ความเจ็บปวดแล่นแปลบปลาบไปทั่วร่าง ซู่หมิงรู้สึกราวกับกระดูกทุกชิ้นกำลังจะแหลกละเอียด ปีกกว้างของวิหคทมิฬแห่งรัตติกาลแผ่คลุมเหนือร่างเขา ดำมืดและน่าสะพรึงกลัว ดวงตาสีเพลิงดุร้ายจ้องมองลงมา ราวกับกำลังเพลิดเพลินกับการได้เห็นเหยื่อสิ้นหวังก่อนจะบดขยี้ให้แหลกเป็นผุยผง กรงเล็บมหึมาที่ถูกเคลือบด้วยพลังงานแห่งความมืดกำลังจะตะปบลงมา มันเต็มไปด้วยความเกลียดชังและเจตนาฆ่าที่บริสุทธิ์ ไร้ซึ่งความปรานี นี่คือจุดจบแล้วหรือ? ชีวิตของเขากำลังจะจบลงที่นี่ ในโลกที่ไม่คุ้นเคยนี้ ก่อนที่เขาจะได้เริ่มต้นอะไรเลยด้วยซ้ำ
“ซู่หมิง!!!” เสียงกรีดร้องของหวินเอ๋อร์ดังแหลมเล็กแทรกความสิ้นหวังเข้ามา มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความหวาดกลัวอย่างสุดขีด เธอพยายามจะพุ่งเข้ามาช่วย แม้จะรู้ว่าพลังของเธอนั้นไร้ความหมายเทียบกับอสูรระดับหายนะตรงหน้า แต่สัญชาตญาณของการปกป้องเพื่อนที่สำคัญกว่าชีวิตก็ผลักดันเธอให้ไม่ลังเลที่จะสละชีพ
ภาพสุดท้ายที่ซู่หมิงเห็นคือใบหน้าเปื้อนน้ำตาของหวินเอ๋อร์ที่กำลังพุ่งตรงมาหาเขา พร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเสียสละ ภาพนั้นทำให้หัวใจของซู่หมิงกระตุกวูบ ความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวจากการบาดเจ็บกายไม่อาจเทียบได้กับความเจ็บปวดที่เห็นหวินเอ๋อร์ต้องมาจบชีวิตลงเพราะเขาไม่ได้ “ไม่!” เขาคำรามในใจ “ไม่! ฉันจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเด็ดขาด!”
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง พลังงานบางอย่างที่ไม่ใช่ของเขา แต่ก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดพลันปะทุขึ้นจากส่วนลึกของจิตวิญญาณซู่หมิง มันไม่ใช่พลังจากจี้หยก แต่มันมาจากภายใน... จาก ‘ระบบเทพเจ้า’ ที่เงียบงันมาตลอด! เปลวแสงสีทองสว่างจ้าปะทุออกมาจากร่างของซู่หมิงอย่างกะทันหัน แสงนั้นบริสุทธิ์และทรงพลังเหนือกว่าสิ่งใดที่เขาเคยสัมผัส มันแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นโล่พลังงานสีทองอร่ามที่เปล่งประกายเจิดจ้า ราวกับเป็นปราการที่สร้างขึ้นโดยเทพเจ้า มันไม่เพียงแต่ปกคลุมร่างของซู่หมิงเท่านั้น แต่ยังขยายออกไปโอบอุ้มร่างของหวินเอ๋อร์ที่กำลังจะพุ่งเข้ามาอยู่ใต้การคุ้มครองด้วย
“ระบบเทพเจ้า: ตรวจพบภาวะเสี่ยงต่อการถูกทำลายล้างของโฮสต์! เปิดใช้งาน ‘เกราะแสงเทวะคุ้มครอง’ ระดับสูงสุดชั่วคราว! ระยะเวลา: 3 วินาที!”
ข้อความสีทองปรากฏขึ้นในม่านตาของซู่หมิง แต่เขาไม่มีเวลาอ่านมันอย่างละเอียด พลังงานแห่งความมืดจากกรงเล็บของวิหคทมิฬพุ่งลงมาปะทะกับเกราะแสงเทวะคุ้มครองอย่างจัง!
ตูมมมมมมมมมม!!!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว พื้นดินสั่นสะเทือนรุนแรงจนราวกับจะแยกออกจากกัน แสงสว่างสีทองและพลังงานความมืดปะทะกันอย่างดุเดือด เกิดเป็นคลื่นพลังงานที่แผ่กระจายออกไปทุกทิศทุกทาง ต้นไม้รอบข้างถูกแรงระเบิดฉีกกระชากจนขาดเป็นชิ้นๆ ก้อนหินขนาดใหญ่ลอยคว้างกลางอากาศแล้วแหลกสลายเป็นผุยผง ฝุ่นควันและแสงสว่างปกคลุมไปทั่วบริเวณจนมองไม่เห็นสิ่งใด
วิหคทมิฬแห่งรัตติกาลส่งเสียงคำรามด้วยความตกตะลึง ปีกของมันกระพืออย่างบ้าคลั่ง พลังทำลายล้างที่มันมั่นใจว่าจะสามารถบดขยี้ทุกสิ่งได้ กลับถูกบล็อกไว้ได้อย่างสมบูรณ์ โล่แสงสีทองไม่เพียงแต่ไม่บุบสลาย แต่ยังส่องสว่างเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ ยามเมื่อถูกโจมตี ดวงตาของมันฉายแววความไม่เข้าใจและความโกรธเกรี้ยวที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิม มันไม่อาจเชื่อว่าเหยื่อที่อ่อนแอตรงหน้าจะสามารถต้านทานพลังของมันได้ถึงขนาดนี้!
ซู่หมิงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางพายุ แต่กลับไร้รอยขีดข่วน พลังงานสีทองที่ปกคลุมเขานั้นอบอุ่นและทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ มันทำให้เขารู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ความเจ็บปวดจากบาดแผลก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะบรรเทาลงเล็กน้อยด้วยพลังของโล่แสงนี้ แม้ว่าเขาจะยังคงเหนื่อยล้าจนแทบจะหมดสติ แต่ประกายแห่งความหวังก็จุดติดขึ้นอีกครั้งในใจของเขา
“ระบบเทพเจ้า: เกราะแสงเทวะคุ้มครองถูกทำลายภายใน 1 วินาที!”
เวลาเหลือไม่มาก! ซู่หมิงรู้ดีว่าเขาจะต้องใช้โอกาสที่ได้มาอย่างยากลำบากนี้ให้เป็นประโยชน์ เขาเพ่งสมาธิไปที่ม่านตา พยายามเรียกใช้ทักษะที่ยังไม่ได้ใช้ “ดวงเนตรแห่งการหยั่งรู้” อีกครั้ง แม้จะรู้ว่ามันจะสิ้นเปลืองพลังวิญญาณอย่างมหาศาล และเขาแทบไม่เหลือพลังอยู่เลยก็ตาม
ดวงเนตรแห่งการหยั่งรู้ทำงานอีกครั้ง ภาพของวิหคทมิฬปรากฏขึ้นในม่านตาของเขาอีกครั้ง และคราวนี้... มันแสดงให้เห็นถึงจุดอ่อนใหม่ที่ชัดเจนกว่าเดิม! การโจมตีก่อนหน้านี้ของเขาที่ปีกนั้นได้สร้างความเสียหายอย่างหนัก ทำให้เกล็ดตรงจุดเชื่อมต่อปีกกับลำตัวบางส่วนหลุดออก เผยให้เห็นเนื้ออ่อนและเส้นเลือดวิญญาณสีม่วงเข้มที่เต้นตุบๆ อยู่ภายใน ยิ่งไปกว่านั้น การที่มันใช้พลังมหาศาลในการโจมตีครั้งสุดท้ายและถูกเกราะแสงเทวะคุ้มครองสะท้อนพลังบางส่วนกลับไป ทำให้พลังงานภายในร่างกายของมันปั่นป่วนและอยู่ในสภาพที่อ่อนแออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นี่คือโอกาสครั้งสุดท้าย!
“ระบบเทพเจ้า: ตรวจพบจุดอ่อนระดับวิกฤต! แนะนำการโจมตี! โฮสต์สามารถใช้ทักษะ ‘เปลวเพลิงเทวะสะบั้น’ ได้ในตอนนี้!”
เปลวเพลิงเทวะสะบั้น? ซู่หมิงรีบตรวจสอบทักษะใหม่ที่ปรากฏขึ้นในระบบทันที
เปลวเพลิงเทวะสะบั้น (ทักษะเฉพาะเทพเจ้า): รวบรวมพลังงานเทพเจ้าที่เหลืออยู่ในระบบเพื่อสร้างเปลวเพลิงสีทองบริสุทธิ์ ทำลายทุกสิ่งที่เป็นอสูรและวิญญาณชั่วร้าย อัตราความสำเร็จ: ขึ้นอยู่กับปริมาณพลังงานเทพเจ้าที่ใช้และพลังชีวิตของศัตรู ระยะเวลาการใช้งาน: ชั่วคราว (ใช้พลังเทพเจ้า 100%)
“พลังงานเทพเจ้า... 100%...” ซู่หมิงรู้สึกถึงพลังงานอันน้อยนิดที่หลงเหลืออยู่ในร่างกาย แต่มันกลับเป็นพลังงานที่บริสุทธิ์และต่างไปจากพลังวิญญาณทั่วไป เขาไม่รู้ว่ามันมาจากไหน แต่เขาไม่มีทางเลือกแล้ว “หวินเอ๋อร์! ถอยไปเดี๋ยวนี้!” เขาตะโกนเสียงแหบพร่า.
หวินเอ๋อร์ที่ยังคงยืนตะลึงภายใต้เกราะแสงเทวะคุ้มครอง สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงของซู่หมิง เธอรีบถอยห่างออกมาตามคำสั่ง ใบหน้าของเธอยังคงซีดขาวด้วยความหวาดกลัว แต่ก็มีความเชื่อมั่นในตัวซู่หมิงปรากฏขึ้นอย่างเลือนราง
เมื่อเกราะแสงเทวะคุ้มครองหายไป ซู่หมิงก็ได้เห็นวิหคทมิฬที่กำลังคำรามก้องด้วยความโกรธเกรี้ยวและเตรียมจะพุ่งเข้ามาโจมตีอีกครั้ง ร่างกายของเขายังคงเจ็บปวดและสั่นสะท้านไปทั้งตัว แต่เขาก็ฝืนยืนหยัดขึ้นมาได้ เขาใช้พลังงานเทพเจ้าทั้งหมดที่มี รวบรวมสมาธิทั้งหมดที่ยังหลงเหลืออยู่ในจิตใจ และยกมือขึ้นช้าๆ
พลังงานสีทองบริสุทธิ์ผุดขึ้นมาจากฝ่ามือของเขาอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นลูกบอลเปลวเพลิงสีทองขนาดใหญ่ เปลวเพลิงนั้นไม่ร้อน แต่กลับให้ความรู้สึกบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์อย่างน่าประหลาด มันไม่ใช่เปลวไฟธรรมดา แต่เป็นเปลวไฟที่เผาผลาญวิญญาณชั่วร้ายและสิ่งสกปรกเท่านั้น!
เปลวเพลิงเทวะสะบั้น!
ซู่หมิงพุ่งลูกบอลเปลวเพลิงสีทองออกไปอย่างไม่ลังเล มุ่งตรงไปยังจุดอ่อนที่ดวงเนตรแห่งการหยั่งรู้ได้เผยให้เห็น! ความเร็วของเปลวเพลิงนั้นรวดเร็วราวกับแสงพุ่งทะลุอากาศไปด้วยเสียงหวีดหวิว วิหคทมิฬแห่งรัตติกาลไม่ทันได้ตั้งตัว มันพยายามจะหลบหลีก แต่ความรวดเร็วของเปลวเพลิงเทวะสะบั้นนั้นเหนือความคาดหมายของมันมาก ลูกไฟสีทองพุ่งเข้าชนจุดเชื่อมต่อปีกกับลำตัวของวิหคทมิฬอย่างจัง!
ฉัวะ!!!
แทนที่จะเป็นเสียงระเบิด กลับเป็นเสียงที่ราวกับเนื้อหนังถูกฉีกขาดอย่างรุนแรง เปลวเพลิงสีทองไม่ได้ระเบิด แต่กลับฝังลึกเข้าไปในร่างของวิหคทมิฬอย่างรวดเร็วและเริ่มเผาผลาญจากภายในสู่ภายนอก! เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแต่สัมผัสได้ด้วยจิตวิญญาณแผ่กระจายไปทั่วร่างของวิหคทมิฬทันที
วิหคทมิฬแห่งรัตติกาลส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดและทรมาน เสียงกรีดร้องนั้นบาดลึกและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามใดๆ ที่ซู่หมิงเคยได้ยิน มันพยายามจะกระพือปีกและบินหนี แต่มันก็ทำไม่ได้ ร่างกายของมันเริ่มสลายกลายเป็นละอองแสงสีดำที่ถูกเปลวเพลิงสีทองเผาผลาญไปเรื่อยๆ เกล็ดสีดำเงาวับเริ่มหลุดร่วง ปีกที่เคยแผ่กว้างเริ่มเหี่ยวเฉาและสลายไปพร้อมกับลำตัวของมัน
ภายในเวลาไม่กี่อึดใจ ร่างกายอันมหึมาของวิหคทมิฬแห่งรัตติกาลก็แหลกสลายกลายเป็นเพียงกองเถ้าถ่านสีดำสนิท ก่อนที่จะถูกเปลวเพลิงสีทองเผาผลาญจนหมดสิ้น ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยของการมีอยู่ของอสูรระดับหายนะตัวนั้น ทิ้งไว้เพียงกลิ่นกำมะถันจางๆ และเศษเถ้าถ่านที่ปลิวไปตามลม
ซู่หมิงรู้สึกได้ถึงพลังงานที่ว่างเปล่าในร่างกาย เขาทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง ร่างกายสั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดที่กลับมาโจมตีเขาอีกครั้ง แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความโล่งอกอย่างที่สุด เขาทำได้! เขาเอาชนะอสูรระดับหายนะได้แล้ว!
“ซู่หมิง! นายไม่เป็นไรนะ!” หวินเอ๋อร์พุ่งเข้ามากอดเขาแน่น น้ำตาของเธอไหลพรากด้วยความดีใจและโล่งอก “ฉันกลัวแทบตายเลย นายทำได้ไงเนี่ย?”
“ฉัน... ฉันไม่รู้...” ซู่หมิงตอบเสียงแผ่ว ใบหน้าของเขาซีดเผือด “ฉันแค่... ไม่อยากให้แกตายเพราะฉัน”
ในขณะที่ซู่หมิงกำลังพยายามฟื้นคืนสติ ระบบเทพเจ้าก็ทำงานขึ้นอีกครั้ง เสียงแจ้งเตือนดังรัวอยู่ในม่านตาของเขา
“ระบบเทพเจ้า: ภารกิจหลัก ‘เอาชีวิตรอดจากการโจมตีของวิหคทมิฬแห่งรัตติกาล’ สำเร็จ!” “ระบบเทพเจ้า: คุณได้สังหารวิหคทมิฬแห่งรัตติกาล (ระดับหายนะ)! ได้รับค่าประสบการณ์ 10,000,000!” “ระบบเทพเจ้า: โฮสต์เลเวลอัพ! จากเลเวล 1 เป็นเลเวล 10!” “ระบบเทพเจ้า: ปลดล็อกทักษะใหม่! ‘การฟื้นฟูเทวะ’!” “ระบบเทพเจ้า: ปลดล็อกร้านค้าเทพเจ้า!” “ระบบเทพเจ้า: ได้รับแต้มเทพเจ้า 500 แต้ม!” “ระบบเทพเจ้า: ได้รับกล่องสุ่มไอเทมระดับตำนาน 1 กล่อง!” “ระบบเทพเจ้า: ได้รับฉายา ‘ผู้พิชิตอสูรหายนะ’!”
ซู่หมิงรู้สึกได้ถึงพลังงานบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว บาดแผลของเขาเริ่มสมานตัว พลังวิญญาณที่เหือดแห้งไปกลับฟื้นคืนมาอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญที่สุดคือความรู้สึกแข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขากลายเป็นเลเวล 10 ในพริบตา! และได้รับรางวัลมากมายมหาศาล เขาเปิดดูสถานะของตัวเองทันที
ชื่อ: ซู่หมิง อาชีพ: ผู้ถูกเลือกโดยระบบเทพเจ้า เลเวล: 10 พลังชีวิต: 1000/1000 พลังวิญญาณ: 500/500 พลังโจมตี: 150 พลังป้องกัน: 100 ความเร็ว: 80 ความฉลาด: 120 (พรสวรรค์ส่วนตัว) โชค: 150 (จากจี้หยก) ค่าประสบการณ์: 0/50,000,000 แต้มคุณสมบัติ: 50 (ยังไม่ได้ใช้) ทักษะ: ดวงเนตรแห่งการหยั่งรู้ (ระดับสูง), เปลวเพลิงเทวะสะบั้น (เฉพาะเทพเจ้า), การฟื้นฟูเทวะ (ระดับกลาง) ฉายา: ผู้พิชิตอสูรหายนะ (เพิ่มพลังโจมตี 10%, เพิ่มพลังป้องกัน 10%)
การฟื้นฟูเทวะ (ทักษะระดับกลาง): ฟื้นฟูพลังชีวิตและพลังวิญญาณอย่างต่อเนื่อง (ฟื้นฟู 10% ต่อนาที) เมื่อใช้งานอย่างตั้งใจจะเร่งการฟื้นฟูอย่างมหาศาล (ใช้พลังวิญญาณ 50 หน่วย/นาที ฟื้นฟู 50% ต่อนาที)
นี่มัน... บ้าไปแล้ว! ซู่หมิงรู้สึกเหมือนฝัน เขาไม่ได้เป็นแค่นักเรียนธรรมดาอีกต่อไปแล้ว เขาเป็นผู้พิชิตอสูรระดับหายนะ! และพลังของเขาก็พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด เขาอยากจะตรวจสอบร้านค้าเทพเจ้าและกล่องสุ่มไอเทมใจจะขาด แต่สภาพร่างกายของเขายังคงอ่อนแอเกินไป และหวินเอ๋อร์ก็ยังคงเกาะเขาแน่น
“ซู่หมิง... ฉันไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย... นาย... นายเป็นคนแบบไหนกันแน่?” หวินเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสงสัยและประหลาดใจ “เปลวไฟสีทองนั้น... มันคืออะไร? ทำไมนายถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้?”
ซู่หมิงมองไปที่ดวงตาของหวินเอ๋อร์ เขาอยากจะบอกความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับระบบเทพเจ้าและทุกสิ่งทุกอย่าง แต่เขาก็ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี เขารู้สึกว่าตอนนี้เขามีบางสิ่งที่ต้องปกป้องแล้ว และหวินเอ๋อร์ก็คือสิ่งนั้น ไม่ว่าโลกนี้จะอันตรายแค่ไหน เขาก็จะต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องคนที่เขารัก
“ฉันจะเล่าให้ฟังทั้งหมด... แต่ไม่ใช่ตอนนี้” ซู่หมิงตอบเสียงแผ่ว “ตอนนี้เราต้องหาที่พักก่อน...”
เขาพยายามจะลุกขึ้นยืน แต่ก็รู้สึกว่าขาอ่อนแรงจนแทบจะยืนไม่ไหว การใช้เปลวเพลิงเทวะสะบั้นดูดพลังงานของเขาจนหมดสิ้นจริงๆ แม้ว่าการฟื้นฟูเทวะจะเริ่มทำงานแล้วก็ตาม
ในขณะที่ทั้งสองกำลังพยุงกันและกันพยายามจะออกจากบริเวณที่เต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพังนั้นเอง พื้นดินก็เริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้ง! แต่คราวนี้รุนแรงกว่าเดิมมาก! เสียงคำรามกึกก้องที่แตกต่างจากวิหคทมิฬดังมาจากทิศทางไกลๆ มันเป็นเสียงที่เก่าแก่กว่า หนักหน่วงกว่า และเต็มไปด้วยพลังที่น่าเกรงขามกว่าหลายเท่า
ซู่หมิงและหวินเอ๋อร์มองหน้ากันด้วยความตกใจ ดวงเนตรแห่งการหยั่งรู้ของซู่หมิงทำงานโดยอัตโนมัติ และภาพที่ปรากฏขึ้นในม่านตาของเขาทำให้เลือดในกายเย็นยะเยือก
จากระยะไกลออกไปไม่กี่สิบกิโลเมตร เงาร่างขนาดมหึมาที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่ากำลังเคลื่อนที่เข้ามา มันเป็นภูเขาทั้งลูกที่กำลังเคลื่อนไหว! ภูเขาลูกนั้นมีดวงตาสีแดงฉานสองดวงที่เปล่งประกายชั่วร้ายราวกับหินอัคนี และมีปากที่กว้างใหญ่เผยให้เห็นฟันแหลมคมนับไม่ถ้วน มันกำลังเดินตรงมายังทิศทางที่พวกเขาอยู่!
“ระบบเทพเจ้า: ตรวจพบ... มอนสเตอร์ระดับหายนะ... X 100! ‘ภูผาอสูรทมิฬ’ (ระดับเทพเจ้าดึกดำบรรพ์) กำลังมุ่งหน้ามายังตำแหน่งโฮสต์!”
“ระดับเทพเจ้าดึกดำบรรพ์!?” ซู่หมิงอุทานอย่างตกตะลึงกับภาพและข้อมูลที่เห็น ร่างของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ นี่มันอะไรกัน!? เขาเพิ่งจะรอดจากอสูรระดับหายนะมาหยกๆ แต่ตอนนี้กลับมี ‘มอนสเตอร์ระดับเทพเจ้าดึกดำบรรพ์’ กำลังเดินตรงมาหาเขาอย่างนั้นหรือ!?

ยุทธภพระบบเทพเจ้า
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก