อมตะยุทธฝึกเซียน

ตอนที่ 26 — ศึกเหนือใต้คลื่นอสูรคลั่ง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

354 ตอน · 1,766 คำ

แสงไฟจากคบเพลิงนับร้อยนับพันสาดส่องลงมาจากขอบหุบเหวอสูร ราวกับดวงตาปีศาจที่กำลังจ้องมองลงมายังก้นบึ้งอันมืดมิด เสียงคำรามของภูตอสูรที่ดังระงมไม่ได้มาจากเบื้องล่างอีกต่อไป หากแต่เป็นเสียงกู่ก้องจากด้านบน ผสมปนเปกับเสียงตะโกนสั่งการของมนุษย์ ทำให้หยุนเฟิงที่กำลังจะก้าวเข้าไปในมิติที่ไม่อาจหยั่งถึงต้องหยุดชะงัก ร่างกายที่เพิ่งฟื้นฟูจากการดูดซับพลังงานโบราณยังคงอ่อนล้า แต่สัญชาตญาณแห่งอันตรายกลับกรีดร้องเตือนอย่างรุนแรง

เขารีบถอยห่างจากรอยแยกมิติสีดำสนิทราวกับเป็นปากประตูสู่นรก ‌มิติที่บิดเบี้ยวแห่งนั้นยังคงหมุนวนอย่างเงียบงัน ทว่าสิ่งที่อยู่เบื้องบนกลับหาได้เงียบงันไม่ แสงไฟจากคบเพลิงเริ่มสว่างชัดขึ้นเรื่อยๆ เผยให้เห็นเงาร่างของกลุ่มคนจำนวนมากที่ยืนเรียงรายอยู่บนขอบหุบเหว พวกเขาไม่ได้มาแค่ไม่กี่คน แต่เป็นกองทัพ! กองทัพที่ดูเหมือนจะกำลังเตรียมพร้อมจะบุกเข้ามาในหุบเหวอสูรแห่งนี้

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นอีกแล้ว!” หยุนเฟิงพึมพำกับตัวเอง ​ใบหน้าฉายแววกังวลอย่างเห็นได้ชัด เขาเพิ่งจะรอดพ้นจากวิกฤตการณ์พลังงานปะทุภายในร่างกาย และยังไม่ทันได้ปรับตัวให้เข้ากับพลังใหม่ที่ได้รับมาเต็มที่ ตอนนี้กลับต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันอีกครั้ง สถานการณ์ที่ร้ายแรงกว่าที่เคยพบเจอมาทั้งหมด เพราะครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ภูตอสูรดุร้ายไม่กี่ตัว แต่เป็นกองทัพมนุษย์และคลื่นอสูรที่กำลังจะปะทะกันอย่างบ้าคลั่ง

เสียงหอบหายใจของหยุนเฟิงดังขึ้นถี่รัว เขามองขึ้นไปยังเงาร่างที่กำลังจะโรยตัวลงมาด้วยเชือกและร่ายเวทป้องกันต่างๆ ‍พวกเขาดูเหมือนจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์จากสำนักใหญ่ หรืออาจจะเป็นพันธมิตรของหลายสำนักรวมกัน ใบหน้าของหยุนเฟิงซีดเผือด เขาตระหนักดีว่าตนเองไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ได้ในตอนนี้ ลำพังแค่พลังที่เพิ่งได้มาก็ยังไม่เสถียรดีพอ ไหนจะต้องระวังรอยแยกมิติประหลาดที่อาจดึงดูดสิ่งใดออกมาอีก

“ติ๊ง! ตรวจพบสภาวะวิกฤต! ผู้บุกรุกจากภายนอกกำลังเข้าสู่เขตอันตรายระดับสูง ‌และคลื่นพลังอสูรกำลังปะทุจากเบื้องล่าง! คำแนะนำ: ผู้ใช้โปรดเลือกเส้นทางรอดชีวิต” เสียงระบบดังขึ้นในหัวของหยุนเฟิง เป็นครั้งแรกที่ระบบไม่ได้ให้ภารกิจโดยตรง แต่กลับให้คำแนะนำในการเอาชีวิตรอด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของสถานการณ์

หยุนเฟิงกัดฟันกรอด เขากวาดตามองไปรอบๆ ‍หุบเหวอสูรแห่งนี้เต็มไปด้วยโขดหินแหลมคม และถ้ำเล็กถ้ำน้อยที่อาจใช้เป็นที่หลบซ่อนได้ แต่ด้วยจำนวนผู้บุกรุกและภูตอสูรที่กำลังจะก่อกำเนิดการปะทะครั้งใหญ่ การหลบซ่อนอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด เขาจะต้องหาทางออก หาทางหนีจากสมรภูมิแห่งหายนะนี้ให้เร็วที่สุด

ทันใดนั้น เสียงคำรามกึกก้องก็ดังขึ้นจากส่วนลึกของหุบเหวอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่เสียงคำรามที่มาจากเบื้องบน ​แต่เป็นเสียงที่มาจากเบื้องล่าง เสียงที่เต็มไปด้วยโทสะและพลังงานมหาศาล คล้ายกับว่ามีอสูรโบราณบางตนกำลังตื่นจากการหลับใหล!

“บัดซบ! มันตื่นแล้ว!” เสียงตะโกนของมนุษย์คนหนึ่งดังลงมาตามลม บ่งบอกถึงความตกใจระคนหวาดกลัว คบไฟหลายสิบดวงที่เคยส่องสว่างเริ่มเคลื่อนที่ลงมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงอาวุธที่กระทบกันดังแกร๊กๆ ​และเสียงร่ายเวทที่ส่งพลังปราณพุ่งลงสู่หุบเหว

หยุนเฟิงไม่รอช้า เขารีบใช้ทักษะวิชาตัวเบาไร้เงาที่ฝึกฝนมาอย่างหนัก ร่างกายของเขากลายเป็นเงาเลือนราง พุ่งทะยานไปตามซอกหิน หลบหลีกจากสายตาของทั้งมนุษย์และอสูรที่กำลังปะทะกัน เขาตั้งใจจะหาช่องทางที่ปลอดภัยที่สุดเพื่อออกจากหุบเหวนี้ แต่ดูเหมือนว่าความตั้งใจของเขาจะถูกขัดขวางเสียแล้ว

“พวกเราคือสำนักอัคคีทมิฬ! จงออกมาจากที่ซ่อนเสีย!” ​เสียงอันทรงอำนาจหนึ่งตะโกนก้องลงมา ผู้ฝึกยุทธ์คนนั้นดูเหมือนจะเป็นผู้นำของกลุ่ม แสงสีแดงฉานพุ่งออกจากฝ่ามือของเขา กระทบเข้ากับผนังหุบเหวเกิดเป็นหลุมยุบขนาดใหญ่ หยุนเฟิงสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังปราณที่รุนแรงราวกับคลื่นทะเล คลื่นพลังนั้นแผ่กระจายไปทั่วหุบเหว ราวกับกำลังกวาดล้างสิ่งมีชีวิตทั้งหมด

“สำนักอัคคีทมิฬงั้นหรือ…” หยุนเฟิงกัดฟันแน่น เขารู้จักชื่อนี้ดี สำนักอัคคีทมิฬเป็นหนึ่งในสำนักมารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในดินแดนภาคเหนือ มีชื่อเสียงในด้านความเหี้ยมโหดและพลังอันมหาศาล ไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาจะกล้าบุกเข้ามาในหุบเหวอสูรแห่งนี้ แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคืออะไรที่ทำให้สำนักมารที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ต้องลงมาถึงก้นบึ้งของหุบเหวอสูร?

เขาลอบมองเห็นการปะทะกันเริ่มขึ้นแล้ว เบื้องบนเหล่านักรบจากสำนักอัคคีทมิฬเริ่มโรยตัวลงมาอย่างไม่เกรงกลัว ภูตอสูรระดับต่ำและระดับกลางที่อาศัยอยู่ตามผนังหุบเหวพุ่งเข้าใส่พวกเขาด้วยความดุร้าย แต่กลับถูกสังหารอย่างรวดเร็วด้วยพลังปราณเพลิงสีแดงฉานและคมดาบที่วาดฟัน

ทว่าเบื้องล่าง สถานการณ์กลับแตกต่างออกไป เสียงคำรามที่มาจากก้นบึ้งของหุบเหวทรงพลังยิ่งขึ้นจนพื้นดินสั่นสะเทือน รอยแยกมิติที่หยุนเฟิงเคยยืนอยู่ก็ดูเหมือนจะขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อย แรงสั่นสะเทือนทำให้เกิดหินถล่มลงมาเป็นระยะๆ หยุนเฟิงต้องใช้พลังปราณทั้งหมดเพื่อหลบหลีกเศษหินขนาดใหญ่ที่ร่วงหล่นลงมา

“ตูม!” เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว เศษหินขนาดเท่าบ้านเรือนร่วงลงมาเบื้องหน้าของหยุนเฟิง พังทลายเส้นทางหลบหนีของเขาจนหมดสิ้น

“ให้ตายเถอะ!” หยุนเฟิงสบถ เขาถูกบีบให้ต้องหาที่หลบซ่อนอื่น เขากวาดสายตาไปรอบๆ ก่อนจะพบกับถ้ำเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่หลังม่านน้ำตกขนาดเล็ก หยุนเฟิงรีบพุ่งตัวเข้าไปในถ้ำนั้นทันที

ภายในถ้ำมืดสนิทและชื้นแฉะ หยุนเฟิงใช้สมาธิเพื่อปรับสภาพสายตา เขาได้ยินเสียงการต่อสู้ที่ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ เสียงระเบิดของพลังปราณ เสียงกรีดร้องของภูตอสูร และเสียงตะโกนสั่งการของมนุษย์ผสมปนเปกันจนแทบแยกไม่ออก คลื่นพลังงานที่แผ่ซ่านเข้ามาในถ้ำบ่งบอกว่าการต่อสู้ไม่ได้อยู่ห่างจากเขามากนัก

“ติ๊ง! ภารกิจฉุกเฉิน: เอาชีวิตรอดจากสมรภูมิแห่งหายนะ! รายละเอียด: ท่านถูกล้อมรอบด้วยกองกำลังของสำนักอัคคีทมิฬและฝูงอสูรโบราณ จงใช้ปัญญาและความแข็งแกร่งเพื่อเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์นี้ รางวัล: แต้มประสบการณ์ 50,000, รางวัลปริศนาขั้นสูง”

ภารกิจฉุกเฉินปรากฏขึ้นในหัวของหยุนเฟิง เขาพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม รางวัล 50,000 แต้มประสบการณ์นั้นมหาศาล และรางวัลปริศนาขั้นสูงก็ยั่วยวนใจ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเอาชีวิตรอด

“หากเป็นเช่นนั้น… ข้าก็ต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อรอด!” หยุนเฟิงกำหมัดแน่น พลังปราณที่เพิ่งดูดซับมาเริ่มไหลเวียนไปทั่วร่างกาย พลังงานโบราณที่อยู่ในตัวเขาดูเหมือนจะตอบสนองต่อสถานการณ์อันตรายนี้ ทำให้ร่างกายของเขาร้อนรุ่มและแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

เขาสูดหายใจลึกๆ และเริ่มปรับสภาพจิตใจให้สงบนิ่ง แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด เขาก็ต้องตั้งสติและประเมินสถานการณ์ หยุนเฟิงไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ที่ประมาท เขาเข้าใจดีว่าการพุ่งออกไปสู้กับกองทัพในตอนนี้ไม่ต่างกับการฆ่าตัวตาย

“ระบบ, แสดงสถานะของข้า” หยุนเฟิงสั่งในใจ

ชื่อ: หยุนเฟิง ระดับ: เซียนฝึกหัดขั้น 4 (เพิ่งทะลวง) พลังปราณ: 8,500/8,500 พลังกาย: 9,000/9,000 ความแข็งแกร่ง: 850 ความว่องไว: 850 สติปัญญา: 700 ทักษะ:

  • วิชาตัวเบาไร้เงา (ระดับสมบูรณ์แบบ)
  • หมัดวารีกลืนเมฆา (ระดับสมบูรณ์แบบ)
  • กระบวนท่าดาบไร้ลักษณ์ (ระดับเชี่ยวชาญ)
  • เคล็ดวิชาดูดซับพลังปราณแห่งบรรพกาล (ระดับเริ่มต้น)

“พลังปราณและพลังกายเพิ่มขึ้นมหาศาล!” หยุนเฟิงเบิกตากว้าง แม้จะอยู่ในสภาพที่อ่อนล้า แต่ระดับพลังของเขากลับสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ ‘เซียนฝึกหัดขั้น 4’ นี่เป็นระดับที่เขาไม่เคยจินตนาการถึงมาก่อน การดูดซับพลังงานโบราณนั้นให้ผลลัพธ์ที่เกินคาดจริงๆ

ความแข็งแกร่งและความว่องไวที่ 850 นั้นก็ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย นั่นหมายความว่าเขาสามารถต่อกรกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์บางคนได้เลยทีเดียว แต่เขาก็รู้ว่าพลังที่เพิ่งได้มายังไม่เสถียรพอที่จะแสดงออกมาได้อย่างเต็มที่

ขณะที่เขากำลังประเมินสถานะของตัวเองอยู่นั้น เสียงคำรามที่หนักแน่นกว่าเดิมก็ดังขึ้นจากเบื้องล่างของหุบเหว ตามมาด้วยเสียงแผดเผาของเปลวเพลิงสีดำสนิทที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า มันคือเปลวเพลิงที่รุนแรงกว่าเปลวเพลิงของสำนักอัคคีทมิฬหลายเท่า

“นั่นมัน… อสูรเพลิงโลกันตร์!” เสียงอุทานที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวดังมาจากด้านนอกถ้ำของผู้ฝึกยุทธ์สำนักอัคคีทมิฬคนหนึ่ง

หยุนเฟิงแอบมองลอดรอยแตกของหินออกไป เขาเห็นภูตอสูรขนาดมหึมาตัวหนึ่ง ร่างกายปกคลุมด้วยเปลวเพลิงสีดำทะมึน ดวงตาของมันแดงก่ำราวกับถ่านเพลิง กำลังพุ่งเข้าใส่กลุ่มผู้ฝึกยุทธ์ของสำนักอัคคีทมิฬที่กำลังโรยตัวลงมาอย่างไม่เกรงกลัว อสูรตัวนี้มีรูปร่างคล้ายกอริลล่า แต่มีขนาดใหญ่กว่าสิบเท่า และพละกำลังของมันก็มหาศาลเพียงแค่ตบครั้งเดียวก็ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงปลิวไปกระแทกผนังหุบเหว

“อสูรเพลิงโลกันตร์งั้นหรือ… ไม่แปลกใจที่สำนักอัคคีทมิฬจะลงมาถึงที่นี่” หยุนเฟิงคิดในใจ อสูรเพลิงโลกันตร์เป็นสัตว์อสูรในตำนานที่หาได้ยากยิ่ง เชื่อกันว่าพวกมันถือกำเนิดจากแก่นแท้ของเปลวเพลิงนรก และมีพลังทำลายล้างสูง หากสามารถจับมันมาได้ หรือแม้แต่ได้แก่นอสูรของมันมา ก็จะถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่ไม่อาจประเมินได้

การปะทะระหว่างอสูรเพลิงโลกันตร์และสำนักอัคคีทมิฬทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว เปลวเพลิงสีดำและสีแดงฉานปะทะกันกลางอากาศเกิดเป็นประกายไฟระยิบระยับ เสียงคำรามของอสูรและเสียงอาวุธที่ปะทะกันดังกึกก้องจนผนังหุบเหวเริ่มร้าวระแหงหนักขึ้นเรื่อยๆ

หยุนเฟิงซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ มองเห็นภาพการต่อสู้ที่ดุเดือดราวกับฉากในนรก เขาไม่ใช่คนใจดีที่จะเข้าไปช่วยผู้ใด แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่จะนั่งดูเฉยๆ หากมีโอกาส หยุนเฟิงจะคว้ามันไว้เสมอ เขาเริ่มคิดหาวิธีที่จะใช้ประโยชน์จากความโกลาหลนี้

“หากข้าสามารถใช้โอกาสนี้ในการหลบหนี หรือแม้กระทั่งได้อะไรบางอย่างที่มีค่าติดมือกลับไป…” ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวของหยุนเฟิง

เขาเริ่มใช้สัมผัสวิญญาณแผ่กระจายออกไปอย่างระมัดระวัง เพื่อสำรวจสภาพแวดล้อมรอบๆ ถ้ำและบริเวณการต่อสู้ ทว่าทันทีที่สัมผัสวิญญาณของเขากระจายออกไป มันก็สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานแปลกประหลาดบางอย่างที่แผ่ออกมาจากรอยแยกมิติสีดำสนิทที่เขาเคยยืนอยู่ คลื่นพลังงานนั้นไม่ได้รุนแรง แต่กลับให้ความรู้สึกดึงดูดอย่างประหลาด

รอยแยกมิติเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย ราวกับมันกำลังตอบสนองต่อการปะทะกันที่รุนแรงข้างนอก หยุนเฟิงรู้สึกถึงแรงดึงดูดที่มองไม่เห็นบางอย่างที่พยายามจะดึงจิตวิญญาณของเขาเข้าไปในมิติที่บิดเบี้ยวนั้น

“เกิดอะไรขึ้นกับรอยแยกมิตินั่น?” หยุนเฟิงพึมพำ เขามองไปยังรอยแยกมิติด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความระมัดระวัง

ขณะเดียวกัน การต่อสู้ภายนอกก็ถึงจุดวิกฤต อสูรเพลิงโลกันตร์นั้นแข็งแกร่งเกินคาด แม้ผู้ฝึกยุทธ์สำนักอัคคีทมิฬจะรวมตัวกันโจมตี แต่พวกเขาก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับอสูรเพลิงโลกันตร์ได้มากนัก กลับกัน ผู้ฝึกยุทธ์หลายคนต้องสังเวยชีวิตให้กับเปลวเพลิงสีดำและความแข็งแกร่งของมัน

“ท่านผู้นำ! เราต้องใช้ยันต์พันธนาการอสูร!” เสียงตะโกนของลูกศิษย์คนหนึ่งดังขึ้น

“ไม่ได้! ยันต์นั่นมีเพียงชิ้นเดียวและเราต้องใช้มันกับสมุนไพรวิญญาณห้วงอเวจีเท่านั้น!” ผู้นำสำนักอัคคีทมิฬตอบกลับด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว

“สมุนไพรวิญญาณห้วงอเวจีงั้นหรือ?” หยุนเฟิงได้ยินคำพูดนั้นอย่างชัดเจน และความสนใจของเขาก็ถูกดึงดูดทันที สมุนไพรวิญญาณห้วงอเวจีเป็นสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์ในตำนานที่เชื่อกันว่าสามารถรักษาบาดแผลภายในและเพิ่มพูนพลังปราณได้อย่างมหาศาล มันเติบโตได้เฉพาะในสถานที่ที่มีพลังงานหยินที่เข้มข้นอย่างหุบเหวอสูรแห่งนี้เท่านั้น และจะบานสะพรั่งเพียงหนึ่งครั้งในรอบร้อยปี

“แสดงว่าพวกเขาไม่ได้มาเพื่ออสูรเพลิงโลกันตร์อย่างเดียว แต่มาเพื่อสมุนไพรวิญญาณห้วงอเวจีด้วย” หยุนเฟิงวิเคราะห์ สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก

ทันใดนั้น ผู้นำสำนักอัคคีทมิฬก็แหวกวงล้อมของลูกศิษย์ พุ่งเข้าใส่รอยแยกมิติที่หยุนเฟิงเคยยืนอยู่! ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ราวกับว่าเขาพบสิ่งที่ตามหามานาน

“นั่นคือปากทางเข้าสู่เขตสมุนไพรวิญญาณ! พวกเจ้าถ่วงเวลาอสูรเพลิงโลกันตร์เอาไว้ ข้าจะเข้าไปนำสมุนไพรออกมา!” ผู้นำสำนักอัคคีทมิฬตะโกนสั่งการ ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปในรอยแยกมิติสีดำสนิทนั้นอย่างไม่ลังเล

หยุนเฟิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “ปากทางเข้าสู่เขตสมุนไพรวิญญาณงั้นหรือ!?” นี่เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดอย่างสิ้นเชิง รอยแยกมิตินั้นไม่ใช่แค่ทางผ่านไปยังมิติอื่น แต่เป็นทางเข้าสู่สถานที่เฉพาะเจาะจงที่ซ่อนสมบัติล้ำค่าเอาไว้!

แต่ก่อนที่เขาจะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น อสูรเพลิงโลกันตร์ก็คำรามกึกก้องด้วยความโกรธเกรี้ยว มันสัมผัสได้ถึงการรุกล้ำของผู้นำสำนักอัคคีทมิฬ และรู้ว่าเป้าหมายของมันกำลังจะถูกช่วงชิงไป อสูรเพลิงโลกันตร์พุ่งเข้าใส่รอยแยกมิติด้วยความเร็วสูง หมายจะตามเข้าไปหยุดยั้งผู้นำสำนักอัคคีทมิฬ

“ไม่นะ! อย่าให้มันเข้าไป!” เหล่าลูกศิษย์สำนักอัคคีทมิฬตะโกนด้วยความสิ้นหวัง พวกเขารีบพุ่งเข้าสกัดอสูรเพลิงโลกันตร์อย่างบ้าคลั่ง ทว่ามันกลับไม่เป็นผล อสูรเพลิงโลกันตร์สะบัดกรงเล็บอันใหญ่โตออกไป พัดพาลูกศิษย์นับสิบคนกระเด็นไปคนละทิศละทาง และพุ่งตรงเข้าไปในรอยแยกมิติอย่างไม่ลดละ

รอยแยกมิติที่เคยสงบนิ่งพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พลังงานมหาศาลปะทุออกมาจากภายใน ดึงดูดเศษซากและฝุ่นผงรอบๆ ให้ลอยขึ้นไปในอากาศราวกับพายุทอร์นาโดขนาดเล็ก มิติแห่งนั้นดูเหมือนจะไม่สามารถรองรับการเข้าไปของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาอย่างอสูรเพลิงโลกันตร์ได้

“ตูมมมม!”

เสียงระเบิดที่รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ ดังขึ้นจากภายในรอยแยกมิติ แสงสีดำและแดงฉานปะปนกันพุ่งทะลักออกมา รอยแยกมิติที่เคยเป็นรูปทรงบิดเบี้ยวเริ่มขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว และผิดรูปผิดร่างไปจากเดิม มันไม่ใช่มิติที่คงที่อีกต่อไป แต่กำลังจะฉีกขาดออกเป็นเสี่ยงๆ!

คลื่นพลังงานที่รุนแรงและปั่นป่วนแผ่กระจายออกมารอบทิศทาง สร้างความเสียหายให้กับผนังหุบเหวและทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ใกล้เคียงต้องกระเด็นออกไป หยุนเฟิงที่อยู่ในถ้ำก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาล ร่างกายของเขากระแทกเข้ากับผนังถ้ำอย่างแรง จนกระอักเลือดออกมาเล็กน้อย

“รอยแยกมิติกำลังจะพังทลาย!” หยุนเฟิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาไม่เคยคิดว่ารอยแยกมิติจะสามารถพังทลายได้เช่นนี้

จากรอยแยกมิติที่กำลังฉีกขาดนั้น ไม่ได้มีเพียงเปลวเพลิงสีดำและแดงฉานพุ่งออกมาเท่านั้น หากแต่ยังมีสิ่งแปลกประหลาดบางอย่างหลุดรอดออกมาด้วย มันคือเศษเสี้ยวของวัตถุโบราณที่เปล่งประกายสีทองอร่าม และสมุนไพรวิญญาณห้วงอเวจีที่บานสะพรั่งออกมาจากความมืดมิด…

หยุนเฟิงมองเห็นโอกาส เขารู้ว่านี่คือโอกาสเดียวที่จะคว้าสมบัติเหล่านั้น แต่ก่อนที่เขาจะได้ขยับตัว ทันใดนั้นเอง พื้นดินใต้เท้าของเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่จากการปะทะกัน แต่เป็นความรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกำลังจะพังทลายจากเบื้องล่างสุดของหุบเหว และจากรอยแยกมิติที่กำลังฉีกขาดนั้น ร่างกายของผู้นำสำนักอัคคีทมิฬก็ถูกผลักกระเด็นออกมาอย่างรุนแรง และตามมาด้วยเงาร่างขนาดมหึมาที่ใหญ่กว่าอสูรเพลิงโลกันตร์หลายเท่า...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
อมตะยุทธฝึกเซียน

อมตะยุทธฝึกเซียน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!