หยุนเฟิงค่อยๆ ลืมตาขึ้น แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องพักอย่างอ่อนโยน ความรู้สึกแรกที่เขาสัมผัสได้คือความว่างเปล่าที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย มันไม่ใช่ความว่างเปล่าที่ไร้ซึ่งชีวิต หากแต่เป็นความว่างเปล่าที่อัดแน่นไปด้วยศักยภาพอันไร้ขีดจำกัด ราวกับว่าภายในตัวเขาได้ถือกำเนิดขึ้นมาซึ่งอวกาศแห่งใหม่ที่เงียบงันและสงบงัน ทว่ากลับซ่อนเร้นพลังอำนาจที่เหนือจินตนาการไว้ หยุนเฟิงยกมือขึ้นมอง ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาดูเหมือนเดิม แต่เขาสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงภายในที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายได้ด้วยคำพูด
พลังปราณในร่างกายเขาไหลเวียนอย่างอิสระและเบาสบายยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา ราวกับว่าเส้นสายลมปราณทุกเส้นได้ถูกชำระล้างจนบริสุทธิ์ผุดผ่อง ความเจ็บปวดจากการถูกทำลายจิตวิญญาณยุทธ์เมื่อครั้งก่อนหน้าได้เลือนหายไปจนสิ้น เหลือไว้เพียงความรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าอันน่าอัศจรรย์ ความรู้สึกที่ไม่อาจนิยามได้นี้เองคือ "พลังแห่งสุญญากาศ" ที่เขาได้รับมาจากการตื่นรู้ภายในจิตใจ มันไม่ใช่ธาตุใดๆ ที่เคยมีบันทึกไว้ในตำรา แต่มันคือแก่นแท้ของความว่างเปล่า ที่สามารถกลืนกินและสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ได้ในเวลาเดียวกัน หยุนเฟิงรู้ดีว่านี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางใหม่ ที่จะพาเขาไปสู่จุดสูงสุดที่ไม่มีใครเคยจินตนาการถึง
"ติ๊ง!" เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นในห้วงความคิดของหยุนเฟิง “ผู้ใช้ได้ปลุกพลังพิเศษ: พลังแห่งสุญญากาศ (Void Power) ระดับ 1/1000 อัตราการดูดซับปราณ 500% เพิ่มความเข้าใจในหลักการแห่งสุญญากาศ”
หยุนเฟิงรู้สึกตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าการที่จิตวิญญาณยุทธ์ของเขาถูกทำลาย จะนำมาซึ่งพลังที่ยิ่งใหญ่และลึกลับถึงเพียงนี้ ระบบได้ยืนยันแล้วว่านี่คือพลังพิเศษที่เหนือกว่าพลังปราณทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ความสามารถในการดูดซับปราณที่เพิ่มขึ้นถึงห้าร้อยเปอร์เซ็นต์นั้นหมายความว่าอัตราการบ่มเพาะพลังของเขาจะรวดเร็วกว่าคนทั่วไปหลายเท่าตัว และ "ความเข้าใจในหลักการแห่งสุญญากาศ" นั้นเองคือกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกศักยภาพอันแท้จริงของพลังนี้
“ระบบ พลังแห่งสุญญากาศนี้ใช้ทำอะไรได้บ้าง?” หยุนเฟิงถามด้วยความกระหายใคร่รู้
“ติ๊ง! พลังแห่งสุญญากาศคือแก่นแท้แห่งความว่างเปล่า สามารถใช้เพื่อการดูดซับพลังงานทุกรูปแบบ สร้างช่องว่างแห่งการดำรงอยู่ เคลื่อนย้ายตนเองอย่างไร้ร่องรอย หรือแม้กระทั่งสลายการโจมตีของศัตรู พลังนี้จะแข็งแกร่งขึ้นตามระดับการฝึกฝนและความเข้าใจของผู้ใช้ ภารกิจเร่งด่วน: ทำความเข้าใจและควบคุมพลังแห่งสุญญากาศเบื้องต้น (0/100%) รางวัล: วิชาเคลื่อนไหวเงาสุญญากาศ”
ดวงตาของหยุนเฟิงเป็นประกายด้วยความมุ่งมั่น นี่คือสิ่งที่เขาต้องการ! วิชาเคลื่อนไหวเงาสุญญากาศ ย่อมเป็นวิชาที่เข้ากับแนวคิด "พยัคฆ์ซ่อนคม" ของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาจะต้องฝึกฝนพลังนี้ให้เชี่ยวชาญก่อนการประลองครั้งใหญ่จะมาถึง เขาตั้งใจจะลงทะเบียนเข้าร่วมการประลองนี้อย่างแน่นอน เพื่อประกาศศักดาของตนเองและล้างแค้นศิษย์พี่เซี่ยหลง ผู้ที่เคยหยามเกียรติเขาอย่างเจ็บแสบ
เวลาที่เหลืออยู่ก่อนการประลองมีไม่มากนัก หยุนเฟิงจึงมุ่งหน้าไปยังห้องฝึกส่วนตัวของเขา ห้องแห่งนี้เป็นสถานที่ลับตาที่เขาใช้บ่มเพาะพลังมาโดยตลอด ในอดีตมันเคยเป็นเพียงห้องที่เขาใช้ทรมานตัวเองด้วยการฝึกฝนที่ไร้ผล ทว่าบัดนี้มันกำลังจะกลายเป็นสถานที่ที่พลังอันไร้ขีดจำกัดของเขาจะถูกปลุกขึ้น
ภายในห้องฝึกที่เงียบสงบ หยุนเฟิงนั่งขัดสมาธิลงบนพื้นหินอ่อน เขาหลับตาลงและรวบรวมจิตใจให้สงบนิ่ง ลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ เขาเริ่มรับรู้ถึงพลังแห่งสุญญากาศที่ไหลเวียนอยู่ภายใน เส้นสายปราณที่เคยคุ้นเคย บัดนี้กลับถูกห่อหุ้มด้วยกระแสพลังสีดำสนิทที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่มันกลับให้ความรู้สึกที่ลึกซึ้งและหนักแน่นอย่างประหลาด
หยุนเฟิงลองยกฝ่ามือขึ้นช้าๆ แล้วรวบรวมพลังแห่งสุญญากาศไปที่ปลายนิ้ว เขาจินตนาการถึงความว่างเปล่า การไร้ซึ่งสิ่งใดๆ ที่กำลังจะถูกสร้างขึ้นมาตรงหน้าเขา ทันใดนั้นเอง อากาศรอบๆ ปลายนิ้วของเขาก็เริ่มบิดเบี้ยวเล็กน้อย ราวกับว่ามิติแห่งความเป็นจริงได้ถูกรบกวน สิ่งที่ปรากฏขึ้นมาไม่ใช่ปราณสีสันสวยงาม หรือเปลวไฟที่ลุกโชน หากแต่เป็นช่องว่างสีดำมืดมิดขนาดเล็กจิ๋วที่คล้ายจะกลืนกินแสงสว่างไปโดยรอบ มันเป็นช่องว่างที่ไร้ซึ่งเสียง ไร้ซึ่งกลิ่น และไร้ซึ่งการรับรู้ใดๆ อย่างแท้จริง
“นี่คือพลังแห่งสุญญากาศ!” หยุนเฟิงพึมพำด้วยความทึ่ง เขารู้สึกถึงแรงดึงดูดเล็กน้อยจากช่องว่างนั้น ราวกับว่ามันกำลังพยายามดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไป ระบบแจ้งเตือนดังขึ้นอีกครั้ง
“ติ๊ง! ผู้ใช้ได้ปลดล็อกความสามารถเบื้องต้นของพลังแห่งสุญญากาศ: การสร้างช่องว่างดูดกลืน (Void Absorption Orb) ความคืบหน้าภารกิจ: ทำความเข้าใจและควบคุมพลังแห่งสุญญากาศเบื้องต้น (10/100%)”
หยุนเฟิงเริ่มทดลองการสร้างช่องว่างดูดกลืนอย่างต่อเนื่อง เขาพยายามควบคุมขนาดและระยะเวลาการคงอยู่ของมัน ในตอนแรกช่องว่างที่เขาสร้างขึ้นมานั้นมีขนาดเล็กและสลายไปอย่างรวดเร็ว ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป ด้วยความมุ่งมั่นและความเข้าใจที่เพิ่มขึ้น เขาก็เริ่มสามารถสร้างช่องว่างที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและคงอยู่ได้นานขึ้น
เขาพบว่าเมื่อใดที่เขาสร้างช่องว่างดูดกลืนขึ้นมา วัตถุขนาดเล็กที่อยู่ใกล้เคียงจะถูกดูดเข้าไปภายในและหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับว่ามันไม่เคยมีอยู่มาก่อน หยุนเฟิงตระหนักได้ว่านี่คือพลังที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง หากเขาสามารถนำพลังนี้ไปใช้ในการต่อสู้ มันจะกลายเป็นอาวุธที่ไม่มีใครสามารถคาดเดาหรือป้องกันได้
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หยุนเฟิงหมกมุ่นอยู่กับการฝึกฝนพลังแห่งสุญญากาศ เขาใช้ระบบเพื่อเร่งเวลาในการฝึกฝน ทำให้หนึ่งวันในความเป็นจริงเทียบเท่ากับการฝึกฝนหลายสิบวันในมิติแห่งระบบ ด้วยอัตราการดูดซับปราณที่สูงขึ้น เขาไม่เพียงแต่บ่มเพาะพลังแห่งสุญญากาศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเพิ่มพูนระดับปราณของเขาด้วย
ในที่สุด ความคืบหน้าของภารกิจก็มาถึงร้อยเปอร์เซ็นต์
“ติ๊ง! ภารกิจ: ทำความเข้าใจและควบคุมพลังแห่งสุญญากาศเบื้องต้น (100/100%) สำเร็จ! รางวัล: วิชาเคลื่อนไหวเงาสุญญากาศ ผู้ใช้ได้รับวิชาเคลื่อนไหวเงาสุญญากาศระดับ 1/1000 อัตราความเร็วเพิ่มขึ้น 50% สามารถพรางตัวและเคลื่อนที่อย่างไร้เสียง”
หยุนเฟิงรู้สึกยินดีอย่างยิ่ง "วิชาเคลื่อนไหวเงาสุญญากาศ" ได้หลั่งไหลเข้ามาในจิตใจของเขาอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับว่าเขารู้แจ้งในวิชานี้มาแต่กำเนิด มันเป็นวิชาที่ใช้พลังแห่งสุญญากาศในการบิดเบือนการรับรู้และสร้างช่องว่างเล็กๆ ในมิติ ทำให้ผู้ใช้สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว ไร้เสียง และแม้กระทั่งพรางกายจากสายตาของผู้อื่นได้ในระดับหนึ่ง
ด้วยพลังแห่งสุญญากาศและวิชาเคลื่อนไหวเงาสุญญากาศ หยุนเฟิงรู้สึกว่าเขาได้กลายเป็นนักฆ่าที่ซ่อนเร้นอยู่ในเงามืด เขาไม่ได้ต้องการจะต่อสู้แบบตรงไปตรงมาอีกต่อไป แต่เขาจะใช้ความสามารถที่ไร้ผู้ใดคาดเดานี้ เพื่อพลิกผันสถานการณ์ในการประลอง
อีกเพียงสามวันก็จะถึงวันประลองครั้งยิ่งใหญ่ของสำนักเมฆามังกร หยุนเฟิงออกจากห้องฝึก เขาเดินไปยังโถงกลางของสำนักเพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมการประลอง บรรยากาศภายในสำนักคึกคักไปด้วยเหล่าศิษย์ที่พูดคุยกันอย่างตื่นเต้น เสียงหัวเราะและเสียงปรึกษาหารือดังระงมไปทั่ว ผู้คนต่างพากันฝึกฝนอย่างเข้มข้น หวังที่จะแสดงฝีมือในการประลองครั้งนี้
เมื่อหยุนเฟิงเดินไปถึงจุดลงทะเบียน เขาก็เห็นศิษย์พี่เฉินหลง กำลังยืนคุยโอ้อวดอยู่กับกลุ่มเพื่อนสนิท เฉินหลงเป็นหนึ่งในศิษย์ที่มักจะดูถูกหยุนเฟิงอยู่เสมอ เมื่อเห็นหยุนเฟิงเดินเข้ามา เฉินหลงก็อดไม่ได้ที่จะเหยียดริมฝีปากเป็นรอยยิ้มเยาะหยัน
“โอ้โห ดูสิ ใครมา? ศิษย์น้องหยุนเฟิงผู้ ‘อัจฉริยะ’ ของพวกเราก็มาลงทะเบียนด้วยรึ? นี่เจ้ายังไม่เข็ดอีกหรือไงกับการถูกทำลายจิตวิญญาณยุทธ์ไปแล้วครั้งหนึ่งน่ะ? คิดจะไปเป็นตัวตลกในการประลองอีกหรือไง ฮ่าๆๆ” เฉินหลงหัวเราะเสียงดัง ตามด้วยเสียงหัวเราะเยาะจากกลุ่มเพื่อน
หยุนเฟิงไม่ได้ตอบโต้ เขาเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมองเฉินหลงด้วยสายตาที่สงบนิ่ง ทว่าแฝงไปด้วยความมุ่งมั่นที่เฉินหลงไม่มีทางเข้าใจ เขามองผ่านเฉินหลงไปเหมือนกับว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงอากาศธาตุ แล้วเดินตรงไปยังโต๊ะลงทะเบียน
“ข้าต้องการลงทะเบียนเข้าร่วมการประลอง” หยุนเฟิงกล่าวกับศิษย์รุ่นพี่ที่ทำหน้าที่ลงทะเบียน
ศิษย์รุ่นพี่คนนั้นมองหยุนเฟิงด้วยสายตาแปลกใจเล็กน้อย “เจ้าแน่ใจนะ ศิษย์น้องหยุนเฟิง? เจ้าเพิ่งจะฟื้นตัวจากการบาดเจ็บหนักมิใช่หรือ?”
“ข้าแน่ใจ” หยุนเฟิงตอบเสียงหนักแน่น
ศิษย์รุ่นพี่พยักหน้าเล็กน้อย แล้วยื่นแผ่นหยกสำหรับลงทะเบียนให้ หยุนเฟิงจารึกชื่อของตนเองลงไปบนแผ่นหยก ซึ่งจะถูกนำไปจับคู่กับการประลองในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เมื่อลงทะเบียนเสร็จสิ้น หยุนเฟิงก็เดินออกมาจากโถงกลางโดยไม่หันกลับไปมองเฉินหลงที่ยังคงยืนหัวเราะอยู่เลยแม้แต่น้อย
จิตใจของหยุนเฟิงไม่ได้จดจ่ออยู่กับคำดูถูกของเฉินหลง เขาเดินไปตามระเบียงทางเดินของสำนักเมฆามังกร สายตาของเขากวาดมองไปทั่วบริเวณ จนกระทั่งไปหยุดอยู่ตรงลานฝึกขนาดใหญ่ใจกลางสำนัก ที่นั่นมีร่างของบุรุษผู้หนึ่งกำลังฝึกฝนวิชาอย่างเข้มข้น ร่างกายของเขาสง่างามราวกับพยัคฆ์เหินลม ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยพลังปราณที่รุนแรงและเกรี้ยวกราด
นั่นคือศิษย์พี่เซี่ยหลง ผู้ที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาอย่างไม่ใยดี เซี่ยหลงในตอนนี้ดูแข็งแกร่งกว่าที่หยุนเฟิงเคยเห็นมาก่อน พลังปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของเขาบ่งบอกว่าเขาได้ทะลวงผ่านระดับที่สูงขึ้นไปอีกขั้นแล้ว การโจมตีของเขาทุกกระบวนท่าล้วนแฝงไว้ด้วยอำนาจทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว
หยุนเฟิงยืนมองเซี่ยหลงอยู่ห่างๆ ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ทว่าดวงตาของเขากลับเป็นประกายด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีใครเคยเห็นมาก่อน เขาจดจำความเจ็บปวดและความอัปยศอดสูที่เซี่ยหลงได้มอบให้ได้อย่างแม่นยำ ทุกรายละเอียดของคืนนั้นยังคงฝังลึกอยู่ในความทรงจำของเขา
“ศิษย์พี่เซี่ยหลง… เจ้าจะไม่ได้เห็นข้าเป็นแค่เศษสวะอีกต่อไปแล้ว” หยุนเฟิงพึมพำกับตัวเองเบาๆ “ในวันประลอง ข้าจะทำให้เจ้าได้ลิ้มรสความพ่ายแพ้ที่เจ้าไม่เคยคาดคิดมาก่อน”
เขาไม่ได้เดินเข้าไปท้าทายเซี่ยหลงในตอนนี้ เขารู้ดีว่าเวลาที่เหมาะสมยังมาไม่ถึง “พยัคฆ์ซ่อนคม” ย่อมต้องซ่อนคมของมันไว้จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะจู่โจม หยุนเฟิงหันหลังกลับและเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ ราวกับเงาที่จางหายไปในความสลัวของยามเย็น
สองวันต่อมา บรรยากาศของสำนักเมฆามังกรก็ถึงจุดสูงสุด ทั่วทั้งสำนักถูกประดับประดาด้วยธงสีสันสดใส และมีเหล่าศิษย์จากสำนักอื่นๆ รวมทั้งแขกผู้มีเกียรติจากตระกูลใหญ่ต่างๆ เดินทางมารวมตัวกันเพื่อชมการประลองครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี ลานประลองกลางสำนักถูกปรับปรุงให้ยิ่งใหญ่ตระการตา เวทีหินอ่อนขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ใจกลาง พร้อมด้วยอัฒจันทร์ที่สามารถรองรับผู้ชมได้นับหมื่นคน
หยุนเฟิงยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน เขาสวมชุดศิษย์สีฟ้าเข้มธรรมดาๆ ที่ไม่โดดเด่นอะไร แต่ภายในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความสงบนิ่งและมั่นคง เขาหลับตาลงเล็กน้อย สัมผัสถึงพลังแห่งสุญญากาศที่ไหลเวียนอยู่ภายในกาย มันพร้อมที่จะถูกปลดปล่อยออกมาในทุกเมื่อ
“ติ๊ง! ภารกิจหลัก: พิชิตการประลองสำนักเมฆามังกร (0/100%) รางวัล: กายาสุญญากาศขั้นต้น”
ระบบได้มอบภารกิจใหม่ให้แก่เขา ยิ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของการประลองครั้งนี้ “กายาสุญญากาศขั้นต้น” จะต้องเป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับพลังแห่งสุญญากาศอย่างแน่นอน และจะเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาพลังของเขาให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปอีก
เสียงประโคมของกลองศึกดังกึกก้องไปทั่วหุบเขา เป็นสัญญาณบอกว่าการประลองกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ผู้คนต่างส่งเสียงเชียร์อย่างกึกก้อง รายชื่อของคู่ประลองคู่แรกถูกประกาศขึ้นอย่างชัดเจน
“การประลองคู่แรก! ระหว่าง ศิษย์น้องหยุนเฟิง ปะทะ ศิษย์พี่เซี่ยหลง!”
เสียงประกาศดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ สร้างความประหลาดใจให้กับผู้ชมส่วนใหญ่ หยุนเฟิงลืมตาขึ้นช้าๆ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา “เร็วกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก…”
เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังเวทีประลอง ที่ซึ่งร่างของศิษย์พี่เซี่ยหลงกำลังก้าวขึ้นไปยืนด้วยท่าทางองอาจและมั่นใจ เซี่ยหลงมองลงมายังฝูงชนด้วยแววตาดูถูกเหยียดหยาม ราวกับว่าไม่มีใครคู่ควรกับเขา หยุนเฟิงสบตาเข้ากับเซี่ยหลงพอดี แววตาของเขาปราศจากความหวาดกลัว มีเพียงประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน
นี่คือการเผชิญหน้าครั้งแรกของพวกเขา และมันจะเป็นจุดเริ่มต้นของการล้างแค้นที่หยุนเฟิงเฝ้ารอคอยมานานแสนนาน
ถึงเวลาแล้วที่พยัคฆ์ซ่อนคมตัวนี้ จะต้องเปิดเผยเงาแห่งความน่าเกรงขามของมันออกมาสู่สายตาชาวโลก แต่วิธีการนั้น... จะต้องไม่มีใครคาดเดาได้!
“โปรดเชิญศิษย์น้องหยุนเฟิงขึ้นสู่เวที!” เสียงประกาศดังขึ้นอีกครั้ง
หยุนเฟิงก้าวเท้าออกไปช้าๆ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความมั่นใจที่ไม่อาจสั่นคลอน ออร่าแห่งความว่างเปล่าที่มองไม่เห็นได้ห่อหุ้มร่างของเขาไว้ ราวกับเงาที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง
ศิษย์พี่เซี่ยหลงมองหยุนเฟิงที่กำลังเดินขึ้นมาบนเวทีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม เขาหัวเราะเยาะออกมาเบาๆ ราวกับว่ากำลังเห็นตัวตลกกำลังเดินขึ้นมาแสดงละคร
“หึ เจ้ายังไม่ตายอีกหรือ? คิดจะมาเป็นกระสอบทรายให้ข้าอีกงั้นรึ?” เซี่ยหลงกล่าวเยาะเย้ย
หยุนเฟิงไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยืนนิ่งอยู่กลางเวทีประลอง ดวงตาของเขาจ้องตรงไปยังเซี่ยหลง เปลวไฟแห่งการแก้แค้นลุกโชนอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ
“ในการประลองครั้งนี้ ศิษย์พี่… เจ้าจะต้องชดใช้!” หยุนเฟิงคิดในใจ
การประลองกำลังจะเริ่มต้นขึ้น และหยุนเฟิงก็พร้อมแล้วที่จะปลดปล่อยพลังแห่งสุญญากาศที่ซ่อนเร้นออกมาเพื่อพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน

อมตะยุทธฝึกเซียน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก