ลมหนาวพัดโชยกระทบใบหน้าของซู่หมิง สันหลังของเขาวาบเย็นเมื่อเผชิญหน้ากับวานรศิลา ทว่าคราวนี้ไม่ใช่ความกลัว หากเป็นความตื่นเต้นระคนกดดัน กรงเล็บหินขนาดใหญ่เท่าโล่พุ่งเข้าใส่เขาอย่างรวดเร็วเกินคาด ซู่หมิงรีบกระโดดหลบไปด้านข้าง พลางกลิ้งตัวเข้าสู่ซากเสาหินที่ล้มครืน เขาสัมผัสได้ถึงแรงกระแทกจากกรงเล็บของวานรศิลาที่ฟาดลงบนพื้นดิน หินแตกกระจายราวกับลูกระเบิด
“เร็วมาก!” ซู่หมิงพึมพำกับตัวเอง สัญชาตญาณเอาตัวรอดของเขาตื่นตัวเต็มที่ ทุกเส้นใยประสาทตึงเครียด สายตาคมกริบจับจ้องไปที่วานรศิลา ตัวของมันสูงกว่าสองเมตร มีขนสีเทาหนาแน่นดุจเกราะ เพลิงแห่งความเกรี้ยวกราดฉายชัดในดวงตาสีแดงฉาน มันไม่ใช่แค่สัตว์อสูรระดับ 10 ทั่วไป แต่มันเป็นนักล่าที่ดุดันและเชี่ยวชาญการต่อสู้ ซู่หมิงรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างของมัน
“ระบบ!” ซู่หมิงเรียกในใจ “วิเคราะห์ข้อมูลของวานรศิลา!”
[วานรศิลา – ระดับ 10] [เผ่าพันธุ์: สัตว์อสูรหินกลายพันธุ์] [พลังชีวิต: 1,500/1,500] [พลังโจมตี: 120] [พลังป้องกัน: 80] [ทักษะ: ฝ่ามือวานรคลั่ง, กระโดดทลายปฐพี, เกราะหินแกร่ง] [จุดอ่อน: ความเร็วในการฟื้นตัว, ช่องว่างในการโจมตีระยะประชิด]
ซู่หมิงขมวดคิ้ว ข้อมูลที่ได้มาทำให้เขายิ่งตระหนักถึงความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้ พลังชีวิต 1,500 จุด และพลังโจมตี 120 ในขณะที่เขามีพลังชีวิตเพียง 200 และพลังโจมตีพื้นฐานแค่ 15 ทว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือจุดอ่อนที่ระบบชี้ให้เห็น “ช่องว่างในการโจมตีระยะประชิด” หมายความว่าถ้าเขาสามารถเข้าถึงตัวมันได้ มันจะมีจุดที่ป้องกันได้ไม่ดีพอ
วานรศิลาคำรามก้อง หินที่อยู่รอบตัวมันสั่นสะเทือน มันกระโจนเข้าใส่ซู่หมิงอีกครั้งด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิม คราวนี้มันใช้ทักษะ “ฝ่ามือวานรคลั่ง” กรงเล็บทั้งสองข้างฟาดฟันเข้าหาซู่หมิงเป็นพายุ ซู่หมิงไม่รอช้า พลังกายที่ได้รับจากระบบทำให้เขามีปฏิกิริยาตอบสนองที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป เขาหลบซ้ายทีขวาที พลางปัดป้องด้วยแขนที่แข็งแกร่งขึ้น ทว่าแม้จะหลบได้ วานรศิลาก็ยังสามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดินผ่านการฟาดฟัน ส่งผลให้ซู่หมิงกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว
“ตุบ!”
แผ่นหลังของซู่หมิงชนเข้ากับซากเสาหินขนาดใหญ่ เขารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แล่นไปทั่วร่าง พลังชีวิตลดลงไป 20 หน่วย เหลือ 180 ทว่าดวงตาของเขายิ่งฉายแววมุ่งมั่น เขารู้ว่าการตั้งรับอย่างเดียวไม่ใช่ทางออก
“ถ้าต้องสู้ ก็ต้องสู้ให้สุด!”
เขาตัดสินใจสวนกลับ เมื่อวานรศิลากำลังเงื้อกรงเล็บขึ้น เตรียมฟาดลงมาเป็นครั้งสุดท้าย ซู่หมิงใช้ช่วงเวลาที่ร่างกายของมันเปิดออกเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อพุ่งเข้าใส่ เขาพุ่งตัวเข้าไปใต้แขนของวานรศิลาทันที โดยอาศัยความเร็วที่เพิ่มขึ้น พุ่งตรงไปยังช่องว่างที่ระบบได้ชี้แนะเอาไว้ นั่นคือบริเวณข้อต่อขาหลังของมัน
“ฟึ่บ!”
มีดสั้นที่เขาเก็บมาจากโลกเดิมถูกชักออกมาอย่างรวดเร็ว แสงสะท้อนจากคมมีดวูบไหวราวกับสายฟ้า ซู่หมิงทุ่มพลังทั้งหมดที่มี แทงมีดเข้าที่ข้อต่อขาของวานรศิลาอย่างสุดแรง
[ได้รับความเสียหาย 50 หน่วย!]
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นในหัว พลังโจมตีพื้นฐานของเขาคือ 15 แต่ด้วยการแทงเข้าจุดอ่อน มันสร้างความเสียหายได้มากกว่าปกติ วานรศิลากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด มันกระโดดถอยหลังทันที ดวงตาสีแดงจ้องมองซู่หมิงด้วยความโกรธแค้น มันไม่เคยบาดเจ็บจากสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอเช่นนี้มาก่อน
“ได้ผล!” ซู่หมิงยิ้มมุมปาก เขาเริ่มเข้าใจวิธีการต่อสู้ในโลกใบนี้แล้ว มันไม่ใช่แค่เรื่องของพลังโจมตี แต่เป็นเรื่องของการใช้ไหวพริบและข้อมูลที่ระบบมอบให้
วานรศิลาไม่รอช้า มันใช้ทักษะ “กระโดดทลายปฐพี” ร่างกายอันหนักอึ้งของมันกระโดดขึ้นสูงเหนือซู่หมิง ก่อนจะทิ้งตัวลงมาพร้อมกับพลังทำลายล้างมหาศาล ซู่หมิงรู้ดีว่าเขาไม่สามารถรับการโจมตีนี้ได้ เขาจึงกลิ้งตัวหลบออกไปจากจุดที่มันจะตกถึงพื้น แต่คราวนี้เขาไม่ได้ถอยห่างไปมากนัก เขากลับใช้จังหวะนั้นพุ่งเข้าใกล้ตัววานรศิลาอีกครั้ง
“ตูม!”
พื้นดินยุบตัวเป็นหลุมขนาดใหญ่ แรงระเบิดของฝุ่นควันและหินแตกกระจายไปทั่ว ซู่หมิงหลบพ้นมาได้อย่างเฉียดฉิว แต่ลมกระแทกจากทักษะทำให้พลังชีวิตของเขาลดลงไปอีก 10 หน่วย เหลือ 170 ทว่าในขณะที่วานรศิลากำลังจะตั้งหลัก เขาก็พุ่งเข้าถึงตัวมันอีกครั้งอย่างรวดเร็ว เขาเล็งเป้าหมายเดิม นั่นคือข้อต่อขาหลังของมัน
“ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!”
มีดสั้นในมือซู่หมิงกลายเป็นพายุคมมีด แทงซ้ำไปที่จุดเดิมสามครั้งติดต่อกันอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทุกการโจมตีสร้างความเสียหายได้มากกว่าที่คาด
[ได้รับความเสียหาย 60 หน่วย!] [ได้รับความเสียหาย 65 หน่วย!] [ได้รับความเสียหาย 70 หน่วย!]
วานรศิลากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดรุนแรง ขาหลังของมันเริ่มอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด การเคลื่อนไหวของมันช้าลง พลังชีวิตของมันลดลงอย่างรวดเร็วเหลือเพียง 1,255 หน่วย ซู่หมิงรู้ว่านี่คือโอกาสทอง เขาไม่สามารถปล่อยให้มันฟื้นตัวได้
ทว่าวานรศิลาไม่ใช่สัตว์อสูรโง่งม เมื่อมันตระหนักถึงความร้ายกาจของซู่หมิง มันก็เปลี่ยนกลยุทธ์ มันยกแขนขึ้นตั้งรับ ทำให้ซู่หมิงไม่สามารถเข้าถึงจุดอ่อนได้ง่ายๆ และเริ่มใช้ทักษะ “เกราะหินแกร่ง” ร่างกายของมันเรืองแสงสีเทาเข้ม พลังป้องกันเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ระบบ!” ซู่หมิงเรียก “วิเคราะห์ทักษะ ‘เกราะหินแกร่ง’!”
[ทักษะ: เกราะหินแกร่ง – เพิ่มพลังป้องกัน 50 หน่วย เป็นเวลา 30 วินาที]
ซู่หมิงขมวดคิ้ว ตอนนี้วานรศิลามีพลังป้องกัน 130 หน่วย การโจมตีของเขาแทบจะไม่สร้างความเสียหายใดๆ เลย “ต้องทำอะไรสักอย่าง!” เขาคิด
ในขณะที่ซู่หมิงกำลังหาทางรับมือ วานรศิลาก็ใช้จังหวะนั้นเงื้อหมัดหินขนาดมหึมาเตรียมทุบลงมา ซู่หมิงหลบไม่พ้นแน่ในระยะประชิดนี้ เขาตัดสินใจใช้สัญชาตญาณ พลังงานแปลกประหลาดที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายพลุ่งพล่านออกมา เขารู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน
[ปลดล็อกทักษะ: <พยัคฆ์เงาพุ่งทะยาน> (Shadow Tiger Lunge) ระดับ 1] [คำอธิบาย: พุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงราวกับพยัคฆ์เงา สร้างความเสียหายกายภาพ 150% ของพลังโจมตีพื้นฐานไปยังเป้าหมายที่อยู่ในแนวตรง ใช้พลังกาย 10 หน่วย คูลดาวน์ 10 วินาที]
“พยัคฆ์เงาพุ่งทะยาน!” ซู่หมิงไม่ลังเล เขาใช้ทักษะใหม่ทันที ร่างกายของเขาพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เหนือจริง ราวกับภาพลวงตา เขาทะลุผ่านแนวป้องกันของวานรศิลา และมีดสั้นในมือก็แทงเข้าที่หน้าอกของมันอย่างจัง
[ได้รับความเสียหาย 22 หน่วย!]
ตัวเลขความเสียหายปรากฏขึ้น แม้จะถูกลดทอนด้วยเกราะหิน แต่การโจมตีนี้ก็ยังสร้างความเสียหายได้มากกว่าการโจมตีปกติหลายเท่า วานรศิลากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดรุนแรงอีกครั้ง มันไม่คาดคิดว่าซู่หมิงจะมีทักษะแบบนี้ พลังชีวิตของมันลดลงเหลือ 1,233 หน่วย
“เยี่ยม!” ซู่หมิงยิ้มกว้าง เขาเริ่มสนุกกับการต่อสู้นี้แล้ว ทักษะใหม่นี้ช่วยให้เขาสามารถทะลุทะลวงการป้องกันของวานรศิลาได้ เขาใช้จังหวะที่วานรศิลาชะงัก พุ่งเข้าโจมตีมันอย่างไม่หยุดยั้ง พยัคฆ์เงาพุ่งทะยานถูกใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่มันพุ่งเข้าโจมตี วานรศิลาจะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ซู่หมิงรู้สึกเหนื่อยล้า พลังกายของเขาลดลงอย่างรวดเร็ว แต่พลังชีวิตของวานรศิลาก็ลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ตอนนี้มันเหลือพลังชีวิตเพียง 200 หน่วย มันพยายามจะหนี แต่ขาของมันบาดเจ็บหนักเกินไปแล้ว ซู่หมิงรู้ว่านี่คือช่วงเวลาตัดสิน เขาไม่สามารถปล่อยให้มันรอดไปได้
“พยัคฆ์เงาพุ่งทะยาน!” เขาใช้ทักษะสุดท้ายที่เหลืออยู่ พลังกายของเขาลดลงเหลือเพียง 5 หน่วย แต่มีดสั้นของเขาก็พุ่งเข้าเสียบทะลุหัวใจของวานรศิลาอย่างจัง
[ได้รับความเสียหาย 25 หน่วย!] [ได้รับความเสียหาย 25 หน่วย!] [ได้รับความเสียหาย 25 หน่วย!]
การโจมตีครั้งสุดท้ายที่รวดเร็วและรุนแรง ทำให้ร่างของวานรศิลาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ก่อนที่ดวงตาของมันจะดับวูบลง พร้อมกับเสียง “โครม!” ร่างกายอันมหึมาของมันล้มลงกระแทกพื้น ฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
[ท่านสังหารวานรศิลา – ระดับ 10 ได้สำเร็จ!] [ได้รับค่าประสบการณ์ 500 หน่วย!] [ได้รับ: แกนพลังงานวานรศิลา (ระดับกลาง) x1] [ได้รับ: หินเวทมนตร์ระดับต่ำ x3] [ได้รับ: หนังวานรศิลาคุณภาพดี x1] [เลเวลอัพ! ซู่หมิง – ระดับ 2!] [ได้รับสถานะพื้นฐาน: พลังกาย +5, ความแข็งแกร่ง +5, ความเร็ว +5, สติปัญญา +5] [ได้รับแต้มสถานะที่ยังไม่ได้จัดสรร: 5 หน่วย] [ได้รับแต้มทักษะที่ยังไม่ได้จัดสรร: 1 หน่วย]
ซู่หมิงทรุดตัวลงกับพื้น หอบหายใจอย่างหนัก เหงื่อกาฬไหลท่วมกาย ทว่าในใจกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและภูมิใจ เขาทำได้! เขาเอาชนะสัตว์อสูรระดับ 10 ได้ด้วยตัวเอง และเขาก็เลื่อนระดับแล้ว! นี่คือการยืนยันว่าเขาแข็งแกร่งขึ้น และสามารถเอาตัวรอดในโลกใบนี้ได้
“ระบบ!” ซู่หมิงเรียกอย่างรวดเร็ว “เปิดหน้าต่างสถานะ!”
[ซู่หมิง – ระดับ 2] [เผ่าพันธุ์: มนุษย์] [พลังชีวิต: 250/250] [พลังกาย: 30 (+5)] [ความแข็งแกร่ง: 30 (+5)] [ความเร็ว: 30 (+5)] [สติปัญญา: 30 (+5)] [แต้มสถานะที่ยังไม่ได้จัดสรร: 5 หน่วย] [แต้มทักษะที่ยังไม่ได้จัดสรร: 1 หน่วย] [ทักษะ: <พยัคฆ์เงาพุ่งทะยาน> (Shadow Tiger Lunge) ระดับ 1] [ระบบเทพเจ้า: เปิดใช้งานฟังก์ชัน <วิเคราะห์>, <สถานะ>, <คลังเก็บของ>]
ซู่หมิงยิ้มกว้าง เขารู้สึกได้ถึงพลังที่ไหลเวียนในกาย เขากระจายแต้มสถานะทั้ง 5 หน่วยไปที่ความเร็วทั้งหมด เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการหลบหลีกและการโจมตี และแต้มทักษะ 1 หน่วย เขาใช้มันอัปเกรด <พยัคฆ์เงาพุ่งทะยาน> เป็นระดับ 2 ทันที
[ทักษะ: <พยัคฆ์เงาพุ่งทะยาน> (Shadow Tiger Lunge) ระดับ 2] [คำอธิบาย: พุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงราวกับพยัคฆ์เงา สร้างความเสียหายกายภาพ 180% ของพลังโจมตีพื้นฐานไปยังเป้าหมายที่อยู่ในแนวตรง ใช้พลังกาย 10 หน่วย คูลดาวน์ 9 วินาที]
การอัปเกรดทักษะทำให้พลังโจมตีและคูลดาวน์ดีขึ้น ซู่หมิงรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง เขาลุกขึ้นยืนและเดินไปที่ซากศพของวานรศิลา เขาเก็บแกนพลังงานวานรศิลา หินเวทมนตร์ และหนังวานรศิลาเข้าสู่คลังเก็บของของระบบ
หลังจากพักหายใจได้ไม่นาน ซู่หมิงก็เหลือบไปเห็นแท่นบูชาลึกลับที่อยู่ใจกลางซากปรักหักพัง ดวงตาของเขามีประกายความอยากรู้อยากเห็น แม้จะรู้ว่ามันอาจเป็นอันตราย แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปสำรวจ มันเป็นแท่นหินโบราณที่แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง มีสัญลักษณ์ประหลาดที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน แผ่ออร่าลึกลับออกมา
เขาค่อยๆ ยื่นมือออกไปสัมผัสแท่นบูชาอย่างระมัดระวัง ทันทีที่ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับพื้นผิวของแท่นบูชา แสงสีทองสว่างจ้าก็พวยพุ่งออกมาจากแท่นหิน แสงนั้นเจิดจ้าเสียจนซู่หมิงต้องหลับตาลง ภาพหลอนประหลาดแล่นผ่านเข้ามาในจิตใจของเขา เป็นภาพของสนามรบโบราณ เทพเจ้าต่อสู้กับปีศาจ ท้องฟ้าฉีกขาด ปฐพีแตกระแหง เสียงคำรามกึกก้อง และเสียงสวดอ้อนวอนของมนุษย์ที่ดังระงม
เมื่อแสงจางลง ซู่หมิงก็ลืมตาขึ้น เขาพบว่าตัวเองยืนอยู่หน้าแท่นบูชาเช่นเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือแท่นบูชานั้นได้เปิดออก เผยให้เห็นทางเดินลับที่นำลงสู่ใต้ดิน มืดมิดและลึกลับ กลิ่นอายโบราณที่รุนแรงกว่าเดิมแผ่ออกมาจากทางเดินนั้น พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่เหมือนจะเรียกหาเขา
[ระบบเทพเจ้าตอบสนองต่อพลังโบราณ!] [เปิดใช้งาน: <มรดกแห่งเทพยุทธ์โบราณ>] [ภารกิจ: สำรวจถ้ำใต้ดินแห่งมรดกเทพยุทธ์] [รางวัล: ???] [บทลงโทษเมื่อล้มเหลว: ???]
ซู่หมิงอ่านข้อความของระบบด้วยความตื่นเต้นและประหม่า มรดกแห่งเทพยุทธ์โบราณ! นี่คือสิ่งที่เขาใฝ่ฝัน! เขากำลังจะก้าวเข้าไปในทางเดินมืดมิดนั้น ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะขยับตัว ทั่วทั้งซากปรักหักพังก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามกึกก้องที่แตกต่างจากวานรศิลาดังขึ้นมาจากใต้พื้นดิน มันเป็นเสียงที่หนักแน่นและโบราณกว่าหลายเท่า ผืนดินรอบตัวเขาทรุดตัวลง เสียงของหินที่ถล่มทลายดังกึกก้อง แสงสว่างจางๆ ส่องมาจากรอยแยกขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นบนพื้นดิน เผยให้เห็นดวงตาสีแดงฉานขนาดมหึมาคู่หนึ่งจ้องมองมาที่เขาอย่างอาฆาตแค้น ราวกับว่าเขาได้ปลุกสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน
“อะไรกันนี่!” ซู่หมิงอุทาน ใบหน้าซีดเผือด เขาเพิ่งจะเอาชนะวานรศิลาได้ แต่สิ่งที่กำลังจะปรากฏออกมานั้นดูเหมือนจะอยู่คนละระดับกันโดยสิ้นเชิง นี่มันตัวอะไรกันแน่!
เสียงคำรามกึกก้องยิ่งขึ้นไปอีก พร้อมกับการสั่นสะเทือนที่รุนแรงจนซู่หมิงแทบจะทรงตัวไม่อยู่ รอยแยกบนพื้นดินขยายตัวออกเรื่อยๆ เผยให้เห็นกรงเล็บหินขนาดใหญ่และเกล็ดหยาบกร้านสีดำสนิทที่โผล่พ้นขึ้นมาจากความมืดเบื้องล่าง มันไม่ใช่แค่วานรศิลาอีกต่อไป แต่มันคือสัตว์อสูรในตำนานที่หลับใหลอยู่ใต้ซากปรักหักพังแห่งนี้ และดูเหมือนว่าการเปิดใช้งานแท่นบูชาของซู่หมิง ได้ปลุกมันให้ตื่นขึ้นมาแล้ว
ซู่หมิงมองไปยังดวงตาสีแดงเพลิงที่เต็มไปด้วยความพิโรธของอสูรหินโบราณที่ค่อยๆ โผล่พ้นขึ้นมาจากพื้นดินทีละน้อย หัวใจของเขาเต้นรัวระส่ำ มือเย็นเฉียบ… เขากำลังจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรกันแน่!

ยุทธภพระบบเทพเจ้า
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก