โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
362 ตอน · 1,303 คำ
อสนีบาตไร้รูปทรงฟาดลงจากฟากฟ้าสีดำที่ไร้ซึ่งเบื้องบนสู่เบื้องล่าง มันเป็นฟ้าผ่าที่มิอาจมองเห็นด้วยตาเปล่า ทว่าทุกอณูอากาศรอบกายซู่หมิงกลับสั่นสะเทือน เลือดในกายเดือดพล่านราวกับจะถูกบดขยี้ เยี่ยหลีที่เพิ่งลืมตาตื่นกรีดร้องด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างจับจ้องไปยังเงารางเลือนที่กำลังก่อตัวเป็นรูปร่างเบื้องหน้าพวกเขา แสงสีดำม่วงที่เคยเป็นเพียงกลุ่มเมฆพลังงาน บัดนี้กำลังหดตัวและขยายออก สลับไปมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมากำลังดิ้นรนเพื่อหลุดพ้นจากพันธนาการแห่งมิติ
“มหาเทพ…มารอัสนีบรรพกาล!” ซู่หมิงอุทานออกมาอย่างยากลำบาก ลำคอแห้งผาก ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน แม้จะได้รับกายเทพดาราอสนีแล้ว แต่สัญชาตญาณของมนุษย์ยังคงกรีดร้องบอกให้เขาวิ่งหนีให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ร่างเงาที่แต่เดิมเป็นกลุ่มเมฆพลังงานอัสนีสีดำม่วงบัดนี้ได้ควบรวมตัวเป็นอสูรกายขนาดยักษ์สูงเสียดฟ้าที่ส่วนหัวชนกับเพดานถ้ำอันมืดมิด มีปีกอัสนีแผ่กว้างราวผืนผ้าใบที่ฉีกขาด แขนขาทั้งสี่ข้างหนาใหญ่ทรงพลัง ดวงตาสีโลหิตเปล่งประกายชั่วร้ายราวกับหลุมดำที่กลืนกินทุกสิ่งรอบกาย มันคือภาพลักษณ์ที่น่าสะพรึงกลัวจนจิตวิญญาณสั่นคลอน ม่านตาของซู่หมิงหดแคบลงเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากอสูรตนนั้น พลังที่แทบจะบีบคั้นอากาศรอบตัวให้กลายเป็นสุญญากาศ พลังที่สูงส่งและบ้าคลั่งจนไม่อาจประเมินได้ นี่คือระดับมหาเทพอย่างแท้จริง มหาเทพที่เหนือกว่าเทพทั่วไปนับร้อยนับพันเท่า
“เจ้าเด็กน้อย…กล้าดียังไงถึงได้ดูดกลืนแก่นแท้แห่งอัสนีบรรพกาลของข้าเข้าไป!” เสียงคำรามกึกก้องที่มาจากมารอัสนีบรรพกาลมิใช่เสียงที่ออกจากลำคอ ทว่ามันคือเสียงสะท้อนจากมิติแห่งอัสนีที่บิดเบี้ยว กึกก้องในจิตใจของซู่หมิงราวกับระฆังพันตันที่ถูกฟาดอย่างรุนแรง ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดราวกับสมองจะระเบิดออก ใบหน้าของซู่หมิงซีดเผือด เขาพยายามรวบรวมสติและพลัง แก่นแท้ดาราอสนีในกายเริ่มหมุนวน ปลดปล่อยกระแสไฟฟ้าสีน้ำเงินอมม่วงแผ่ออกมารอบกาย ปกป้องเขาและเยี่ยหลีที่ยืนอยู่ด้านหลัง ร่างกายของเยี่ยหลีสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว แต่เธอก็ยังคงยืนหยัดอยู่ข้างกายซู่หมิง มือเล็ก ๆ ของเธอกำชายเสื้อของเขาแน่นราวกับเป็นที่พึ่งสุดท้าย
“ระบบ!” ซู่หมิงเรียกอย่างรวดเร็ว เสียงกระซิบในใจแทบจะไม่ได้ยินท่ามกลางเสียงคำรามของมารอัสนีบรรพกาลที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท
[ตรวจพบภัยคุกคามระดับมหาเทพ: มารอัสนีบรรพกาล!] [สถานะ: ศัตรูระดับสูงสุด] [คำแนะนำ: ผู้ใช้โปรดทำการหลบหนีในทันที!] [ระบบไม่สามารถให้ความช่วยเหลือโดยตรงในการต่อสู้กับระดับมหาเทพได้ในปัจจุบัน โปรดทราบว่าการเผชิญหน้ากับศัตรูระดับนี้มีโอกาสรอดชีวิตต่ำกว่า 0.001%]
คำแนะนำของระบบยิ่งทำให้ความหวังของซู่หมิงริบหรี่ลงไปอีก แต่กระนั้นประกายแห่งความดื้อรั้นก็ฉายชัดในแววตา “จะหนีไปได้ยังไง ในเมื่อมันปิดทางหนีทั้งหมดแล้ว!” เขาหันไปมองรอบ ๆ ถ้ำ ผนังถ้ำที่เคยเป็นทางเข้าออกบัดนี้ถูกปิดตายด้วยกำแพงพลังงานอัสนีสีดำม่วงหนาทึบ ราวกับรังไหมที่ถูกถักทอด้วยสายฟ้า ไม่มีทางออก ไม่มีความหวัง
มารอัสนีบรรพกาลยกมือข้างหนึ่งขึ้น ชำนาญในการควบคุมพลังงานอัสนีบาตจากรอบข้าง รวบรวมเมฆหมอกอัสนีสีดำม่วงหนาแน่นจนกลายเป็นลูกบอลพลังงานขนาดยักษ์ที่เปล่งประกายน่าสะพรึงกลัว พลังงานที่อัดแน่นอยู่ภายในนั้นมากพอที่จะบดขยี้ภูเขาทั้งลูกให้กลายเป็นผุยผง “พลังอัสนีบรรพกาลที่อยู่ในตัวเจ้า…มันคือของข้า! กายเทพดาราอสนีของเจ้าคือเปลือกหอยสำหรับพลังของข้า! ส่งมันคืนมา!” เสียงของมันเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดและความโลภ ราวกับราชสีห์ที่ถูกแย่งชิงเหยื่อ
ลูกบอลพลังงานอัสนีนั้นใหญ่กว่าถ้ำที่พวกเขาอยู่ถึงสิบเท่า ซู่หมิงรู้สึกได้ถึงความสิ้นหวังที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ แต่เขาก็จำต้องกัดฟันยืนหยัดเพื่อเยี่ยหลี เขายกมือขึ้น พลังอัสนีดาราที่เพิ่งได้รับมาถูกปลดปล่อยออกไป อัสนีสีน้ำเงินอมม่วงนับพันสายพุ่งออกจากปลายนิ้วของเขา รวมตัวกันเป็นมังกรอัสนีขนาดเล็กที่พุ่งเข้าใส่ลูกบอลพลังงานขนาดยักษ์นั้น แต่มันก็เหมือนกับการเอาหินไปปาใส่ภูเขา มังกรอัสนีของซู่หมิงสลายไปในพริบตา เมื่อสัมผัสกับพลังของมารอัสนีบรรพกาล ราวกับความแตกต่างของท้องทะเลกับหยดน้ำ ซู่หมิงแทบจะล้มลงด้วยแรงสะท้อนกลับ แต่เขาก็ยังคงยืนหยัด ม่านพลังอัสนีดารารอบกายเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง
“ท่านพี่ซู่หมิง!” เยี่ยหลีกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว แต่ในแววตาของเธอ ปรากฏประกายแสงสีทองของอัสนีที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ร่างกายของเธอเปล่งแสงสีทองเรืองรอง สายเลือดเทพธิดาอัสนีที่เพิ่งตื่นขึ้นเริ่มทำงาน ม่านพลังอัสนีดารารอบกายของซู่หมิงกลับแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย ราวกับได้รับการเสริมพลังจากเยี่ยหลี พลังนี้ไม่ใช่พลังโจมตี ทว่ามันเป็นพลังแห่งการปกป้องและเสริมสภาพที่แกร่งกล้าตามสัญชาตญาณของเทพธิดาอัสนี
“ฮึ่ม! สายเลือดเทพธิดาอัสนีที่น่ารำคาญ! คิดจะต้านทานพลังของข้าอย่างนั้นหรือ?” มารอัสนีบรรพกาลคำรามอีกครั้ง พลังอัสนีบาตสีดำม่วงพุ่งเข้าใส่พวกเขา ลูกบอลพลังงานอัสนีที่ลอยอยู่กลางอากาศก็พุ่งตรงลงมา มันไม่ใช่แค่การโจมตี แต่เป็นการบดขยี้อย่างไร้ความปรานี พลังที่แผ่ออกมาทำให้พื้นถ้ำสั่นสะเทือน เศษหินร่วงหล่นลงมาจากเพดาน ราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย
ซู่หมิงกัดฟันแน่น เขากวาดสายตาไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว พยายามมองหาช่องโหว่ หรือสิ่งใดที่พอจะใช้รับมือกับสถานการณ์นี้ได้ เขาไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ง่าย ๆ เขาเคยเป็นเพียงนักเรียนธรรมดาคนหนึ่ง แต่บัดนี้เขามีกายเทพดาราอสนี มีระบบเทพเจ้า และมีเยี่ยหลีที่ต้องปกป้อง เขาจะต้องหาวิธีรอด! สัญชาตญาณและปัญญาที่เคยหลับใหลอยู่ภายในสมองบัดนี้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นเต็มที่ ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังรอยร้าวที่ซับซ้อนบนผนังถ้ำและโครงสร้างหินที่ไม่สมบูรณ์แบบ เขาจดจำได้ว่าเมื่อครั้งที่เขาหลอมรวมพลัง เขาเห็นภาพหลอนของอักษรโบราณบางอย่างที่สลักอยู่บนผนังถ้ำ ก่อนที่พลังจะกลืนกินทุกสิ่ง ภาพเหล่านั้นผุดขึ้นมาในห้วงความคิดอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ
“ในถ้ำนี้จะต้องมีอะไรซ่อนอยู่!” ซู่หมิงคิดในใจ เขาเร่งรวบรวมแก่นแท้ดาราอสนีทั้งหมดที่มี ส่งกระแสอัสนีสีน้ำเงินม่วงเข้าไปตามรอยร้าวเหล่านั้น อัสนีดาราของเขาไม่ใช่พลังอัสนีธรรมดา มันคือแก่นแท้แห่งดวงดาวที่ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งอัสนี ซึ่งมีความบริสุทธิ์และละเอียดอ่อนกว่าพลังอัสนีบรรพกาลที่บ้าคลั่งของมารอัสนีบรรพกาล การกระทำของซู่หมิงราวกับเป็นกุญแจที่ไขกลไกโบราณที่ถูกปิดผนึกไว้เป็นพันปี
เมื่อกระแสอัสนีดาราของซู่หมิงสัมผัสกับรอยร้าวเหล่านั้น แสงสีทองอ่อน ๆ ก็เริ่มเปล่งประกายจากภายในผนังถ้ำ อักษรรูนโบราณที่ไม่เคยมีใครสังเกตเห็นมาก่อนเริ่มปรากฏขึ้นทีละตัว ทีละตัว ราวกับแผนผังแห่งดวงดาวบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยความลึกลับและพลังงานที่ซ่อนเร้น แสงสีทองค่อยๆ สว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ เผยให้เห็นลวดลายอันวิจิตรบรรจงที่สลักอยู่บนหินมานับพันปี
“เจ้าทำอะไร?” มารอัสนีบรรพกาลส่งเสียงคำรามด้วยความตกใจ มันเริ่มรู้สึกได้ถึงพลังงานที่แปลกประหลาดที่กำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นภายในถ้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งอัสนีแห่งนี้ ถ้ำแห่งนี้ไม่ใช่แค่ที่กักขัง แต่มันคือโครงสร้างโบราณที่ซับซ้อนกว่าที่มันคิด ความโกรธเกรี้ยวในดวงตาของมันแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดระแวง
ลูกบอลพลังงานอัสนีที่กำลังพุ่งเข้าใส่พวกเขาพลันชะงักลงเล็กน้อย มารอัสนีบรรพกาลพุ่งเข้าหาสู่หมิงอย่างรวดเร็ว กรงเล็บอัสนีสีดำม่วงขนาดยักษ์พุ่งเข้าตะครุบ หมายจะบดขยี้ซู่หมิงและหยุดยั้งการกระทำของเขาในทันที มันไม่ยอมให้แผนการของมันต้องพังทลายลงเพราะเด็กหนุ่มคนนี้
“ไม่ยอมให้เจ้าทำตามใจหรอก!” ซู่หมิงคำรามตอบ เขารวบรวมพลังอัสนีดาราที่เหลือทั้งหมดเข้าสู่กายเทพดาราอสนี บิดร่างกายหลบการโจมตีของมารอัสนีบรรพกาลอย่างหวุดหวิด กรงเล็บยักษ์ฟาดผ่านอากาศไปเพียงชั่วพริบตาเดียว รอยร้าวลึกปรากฏขึ้นบนผนังถ้ำที่ซู่หมิงเพิ่งยืนอยู่ พลังอัสนีดาราที่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่จากกายของเขาส่องสว่างไปทั่วทั้งถ้ำ ราวกับดวงดาวที่ระเบิดขึ้น แสงสีทองจากอักษรโบราณบนผนังถ้ำก็ยิ่งสว่างจ้าขึ้นตอบรับกับพลังของซู่หมิง รูนเหล่านั้นเริ่มหมุนวน ก่อตัวเป็นวงแหวนพลังงานขนาดมหึมาที่แผ่ไปทั่วทั้งถ้ำ เสียงกระหึ่มต่ำๆ เริ่มดังขึ้นจากใต้พื้นถ้ำ ราวกับกลไกโบราณขนาดใหญ่กำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้น
“นี่มัน...อาร์เรย์เคลื่อนย้ายมิติโบราณ! ใครกันที่สร้างมันขึ้นมา?” มารอัสนีบรรพกาลส่งเสียงคำรามด้วยความตกใจ ระคนกับความโกรธเกรี้ยวและความบ้าคลั่งในดวงตาของมันเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ มันไม่คาดคิดว่าภายในถ้ำที่มันกักขังตัวเองไว้นับหมื่นปีจะมีกลไกที่ซับซ้อนเช่นนี้ซ่อนอยู่ และบัดนี้ มันกำลังจะถูกเด็กหนุ่มผู้ซึ่งได้ดูดกลืนพลังของมันไปเป็นผู้ปลุกให้ตื่นขึ้น!
วงแหวนพลังงานสีทองหมุนวนด้วยความเร็วสูง สร้างกระแสลมมหาศาลที่พัดพาเศษหินและฝุ่นผงให้ลอยขึ้นไปในอากาศ ซู่หมิงรู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังถูกดูดเข้าไปในกระแสพลังนั้น เขากอดเยี่ยหลีไว้แน่น เพื่อไม่ให้เธอหลุดลอยออกไปจากแรงดูดนี้ เยี่ยหลีซบหน้ากับอกของซู่หมิง ตัวสั่นเทิ้ม แต่ก็ยังคงกอดเขาแน่นเช่นกัน แสงสีทองส่องสว่างจนกลบทุกสิ่ง แสงที่จ้าและร้อนแรงราวกับดวงอาทิตย์ที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นใหม่ และก่อนที่มารอัสนีบรรพกาลจะสามารถลงมือเพื่อหยุดยั้งได้ทัน วงแหวนพลังงานก็ระเบิดขึ้นพร้อมกับเสียงดังกึกก้อง เสียงที่บิดเบือนมิติแห่งกาลเวลาและอวกาศ แสงสว่างจ้ากลืนกินทุกสิ่ง พัดพาซู่หมิงและเยี่ยหลีหายลับไปจากถ้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งอัสนี
ในขณะที่เบื้องหลังของพวกเขา มารอัสนีบรรพกาลได้ส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งมิติ พลังอัสนีสีดำม่วงระเบิดออกจากร่างของมัน ทำลายล้างทุกสิ่งรอบตัว ถ้ำทั้งถ้ำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับจะถล่มลงมาในพริบตา แต่ซู่หมิงและเยี่ยหลีไม่ได้รับรู้ถึงสิ่งนั้นอีกต่อไป
และก่อนที่ทุกสิ่งจะเลือนหายไป ซู่หมิงรู้สึกได้ถึงแรงดึงมหาศาลที่ฉีกกระชากร่างกายของเขาทั้งเป็น อวกาศบิดเบี้ยว เวลาไร้ความหมาย ความรู้สึกของการถูกยืดออกและบีบอัดสลับกันไปมานั้นทรมานเกินกว่าจะบรรยายได้ เขาพยายามรวบรวมสติทั้งหมดที่มี เพื่อปกป้องเยี่ยหลีที่อยู่ในอ้อมกอดของเขา แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทาง ราวกับจะบดขยี้พวกเขาให้แหลกละเอียด แต่กายเทพดาราอสนีของซู่หมิงก็ยังคงเปล่งประกายสีน้ำเงินอมม่วง ปกป้องพวกเขาจากความรุนแรงของมิติที่บิดเบี้ยวนี้
และเมื่อทุกอย่างสงบลงอีกครั้ง เขาพบว่าตนเองกำลังลอยคว้างอยู่กลางความมืดมิดที่ไร้สิ้นสุด มีเพียงเยี่ยหลีที่ยังคงกอดเขาแน่น และเบื้องหน้าของพวกเขา คือประตูแห่งแสงสีทองขนาดมหึมาที่กำลังเปิดอ้าออก เผยให้เห็นภาพของอาณาจักรโบราณที่กำลังล่มสลาย… อาณาจักรที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้างอันยิ่งใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรือง แสงสีทองอ่อนๆ ส่องลอดผ่านรอยร้าวบนท้องฟ้าที่แตกระแหง ราวกับโลกใบนี้กำลังจะถึงกาลอวสาน นี่คือที่ใดกัน? และพวกเขาถูกส่งมาที่นี่ด้วยจุดประสงค์อะไร? คำถามมากมายผุดขึ้นในใจของซู่หมิง แต่สิ่งเดียวที่เขารู้แน่ชัดคือ การผจญภัยครั้งใหม่ของพวกเขาเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น.

ยุทธภพระบบเทพเจ้า
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก