โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
362 ตอน · 1,607 คำ
ความมืดมิดและไร้รูปทรงคือสิ่งที่ซู่หมิงสัมผัสได้เป็นสิ่งแรก ความรู้สึกของการฉีกขาดของร่างกายและจิตวิญญาณได้จางหายไปแทนที่ด้วยความสงบเย็นที่ลึกซึ้งเกินจะบรรยาย มันราวกับการลอยละล่องอยู่ในมหาสมุทรแห่งความว่างเปล่า ที่ซึ่งกาลเวลาและมิติไร้ความหมาย เขาไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่จมดิ่งอยู่ในห้วงลึกนั้น จนกระทั่งความอบอุ่นบางอย่างเริ่มแผ่ซ่านเข้ามาในทุกอณูของร่างกาย มันไม่ใช่ความร้อนรุ่มของพลังอัสนีที่ปะทะกัน แต่เป็นความอ่อนโยนที่หล่อเลี้ยง ดุจสายน้ำแห่งชีวิตที่ไหลรินเติมเต็มช่องว่างที่เคยถูกฉีกขาด
เปลือกตาของซู่หมิงค่อยๆ กระพริบเปิดออก แสงสลัวรอดผ่านเข้ามา ทำให้ดวงตาของเขาปรับตัวอย่างเชื่องช้า ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือเพดานหินขรุขระที่มีเกล็ดระยิบระยับคล้ายอัญมณีสีครามเล็กๆ ฝังตัวอยู่ มันไม่ใช่ท้องฟ้า แต่เป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่เปล่งประกายเรืองรองด้วยแสงสีน้ำเงินอ่อนโยน ผนังถ้ำเป็นหินปูนที่ถูกกัดเซาะอย่างงดงาม เผยให้เห็นลายเส้นของแร่ธาตุที่ส่องแสงคล้ายใยแมงมุมสีเงินยวง อากาศภายในถ้ำบริสุทธิ์และชุ่มชื้น พลังงานธรรมชาติที่เข้มข้นจนสัมผัสได้ถึงการไหลเวียนในเส้นเลือดฝอยแผ่ซ่านอยู่ทั่วทุกแห่งหน ราวกับว่าสถานที่แห่งนี้เป็นจุดศูนย์รวมของพลังงานแห่งโลกโดยแท้
เขาลุกขึ้นนั่งช้าๆ สัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกาย ความเจ็บปวดจากการถูกดูดกลืนและความเสียหายจากพลังอัสนีระดับตำนานนั้นหายไปอย่างสิ้นเชิง ไม่เพียงเท่านั้น เขายังรู้สึกถึงพลังงานใหม่ที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเมอริเดียน มันไม่ใช่พลังปราณที่เขาเคยฝึกฝน ไม่ใช่พลังแห่งแก่นแท้แห่งดวงดาวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการหลอมรวมกันระหว่างพลังดาราอันบริสุทธิ์ที่มากับแก่นแท้แห่งดวงดาว และพลังอัสนีโบราณที่ปะทุขึ้นในตัวเขาและเยี่ยหลี มันผสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ ก่อเกิดเป็นกระแสพลังงานที่ทั้งรุนแรงและสงบเย็นในคราวเดียวกัน คล้ายกับพายุฟ้าคะนองที่ถูกควบคุมไว้ภายใต้แสงดาวอันเงียบสงบ
“ระบบ!” ซู่หมิงเรียกในใจอย่างรวดเร็ว
[ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสภาพร่างกายของโฮสต์!] [แก่นแท้แห่งดวงดาวระดับสูงได้รับการหลอมรวมกับพลังงานอัสนีโบราณ ก่อกำเนิด ‘แก่นแท้ดาราอสนี’ ระดับตำนานขั้นต้น!] [ร่างกายของโฮสต์ได้รับการยกระดับสู่ ‘กายเทพดาราอสนี’ ขั้นเริ่มต้น!] [ความสามารถพิเศษ ‘ควบคุมอัสนีดารา’ ถูกปลดล็อก!] [ระดับพลังของโฮสต์ถูกยกระดับสู่ ‘ปรมาจารย์แห่งอาณาจักรดารา’ ขั้นที่ 1!] (หมายเหตุ: ระบบได้ปรับเปลี่ยนชื่อขั้นพลังงานเพื่อให้สอดคล้องกับพลังที่หลอมรวม) [การบำเพ็ญเพียรของโฮสต์ได้ก้าวเข้าสู่มิติใหม่ โปรดตรวจสอบสถานะ!] เสียงของระบบดังก้องในจิตใจของซู่หมิง รายละเอียดมากมายถาโถมเข้ามา ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างที่สุด
แก่นแท้ดาราอสนี! กายเทพดาราอสนี! ปรมาจารย์แห่งอาณาจักรดารา!
คำว่า ‘ตำนาน’ ไม่ใช่แค่ระดับของมอนสเตอร์อีกต่อไป แต่มันคือระดับพลังที่เขาได้ครอบครองแล้ว เขาลองยกมือขึ้น พลังงานสีครามปนม่วงอ่อนๆ เริ่มปรากฏขึ้นรอบปลายนิ้ว มันเป็นประกายไฟเล็กๆ ที่เต้นระริก แต่มันกลับแฝงด้วยความรู้สึกถึงพลังที่สามารถทำลายภูเขาได้หากเขาต้องการ ซู่หมิงรู้สึกได้ถึงการเชื่อมโยงกับพลังอัสนีรอบตัวเขา ราวกับว่าเขาสามารถสั่งการมันได้เพียงแค่คิด การควบคุมอัสนีดาราทำให้เขาสามารถเรียกพายุอัสนี หรือแม้แต่หลอมรวมมันเข้ากับพลังดวงดาวเพื่อสร้างการโจมตีที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม
แต่ความตื่นเต้นของเขาก็ถูกแทนที่ด้วยความกังวลเมื่อเขานึกถึงเยี่ยหลี เขาหันมองไปรอบๆ ในที่สุดก็พบร่างที่คุ้นเคยนอนอยู่ไม่ไกลจากเขา ร่างของเยี่ยหลียังคงสลบไสลอยู่ ใบหน้าของเธอยังคงซีดเซียว แต่สิ่งที่ทำให้ซู่หมิงประหลาดใจคือรอยสักรูปสายฟ้าสีฟ้าอ่อนที่ปรากฏขึ้นบนลำคอของเธอและไหลลงไปใต้เสื้อผ้าอย่างลึกลับ รอยสักนั้นเปล่งประกายบางๆ เป็นจังหวะ ราวกับกำลังเต้นตามชีพจรที่ซ่อนอยู่
“เยี่ยหลี!” ซู่หมิงคลานเข้าไปหาเธออย่างรวดเร็ว มือสัมผัสที่หน้าผากของเธอ อุณหภูมิร่างกายของเธอเป็นปกติแล้ว แต่พลังงานลึกลับที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอทำให้เขารู้สึกประหลาดใจ เขาลองส่งพลังดาราอสนีเข้าไปในร่างของเธอเพื่อตรวจสอบ ทันใดนั้น ระบบก็ส่งเสียงเตือนอีกครั้ง
[ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงของสหายร่วมทาง!] [พลังงานอัสนีโบราณและพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ได้หลอมรวมกับร่างกายของสหาย ก่อกำเนิด ‘สายเลือดเทพธิดาอัสนี’ ระดับตำนานขั้นต้น!] [ร่างกายของสหายกำลังเข้าสู่การฟื้นฟูและปรับสภาพในระดับลึกซึ้ง โปรดอย่ารบกวนการเปลี่ยนแปลงนี้!] [คาดการณ์ระยะเวลาฟื้นตัว: 3 – 7 วัน]
เทพธิดาอัสนี! ซู่หมิงแทบจะอุทานออกมา เยี่ยหลีไม่ได้แค่รอดชีวิต แต่เธอกลับได้รับการยกระดับสายเลือดไปสู่ระดับตำนานเช่นกัน! นี่มันเป็นเรื่องเหลือเชื่ออย่างแท้จริง การที่ทั้งคู่รอดมาจากปรากฏการณ์นั้นและยังได้รับการอวยพรจากพลังโบราณ ถือเป็นปาฏิหาริย์ที่เหนือความคาดหมายทั้งหมด
เขาตัดสินใจที่จะไม่รบกวนเยี่ยหลี ปล่อยให้ร่างกายของเธอได้ปรับสภาพอย่างเต็มที่ ซู่หมิงลุกขึ้นยืนสำรวจสภาพแวดล้อมอย่างละเอียดอีกครั้ง ถ้ำแห่งนี้กว้างขวางมาก มีทางเดินเล็กๆ แยกออกไปหลายทิศทาง บางเส้นทางนำไปสู่โพรงขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยพืชเรืองแสงที่ไม่เคยเห็นมาก่อน พืชเหล่านี้มีดอกคล้ายระฆังแก้วสีฟ้าอ่อนที่ส่งกลิ่นหอมชวนผ่อนคลาย พลังงานอัสนีในถ้ำมีความบริสุทธิ์อย่างไม่น่าเชื่อ มันไม่ได้รุนแรงเหมือนสายฟ้าฟาด แต่นุ่มนวลและอ่อนโยน ราวกับถูกกรองมาแล้วนับล้านปี เหมาะสำหรับการบำเพ็ญเพียรอย่างยิ่ง
ซู่หมิงลองใช้ระบบสแกนสภาพแวดล้อม [สถานที่ปัจจุบัน: ถ้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งอัสนี (Thunder God’s Sanctuary) – ระดับ: โบราณตำนาน!] [รายละเอียด: ถ้ำลับที่ซ่อนอยู่ในใจกลางของแดนอัสนีไร้สิ้นสุด เป็นแหล่งรวมพลังงานอัสนีบริสุทธิ์และพลังชีวิตโบราณ ถูกสร้างขึ้นโดยพลังงานที่เหลือจากการก่อกำเนิดโลก เหมาะสำหรับการบำเพ็ญเพียรและฟื้นฟูร่างกาย] [สิ่งมีชีวิตที่ตรวจพบ: พืชวิญญาณอัสนีระดับสูง (ไม่มีอันตราย), สัตว์อสูรขนาดเล็ก (ไม่มีอันตราย), … (ยังไม่สามารถสแกนสิ่งมีชีวิตที่ซ่อนอยู่ได้อย่างสมบูรณ์)]
ถ้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งอัสนี! ชื่อนั้นช่างยิ่งใหญ่และเหมาะสมกับสถานที่แห่งนี้ ซู่หมิงรู้สึกโล่งใจที่พวกเขาตกลงมาในสถานที่ปลอดภัยแห่งนี้ แทนที่จะเป็นรังของสัตว์ประหลาดดุร้าย การที่ระบบบอกว่า “ไม่มีอันตราย” สำหรับสิ่งมีชีวิตที่ตรวจพบก็ยิ่งทำให้เขามีเวลาตั้งหลักและบำเพ็ญเพียรเพื่อทำความเข้าใจพลังใหม่ของตัวเอง
“ดูเหมือนว่าเราจะโชคดีอย่างเหลือเชื่อจริงๆ” ซู่หมิงพึมพำกับตัวเอง เขากลับไปนั่งใกล้ๆ เยี่ยหลีอีกครั้ง เพื่อเฝ้าดูเธอและเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ถึงแม้ระบบจะบอกว่าปลอดภัย แต่เขาก็ไม่ประมาทกับโลกที่เต็มไปด้วยปริศนาเช่นนี้ เขาหลับตาลงและเริ่มทำความเข้าใจกับพลังดาราอสนีที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย มันเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจากการดูดซับพลังงานดวงดาวอย่างสิ้นเชิง พลังอัสนีเพิ่มความเร็วและความรุนแรงให้กับพลังดารา ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเฉียบคมและทรงพลังมากยิ่งขึ้น
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในถ้ำที่ไร้แสงอาทิตย์ ซู่หมิงไม่สามารถบอกได้ว่าผ่านไปกี่ชั่วโมงหรือกี่วัน เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำความคุ้นเคยกับกายเทพดาราอสนีและการควบคุมอัสนีดารา เขาพบว่าเขาสามารถเรียกพายุอัสนีขนาดเล็กมาโจมตีศัตรู หรือสร้างโล่พลังงานอัสนีรอบตัวได้อย่างง่ายดาย พลังนี้แข็งแกร่งกว่าที่เขาจินตนาการไว้มากนัก และยังมีความเป็นไปได้อีกมากมายที่เขายังค้นไม่พบ
ในขณะเดียวกัน เขาก็หมั่นตรวจสอบเยี่ยหลีอยู่เสมอ รอยสักสายฟ้าบนลำคอของเธอยิ่งเปล่งประกายชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ราวกับพลังงานกำลังถูกดูดซับเข้าไปในร่างกายของเธออย่างต่อเนื่อง วันที่สี่หลังจากที่พวกเขาตื่นขึ้น ซู่หมิงรู้สึกได้ถึงการสั่นสะเทือนบางอย่างจากร่างของเยี่ยหลี พลังงานอัสนีรอบตัวเธอกำลังเข้มข้นขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นม่านแสงสีฟ้าอ่อนที่ห่อหุ้มร่างของเธอไว้
“เธอจะตื่นแล้วหรือ?” ซู่หมิงพึมพำอย่างตื่นเต้น
แสงสีฟ้าอ่อนเริ่มสว่างวาบขึ้นและหรี่ลงเป็นจังหวะ ราวกับการหายใจของสิ่งมีชีวิตโบราณ จังหวะของการเปล่งแสงเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดสูงสุด แสงสว่างจ้าสาดไปทั่วถ้ำ ทำให้ซู่หมิงต้องยกแขนขึ้นบังใบหน้า พลังงานอัสนีที่ปะทุออกมานั้นรุนแรงจนแม้แต่เขาก็ยังรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล เสียงกรีดร้องเบาๆ หลุดออกมาจากร่างที่ถูกห่อหุ้มด้วยแสงนั้น ตามมาด้วยประกายฟ้าผ่าเล็กๆ ที่แลบแปลบปลาบไปทั่วบริเวณ
เมื่อแสงจางลง ซู่หมิงก็ลดแขนลง เขามองไปยังร่างของเยี่ยหลีด้วยความคาดหวัง และสิ่งที่เขาเห็นทำให้ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
เยี่ยหลีกำลังลอยอยู่เหนือพื้นถ้ำเล็กน้อย ผมสีดำขลับของเธอยาวสลวยลงมาจนถึงข้อเท้า เส้นผมของเธอไม่ได้เป็นสีดำสนิทเหมือนเดิม แต่มีประกายสีน้ำเงินเข้มแซมอยู่เล็กน้อย ดวงตาที่เคยเป็นสีน้ำตาลอ่อนของเธอตอนนี้เปล่งประกายสีครามเข้ม ราวกับดวงตาของเทพธิดาแห่งสายฟ้า เสื้อผ้าของเธอถูกฉีกขาดจากการปะทะครั้งก่อน แต่แทนที่จะเปลือยเปล่า ร่างกายของเธอกลับถูกปกคลุมด้วยชุดเกราะพลังงานสีขาวเงินบางเบาที่ประดับด้วยลวดลายสายฟ้าสีฟ้าอ่อน มันดูเหมือนชุดเกราะที่เกิดจากพลังงานอัสนีโดยตรง ไม่ใช่เสื้อผ้าที่ตัดเย็บ
รอยสักรูปสายฟ้าบนลำคอของเธอดูโดดเด่นและชัดเจนขึ้น พลังงานอัสนีกำลังเต้นระริกอยู่รอบๆ ร่างกายของเธออย่างสงบ แต่ซ่อนเร้นไว้ซึ่งพลังที่สามารถทำลายล้างทุกสิ่งได้อย่างไร้ขีดจำกัด เยี่ยหลีค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ดวงตาคู่สวยสบเข้ากับดวงตาของซู่หมิง แววตาของเธอยังคงแสดงความสับสนเล็กน้อย แต่มีประกายแห่งความแข็งแกร่งและพลังอำนาจที่ไม่อาจซ่อนเร้นได้
“ซู่... ซู่หมิง?” เสียงของเธอฟังดูแปลกไปเล็กน้อย มันกังวานและแฝงด้วยความเยือกเย็นที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน ร่างของเธอค่อยๆ ลอยลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวล ราวกับถูกประคองโดยพลังที่มองไม่เห็น
ก่อนที่ซู่หมิงจะตอบคำถาม ระบบก็ส่งเสียงเตือนอีกครั้งอย่างเร่งด่วน [ตรวจพบคลื่นพลังงานขนาดใหญ่กำลังมุ่งหน้ามายังถ้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งอัสนี!] [คำเตือน! ระดับภัยคุกคาม: สูงมาก! สิ่งมีชีวิตที่กำลังใกล้เข้ามาคือ ‘มารอัสนีบรรพกาล’ – ระดับ: มหาเทพ! [คำแนะนำ: โฮสต์และสหายควรเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้า หรือหลบหนีในทันที!] เสียงของระบบเต็มไปด้วยความเร่งด่วนจนผิดปกติ
มหาเทพ! ซู่หมิงแทบจะหยุดหายใจ มหาเทพคือระดับที่สูงส่งกว่าตำนานไปอีกขั้นหนึ่ง เป็นระดับของสิ่งมีชีวิตที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกแห่งนี้อย่างแท้จริง มารอัสนีบรรพกาล! แค่ชื่อก็บ่งบอกถึงความเก่าแก่และความน่าสะพรึงกลัวแล้ว
“เยี่ยหลี! เรามีปัญหาใหญ่แล้ว!” ซู่หมิงรีบพูดออกไปขณะที่คลื่นพลังงานมหาศาลสั่นสะเทือนถ้ำ เสียงคำรามอันกึกก้องที่มาจากเบื้องบนทำให้ผนังถ้ำสั่นสะเทือนจนเศษหินร่วงหล่นลงมา เบื้องหน้าทางเข้าถ้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งอัสนี ร่างสีดำทะมึนขนาดมหึมากำลังปรากฏขึ้น มันมีดวงตาสีแดงฉานที่ส่องประกายด้วยความมุ่งร้าย และพลังงานอัสนีสีดำสนิทกำลังเต้นระริกอยู่รอบตัวมัน ส่งกลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายและความตายแผ่ซ่านเข้ามาในถ้ำราวกับพายุที่กำลังถาโถมเข้ามา
ทันใดนั้น มารอัสนีบรรพกาลก็ส่งเสียงคำรามอีกครั้ง เสียงนั้นเจาะทะลุโสตประสาทและจิตวิญญาณ พลังงานอัสนีสีดำพุ่งเข้าใส่ปากทางเข้าถ้ำอย่างบ้าคลั่ง หินผาทุกก้อนระเบิดเป็นผุยผง เส้นทางเดียวที่จะออกไปได้ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง ซู่หมิงหันไปมองเยี่ยหลีที่กำลังยืนมองไปยังทางเข้าถ้ำด้วยแววตาที่เย็นชา แสงสีครามในดวงตาของเธอยิ่งส่องประกายชัดเจนขึ้น และชุดเกราะพลังงานบนตัวเธอก็ดูเหมือนจะเรืองรองขึ้นเล็กน้อย
“มหาเทพ... มารอัสนี... บรรพกาล...” เสียงของเยี่ยหลีพึมพำออกมาอย่างแผ่วเบา แต่แววตาของเธอไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย แต่กลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความเย็นชาที่ซู่หมิงไม่เคยเห็นมาก่อน ราวกับว่าจิตวิญญาณแห่งเทพธิดาอัสนีโบราณได้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้วในร่างของเธอ
ซู่หมิงมองสลับระหว่างมารอัสนีบรรพกาลที่อยู่ด้านนอก และเยี่ยหลีที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขา นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาตั้งคำถามกับความเปลี่ยนแปลงของเยี่ยหลีแล้ว พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับหายนะที่แท้จริง มหาเทพที่สามารถบดขยี้พวกเขาได้เพียงแค่กระดิกนิ้ว และตอนนี้ทางหนีก็ถูกปิดแล้ว! สภาวการณ์นี้อันตรายเกินกว่าที่พวกเขาจะจินตนาการได้!
“ไม่ว่ามันจะเป็นใคร เราต้องรอดจากที่นี่ให้ได้!” ซู่หมิงกัดฟันกรอด พลังดาราอสนีในตัวเขาพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง เตรียมพร้อมที่จะต่อสู้จนถึงที่สุด แม้ว่าโอกาสจะน้อยเพียงใดก็ตาม เขามองไปที่เยี่ยหลีและสัมผัสได้ถึงพลังงานอัสนีอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ… สิ่งที่ซู่หมิงไม่รู้ก็คือ มารอัสนีบรรพกาลไม่ได้มาที่นี่เพียงแค่เพื่อทำลายล้าง แต่เพื่อช่วงชิงสิ่งที่สำคัญกว่าสิ่งใดทั้งหมด… สิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในถ้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งอัสนีแห่งนี้มานับพันปี และเป็นต้นกำเนิดของพลังที่ทั้งคู่ได้รับไป
เสียงคำรามของมารอัสนีบรรพกาลดังกึกก้องอีกครั้ง ผนังถ้ำเริ่มมีรอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น แสงสลัวในถ้ำเริ่มหรี่ลง ราวกับความมืดมิดกำลังจะกลืนกินทุกสิ่งอย่างช้าๆ
ภายนอกถ้ำ…ดวงตาสีแดงฉานของมารอัสนีบรรพกาลจ้องมองเข้าไปในความมืดที่กำลังจะกลืนกินถ้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งอัสนี มันรับรู้ถึงพลังงานอันบริสุทธิ์ของ ‘แก่นแท้อัสนีบรรพกาล’ ที่ถูกช่วงชิงไป และความโกรธแค้นก็พุ่งสูงขึ้นอย่างไร้ขอบเขต “เจ้าเด็กมนุษย์…และสิ่งมีชีวิตที่ถูกชำระล้างด้วยพลังแห่งแสง…พวกเจ้าบังอาจแตะต้องสมบัติของข้า…ข้าจะทำให้พวกเจ้าสำนึก!” เสียงของมันดังก้องไปทั่วแดนอัสนีไร้สิ้นสุด พร้อมกับพลังอัสนีสีดำที่เริ่มหลอมรวมเป็นคมหอกขนาดมหึมา…เตรียมพร้อมที่จะเจาะทะลวงและทำลายทุกสิ่งที่ขวางทาง! นี่คือจุดจบ หรือจุดเริ่มต้นของสงครามครั้งใหม่กันแน่?

ยุทธภพระบบเทพเจ้า
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก