ยุทธภพระบบเทพเจ้า

ตอนที่ 8 — ก้าวแรกสู่การเอาชีวิตรอด: เงาในป่าลึก

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

362 ตอน · 1,557 คำ

ความมืดมิดที่ไม่อาจหยั่งถึงกลืนกินทุกสิ่ง ซู่หมิงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง หัวใจยังคงเต้นระรัวราวกลองศึกจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อคืนก่อน ร่างกายปวดเมื่อยไปทุกส่วน คล้ายถูกบดขยี้ด้วยแรงมหาศาล เขากะพริบตาถี่ๆ พยายามปรับโฟกัสให้เข้ากับความมืดสลัวรอบกาย กลิ่นดินชื้นและกลิ่นอายของพืชพรรณแปลกประหลาดลอยเข้าจมูก ‌บอกให้รู้ว่าเขายังคงอยู่ในโลกที่ไม่คุ้นเคยนี้ เขาสูดหายใจลึก พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายให้กลับคืนมา ก่อนจะพยุงตัวขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก มองสำรวจรอบกายด้วยความสับสนระคนหวาดกลัว

ป่าทึบรอบตัวเขาแตกต่างจากป่าที่เคยเห็นในโลกเดิมอย่างสิ้นเชิง ราวกับหลุดเข้าไปในภาพวาดเหนือจริง ต้นไม้ยักษ์สูงเสียดฟ้า ลำต้นขนาดมหึมาที่ต้องใช้คนหลายคนโอบถึงจะรอบ ​ปกคลุมด้วยเถาวัลย์เรืองแสงจางๆ สีเขียวมรกตและสีฟ้าอ่อนที่ส่องประกายระยิบระยับในความมืดสลัว พืชพรรณแปลกตาแผ่กิ่งก้านสาขาจนแสงอาทิตย์สาดส่องลงมาได้เพียงรำไร เป็นริ้วๆ แสงที่เล็ดลอดลงมานั้นดูราวกับภาพมายา ดอกไม้บางชนิดเปล่งประกายสีสันสดใสชวนพิศวง ทั้งสีแดงฉานราวเลือด สีม่วงเข้มดุจพลอย ‍และสีทองอร่ามดุจดวงตะวัน แต่ก็แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายอันตรายที่ไม่อาจคาดเดา สัตว์ประหลาดเสียงแหลมกรีดร้องในระยะไกล เสียงนั้นบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท สร้างความหวาดผวาให้แก่จิตใจที่บอบช้ำของเขา เสียงนกร้องที่คุ้นเคยถูกแทนที่ด้วยเสียงคำรามครวญครางของบางสิ่งที่มองไม่เห็น ราวกับโลกทั้งใบถูกปกคลุมด้วยม่านแห่งความลึกลับและอันตราย เขารู้สึกได้ถึงความโดดเดี่ยวและเปราะบางอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ระบบ…” ‌เขาพึมพำเรียกด้วยเสียงแหบพร่า เมื่อคืนก่อน ในช่วงเวลาแห่งความสิ้นหวังสุดขีดที่คิดว่าตนเองคงไม่รอดชีวิต ระบบลึกลับนี้ได้ปรากฏขึ้นในความคิดของเขา มอบความหวังริบหรี่เพียงหนึ่งเดียวที่เขามี หน้าต่างโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้า ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของจิตใจของเขา แสงสีฟ้าอ่อนๆ ‍ของมันช่วยขับไล่ความมืดมิดรอบกายไปได้บ้าง ทำให้เขารู้สึกอุ่นใจขึ้นเล็กน้อย

สถานะผู้ใช้งาน ชื่อ: ซู่หมิง อายุ: 19 เผ่าพันธุ์: มนุษย์ (โลกอื่น) ระดับ: 1 (มรรตัยชน) ฉายา: ​ผู้มาเยือน (ชั่วคราว) พลังชีวิต: 70/100 (บาดเจ็บเล็กน้อย) พลังวิญญาณ: 80/100 พลังกาย: 6 (ต่ำมาก) ความเร็ว: 5 ​(ต่ำมาก) สติปัญญา: 15 (สูง) เสน่ห์: 8 (ปานกลาง)

ความสามารถ

  • ตรวจสอบ (ระดับเริ่มต้น): สามารถวิเคราะห์สิ่งมีชีวิตหรือวัตถุรอบข้างได้ในระดับพื้นฐาน

ทักษะ

  • ​ไม่มี

ไอเทม

  • ไม่มี

แต้มเทพเจ้า: 0

ภารกิจปัจจุบัน: เอาชีวิตรอดในแดนเถื่อนแห่งนี้ (รางวัล: 100 แต้มเทพเจ้า, ปลดล็อกทักษะพื้นฐาน)

ซู่หมิงพยายามทำความเข้าใจข้อมูลที่ปรากฏตรงหน้า ตัวเลขสถานะของเขาช่างน่าอนาถนัก พลังกายและความเร็วอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่า ‘อ่อนแอ’ โดยสิ้นเชิง หากเปรียบเทียบกับมาตรฐานของโลกเดิม เขาก็คงเป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่มีพิษสงอะไรเลย เขาพยักหน้าช้าๆ พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ “อย่างน้อยสติปัญญาก็ยังพอใช้ได้” เขาสรุปด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่มุมปาก ‘ตรวจสอบ’ ดูจะเป็นทักษะเดียวที่พอจะเป็นประโยชน์ในตอนนี้ และมันก็เป็นความหวังเล็กๆ ที่จะช่วยให้เขารอดชีวิตในโลกที่โหดร้ายนี้ได้

ความหิวโหยเริ่มกัดกินกระเพาะอาหารอย่างรุนแรง เสียงท้องร้องครวญครางเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายต้องการพลังงานอย่างเร่งด่วน เขานั่งลงพิงต้นไม้ต้นหนึ่ง พยายามรวบรวมสติและวางแผนการเอาชีวิตรอด ในโลกที่โหดร้ายเช่นนี้ การอยู่เฉยๆ เท่ากับการรอความตาย เขาต้องหาอาหารและน้ำโดยเร็วที่สุด ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ พยายามจดจำลักษณะของพืชพรรณและทิศทางของแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาอย่างจำกัด เขาพยายามใช้ทักษะตรวจสอบกับพืชพรรณรอบตัว แต่ข้อมูลที่ปรากฏก็มีเพียงชื่อและคำเตือนว่า ‘ไม่ทราบคุณสมบัติ’ หรือ ‘อาจเป็นพิษ’ ทำให้เขาไม่กล้าเสี่ยง

เขาตัดสินใจเดินไปทางทิศที่แสงสว่างดูจะส่องลงมามากกว่าที่อื่น เผื่อว่าจะมีทางออก หรืออย่างน้อยก็อาจจะพบแหล่งน้ำที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เขาเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความตื่นตัว ประสาทสัมผัสทุกอย่างถูกกระตุ้นให้ทำงานอย่างเต็มที่ ใบไม้แห้งใต้ฝ่าเท้าส่งเสียงกรอบแกรบราวกับจะประกาศตำแหน่งของเขาให้สิ่งมีชีวิตในป่ารู้ ทำให้เขาต้องเดินอย่างแผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดวงตาจับจ้องไปข้างหน้าอย่างไม่กะพริบ พลางใช้หูคอยฟังเสียงรอบข้างอย่างระแวดระวัง

ไม่นานนัก เสียงน้ำตกกระทบโขดหินแว่วมาตามสายลมเย็น ทำให้ซู่หมิงมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง ร่างกายที่อ่อนล้ากลับมีเรี่ยวแรงขึ้นมาเล็กน้อย เขารีบเร่งฝีเท้าขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังคงไม่ประมาท เพราะเสียงน้ำอาจเป็นสิ่งล่อตาล่อใจสัตว์อสูรก็เป็นได้ ภาพของลำธารใสไหลเอื่อย ปลาน้อยใหญ่ว่ายเวียน และพืชน้ำเขียวขจีปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างน่าอัศจรรย์ ราวกับโอเอซิสกลางทะเลทราย เขาไม่รอช้า รีบก้มลงวักน้ำขึ้นดื่มแก้กระหายทันที ความเย็นชื่นใจไหลผ่านลำคอ บรรเทาความอ่อนล้าได้เป็นอย่างดี เขาดื่มไปหลายอึกจนรู้สึกว่าร่างกายกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ขณะที่เขากำลังดื่มน้ำอย่างเพลิดเพลิน จู่ๆ ขนตามแขนก็ลุกชันขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ สัญชาตญาณเตือนภัยขั้นสูงสุดร้องระงมในจิตใจ เขารีบเงยหน้าขึ้นมองสำรวจรอบกาย ทันใดนั้น เงาร่างสีดำทะมึนหลายตัวก็พุ่งพรวดออกมาจากพุ่มไม้ใกล้เคียง พวกมันมีรูปร่างคล้ายสุนัขป่า แต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก ขนสีดำสนิทราวรัตติกาลที่ดูดกลืนแสง ดวงตาสีแดงฉานเปล่งประกายชั่วร้ายในความมืดมิด เขี้ยวอันแหลมคมยาวเลยขากรรไกรออกมาเล็กน้อย บ่งบอกถึงความเป็นนักล่าอย่างชัดเจน

“หมาป่าเงา!” ซู่หมิงอุทานในใจ เขาเคยอ่านเจอในบันทึกของระบบเบื้องต้นถึงสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ‘หมาป่าเงา’ สัตว์อสูรระดับต่ำที่ออกล่าเป็นฝูงและมีพละกำลังไม่ธรรมดา มันเป็นหนึ่งในสัตว์อสูรที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับผู้เริ่มต้น

“ระบบ! ตรวจสอบ!” เขาสั่งด้วยเสียงกระซิบพลางถอยหลังอย่างรวดเร็ว หน้าต่างสถานะของหมาป่าเงาปรากฏขึ้นทันที

ชื่อ: หมาป่าเงา (สัตว์อสูรระดับต่ำ) ระดับ: 5 พลังชีวิต: 150/150 พลังโจมตี: 30 ความเร็ว: 40 ทักษะพิเศษ: วิ่งในเงา (เคลื่อนที่เร็วขึ้นในพื้นที่ที่มีเงาหนาแน่น), กัดฉีกเนื้อ จุดอ่อน: แสงสว่างจ้า, เสียงความถี่สูง

หมาป่าเงาสามตัวที่ปรากฏตัวขึ้นล้อมกรอบซู่หมิงไว้ พวกมันแยกเขี้ยวคำรามต่ำๆ ในลำคอ ราวกับกำลังหยอกเหยื่อก่อนจะลงมือฉีกทึ้ง “ระดับ 5 สามตัว…ฉันคงไม่รอดแน่” เหงื่อเย็นไหลอาบแผ่นหลัง เขารู้สึกถึงความสิ้นหวังอีกครั้ง ความแตกต่างของระดับพลังช่างห่างไกลกันเหลือเกิน แต่แล้วความมุ่งมั่นก็ฉายแววขึ้นในดวงตา ‘จุดอ่อน: แสงสว่างจ้า, เสียงความถี่สูง’ เขาทวนคำในใจ เขาต้องใช้สติปัญญาของเขา ไม่ใช่พละกำลัง

หมาป่าเงาตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาหมายจะกัดที่ขาของเขา ซู่หมิงเบี่ยงตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด เขาวิ่งวนไปรอบๆ ต้นไม้ใหญ่ พยายามถ่วงเวลาและหาจังหวะ ทักษะ ‘ตรวจสอบ’ บอกให้รู้ว่าสัตว์อสูรเหล่านี้เคลื่อนไหวได้เร็วมาก โดยเฉพาะในเงาไม้ เขาต้องล่อพวกมันออกมาในที่โล่งที่มีแสงสว่างมากกว่านี้

“ฮึ่ม!” หมาป่าเงาอีกตัวกระโดดเข้าใส่จากด้านข้าง ซู่หมิงก้มตัวลงหลบเกือบไม่ทัน กรงเล็บของมันข่วนถูกแขนของเขา เลือดสีแดงสดซึมออกมาจากบาดแผล เขายกมือขึ้นกุมบาดแผล เม้มปากแน่น ความเจ็บปวดกระตุ้นให้เขามีสติมากขึ้น ความเจ็บปวดนี้ไม่ใช่แค่ความรู้สึกทางกาย แต่เป็นเครื่องเตือนใจว่าชีวิตของเขากำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย

“ระบบ! มีไอเทมหรือทักษะอะไรที่พอจะช่วยได้บ้าง!” เขาสั่งอย่างร้อนรน เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเร่งรีบและหวังพึ่ง

ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบภาวะอันตรายถึงชีวิตของผู้ใช้งาน ขอเสนอ “ความว่องไวพื้นฐาน (ชั่วคราว)” ระยะเวลา 30 วินาที แลกกับ 5 แต้มเทพเจ้า หากแต้มไม่พอ จะติดลบ

“เอา! ใช้เลย!” ซู่หมิงไม่ลังเลแม้แต่น้อย ชีวิตของเขาสำคัญกว่าแต้มเทพเจ้าที่ยังไม่มี ในชั่วพริบตา เขารู้สึกว่าร่างกายของเขาเบาราวกับขนนก การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วและพลิ้วไหวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาสามารถหลบหลีกการโจมตีของหมาป่าเงาได้อย่างง่ายดายขึ้น

เขาใช้ความว่องไวที่เพิ่มขึ้นหลบหลีกการโจมตีของหมาป่าเงาอย่างคล่องแคล่ว เขาพุ่งตัวไปคว้ากิ่งไม้แห้งขนาดพอเหมาะที่ตกอยู่บนพื้น กิ่งไม้ที่แข็งแรงพอจะใช้เป็นอาวุธชั่วคราว แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ที่ลอดผ่านช่องว่างของใบไม้ส่องลงมาพอดี ทำให้หมาป่าเงาที่พยายามเข้าใกล้มีท่าทีลังเลไปชั่วขณะ พวกมันดูเหมือนจะไม่ชอบแสงสว่างจ้า

“เสียงความถี่สูง…แสงสว่างจ้า…” เขามองเห็นก้อนหินแกรนิตขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ลำธาร เขามีความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจ มันเป็นโอกาสเดียวของเขา

ซู่หมิงไม่รอช้า เขาใช้กิ่งไม้แห้งในมือฟาดเข้าที่ลำตัวของหมาป่าเงาที่อยู่ใกล้ที่สุด หมาป่าตัวนั้นร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะกระโดดถอยหลังไปตั้งหลัก ชายหนุ่มใช้จังหวะนั้นพุ่งเข้าหาโขดหิน เขาทุบกิ่งไม้กระทบกับหินอย่างแรง ส่งเสียงกระทบกระทั้นดังสนั่น ก่อให้เกิดประกายไฟเล็กๆ พรึ่บพรั่บ เสียงที่ดังและแสงที่ริบหรี่ดูเหมือนจะสร้างความรำคาญให้พวกหมาป่าเงาไม่น้อย พวกมันเริ่มแสดงอาการไม่พอใจ ส่ายหัวไปมา และคำรามอย่างหงุดหงิด

ซู่หมิงรู้ว่านี่ไม่ใช่การโจมตีที่รุนแรง แต่เป็นเพียงการก่อกวน เขายังต้องหาวิธีจัดการกับพวกมันให้เด็ดขาด เขาเหลือบไปเห็นเศษไม้แห้งที่เปื่อยยุ่ยและมีเชื้อราเรืองแสงติดอยู่บริเวณโขดหิน ไอเดียหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว เขารีบกอบเอาเชื้อราเหล่านั้นมาถูเข้ากับกิ่งไม้แห้งของเขาอย่างรวดเร็ว แสงสีฟ้าอ่อนๆ จากเชื้อราเริ่มเปล่งประกายจางๆ ทำให้กิ่งไม้ธรรมดากลายเป็นอาวุธที่มีแสงสว่างในตัว

“ฮ่า!” เขาส่งเสียงคำราม พุ่งเข้าใส่หมาป่าเงาตัวหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นจ่าฝูง เขาใช้กิ่งไม้ที่เรืองแสงฟาดเข้าที่ดวงตาของมันอย่างจัง

“แฮ่!” หมาป่าจ่าฝูงร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ดวงตาข้างหนึ่งของมันถูกแสงและแรงกระแทกจากกิ่งไม้ทำร้ายอย่างรุนแรง ทำให้มันเซถลาไปชนกับต้นไม้ใหญ่ ร่างกายของมันกระแทกกับลำต้นอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง หมาป่าตัวอื่นที่เห็นจ่าฝูงบาดเจ็บก็ดูเหมือนจะตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น พวกมันลังเลที่จะเข้าใกล้ซู่หมิงมากขึ้น เมื่อจ่าฝูงบาดเจ็บ ทำให้การประสานงานของฝูงสับสนและแตกแยก

ซู่หมิงไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป เขากระโดดเข้าใส่หมาป่าจ่าฝูงอีกครั้ง ใช้กิ่งไม้เรืองแสงแทงทะลุลำตัวของมัน เสียงโหยหวนสุดท้ายดังขึ้นก่อนที่ร่างของจ่าฝูงจะแน่นิ่งลงไปกับพื้น ดวงตาสีแดงฉานของมันหรี่ลง ก่อนจะดับมืดไปพร้อมกับลมหายใจสุดท้าย

ระบบแจ้งเตือน: หมาป่าเงา (จ่าฝูง) ถูกสังหาร ได้รับ 20 แต้มเทพเจ้า ระบบแจ้งเตือน: หมาป่าเงา (ระดับต่ำ) ถูกสังหาร (2 ตัว) ได้รับ 10 แต้มเทพเจ้า แต้มเทพเจ้าปัจจุบัน: 30 แต้ม

เมื่อจ่าฝูงตาย หมาป่าเงาที่เหลืออีกสองตัวก็ดูเหมือนจะหมดความฮึกเหิม พวกมันส่งเสียงครางหงิงๆ ด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีหายเข้าไปในความมืดมิดของป่าทึบ ทิ้งไว้เพียงความเงียบและความเหนื่อยล้าให้กับซู่หมิง

เขาทรุดตัวลงกับพื้น หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ร่างกายอ่อนแรงราวกับจะทรุดลงไปนอนตรงนั้น หัวใจยังคงเต้นรัวไม่หยุด ใบหน้าเปื้อนเลือดและเหงื่อ บาดแผลที่แขนส่งความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง แต่ในแววตาของเขามีความภาคภูมิใจและฮึกเหิม เขาเอาชนะมันได้! เอาชนะความกลัวและความอ่อนแอของตัวเองได้! นี่คือชัยชนะครั้งแรกในโลกใบใหม่นี้ และมันมีความหมายอย่างยิ่งยวดต่อการเอาชีวิตรอดของเขา

ระบบแจ้งเตือน: ผู้ใช้งานผ่านบททดสอบการเอาชีวิตรอดขั้นพื้นฐาน ได้รับรางวัลภารกิจ ‘เอาชีวิตรอดในแดนเถื่อนแห่งนี้’ ได้รับ 100 แต้มเทพเจ้า ปลดล็อกทักษะใหม่: ‘การควบคุมลมปราณพื้นฐาน’ แต้มเทพเจ้าปัจจุบัน: 130 แต้ม

ซู่หมิงยิ้มออกมาอย่างอ่อนแรง “ลมปราณ…อย่างน้อยก็พอจะดูแลตัวเองได้บ้าง” เขาเหลือบมองศพของหมาป่าจ่าฝูงที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ‘ตรวจสอบ’ ข้อมูลอีกครั้ง

ศพหมาป่าเงา (จ่าฝูง): สามารถถลกหนังสัตว์, รวบรวมเขี้ยว และนำเนื้อไปเป็นอาหารได้

“อืม…ชีวิตในโลกใหม่นี่มันไม่ง่ายเลยจริงๆ” เขาลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล มองสำรวจรอบกายอีกครั้ง เขาต้องหาที่พักพิงที่ปลอดภัยสำหรับคืนนี้ จัดการกับบาดแผล และเรียนรู้ทักษะ ‘การควบคุมลมปราณพื้นฐาน’ ที่เพิ่งได้รับมา เขาเดินไปที่ศพของหมาป่าเงา พยายามใช้กิ่งไม้ที่เหลืออยู่ถลกหนังและเก็บเขี้ยวตามที่ระบบแนะนำ แม้จะรู้สึกขยะแขยงเล็กน้อย แต่ความหิวโหยและความจำเป็นในการเอาชีวิตรอดทำให้เขาต้องทำ

ขณะที่เขากำลังคิดวางแผนอยู่นั้น สายตาของเขาก็พลันสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ลึกเข้าไปในป่าทึบ ห่างออกไปไม่ไกลนัก ท่ามกลางหมู่แมกไม้ที่หนาแน่น มีแสงสีฟ้าอมม่วงเรืองรองสลับกับการกะพริบเป็นจังหวะ ปรากฏขึ้น มันไม่ใช่แสงจากพืชพรรณเรืองแสงทั่วไป แต่เป็นแสงที่ดูเหมือนจะมาจากวัตถุบางอย่างที่ถูกสร้างขึ้น ไม่ใช่ธรรมชาติ ส่องสว่างราวกับเป็นสัญญาณเชิญชวน หรืออาจเป็นกับดักที่อันตรายกว่าสิ่งใดๆ ที่เขาเคยเผชิญหน้ามา

ซู่หมิงยืนนิ่ง มองไปยังแสงประหลาดนั้นด้วยความสงสัยและความตื่นเต้นที่ปะปนกัน หัวใจของเขาเริ่มเต้นรัวอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะความกลัว ทว่าเป็นการคาดหวังถึงสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า แสงนั้นดูเหมือนจะดึงดูดเขาอย่างไม่อาจต้านทานได้ เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างช้าๆ มุ่งตรงไปยังแสงปริศนานั้น ราวกับมีพลังลึกลับบางอย่างดึงดูดเขาเข้าไป…สู่โชคชะตาที่ยังไม่อาจหยั่งรู้

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ยุทธภพระบบเทพเจ้า

ยุทธภพระบบเทพเจ้า

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!