ยุทธภพระบบเทพเจ้า

ตอนที่ 20 — มิติพังทลาย: จุดเริ่มต้นแห่งชะตากรรมใหม่

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

362 ตอน · 1,485 คำ

ห้วงอวกาศหมุนคว้าง สลับซับซ้อนราวกับภาพลวงตาไร้จุดจบ สองร่างของซู่หมิงและเยี่ยหลีถูกฉุดกระชากออกจากถ้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งอัสนีด้วยแรงอันมหาศาล สัมผัสแห่งการฉีกขาดและความว่างเปล่าเข้าปกคลุมทุกอณู ความรู้สึกคล้ายถูกแยกชิ้นส่วนก่อนจะถูกประกอบกลับมาใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อวัยวะภายในปั่นป่วน โสตประสาทดับสนิท ไม่สามารถรับรู้ถึงสิ่งใดได้นอกจากความสกลอันไม่มีที่สิ้นสุด

เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่มีผู้ใดรู้ ‌อาจจะเป็นเพียงชั่วอึดใจ หรืออาจจะเป็นชั่วนิรันดร์ จู่ๆ แรงดึงดูดอันรุนแรงก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับความรู้สึกที่พื้นแข็งกระด้างเข้าปะทะกับร่างกายอย่างจัง

“อั่ก!”

เสียงครางในลำคอของซู่หมิงเล็ดลอดออกมา เขากระแทกพื้นดินที่แข็งราวหินผา ความเจ็บปวดแล่นผ่านทั่วร่าง แต่ก็ยังดีกว่าการไร้จุดยึดเหนี่ยวในห้วงอวกาศนั้น ​เขาใช้แขนยันกายลุกขึ้น ดวงตาพร่ามัวค่อยๆ ปรับสภาพให้เข้ากับแสงที่สลัวและแปลกประหลาดรอบตัว

สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าไม่ใช่โลกที่คุ้นเคย มันคืออาณาจักรที่กำลังจะล่มสลายอย่างแท้จริง

ท้องฟ้าเบื้องบนมิได้เป็นสีครามหรือสีเทา มันเป็นดุจภาพสะท้อนของจักรวาลที่แตกเป็นเสี่ยงๆ มีดวงดาวนับล้านดวงพร่างพรายอยู่ในความมืดมิดที่ว่างเปล่า ทว่าแสงดาวเหล่านั้นกลับเป็นสีม่วงเข้ม สีดำสนิท ‍และสีแดงฉาน ราวกับว่าพวกมันกำลังจะแตกสลายไปในอีกไม่ช้า มวลพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็นหมุนวนอยู่เบื้องบน ส่งเสียงครางหวิวราวกับวิญญาณที่กำลังร่ำไห้ บิดเบือนอากาศธาตุให้บิดเบี้ยวผิดรูป

เบื้องล่างคือซากปรักหักพังอันยิ่งใหญ่ตระการตาที่กินพื้นที่สุดลูกหูลูกตา สิ่งก่อสร้างขนาดมหึมาที่ครั้งหนึ่งคงจะโอ่อ่าสง่างาม บัดนี้กลับพังทลายลง เหลือเพียงโครงกระดูกของอารยธรรมที่ถูกกัดกร่อนโดยกาลเวลาและพลังงานบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ ‌เสาหินสูงตระหง่านนับพันต้นหักโค่นลง เศษซากอิฐหินลอยคว้างอยู่ในอากาศบ้าง บ้างก็ร่วงหล่นลงมาเป็นระยะๆ ทำให้เกิดเสียงดังครืนครั่นก้องกังวาน

พื้นดินเต็มไปด้วยรอยร้าวขนาดมหึมาที่เผยให้เห็นความว่างเปล่าสีดำสนิทเบื้องล่าง ทุกย่างก้าวต้องระมัดระวังราวกับกำลังเดินอยู่บนแผ่นน้ำแข็งที่กำลังจะแตกออก อากาศธาตุเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเก่าแก่ ความว่างเปล่า และพลังงานที่กัดกร่อน ‍มันเย็นยะเยือกจนจับขั้วหัวใจ แม้ซู่หมิงจะมีพลังปราณอัสนีที่แข็งแกร่ง แต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงความอ่อนล้าที่เข้าแทรกซึมทุกเซลล์

“เยี่ยหลี!”

ซู่หมิงตะโกนเรียก เขาหันไปมองรอบตัว และพบว่าเยี่ยหลีนอนนิ่งอยู่ไม่ไกล ร่างของนางบอบช้ำจากการต่อสู้กับมารอัสนีบรรพกาลมาแล้วครั้งหนึ่ง การเดินทางผ่านมิติอย่างรุนแรงยิ่งทำให้สภาพของนางย่ำแย่ลงไปอีก เขาพุ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว ​ตรวจสอบชีพจรและลมหายใจของนาง โชคดีที่นางยังคงมีชีวิตอยู่ เพียงแต่หมดสติไปเท่านั้น

ซู่หมิงอุ้มเยี่ยหลีขึ้นมาอย่างเบามือ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล นางบาดเจ็บเกินกว่าจะยืนหยัดได้ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ เขาต้องหาที่ปลอดภัยให้เยี่ยหลีโดยเร็วที่สุด

“ระบบ!”

เขาเรียกใช้งานระบบเทพเจ้าในใจทันที ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้และความเป็นไปได้ในการเอาชีวิตรอด

[ติ๊ง! ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงของมิติอย่างรุนแรง!] [ระบบเข้าสู่สถานะปรับตัวกับมิติใหม่… ​10%… 50%… 90%… 100%] [การปรับตัวเสร็จสมบูรณ์! ตรวจพบตำแหน่ง: อาณาจักรแห่งเงามรณะ, ส่วนลึกของห้วงมิติวังวนไร้ที่สิ้นสุด] [ระบบกำลังประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับอาณาจักรแห่งเงามรณะ…] [คำเตือน! สภาพแวดล้อมมีความเป็นศัตรูสูง ​พลังงานแห่งความเสื่อมสลายกัดกร่อนทุกสรรพสิ่ง ผู้ใช้งานควรระมัดระวังอย่างที่สุด!] [ตรวจพบเป้าหมายภารกิจใหม่!]

เสียงระบบเทพเจ้าดังขึ้นในความคิดของซู่หมิง มันช่วยยืนยันสิ่งที่เขาคาดเดา อาณาจักรนี้กำลังจะตาย

“ภารกิจ?” ซู่หมิงถามพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ เขาต้องหาที่กำบังจากเศษซากที่ร่วงหล่นและพลังงานที่กัดกร่อนนี้ก่อน

[ภารกิจ: เอาชีวิตรอดในอาณาจักรแห่งเงามรณะ] [รายละเอียด: จงเอาชีวิตรอดจากพลังงานกัดกร่อนของอาณาจักรแห่งเงามรณะ ค้นหาแหล่งพลังงานที่เสถียร หรือหาทางหลบหนีออกจากห้วงมิตินี้!] [รางวัล: 500,000 แต้มเทพเจ้า, กล่องสุ่มไอเทมมิติ (ระดับสูง), ทักษะ ‘ต้านทานความเสื่อมสลาย’ (ระดับเทพ)] [บทลงโทษหากล้มเหลว: วิญญาณถูกกัดกร่อน สิ้นสภาพการคงอยู่]

ซู่หมิงใจหายวาบเมื่อเห็นบทลงโทษ การสิ้นสภาพการคงอยู่หมายถึงการตายที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตายธรรมดา รางวัลก็ดูจะหอมหวานอย่างเหลือเชื่อ โดยเฉพาะทักษะ ‘ต้านทานความเสื่อมสลาย’ ที่ดูเหมือนจะสำคัญที่สุดในตอนนี้

“ระบบ มีทางแก้ไขพลังงานที่กัดกร่อนนี้หรือไม่? เยี่ยหลีทนสภาพแบบนี้ไม่ไหวแน่นอน” ซู่หมิงถามอย่างร้อนรน

[กำลังวิเคราะห์สภาพร่างกายของ ‘เยี่ยหลี’…] [ติ๊ง! ตรวจพบการปนเปื้อนของพลังงานแห่งความเสื่อมสลายในระดับเริ่มต้น ผู้ใช้งานควรหาแหล่งพักพิงที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด] [คำแนะนำ: อาณาจักรแห่งเงามรณะนี้เป็นแหล่งสะสมของ ‘ผลึกมิติแห่งความว่างเปล่า’ พลังงานจากผลึกนี้สามารถช่วยลดผลกระทบของการกัดกร่อนได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่อาจแก้ไขได้อย่างสมบูรณ์]

“ผลึกมิติแห่งความว่างเปล่า?” ซู่หมิงพึมพำกับตัวเอง เขากระชับอ้อมแขนที่โอบอุ้มเยี่ยหลีให้แน่นขึ้น แล้วเริ่มออกเดินทาง หวังว่าจะพบอะไรบางอย่างในซากปรักหักพังอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้

เสียงครืนครั่นดังสนั่นอีกครั้ง เศษเสาหินขนาดมหึมาพังทลายลงมาเบื้องหน้า ซู่หมิงรีบกระโดดหลบพร้อมกับเยี่ยหลีในอ้อมแขน พลังปราณอัสนีดาราถูกส่งออกมาปกคลุมกายเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของพลังงานแห่งความเสื่อมสลาย แต่มันก็ทำได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น พลังงานอัสนีดาราของเขากำลังถูกดูดกลืนและกัดกร่อนอย่างรวดเร็ว

เขาเคลื่อนที่อย่างระมัดระวัง ท่ามกลางซากปรักหักพังที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นถนนหนทางที่เรียงรายไปด้วยอาคารสูงเสียดฟ้า ตอนนี้เหลือเพียงโครงสร้างที่บิดเบี้ยวและแตกหัก มีช่องว่างขนาดใหญ่ที่เปิดออกสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง เขาพยายามมองหาสิ่งที่ระบบเรียกว่า ‘ผลึกมิติแห่งความว่างเปล่า’ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนกันไปหมด มีเพียงซากศพของอารยธรรมที่ร่วงหล่นเท่านั้น

“ซู่หมิง…”

เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้น เยี่ยหลีเริ่มรู้สึกตัว นางลืมตาขึ้นมาอย่างอ่อนแรง ดวงตาของนางหม่นหมองลงทันทีที่เห็นสภาพแวดล้อมรอบตัว

“เยี่ยหลี เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” ซู่หมิงถามด้วยความเป็นห่วง

“ข้า… ข้ารู้สึกถึงพลังที่กัดกิน ข้า…” นางพยายามจะพูด แต่เรี่ยวแรงไม่พอ ซู่หมิงมองเห็นคราบสีเทาที่เริ่มปรากฏบนผิวหนังของนางอย่างชัดเจน มันเป็นสัญญาณของพลังงานกัดกร่อนที่เริ่มส่งผลต่อร่างกาย

“ไม่ต้องห่วง ข้าจะปกป้องเจ้าเอง” ซู่หมิงกล่าวอย่างหนักแน่น เขารู้ว่าต้องรีบแล้ว

เขาเห็นแสงสลัวๆ วาบขึ้นมาจากซากปรักหักพังเบื้องหน้า เป็นแสงสีม่วงเรืองรองที่ดูแตกต่างจากความมืดมิดรอบตัว เขาตัดสินใจตรงเข้าไปที่นั่นทันที

เมื่อเข้าใกล้ ซู่หมิงพบว่าเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ที่ยังคงหลงเหลือเค้าโครงเดิมอยู่บ้าง ผนังห้องแตกร้าว แต่ก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ กลางห้องโถงมีแท่นบูชาหินที่พังทลายลงครึ่งหนึ่ง และบนแท่นนั้นมีผลึกสีม่วงเข้มขนาดเท่าศีรษะคนตั้งอยู่ มันเปล่งแสงระยิบระยับออกมาอย่างสม่ำเสมอ พลังงานที่ปล่อยออกมานั้นแม้จะไม่รุนแรง แต่ก็ให้ความรู้สึกที่มั่นคงและแตกต่างจากพลังงานกัดกร่อนที่อยู่โดยรอบ

[ติ๊ง! ตรวจพบ ‘ผลึกมิติแห่งความว่างเปล่า’ (ระดับสูง)!] [ผลึกนี้สามารถช่วยชะลอการกัดกร่อนจากพลังงานแห่งเงามรณะได้ชั่วคราว]

“เยี่ยม!” ซู่หมิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขารีบพาเยี่ยหลีไปที่แท่นบูชาแล้ววางนางลงข้างๆ ผลึกขนาดใหญ่นั้น ทันทีที่เยี่ยหลีเข้าใกล้ผลึก สีเทาบนผิวหนังของนางก็เริ่มจางลงเล็กน้อย ดวงตาของนางดูสดใสขึ้นมาบ้าง

“นี่คือ…” เยี่ยหลีพึมพำ

“ผลึกมิติแห่งความว่างเปล่า มันช่วยเจ้าได้” ซู่หมิงอธิบาย เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานที่แปลกประหลาดจากผลึก มันเหมือนกับช่องว่างที่ไม่สมบูรณ์ แต่ก็มีคุณสมบัติที่น่าสนใจ

ขณะที่เขากำลังสำรวจผลึกนั้นเอง ดวงตาของซู่หมิงก็พลันสังเกตเห็นบางอย่างบนผนังห้องโถง ที่บริเวณด้านหลังแท่นบูชา มีภาพแกะสลักโบราณที่เลือนลางประดับอยู่ มันเป็นภาพของสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์หลายตนกำลังรวมพลังกัน เผชิญหน้ากับบางสิ่งบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัว ร่างกายของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นมีลักษณะคล้ายเทพเจ้าหรือเซียนในตำนานจีน ใบหน้าสงบนิ่งแต่แฝงด้วยความมุ่งมั่น ดวงตาของพวกเขากำลังจับจ้องไปยังพลังงานมืดมิดขนาดมหึมาที่กำลังกลืนกินโลกเบื้องหลัง

และเบื้องล่างภาพเหล่านั้น มีตัวอักษรโบราณที่สลักไว้ ซู่หมิงไม่เคยเห็นภาษาแบบนี้มาก่อน แต่ทันทีที่ดวงตาของเขาสัมผัสกับมัน ระบบเทพเจ้าก็ทำงานอีกครั้ง

[ติ๊ง! ตรวจพบภาษาโบราณที่ไม่รู้จัก ระบบกำลังทำการแปล… 10%… 50%… 100%] [การแปลเสร็จสมบูรณ์!]

ข้อความถูกแปลและปรากฏขึ้นในความคิดของซู่หมิง:

“เมื่อแสงดับมืด และเงามรณะกลืนกินสรรพสิ่ง สวรรค์ถล่ม ดินสูญสิ้น ดาราดับจาง เหล่าทวยเทพมิอาจต้านทาน ได้เพียงเฝ้ารอคอยความว่างเปล่า ผู้กล้าจากต่างมิติ ผู้นำพาแห่งชะตากรรม จงมองหา ‘แก่นแท้แห่งกาลเวลาที่สาบสูญ’ ที่หลับใหลอยู่เบื้องล่าง ‘นครแห่งเทพเทวะที่ร่วงหล่น’ มันคือความหวังสุดท้าย ที่จะพลิกผันโชคชะตาที่ดับสูญ มิฉะนั้นแล้ว… จงจมดิ่งไปพร้อมกับอาณาจักรนี้เถิด”

ซู่หมิงอ่านข้อความนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง สิ่งที่เขาอ่านคือนิทานปรัมปราของการล่มสลายของอาณาจักรแห่งนี้ การต่อสู้ของเหล่าทวยเทพ และความหวังสุดท้ายที่ฝากไว้กับ ‘ผู้กล้าจากต่างมิติ’… ซึ่งก็คือเขาเอง!

‘แก่นแท้แห่งกาลเวลาที่สาบสูญ’ และ ‘นครแห่งเทพเทวะที่ร่วงหล่น’ นี่คือเบาะแสสำคัญ! เขาต้องค้นหามันให้พบ ถ้าต้องการรอดชีวิตและพาเยี่ยหลีกลับบ้าน

แต่ในขณะที่ความคิดของเขากำลังประมวลผลข้อมูลใหม่ เสียงครืนครั่นที่ดังเป็นระยะๆ ก็เริ่มถี่ขึ้นและรุนแรงขึ้นกว่าเดิม

ครืนนนน!!!

แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนห้องโถงที่พวกเขาอยู่เริ่มพังทลายลงอย่างรวดเร็ว ก้อนหินขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงมาจากเพดาน ทะลุผ่านผนังที่แตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ ทำให้มองเห็นความมืดมิดและแสงดาวสีม่วงเข้มภายนอก

“ซู่หมิง ระวัง!” เยี่ยหลีร้องเตือนอย่างแผ่วเบา นางพยายามจะลุกขึ้นแต่ก็ทำไม่ได้

ซู่หมิงมองขึ้นไปเบื้องบนด้วยความตื่นตระหนก เพดานห้องกำลังจะถล่มลงมา! เขาต้องพาเยี่ยหลีหนีออกไปให้ได้

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะขยับกาย แสงสว่างจ้าสีม่วงแดงก็พลันพุ่งทะลุเข้ามาจากรอยร้าวขนาดใหญ่บนผนัง พลังงานอันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาทำให้ทั้งร่างของซู่หมิงรู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกฉีกกระชาก

“อะไรน่ะ!?”

เขามองไปยังต้นกำเนิดของแสงนั้น สิ่งที่ปรากฏขึ้นคือร่างเงาขนาดมหึมาที่ถูกสร้างขึ้นจากพลังงานแห่งความเสื่อมสลาย มันมีรูปร่างคล้ายสัตว์ร้ายดึกดำบรรพ์ ดวงตาเป็นประกายสีแดงฉานจ้องมองมายังพวกเขาอย่างอาฆาต แขนขาของมันยาวเฟื้อยราวหนวดปลาหมึก ปลายของหนวดเหล่านั้นมีกรงเล็บแหลมคมนับสิบชิ้น มันไม่ได้เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว แต่มันกำลังคลานเข้ามาอย่างช้าๆ ราวกับจะลิ้มรสความหวาดกลัวของเหยื่อ

[คำเตือน! ตรวจพบ ‘ผู้พิทักษ์แห่งเงามรณะ’ (ระดับเทพสงคราม) กำลังเคลื่อนที่เข้าหา!] [คำเตือน! ‘ผู้พิทักษ์แห่งเงามรณะ’ ถูกสร้างขึ้นจากแก่นแท้ของอาณาจักรที่กำลังล่มสลาย การโจมตีด้วยพลังงานธรรมดาจะไม่ได้ผล มันสามารถดูดกลืนพลังงานและกัดกร่อนสิ่งมีชีวิตที่สัมผัสได้!]

“ระดับเทพสงคราม!?” ซู่หมิงอุทานอย่างตกใจ เขาเพิ่งจะรอดจากมารอัสนีบรรพกาลระดับมหาเทพมาได้ และตอนนี้ก็ต้องมาเจอกับ ‘เทพสงคราม’ อีก! ในสภาพแวดล้อมที่กัดกร่อนและเยี่ยหลีที่บาดเจ็บ

‘ผู้พิทักษ์แห่งเงามรณะ’ ร้องคำรามเสียงต่ำ กรงเล็บแหลมคมพุ่งเข้าใส่ห้องโถงที่กำลังพังทลายอย่างรวดเร็ว พลังแห่งความเสื่อมสลายที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของมันทำให้ผลึกมิติแห่งความว่างเปล่าที่อยู่ใกล้ๆ ถึงกับสั่นสะท้าน

ซู่หมิงรีบพุ่งไปปกป้องเยี่ยหลี พลังปราณอัสนีดาราถูกกระตุ้นออกมาอย่างเต็มที่ หวังจะชะลอการโจมตีของสัตว์ร้าย แต่เขารู้ดีว่ามันไร้ประโยชน์ ระบบเตือนแล้วว่าพลังงานธรรมดาจะใช้ไม่ได้ผลกับสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างจากพลังงานแห่งความเสื่อมสลายโดยตรง

แสงสีม่วงแดงของสัตว์ร้ายเริ่มกลืนกินทุกสิ่งอย่างรวดเร็ว ผนังห้องแตกเป็นเสี่ยงๆ เพดานถล่มลงมาด้วยเสียงอึกทึกครึกโครม ซู่หมิงกอดเยี่ยหลีแน่น ก้มหน้าลงพยายามปกป้องนางจากเศษซากที่ร่วงหล่น

พวกเขาถูกปิดล้อม ผู้พิทักษ์แห่งเงามรณะกำลังเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที ราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างให้จมหายไปในความว่างเปล่าของอาณาจักรที่กำลังจะดับสูญ

ซู่หมิงมองหน้าเยี่ยหลี เขาไม่อาจยอมแพ้ได้ เขาต้องหาทางรอด ไม่ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม... แต่จะทำอย่างไรในสถานการณ์ที่สิ้นหวังเช่นนี้?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ยุทธภพระบบเทพเจ้า

ยุทธภพระบบเทพเจ้า

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!