือบททดสอบครั้งแรกหลังจากที่เขาได้รับพลังเทพเจ้า เขาต้องผ่านมันไปให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม
แต่จะทำอย่างไรกับศัตรูระดับ 15 ที่แข็งแกร่งกว่าเขาเป็นสิบเท่า? พลังเทพเจ้าของเขากำลังฟื้นฟูช้าๆ แต่ไม่ทันการ เขาเหลือทางเลือกไม่มากนัก นอกจากจะสู้… หรือจะพึ่งพาสิ่งที่ยังไม่ถูกปลดล็อกในตัวเขาอย่างสิ้นหวัง

ยุทธภพระบบเทพเจ้า
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก