ยุทธภพระบบเทพเจ้า

ตอนที่ 11 — ตื่นในแดนทุรกันดาร: เสียงเรียกของมิติ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

362 ตอน · 1,291 คำ

ความมืดมิดที่ไร้สิ้นสุดเริ่มสลายไป เหลือทิ้งไว้เพียงแสงเรืองรองสีทองอันอบอุ่นที่ห่อหุ้ม ซู่หมิงรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกเบาๆ ราวกับเขาล้มลงบนพื้นผิวที่นุ่มนวล จากนั้นความรู้สึกต่างๆ ก็เริ่มกลับคืนมาทีละน้อย ความเย็นยะเยือกของผืนดิน ความชื้นในอากาศ ‌และกลิ่นอายแปลกประหลาดที่ไม่อาจระบุได้… เขากระพริบตาอย่างเชื่องช้า ภาพเบลอๆ ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น เผยให้เห็นทิวทัศน์ที่ไม่คุ้นตาอย่างสิ้นเชิง

เบื้องบนไม่ใช่ท้องฟ้าสีครามที่คุ้นเคย หากแต่เป็นผืนฟ้าสีม่วงเข้มตัดกับสีส้มแดงฉาน มีดวงจันทร์ขนาดใหญ่สองดวงลอยเด่น ​หนึ่งดวงสีเงินสุกสกาว อีกดวงหนึ่งสีครามเรืองรองคล้ายอัญมณี ส่องแสงประหลาดลงมายังโลกเบื้องล่าง พื้นดินที่เขานอนอยู่ปกคลุมด้วยพืชพรรณที่ไม่รู้จัก ต้นไม้สูงตระหง่านลำต้นบิดเบี้ยวคล้ายสัตว์ประหลาด แผ่กิ่งก้านสาขาที่เต็มไปด้วยใบไม้สีเลือดหมูและดอกไม้สีน้ำเงินเข้มที่เปล่งแสงเรืองรองแผ่วเบา อากาศเต็มไปด้วยกลิ่นหอมหวานฉุนของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นอายดินชื้นและแร่ธาตุที่ไม่คุ้นเคย เสียงสัตว์ป่าร้องครางดังแว่วมาเป็นระยะๆ ‍ชวนให้ขนลุก

“นี่มัน…ที่ไหนกัน?” ซู่หมิงพึมพำกับตัวเอง คอแห้งผาก ร่างกายของเขายังคงรู้สึกชาๆ เล็กน้อย แต่ความเจ็บปวดที่เคยได้รับจากการต่อสู้กับอสูรหินได้หายไปจนหมดสิ้น ราวกับว่าร่างกายได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ เขาพยุงตัวลุกขึ้นยืน ‌สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ในกาย พลังที่บริสุทธิ์และแข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่า

เสียงกระซิบอันคุ้นเคยดังขึ้นในจิตใจ

[ยินดีต้อนรับสู่แดนอักขระนิรันดร์! ผู้ถูกเลือกแห่งพรหมลิขิตโบราณ ท่านได้ผ่านการทดสอบแห่งห้วงมิติ สำเร็จในการเดินทางข้ามภพภูมิ]

[แก่นแท้แห่งพรหมลิขิตโบราณได้หลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณของท่าน มอบการเชื่อมโยงอย่างสมบูรณ์กับระบบเทพเจ้า และปลดล็อกศักยภาพที่ซ่อนเร้น]

[ได้รับความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับกฎแห่งแดนอักขระนิรันดร์: ท่านจะไม่ถูกปฏิเสธจากกฎเกณฑ์ของโลกนี้ ‍แต่ยังคงต้องเรียนรู้และปรับตัว]

[สถานะปัจจุบัน:] ชื่อ: ซู่หมิง เลเวล: 3 ประสบการณ์: 120/400 พลังชีวิต: 300/300 พลังมานา: 250/250 พละกำลัง: 20 ความว่องไว: 22 ความแข็งแกร่ง: ​18 สติปัญญา: 35 (+5 จากแก่นแท้แห่งพรหมลิขิตโบราณ) โชค: 12 (เพิ่มขึ้นจากแก่นแท้แห่งพรหมลิขิตโบราณ) ทักษะ: ก้าวพริบตา (LV.2), ​ผิวศิลา (LV.2), คลื่นพลังมานา (LV.2), การวิเคราะห์พื้นฐาน (LV.1), แก่นแท้แห่งพรหมลิขิตโบราณ (ระดับเทพเจ้า)

“แดนอักขระนิรันดร์? ​นี่มันไม่ใช่โลกเก่าของฉันแล้วสินะ” ซู่หมิงพึมพำ แม้จะตกใจกับสถานการณ์ที่เกินความคาดหมาย แต่สติปัญญาที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจากแก่นแท้แห่งพรหมลิขิตโบราณ ทำให้เขาสามารถประมวลผลข้อมูลและควบคุมอารมณ์ได้ดียิ่งขึ้น “แก่นแท้แห่งพรหมลิขิตโบราณ” ที่ระบบแจ้งมา น่าจะเป็นผลึกเรืองแสงที่เขาไปสัมผัสในวิหารโบราณนั่นเอง พลังงานมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาคงไม่ใช่แค่การเลื่อนระดับ แต่เป็นการส่งเขาทะลุมิติมายังโลกใบใหม่นี้เลยทีเดียว!

เขารู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับระบบเทพเจ้า ราวกับว่ามันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวเขาอย่างแท้จริง และการที่สติปัญญาของเขาเพิ่มขึ้นถึง 5 แต้ม รวมไปถึงค่าโชคที่เพิ่มขึ้น ก็เป็นผลมาจากการรวมเข้ากับแก่นแท้แห่งพรหมลิขิตโบราณนี้เอง

ซู่หมิงกวาดสายตามองไปรอบๆ อีกครั้ง เขาอยู่ในป่าโปร่งแห่งหนึ่ง ต้นไม้ที่นี่สูงเสียดฟ้า ลำต้นขนาดใหญ่หลายคนโอบ มีเถาวัลย์สีแดงสดพันเกี่ยวเลื้อยขึ้นไปถึงยอด กลิ่นอายของธรรมชาติที่นี่รุนแรงและป่าเถื่อนกว่าที่โลกเดิมหลายเท่า สัมผัสได้ถึงพลังงานแปลกๆ ที่ลอยอวลอยู่ในอากาศ คล้ายมานา แต่ก็มีความแตกต่างออกไป มันคือพลังงานที่บริสุทธิ์และเก่าแก่กว่า

“ต้องเอาตัวรอดในโลกนี้ให้ได้” ความคิดนี้ผุดขึ้นในใจเขาอย่างรวดเร็ว แม้จะรู้สึกเคว้งคว้างและโดดเดี่ยว แต่ความฉลาดหลักแหลมและจิตใจที่ไม่ยอมแพ้ของซู่หมิงก็ถูกจุดประกายขึ้นอีกครั้ง โลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยอันตรายนี้ อาจเป็นโอกาสของเขาที่จะได้ค้นพบความหมายที่แท้จริงของการมีชีวิตอยู่ และก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง

ขณะที่เขากำลังสำรวจสภาพแวดล้อมอย่างระมัดระวัง จู่ๆ ก็มีเสียงเสียดแทรกในพุ่มไม้เบื้องหน้า ซู่หมิงหยุดนิ่งทันที ดวงตาของเขาฉายแววระแวดระวัง เขาเรียกใช้ทักษะ “การวิเคราะห์พื้นฐาน” ทันทีเพื่อเตรียมรับมือ

[ชื่อ: พฤกษามรณะ (Death Tree Spirit) – สัตว์ประหลาดระดับต่ำ] [เลเวล: 5] [พลังชีวิต: 400/400] [พลังมานา: 100/100] [รายละเอียด: สิ่งมีชีวิตกึ่งพืชกึ่งวิญญาณที่ก่อกำเนิดจากพลังชีวิตที่บิดเบี้ยวในป่าเวทมนตร์ มีหนามพิษอันตรายและสามารถพรางตัวในพืชพรรณได้เป็นอย่างดี]

“เลเวล 5… สูงกว่าฉัน 2 ระดับ” ซู่หมิงประเมินสถานการณ์ พฤกษามรณะตัวนี้คงไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่ง่ายนักสำหรับเลเวล 3 อย่างเขา

พุ่มไม้สั่นไหวรุนแรงขึ้น และแล้ว ร่างหนึ่งก็พุ่งพรวดออกมา! มันคือสิ่งมีชีวิตคล้ายเถาวัลย์ขนาดใหญ่ ที่มีโครงร่างคล้ายมนุษย์บิดเบี้ยว ร่างกายของมันปกคลุมด้วยหนามแหลมคมสีเขียวเข้ม มีดอกไม้สีม่วงดำคล้ายปากฉลามบานอยู่กลางลำตัวส่งกลิ่นเหม็นเน่า หนามนับร้อยพุ่งเข้าใส่ซู่หมิงด้วยความเร็วสูง!

“เร็ว!” ซู่หมิงไม่รอช้า เขาเรียกใช้ “ก้าวพริบตา” ร่างของเขาพลิ้วไหวราวกับภาพติดตา หลบหลีกหนามพิษเหล่านั้นไปได้อย่างหวุดหวิด หนามบางส่วนเสียบเข้ากับพื้นดินและต้นไม้ใกล้เคียง ทำให้พืชเหล่านั้นเหี่ยวเฉาและตายลงในพริบตา นี่คือพิษร้ายแรง!

พฤกษามรณะคำรามเสียงแหลม มันพุ่งเข้ามาใกล้ พยายามใช้หนามของมันแทงเข้าใส่ซู่หมิงที่กำลังเคลื่อนที่อย่างคล่องแคล่ว ซู่หมิงรู้ดีว่าเขาไม่สามารถต่อสู้แบบประชิดตัวได้โดยตรงกับสิ่งมีชีวิตที่มีพิษร้ายแรงเช่นนี้

เขาใช้ “ผิวศิลา” ทันที ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อยพอที่จะรับการโจมตีบางส่วนหากพลาด แต่จุดประสงค์หลักคือเพิ่มความทนทาน เขาหลบหลีกต่อไป พยายามหาจังหวะสวนกลับ “คลื่นพลังมานา!”

ลูกบอลพลังงานสีฟ้าเข้มพุ่งออกจากฝ่ามือของซู่หมิง ตรงเข้าปะทะกับลำตัวของพฤกษามรณะอย่างจัง เสียง “ฉู่!” ดังขึ้น ร่างของพฤกษามรณะสั่นสะท้าน ชิ้นส่วนเถาวัลย์สีเขียวเข้มกระเด็นหลุดออกมา แต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงนัก พลังชีวิตของมันลดลงไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“แข็งแกร่งกว่าที่คิด!” ซู่หมิงกัดฟัน การโจมตีธรรมดาไม่สามารถจัดการมันได้ง่ายๆ เขาต้องใช้สติปัญญาเข้าช่วย

ซู่หมิงสังเกตเห็นว่าดอกไม้สีม่วงดำที่กลางลำตัวของพฤกษามรณะนั้นดูบอบบางกว่าส่วนอื่นๆ มันคือจุดอ่อน! เขารวบรวมสมาธิ พลังมานาในร่างกายถูกดึงออกมาอย่างรวดเร็ว เตรียมใช้ “คลื่นพลังมานา” อีกครั้ง แต่คราวนี้เขาจะเน้นย้ำไปที่จุดอ่อนนั้นโดยเฉพาะ

ขณะที่พฤกษามรณะกำลังจะพุ่งเข้ามาอีกครั้ง ซู่หมิงก็พุ่งตัวออกไปด้านข้างด้วย “ก้าวพริบตา” พฤกษามรณะพลาดเป้าและเสียหลักไปเล็กน้อย นั่นคือจังหวะที่เขาต้องการ!

“คลื่นพลังมานา!” ลูกบอลพลังงานพุ่งเข้าใส่ดอกไม้สีม่วงดำกลางลำตัวของพฤกษามรณะอย่างแม่นยำ “ตูม!” เสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นเหม็นไหม้เหม็นเน่าที่รุนแรงกว่าเดิม ดอกไม้บิดเบี้ยวฉีกขาดออก และลำตัวของพฤกษามรณะก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง มันกรีดร้องเสียงแหลมด้วยความเจ็บปวด พลังชีวิตของมันลดลงอย่างฮวบฮาบ

ซู่หมิงไม่รอช้า เขาโจมตีซ้ำด้วย “คลื่นพลังมานา” อีกสองครั้งติดต่อกัน ดอกไม้สีม่วงดำฉีกขาดออกจากลำตัวอย่างสมบูรณ์ และร่างของพฤกษามรณะก็ล้มลงสู่พื้นดิน หยุดนิ่งในที่สุด

[ท่านจัดการ พฤกษามรณะ (Death Tree Spirit) เลเวล 5 ได้สำเร็จ] [ได้รับประสบการณ์ 75] [ได้รับ: แก่นพลังแห่งพืชพรรณ (ระดับต่ำ) x1, หนามพิษพฤกษา (ระดับต่ำ) x5]

“ในที่สุดก็สำเร็จ” ซู่หมิงหอบหายใจ เขาใช้พลังมานาไปเกือบครึ่งในการต่อสู้ครั้งนี้ แต่ก็คุ้มค่า การต่อสู้ครั้งแรกในโลกใหม่นี้ทำให้เขามั่นใจในความสามารถของตัวเองมากขึ้น แม้จะยังไม่คุ้นชินกับพลังงานมานาที่นี่ แต่สัญชาตญาณการต่อสู้และความเฉลียวฉลาดของเขาก็ยังคงเป็นอาวุธที่ทรงพลัง

เขารวบรวมไอเท็มที่ดรอปจากพฤกษามรณะ แก่นพลังแห่งพืชพรรณเปล่งประกายสีเขียวอ่อนๆ ส่วนหนามพิษพฤกษาดูอันตรายและมีประโยชน์ “สิ่งของจากโลกนี้คงมีความหมายบางอย่าง” ซู่หมิงคิด เขากำลังจะออกเดินสำรวจต่อ เมื่อจู่ๆ พื้นดินก็เริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ

เสียงก้องกังวานต่ำๆ คล้ายเสียงกลองยักษ์ดังมาจากทิศทางหนึ่ง มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของสัตว์ป่าทั่วไป แต่มันเป็นเสียงที่หนักหน่วงและสม่ำเสมอ ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างที่มีขนาดมหึมากำลังเคลื่อนที่ เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับการสั่นสะเทือนที่รุนแรงขึ้น

ซู่หมิงรีบใช้ “ก้าวพริบตา” ขึ้นไปบนกิ่งไม้ที่สูงที่สุดของต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อมองหาสาเหตุของการสั่นสะเทือน เมื่อเขามองไปตามทิศทางของเสียงเบื้องหน้า ภาพที่ปรากฏขึ้นทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง เลือดในกายเย็นยะเยือก...

ห่างออกไปหลายกิโลเมตร เหนือป่าทึบเบื้องหน้า สิ่งก่อสร้างขนาดมหึมากำลังลอยเด่นอยู่กลางอากาศ! มันไม่ใช่ปราสาทหรือเมือง แต่เป็นเสาหินยักษ์หลายต้นที่เชื่อมต่อกันด้วยสะพานหินโบราณที่ประดับประดาด้วยอักขระเวทมนตร์เรืองแสงสีทองและสีดำ สัมผัสได้ถึงพลังงานศักดิ์สิทธิ์และพลังงานชั่วร้ายที่ปะทะกันอยู่ภายในอย่างรุนแรง เสาหินยักษ์แต่ละต้นนั้นสูงเสียดฟ้า ราวกับเป็นหอคอยแห่งทวยเทพในตำนาน...

และที่น่าตกตะลึงไปกว่านั้นคือ เสาหินยักษ์ที่ลอยอยู่นั้น ไม่ได้อยู่นิ่ง แต่กำลังเคลื่อนที่อย่างช้าๆ! มันไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง แต่เป็นส่วนหนึ่งของ... ร่างกายของบางสิ่งบางอย่าง! เมื่อซู่หมิงมองให้ดีขึ้น เขาก็เห็นว่าเสาหินที่ลอยอยู่กลางอากาศเหล่านั้น เป็นส่วนของขาที่แข็งแกร่งของสัตว์อสูรขนาดมหึมาที่ไม่เคยมีใครจินตนาการถึงได้ มันกำลังเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ แต่ทุกย่างก้าวทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน เสียงก้องกังวานนั้นเป็นเสียงจากเท้าของมัน! ร่างกายของมันสูงเสียดฟ้า ถูกปกคลุมด้วยหินและแร่ธาตุโบราณ ราวกับเป็นภูเขาที่เดินได้!

เหนือหัวของสัตว์อสูรยักษ์นั้น มีมิติที่บิดเบี้ยวเปิดออก อสูรกายนับร้อยนับพันกำลังทะลักออกมาจากมิติแห่งนั้น และสิ่งที่อยู่เบื้องล่างของมันคือ… เมืองโบราณที่เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างแปลกตา กำลังถูกทำลายลงอย่างช้าๆ ผู้คนในเมืองต่างพากันหนีตาย แต่ก็มีนักรบจำนวนมากกำลังยืนหยัดต่อสู้กับอสูรที่ทะลักออกมาจากรอยแยกมิติ และกับสัตว์อสูรยักษ์ตัวนั้น!

ภาพตรงหน้าคือสงครามระหว่างเทพและมารในตำนานกำลังอุบัติขึ้น และซู่หมิงก็ยืนอยู่ท่ามกลางสมรภูมินั้นโดยไม่ทันตั้งตัว... เขาเพิ่งจะรอดจากการโจมตีของพฤกษามรณะ แต่ตอนนี้เขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า โลกที่เขามาอยู่นั้นอันตรายเกินกว่าจะจินตนาการได้หลายเท่า… เสียงคำรามอันกึกก้องของสัตว์อสูรยักษ์ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับมิติที่บิดเบี้ยวเบื้องบนที่ขยายใหญ่ขึ้น ม่านตาของซู่หมิงหดแคบลง เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงพลังงานมหาศาลที่ปะทุขึ้นจากใจกลางสมรภูมิ… พลังงานที่สามารถบดขยี้เขาให้กลายเป็นธุลีได้ในพริบตา!

เขากำลังจะถูกดูดเข้าไปในความวุ่นวายครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขาแล้ว…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ยุทธภพระบบเทพเจ้า

ยุทธภพระบบเทพเจ้า

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!