ยุทธภพระบบเทพเจ้า

ตอนที่ 3 — หนีเงื้อมมือมรณะ, ระบบชี้นำหนทาง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

362 ตอน · 1,423 คำ

สายตาของซู่หมิงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ร่างกายของเขาแข็งทื่อ ใบหน้าซีดเผือดราวกับไร้โลหิต ทุกเซลล์ประสาทกรีดร้องเตือนถึงอันตรายที่ไม่อาจต้านทานได้ สัตว์อสูรเบื้องหน้าเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าพรั่นพรึงอย่างแท้จริง ตัวมันใหญ่โตมหึมา สูงราวสามเมตร ลำตัวกำยำปกคลุมด้วยขนสีดำสนิทราวกับความมืดมิด ‌มีกล้ามเนื้อที่บิดเป็นเกลียวประหนึ่งเหล็กกล้า เขี้ยวแหลมคมสีงาช้างยื่นออกมาจากปากกว้างใหญ่ ดวงตาคู่หนึ่งเรืองแสงสีแดงฉานประดุจถ่านไฟที่ลุกโชน ราวกับเปลวเพลิงนรกที่สะท้อนความตาย มันคือ ‘พยัคฆ์ทมิฬอัสนีบาต’ ระดับ 15! ​คำว่า ‘ระดับ 15’ ก้องกังวานในหัวของซู่หมิงซ้ำไปซ้ำมา มันห่างไกลจาก ‘หมาป่าเขี้ยวดำ’ ระดับ 3 ‍ที่เขาเพิ่งเอาชนะมาได้ด้วยความยากลำบากราวกับฟ้ากับเหว ทุกเส้นใยในตัวเขากำลังสั่งให้วิ่งหนี วิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!

แต่ร่างกายของเขากลับไม่ขยับ ราวกับถูกแรงกดดันมหาศาลจากอสูรร้ายตรงหน้าตรึงไว้ พยัคฆ์ทมิฬอัสนีบาตขยับตัวเพียงเล็กน้อย กล้ามเนื้ออันน่าเกรงขามของมันกระเพื่อมเบาๆ มันไม่ได้พุ่งเข้าใส่ทันที เพียงแค่จ้องมองมายังซู่หมิงด้วยสายตาเย็นชา ‌คล้ายกับการจ้องมองเหยื่อที่อยู่ในกำมือแล้ว มันมั่นใจในพลังของตัวเองอย่างที่สุด จนไม่มีความจำเป็นต้องเร่งรีบ ทันใดนั้น เสียงคำรามต่ำๆ ที่สั่นสะเทือนป่าก็ดังขึ้นจากลำคอของมัน แม้จะเป็นเพียงเสียงขู่ แต่คลื่นเสียงนั้นกลับกระแทกใส่โสตประสาทของซู่หมิงอย่างรุนแรงจนแก้วหูอื้ออึง ‍หัวใจของเขาเต้นรัวราวกับกลองศึก ความกลัวอันดิบเถื่อนเข้าครอบงำ

“ระบบ! มีอะไรช่วยได้บ้าง!” ซู่หมิงตะโกนในใจอย่างบ้าคลั่ง

[สิ่งมีชีวิต: พยัคฆ์ทมิฬอัสนีบาต (ระดับ 15)] [สถานะ: มุ่งร้าย ​(ระดับต่ำ)] [คำแนะนำ: ผู้ใช้ไม่สามารถเอาชนะสิ่งมีชีวิตนี้ได้ โปรดทำการหลบหนีในทันที]

คำแนะนำของระบบยิ่งตอกย้ำความสิ้นหวัง แต่คำว่า ‘มุ่งร้าย (ระดับต่ำ)’ ทำให้ซู่หมิงฉุกคิดได้ มันยังไม่ได้คิดจะฆ่าเขาในทันที ​เพียงแค่มองว่าเป็นของเล่น หรืออาจจะยังไม่ได้ตัดสินใจ ซู่หมิงรวบรวมสติทั้งหมดที่มี กระตุ้นพลังภายในให้ไหลเวียน เขายังมีแต้มสถานะที่ยังไม่ได้ใช้ และยังมีทักษะ ‘วิ่งหนี’ ที่ติดตัวมา ​แต่การจะเปิดใช้งานระบบในสภาพที่สติแตกเช่นนี้เป็นเรื่องยากลำบากเหลือเกิน!

ในเสี้ยววินาทีที่พยัคฆ์ทมิฬอัสนีบาตก้าวเท้าหน้าไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ซู่หมิงได้สติ เขาตะโกนก้องในใจ “ใช้แต้มสถานะทั้งหมดลงใน ‘ความคล่องตัว’! เปิดใช้งานทักษะ ‘วิ่งหนี’!”

[ใช้แต้มสถานะ 5 แต้มลงในความคล่องตัวสำเร็จ] [ความคล่องตัว: 15 (+5)] [ทักษะ ‘วิ่งหนี’ เปิดใช้งาน]

วินาทีที่เสียงของระบบสิ้นสุดลง ซู่หมิงสัมผัสได้ถึงพลังที่พุ่งพล่านไปทั่วร่างกาย ความรู้สึกเบาราวขนนกแล่นผ่านจากปลายเท้าจรดศีรษะ กล้ามเนื้อขาที่อ่อนล้ากลับมามีพละกำลังเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เขาสปริงตัวออกไปจากริมลำธารราวกับลูกธนูที่หลุดจากคันธนู ไม่ได้พุ่งตรงไปข้างหน้า แต่พุ่งเข้าสู่พุ่มไม้ทึบที่ปกคลุมด้วยเถาวัลย์หนาแน่นที่อยู่ด้านข้าง ด้วยความหวังว่าจะใช้สภาพแวดล้อมช่วยบดบังการมองเห็นและชะลอการไล่ตามของสัตว์อสูรยักษ์

พยัคฆ์ทมิฬอัสนีบาตดูเหมือนจะประหลาดใจเล็กน้อยกับความเร็วที่เขาแสดงออกมา มันเงยหน้าขึ้นและส่งเสียงคำรามกึกก้องที่แตกต่างจากเดิม เสียงคำรามนี้เต็มไปด้วยโทสะและอำนาจ คลื่นเสียงอัดแน่นจนใบไม้รอบข้างปลิวว่อน พลังเวทมนตร์สีดำอมม่วงราวกับสายฟ้าแลบแปลบปลาบไปทั่วร่างของมัน ก่อนที่มันจะพุ่งตามมาด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ ร่างมหึมาของมันพุ่งทะลุผ่านพุ่มไม้และต้นไม้เล็กๆ อย่างง่ายดาย ไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านแม้แต่น้อย ราวกับสิ่งกีดขวางเหล่านั้นเป็นเพียงภาพลวงตา

ซู่หมิงวิ่งสุดชีวิต เขากระโจนข้ามท่อนไม้ที่ล้มระเนระนาด หลบหลีกกิ่งไม้ที่ห้อยระย้า และใช้มือปัดป่ายเถาวัลย์ที่เกี่ยวพัน พลังจากทักษะ ‘วิ่งหนี’ และความคล่องตัวที่เพิ่มขึ้นทำให้เขามีความเร็วและปฏิกิริยาตอบสนองที่เหนือมนุษย์ เขาสามารถหลบหลีกการพุ่งชนของต้นไม้ที่ถูกพยัคฆ์ทมิฬอัสนีบาตชนล้มมาได้หลายครั้ง หางของพยัคฆ์ทมิฬที่สะบัดกวาดใกล้ตัวเขาหลายครั้งจนสัมผัสได้ถึงแรงลมที่พัดผ่าน ซู่หมิงรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่หน้าอกและแขนจากกิ่งไม้ที่ขูดขีด แต่ความเจ็บปวดนั้นกลับถูกความกลัวที่กำลังบ้าคลั่งกลบฝังไปจนหมดสิ้น

เขาต้องหาที่ซ่อน! ที่ที่ร่างกายอันใหญ่โตของพยัคฆ์ทมิฬไม่สามารถตามเข้ามาได้! เขาวิ่งเข้าสู่พื้นที่ที่เต็มไปด้วยหินผาและซอกหินแคบๆ เส้นทางนี้เต็มไปด้วยก้อนหินแหลมคมที่ยื่นออกมาและช่องว่างแคบๆ ที่ต้องบิดตัวลอดผ่าน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับร่างมหึมาของสัตว์อสูร ซู่หมิงใช้ความได้เปรียบนี้อย่างเต็มที่ เขาลอดผ่านช่องว่างที่แคบราวกับจะติด หลบซ่อนหลังก้อนหินขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยมอสส์สีเขียวชอุ่ม พยัคฆ์ทมิฬอัสนีบาตคำรามอย่างกราดเกรี้ยว มันใช้กรงเล็บตะปบก้อนหินขนาดเท่าตัวเขาจนแตกเป็นเสี่ยงๆ แรงสะท้อนจากกรงเล็บของมันทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน ซู่หมิงรู้สึกได้ถึงฝุ่นหินที่ปลิวมาโดนใบหน้า แต่เขาก็ยังคงวิ่งต่อไป ไม่หยุดพัก ไม่หันกลับไปมอง

ในขณะที่เขากำลังจะสิ้นเรี่ยวแรง ดวงตาของเขาก็เหลือบไปเห็นซอกหินเล็กๆ ที่แทบจะมองไม่เห็น มันเป็นรอยแยกในหน้าผาที่เล็กเกินกว่าที่สัตว์อสูรระดับ 15 จะเข้าไปได้ ซู่หมิงไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้าไปในรอยแยกนั้นอย่างไม่ลังเล ร่างกายของเขาเบียดเสียดกับหินผาจนรู้สึกเจ็บปวดไปหมด แต่เขาก็ยังดันตัวเองให้ลึกเข้าไปอีกเรื่อยๆ จนกระทั่งรอยแยกนั้นเปิดออกเป็นช่องว่างเล็กๆ ที่พอจะให้เขานั่งยองๆ ได้ เขาหอบหายใจอย่างหนัก หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก เหงื่อท่วมกายราวกับเพิ่งถูกลากขึ้นมาจากแม่น้ำ ซู่หมิงซบใบหน้าลงกับเข่า พยายามควบคุมลมหายใจที่กระจัดกระจายและเสียงหัวใจที่เต้นโครมคราม

เสียงคำรามของพยัคฆ์ทมิฬอัสนีบาตยังคงดังก้องอยู่ด้านนอก แต่ดูเหมือนมันจะไม่สามารถตามเข้ามาในซอกหินนี้ได้ ซู่หมิงได้ยินเสียงกรงเล็บขูดกับหินผา เสียงขู่ฟ่อๆ และเสียงคำรามอย่างหงุดหงิดที่ดังสนั่น เขาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน อาจจะแค่สิบนาที หรืออาจจะเป็นชั่วโมง เสียงของสัตว์อสูรก็ค่อยๆ เงียบลงและห่างออกไปในที่สุด ซู่หมิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองไปยังปากซอกหินอย่างระมัดระวัง เขาไม่เห็นเงาของสัตว์อสูรร้ายอีกต่อไป เหลือเพียงความเงียบสงัดที่เข้าปกคลุม

“รอดแล้ว...” คำพูดนี้ผุดขึ้นในใจของเขาอย่างแผ่วเบา เป็นความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความโล่งใจอย่างที่สุดและความรู้สึกราวกับวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง ร่างกายของเขาอ่อนเปลี้ยเพลียแรงจนแทบจะไม่มีแรงขยับ ซู่หมิงเปิดหน้าต่างสถานะของระบบขึ้นมาดูอีกครั้ง

[ชื่อ: ซู่หมิง] [ระดับ: 2 (20/200)] [เผ่าพันธุ์: มนุษย์] [พลังชีวิต: 80/100] [พลังปราณ: 80/100] [สถานะ: ความแข็งแกร่ง: 5 ความคล่องตัว: 15 ความอึด: 10 สติปัญญา: 13] [แต้มสถานะ: 0] [ทักษะ: วิ่งหนี (ระดับ 1): เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ 20% และลดความเหนื่อยล้า 10% ขณะวิ่ง (กำลังเปิดใช้งาน) กรงเล็บพยัคฆ์ทมิฬ (ระดับ 1): โจมตีเป้าหมายด้วยกรงเล็บอันดุดัน สร้างความเสียหายทางกายภาพ 120% ของพลังโจมตี (10 พลังปราณ/ครั้ง) มองทะลุ (ระดับ 1): ตรวจสอบข้อมูลสิ่งมีชีวิตหรือวัตถุ (1 พลังปราณ/ครั้ง) ภาษาโบราณ (ระดับ 1): สามารถอ่านและเข้าใจภาษาโบราณได้ (ติดตัวตลอดเวลา)] [แต้มทักษะ: 0] [เงิน: 3 เหรียญทองแดง]

เขาเหลือพลังชีวิตและพลังปราณอยู่แค่ 80 หน่วยจากการใช้ทักษะวิ่งหนีอย่างต่อเนื่องและความเหนื่อยล้าจากการวิ่งหนีเอาชีวิตรอด การได้แต้มสถานะมา 5 แต้มและลงไปที่ความคล่องตัวในช่วงเวลาคับขันนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยชีวิตเขาไว้ได้ ซู่หมิงพิงหลังกับผนังหินเย็นเฉียบ ภาพของพยัคฆ์ทมิฬอัสนีบาตยังคงติดตา ไม่ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหน เขาก็ยังเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งในโลกที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรร้ายที่แข็งแกร่งกว่าเขาเป็นสิบๆ เท่า

“โลกนี้มันโหดร้ายกว่าที่คิดไว้มาก” ซู่หมิงพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่า “ฉันต้องแข็งแกร่งขึ้น เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”

ประสบการณ์เฉียดตายครั้งนี้ทำให้ซู่หมิงตระหนักรู้ถึงความเป็นจริงอันโหดร้ายของโลกใบนี้อย่างลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม เขาไม่สามารถพึ่งพาระบบในการหนีรอดไปได้ตลอด เขาต้องมีพลังที่จะยืนหยัดด้วยตัวเอง ยืนหยัดที่จะเผชิญหน้ากับอันตราย ไม่ใช่แค่หนีไปวันๆ ซู่หมิงใช้เวลาพักฟื้นในซอกหินนั้นนานหลายชั่วโมง จนกระทั่งพลังชีวิตและพลังปราณของเขากลับมาเต็มอีกครั้ง พร้อมกับความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่งขึ้นในดวงตา

เมื่อรู้สึกว่าปลอดภัยพอ ซู่หมิงค่อยๆ คลานออกจากซอกหิน เขาตรวจสอบสภาพแวดล้อมอย่างรอบคอบ ทุกเสียงใบไม้ไหว ทุกเงาไม้เคลื่อนไหวก็ทำให้เขาระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ เขาจะต้องหาเส้นทางออกจากป่าลึกนี้ และต้องหาแหล่งน้ำและอาหาร เขาจะใช้ชีวิตรอดอยู่ได้ในโลกที่ไม่รู้จักแห่งนี้ได้อย่างไร? เขาไม่มีความรู้เรื่องภูมิศาสตร์ ไม่มีแผนที่ ไม่มีอุปกรณ์ใดๆ สิ่งเดียวที่เขามีคือระบบเทพเจ้าและความฉลาดของตัวเอง

ซู่หมิงตัดสินใจมุ่งหน้าลงไปทางใต้ โดยหวังว่าจะเจอแม่น้ำหรือลำธารที่ใหญ่ขึ้นซึ่งอาจจะนำไปสู่ที่ที่มีผู้คนอาศัยอยู่ เขาเดินอย่างเงียบเชียบ พยายามไม่ส่งเสียงดัง สองมือจับกิ่งไม้ที่เขาหักมาใช้แทนกระบองอย่างมั่นคง พร้อมที่จะป้องกันตัวเองหากมีอันตรายเข้ามาใกล้ การเดินทางในช่วงบ่ายเป็นไปอย่างระมัดระวัง เขาใช้ทักษะ ‘มองทะลุ’ กับพุ่มไม้และหินแปลกๆ ที่เขาเจอ เพื่อทำความเข้าใจกับโลกนี้ให้มากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นแค่ข้อมูลพื้นฐานของพืชและแร่ธาตุธรรมดาๆ

เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง ขอบฟ้าก็ถูกย้อมด้วยสีส้มอมแดง ซู่หมิงเดินมาถึงบริเวณที่เป็นหุบเหวเล็กๆ ที่ด้านล่างมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมหนาแน่นกว่าปกติ แต่สิ่งที่ทำให้เขาหยุดชะงักและเบิกตากว้างคือสิ่งที่เขาเห็นอยู่ตรงกลางหุบเหวนั้น

มันไม่ใช่เพียงแค่ป่าทึบ แต่เป็นซากปรักหักพังขนาดใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์และมอสส์ กำแพงหินสีเทาที่พังทลายลงบางส่วน เสาหินแกะสลักลวดลายแปลกตาที่ยังคงยืนหยัดอย่างโดดเด่น แม้จะผุพังไปตามกาลเวลา ตรงกลางของซากปรักหักพังมีโครงสร้างคล้ายแท่นบูชาหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่ แท่นบูชานั้นดูเหมือนทำจากหินสีดำสนิท มีรอยแกะสลักคล้ายอักษรโบราณที่เรืองแสงสีม่วงอ่อนๆ สลับกับสีเขียวขี้ม้าจางๆ ในยามพลบค่ำ บรรยากาศรอบๆ แท่นบูชานั้นเต็มไปด้วยพลังงานบางอย่างที่ยากจะอธิบาย คล้ายกับความลึกลับโบราณที่กำลังรอคอยการค้นพบ

“ที่นี่มันอะไรกัน?” ซู่หมิงพึมพำ เขาใช้ทักษะ ‘มองทะลุ’ ทันทีที่มองเห็นซากปรักหักพังนั้น แต่ระบบกลับไม่ให้ข้อมูลใดๆ นอกจากคำว่า ‘ซากปรักหักพังโบราณ – ไม่สามารถระบุได้’ ราวกับว่าแม้แต่ระบบเองก็ยังไม่สามารถถอดรหัสความลับของสถานที่แห่งนี้ได้

แรงดึงดูดจากแท่นบูชาหินนั้นรุนแรงจนซู่หมิงรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังไหลเวียนอยู่รอบๆ มันเป็นความรู้สึกที่ทั้งน่ากลัวและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน ความอยากรู้อยากเห็นเข้าครอบงำหัวใจของเขา เขาตัดสินใจที่จะเข้าไปใกล้แท่นบูชานั้นให้มากขึ้น

เขาก้าวลงไปยังหุบเหวอย่างระมัดระวัง แต่ในขณะที่เขากำลังก้าวเท้าลงสู่พื้นที่หุบเหวนั้น จู่ๆ ก็มีเงาดำขนาดใหญ่พุ่งวาบผ่านสายตา ซู่หมิงรู้สึกถึงอันตรายอย่างฉับพลัน ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง เขาพุ่งตัวหลบอย่างรวดเร็วโดยสัญชาตญาณ แต่ก็ไม่ทัน ร่างกายของเขาถูกกระแทกอย่างแรงจากด้านข้าง ทำให้เซถลาล้มลง เสียงคำรามอันน่าขนลุกดังขึ้นเหนือศีรษะ ซู่หมิงเงยหน้าขึ้นมองด้วยความหวาดกลัว และสิ่งที่เขาเห็นคือสัตว์อสูรอีกตัวหนึ่งที่ซุ่มรออยู่ มันมีรูปร่างคล้ายลิงขนาดใหญ่ ผิวหนังสีเทาเข้ม มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ดวงตาสีเหลืองอำพันจ้องมองมายังเขาด้วยความหิวกระหาย และที่น่าตกใจคือ ร่างกายของมันมีหินงอกเล็กๆ ปกคลุมอยู่ประปรายคล้ายเกราะธรรมชาติ และมันมีระดับ... ระดับ 10!

“อะไรอีกล่ะเนี่ย!” ซู่หมิงร้องในใจอย่างสิ้นหวัง อสูรลิงหินระดับ 10 กระโจนเข้าใส่เขาอีกครั้งโดยไม่รอช้า...

แต่คราวนี้ ซู่หมิงไม่คิดที่จะหนีอีกต่อไปแล้ว ดวงตาของเขาฉายแววความมุ่งมั่น มือของเขาที่จับกิ่งไม้ไว้แน่น กำลังจะเผชิญหน้ากับการต่อสู้ครั้งใหม่ที่เขาจะต้องชนะให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม.

หน้านิยาย
หน้านิยาย

ยุทธภพระบบเทพเจ้า

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!