ยุทธภพระบบเทพเจ้า

ตอนที่ 17 — กำเนิดในแดนอัสนีไร้สิ้นสุด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

362 ตอน · 1,697 คำ

ความมืดมิดไร้ขอบเขตกลืนกินทุกสิ่ง เป็นห้วงว่างที่ไร้ซึ่งจุดเริ่มต้นและจุดจบ คลื่นพลังงานที่บิดเบี้ยวถาโถมเข้าใส่ร่างของซู่หมิงอย่างไม่หยุดหย่อน เขารู้สึกเหมือนกายกำลังถูกฉีกกระชากเป็นเสี่ยงๆ ความรู้สึกเจ็บปวดเสียดแทรกเข้าไปถึงแก่นวิญญาณ ทว่าท่ามกลางความปวดร้าวที่รุนแรงเหล่านั้น แสงสีทองของ ‘แก่นแท้แห่งดวงดาว’ ‌ที่หลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขากลับส่องสว่างเรืองรองราวกับแสงนำทาง มันเป็นความอบอุ่นที่สวนทางกับความหนาวเหน็บของการเดินทางข้ามมิติ เป็นเกราะกำบังที่คอยปกป้องจิตวิญญาณอันบอบบางจากกระแสพลังแห่งอนันต์

“ระบบ… ข้า… ข้ายัง… เป็นข้าอยู่หรือไม่…” เสียงของซู่หมิงแทบไม่ต่างจากกระซิบแผ่วเบาที่จมหายไปในห้วงแห่งความว่างเปล่า เขาพยายามจะเรียกสติ ​พยายามจะยึดเหนี่ยวตัวตนของตัวเองไว้ แม้จะรู้สึกว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของเขาอย่างสมบูรณ์อีกต่อไปแล้ว มันเต็มไปด้วยพลังงานอันมหาศาลที่คุ้นเคยในเวลาเดียวกัน แต่มันก็แปลกปลอมและใหม่เอี่ยมจนน่าพรั่นพรึง

[การหลอมรวมกับแก่นแท้แห่งดวงดาวสำเร็จสมบูรณ์ 92.7%… การบำรุงรักษาตัวตนโฮสต์: สำเร็จ… การวิวัฒนาการร่างกายและจิตวิญญาณ: ‍สำเร็จ… ระดับพลังปัจจุบันของโฮสต์: ขั้นกำเนิดเทวะ ระดับ 1 (สถานะชั่วคราว) ระยะเวลา: 7 ‌วัน… โปรดระวังผลข้างเคียง: ความผันผวนของพลังงานสูง, การควบคุมยังไม่สมบูรณ์…]

เสียงของระบบดังก้องในโสตประสาทของเขา ชัดเจนกว่าที่เคย ซู่หมิงรู้สึกได้ถึงคลื่นพลังงานที่พุ่งพล่านในทุกอณูของร่างกาย กล้ามเนื้อของเขาแข็งแกร่งขึ้น เส้นเอ็นยืดหยุ่นกว่าเดิม ‍และกระดูกราวกับถูกหลอมจากเพชร ดวงตาของเขารับรู้รายละเอียดได้คมชัดยิ่งขึ้น สัมผัสถึงพลังงานในอากาศได้ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายตัวเอง

ทว่า… ความรู้สึกไม่คุ้นเคยก็ถาโถมเข้าใส่ เขายังคงเป็นซู่หมิง แต่ก็ไม่ใช่ซู่หมิงคนเดิมอีกต่อไปแล้ว

“แค่ 7 วันงั้นหรือ…” ​เขากระซิบเบาๆ ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง ความมืดมิดแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นแสงสว่างจ้าที่สาดเข้ามาอย่างกะทันหัน ความเจ็บปวดจากการถูกดึงกลับเข้าสู่ความเป็นจริงทำให้จิตสำนึกของเขาพร่าเลือนไปชั่วขณะ

ตึง!

ร่างของซู่หมิงกระแทกลงบนพื้นแข็งอย่างรุนแรง ฝุ่นควันลอยคลุ้งขึ้นในอากาศ เขาสำลักไอออกมาเฮือกใหญ่ ลมหายใจติดขัดไปชั่วขณะ ​ก่อนจะพยายามยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของเขาส่งเสียงครวญคราง แต่การฟื้นตัวกลับเร็วกว่าที่คาด เขาไม่มีรอยฟกช้ำเลยแม้แต่น้อย ราวกับร่างกายนี้ถูกสร้างมาเพื่อทนทานต่อแรงกระแทกเหล่านั้น

สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำให้เขาต้องเบิกตากว้าง นี่คือโลกใหม่โดยแท้!

ต้นไม้ที่สูงเสียดฟ้า ลำต้นขนาดใหญ่ราวกับหอคอยโบราณ เปล่งแสงสีเขียวอมฟ้าเรืองรองออกมาจากใบและเปลือกไม้ ​ราวกับพวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตจากความฝัน ท้องฟ้าด้านบนปกคลุมด้วยเมฆหมอกสีม่วงเข้มที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มีดวงตะวันขนาดใหญ่สองดวงส่องแสงสีส้มแดงและสีครามสลับกันไปมา ทำให้เกิดเงาและแสงสะท้อนที่แปลกตา พื้นดินเต็มไปด้วยพืชพรรณที่ไม่รู้จัก มีทั้งดอกไม้ที่เปล่งแสงระยิบระยับ และก้อนหินที่ลอยอยู่กลางอากาศอย่างท้าทายแรงโน้มถ่วง กลิ่นอายของธรรมชาติที่นี่เข้มข้นจนรู้สึกได้ถึงพลังชีวิตที่พุ่งพล่านในทุกอณูอากาศ ราวกับว่าโลกนี้กำลังหายใจอยู่ตลอดเวลา

“เยี่ยหลี!”

ซู่หมิงตระหนักได้ว่าตนเองไม่ใช่คนเดียวที่เดินทางมาที่นี่ เขารีบหันมองไปรอบๆ และเห็นร่างเล็กๆ ของเยี่ยหลีที่นอนแน่นิ่งอยู่ไม่ไกลจากเขา ใบหน้าของเธอยังคงซีดขาว ชุดที่สวมใส่ขาดวิ่นจากการเดินทางข้ามมิติ ซู่หมิงรีบทรุดตัวลงข้างๆ เธอ และตรวจสอบชีพจร “ยังหายใจ… โชคดีแค่ไหนแล้ว…”

เขาใช้พลังจากแก่นแท้แห่งดวงดาวส่งเข้าไปในร่างกายของเยี่ยหลีอย่างระมัดระวัง พลังงานอันบริสุทธิ์ค่อยๆ แทรกซึมเข้าสู่เซลล์ของเธอ บำรุงรักษาบาดแผลภายในและภายนอกให้ค่อยๆ ฟื้นตัว ใบหน้าของเยี่ยหลีเริ่มมีเลือดฝาดขึ้นเล็กน้อย การฟื้นตัวของเธอยังคงช้ากว่าซู่หมิงมาก เพราะเธอไม่มีการหลอมรวมกับพลังเทพใดๆ เลย

“เราอยู่ที่ไหนกันแน่… ระบบ…” ซู่หมิงถามขณะที่พยุงเยี่ยหลีขึ้นมาพิงกับลำต้นของต้นไม้เรืองแสง เขาเหลือบมองไปรอบๆ อีกครั้ง สัญชาตญาณเตือนเขาว่าที่นี่อาจจะสวยงาม แต่ก็เต็มไปด้วยอันตรายที่ซ่อนเร้น

[โฮสต์และเยี่ยหลีถูกส่งมายัง ‘แดนอัสนีไร้สิ้นสุด’ หนึ่งในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ห่างไกลจากอาณาจักรแห่งเทพเจ้า… ที่นี่เต็มไปด้วยเผ่าพันธุ์ดั้งเดิมที่ใช้พลังงานอัสนี, สัตว์อสูรแปลกประหลาด และทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์…]

“แดนอัสนีไร้สิ้นสุดงั้นหรือ… ชื่อก็บอกแล้วว่าต้องอันตราย” ซู่หมิงขมวดคิ้ว เขาเคยได้ยินเรื่องราวของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในตำนานมาบ้าง แต่มันเป็นเพียงนิทานปรัมปราที่เล่าขานกันในโลกเก่าของเขา ไม่คิดว่าจะได้มาเยือนด้วยตัวเองในสภาพเช่นนี้ “มีภารกิจอะไรให้ทำไหมตอนนี้?”

[ภารกิจหลัก: การเอาชีวิตรอดในแดนอัสนีไร้สิ้นสุด – ค้นหาสัญญาณของอารยธรรมหรือแหล่งที่พักพิงที่ปลอดภัย… รางวัล: ประสบการณ์ 100,000 หน่วย, สกิล ‘สัมผัสแห่งอัสนี’ ระดับ 1]

[ภารกิจรอง: ฟื้นฟูสภาพร่างกายของเยี่ยหลีให้สมบูรณ์ – ค้นหายาสมุนไพรหรือแหล่งพลังงานธรรมชาติเพื่อเร่งการฟื้นตัว… รางวัล: ประสบการณ์ 50,000 หน่วย, ไอเท็ม ‘ลูกแก้วแห่งการฟื้นฟู’]

ซู่หมิงพยักหน้าเล็กน้อย ภารกิจเหล่านี้ดูสมเหตุสมผล เขาจะต้องดูแลเยี่ยหลีและหาที่ปลอดภัยให้ได้ก่อนที่จะสำรวจอะไรไปมากกว่านี้

ครืด… โครม!

เสียงคำรามที่สั่นสะเทือนพื้นดินดังมาจากทิศทางหนึ่ง ทำให้ใบไม้เรืองแสงสั่นไหว ซู่หมิงรีบหันขวับไปมอง สัญชาตญาณที่เฉียบคมขึ้นจากการหลอมรวมกับแก่นแท้แห่งดวงดาวทำให้เขาสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานขนาดใหญ่ที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามา พลังงานนั้นรุนแรงและป่าเถื่อน คล้ายกับสายฟ้าที่กำลังจะผ่าลงมา

“อะไรกันนี่…”

จากเงาของต้นไม้ใหญ่ที่ไกลออกไป ร่างเงาสีดำขนาดมหึมากำลังเคลื่อนที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว มันมีรูปร่างคล้ายสัตว์สี่เท้าขนาดใหญ่ ผิวหนังของมันปกคลุมด้วยเกล็ดสีดำสนิทที่สะท้อนแสงสีม่วงของเมฆหมอก และที่น่าตกใจที่สุดคือเขาขนาดใหญ่สองข้างที่แตกกิ่งก้านสาขาออกจากศีรษะของมัน แต่ละกิ่งก้านมีประกายไฟฟ้าสีฟ้าอมม่วงเต้นระยิบระยับ รอบตัวมันมีกลุ่มพลังงานอัสนีห่อหุ้มอยู่ตลอดเวลา ทุกย่างก้าวทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนและทิ้งรอยไหม้ไว้เบื้องหลัง

[สัตว์อสูร: ภูเขาอสูรไฟฟ้า – ระดับ: ตำนาน (ระดับสูงสุดของโลกนี้)… การควบคุมพลังงานอัสนี: ระดับปรมาจารย์… พลังทำลายล้าง: มหาศาล…]

“สัตว์อสูรระดับตำนาน!” ซู่หมิงอุทานด้วยความตกใจ นี่มันอะไรกัน เขาเพิ่งจะรอดมาจากภูผาอสูรทมิฬมาหยกๆ ก็ต้องมาเจอกับสัตว์อสูรระดับตำนานของโลกนี้ทันทีงั้นหรือ? แม้ว่าพลังของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่ ‘ขั้นกำเนิดเทวะ’ ของเขาก็ยังอยู่ในสถานะชั่วคราว การต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับตำนานตั้งแต่แรกอาจเป็นความคิดที่ไม่ดีนัก

ภูเขาอสูรไฟฟ้าหยุดยืนอยู่ห่างจากพวกเขาไม่ไกลนัก ดวงตาของมันเป็นสีแดงก่ำราวกับเพลิงนรก จ้องมองมาที่ซู่หมิงและเยี่ยหลีด้วยความกระหายเลือด ราวกับว่าพวกเขาก็เป็นเพียงมดปลวกตัวจ้อยที่บุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของมัน พลังงานอัสนีรอบตัวมันปะทุขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยกลิ่นโอโซนและไฟฟ้าสถิต

“ฟุ่ว…” ซู่หมิงพ่นลมหายใจออกช้าๆ มือของเขากำแน่น พลังงานสีทองอ่อนๆ เริ่มหมุนวนรอบตัวเขา เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสู้ เขาจะปกป้องเยี่ยหลีให้ได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

ภูเขาอสูรไฟฟ้าคำรามอีกครั้ง เสียงนั้นดังกึกก้องไปทั่วหุบเขา ก่อนที่มันจะพุ่งเข้าใส่ซู่หมิงด้วยความเร็วที่ไม่อาจคาดคิดได้ ราวกับก้อนสายฟ้าสีดำที่พุ่งตรงเข้ามา กรงเล็บขนาดใหญ่ของมันมีประกายไฟฟ้าห่อหุ้มอยู่ พร้อมที่จะฉีกกระชากทุกสิ่งให้เป็นชิ้นๆ

“จะไม่มีทางให้เจ้าทำร้ายเยี่ยหลีได้!”

ซู่หมิงพุ่งเข้าปะทะกับมันอย่างไม่ลังเล พลังจากแก่นแท้แห่งดวงดาวถูกเรียกใช้ออกมาจนสุดขีด ร่างกายของเขาเปล่งแสงสีทองสว่างจ้าดุจดาวฤกษ์ดวงเล็กๆ พลังงานนั้นรุนแรงจนสามารถทำให้คลื่นพลังของภูเขาอสูรไฟฟ้าสั่นสะเทือนได้ เขาเลือกที่จะไม่ใช้สกิลใดๆ ในตอนนี้ แต่พุ่งเข้าไปใช้หมัดที่เต็มไปด้วยพลังแห่งดวงดาวปะทะกับกรงเล็บของอสูรยักษ์

ตึง!!!

เสียงปะทะดังก้องสนั่นราวกับฟ้าผ่า พลังงานสีทองและพลังงานอัสนีปะทะกันอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดคลื่นกระแทกที่รุนแรงจนต้นไม้รอบข้างสั่นสะเทือนและมีใบไม้ร่วงหล่นลงมาเป็นจำนวนมาก ซู่หมิงถูกแรงปะทะถอยหลังไปหลายก้าว แต่เขาก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ ในขณะที่ภูเขาอสูรไฟฟ้ากลับไม่ได้รับความเสียหายใดๆ เลยแม้แต่น้อย มันเพียงแต่สะบัดกรงเล็บเล็กน้อยอย่างไม่แยแส และจ้องมองซู่หมิงด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม

“แข็งแกร่งเกินไปจริงๆ…” ซู่หมิงกัดฟัน การโจมตีของเขาที่เคยทำลายภูผาอสูรทมิฬให้เป็นรอยร้าวขนาดใหญ่กลับทำอะไรเจ้าอสูรตัวนี้ไม่ได้เลย เขารู้สึกถึงความแตกต่างของพลังอย่างชัดเจน สัตว์อสูรระดับตำนานของโลกใบนี้แข็งแกร่งกว่าที่เขาคิดไว้มาก

“ท่าน… ซู่หมิง…” เสียงแผ่วเบาของเยี่ยหลีดังขึ้น เธอตื่นขึ้นมาแล้ว และเห็นภาพการต่อสู้ที่ไม่สมศักดิ์ศรีตรงหน้า ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวล

“นอนพักไปก่อน เยี่ยหลี ข้าจะจัดการมันเอง!” ซู่หมิงตอบกลับอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันไปมอง เขาไม่ต้องการให้เยี่ยหลีเห็นท่าทีที่อ่อนแอของเขา แต่ภูเขาอสูรไฟฟ้าไม่ให้โอกาสเขาได้พูดคุยกับเธอ มันคำรามอีกครั้ง ก่อนจะยกกรงเล็บขึ้นและฟาดลงมาใส่ซู่หมิงอีกครั้งด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น พลังงานอัสนีที่ห่อหุ้มกรงเล็บของมันบิดเบี้ยวและเปลี่ยนเป็นลำแสงสายฟ้าสีม่วงที่พุ่งเข้าใส่เขาโดยตรง

“บ้าเอ๊ย!”

ซู่หมิงไม่มีเวลาจะหลบหลีก เขากัดฟันรวบรวมพลังทั้งหมดไว้ที่กำปั้น และปล่อยหมัดแห่งดวงดาวออกไปอีกครั้ง คราวนี้เขาใส่พลังทั้งหมดที่เขามี โดยไม่สนใจผลข้างเคียงที่จะตามมา ทว่าพลังของเขากลับยังไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งลำแสงสายฟ้าที่รุนแรงนั้นได้ เขาถูกลำแสงพุ่งชนเข้าอย่างจัง ร่างกายปลิวออกไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่จนหักโค่นไปหลายต้น

ความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วร่าง แม้จะมีการฟื้นฟูของแก่นแท้แห่งดวงดาว แต่ความเสียหายที่ได้รับก็ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เขาไอสำลักออกมาเป็นเลือดเล็กน้อย พลังงานในร่างกายปั่นป่วนอย่างรุนแรง ผลข้างเคียงจากการใช้พลังมากเกินไปเริ่มสำแดงฤทธิ์แล้ว

[คำเตือน: โฮสต์ได้รับความเสียหายรุนแรง… การควบคุมพลังงานแก่นแท้แห่งดวงดาวเริ่มไม่เสถียร… สถานะ ‘ขั้นกำเนิดเทวะ’ อาจสิ้นสุดลงก่อนกำหนด…]

“ซู่หมิง!” เยี่ยหลีร้องเรียกด้วยความตกใจ เธอพยายามจะลุกขึ้น แต่ร่างกายที่อ่อนแรงทำให้เธอทำได้เพียงทรุดตัวลงอีกครั้ง

ภูเขาอสูรไฟฟ้าเดินเข้ามาหาซู่หมิงอย่างช้าๆ มันเงยหน้าขึ้นคำรามอย่างผู้ชนะ ก่อนที่จะยกกรงเล็บขนาดมหึมาขึ้นอีกครั้ง เตรียมที่จะฟาดลงมาเพื่อปลิดชีวิตซู่หมิงให้สิ้นซาก ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความอำมหิต

ในขณะที่ซู่หมิงกำลังดิ้นรนจะลุกขึ้น เขากลับรู้สึกถึงบางสิ่ง… บางสิ่งที่กำลังตื่นขึ้นภายในร่างกายของเขา…

มันไม่ใช่พลังของแก่นแท้แห่งดวงดาว… แต่มันเป็นบางสิ่งที่อยู่ลึกกว่านั้น…

บางสิ่งที่คล้ายกับ… สัญญาณจากดวงวิญญาณ… ที่ตอบสนองต่อภัยคุกคามอันใหญ่หลวงนี้

[ระบบ… ตรวจพบสัญญาณพลังงานแปลกปลอม… พลังงานศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกผนึกไว้กำลัง… ตื่นขึ้น…]

วินาทีที่ภูเขาอสูรไฟฟ้าฟาดกรงเล็บลงมา ทั่วทั้งผืนป่าก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แสงสว่างจ้าสีเงินยวงปะทุขึ้นจากร่างของซู่หมิง มันไม่ใช่แสงสีทองของแก่นแท้แห่งดวงดาว แต่เป็นแสงสีเงินที่บริสุทธิ์และทรงพลังยิ่งกว่า… ทว่าก่อนที่แสงนั้นจะแผ่ขยายออกไปจนสมบูรณ์ เยี่ยหลีที่หมดสติไปอีกครั้งกลับส่งเสียงครางแผ่วเบาออกมา คลื่นพลังงานบางอย่างที่ทรงพลังและคุ้นเคยกำลังปะทุออกจากร่างของเธอเช่นกัน

ไม่ใช่พลังของมนุษย์… แต่มันคือ… พลังแห่ง… มาร!

แสงสีเงินจากร่างของซู่หมิง และคลื่นพลังงานสีดำสนิทจากร่างของเยี่ยหลี… ปะทะกันกลางอากาศ!

เกิดเป็นแรงระเบิดที่รุนแรงจนพื้นดินแยกออก ต้นไม้รอบข้างกระเด็นปลิวไปไกล และภูเขาอสูรไฟฟ้าถึงกับต้องหยุดชะงักด้วยความตกใจ มันเงยหน้าขึ้นมองไปยังต้นกำเนิดของพลังงานทั้งสองอย่างไม่เข้าใจ ดวงตาของมันฉายแววหวาดระแวง

ซู่หมิงที่กำลังกึ่งหมดสติอยู่กลางแสงสีเงินยวง กลับมองเห็นภาพหลอน… ภาพของหญิงสาวในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ทว่าใบหน้ากลับเลือนลางราวกับควัน… และอีกภาพหนึ่ง… ร่างเงาสีดำทะมึนของบุรุษผู้สง่างาม ที่มีดวงตาเป็นประกายสีแดงฉาน…

ทั้งสองภาพปรากฏขึ้นพร้อมกัน ก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับแสงสีเงินและพลังงานสีดำที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า และกลายเป็นสัญลักษณ์แปลกประหลาดสองอันที่โคจรเข้าหากันช้าๆ เหนือร่างของซู่หมิงและเยี่ยหลี…

สัญลักษณ์หนึ่งคือวงแหวนศักดิ์สิทธิ์สีเงินที่เปล่งประกายเจิดจ้า และอีกสัญลักษณ์หนึ่งคือดวงตาปีศาจสีดำทมิฬที่จ้องมองลงมาด้วยความเยือกเย็น

ภูเขาอสูรไฟฟ้ามองดูภาพนั้นด้วยความตกใจอย่างถึงที่สุด มันสัมผัสได้ถึงพลังงานที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่มันจะเข้าใจได้ ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความกลัวที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน มันเลือกที่จะไม่เข้าใกล้พลังงานลึกลับเหล่านั้น แต่กลับหันหลังและวิ่งหนีหายไปในความมืดมิดของป่าอย่างรวดเร็วราวกับถูกไล่ล่า

ซู่หมิงพยายามจะเรียกสติ เขารู้สึกถึงพลังที่มหาศาล กำลังหลั่งไหลเข้ามาในร่างกาย แต่ก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน สิ่งที่กำลังตื่นขึ้นภายในตัวเขาไม่ใช่สิ่งที่จะควบคุมได้ง่ายๆ

“พลัง… เทพ…?”

[คำเตือน: ตรวจพบการตื่นขึ้นของพลังงานโบราณ… การเชื่อมโยงทางวิญญาณระหว่างโฮสต์และเยี่ยหลีมีความผันผวนสูง… อาจเกิดการหลอมรวมหรือปฏิกิริยาที่คาดไม่ถึง…]

สัญลักษณ์ทั้งสองโคจรเข้าใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน พลังงานจากพวกมันกดดันซู่หมิงจนแทบหายใจไม่ออก เขารู้สึกได้ว่าตัวตนของเขากำลังถูกดึงไปในทิศทางที่แตกต่างกัน

ภาพสุดท้ายที่ซู่หมิงเห็นก่อนที่สติจะดับวูบไป คือสัญลักษณ์ทั้งสองที่กำลังเปล่งแสงเจิดจ้า และเสียงของระบบที่ดังขึ้นในหัวอย่างบ้าคลั่งราวกับจะเตือนภัยถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้…

[วิกฤต! วิกฤต! พลังงานเทพมารเริ่มหลอมรวม! ความทรงจำของโฮสต์… อาจ… ถูก…]

ทุกสิ่งมืดดับลงอีกครั้ง พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องจากพลังงานที่ปะทุขึ้นในใจกลางของป่าลึก แสงสว่างอันรุนแรงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ย้อมเมฆหมอกสีม่วงเข้มให้กลายเป็นสีเงินและสีดำสลับกันไป ราวกับว่าเทพเจ้าและมารกำลังประกาศสงครามกันในแดนอัสนีไร้สิ้นสุดแห่งนี้

และในใจกลางของทุกสิ่ง ซู่หมิง… และเยี่ยหลี… ได้หายไปแล้ว…”

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ยุทธภพระบบเทพเจ้า

ยุทธภพระบบเทพเจ้า

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!