การปะทุของพลังงานมหาศาลสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งยอดเขาแห่งหายนะ ก้องกังวานดุจเสียงพิพากษาจากสวรรค์เบื้องบน หยุนเฟิงที่ซ่อนกายอยู่ภายใต้ทักษะเร้นกายไร้เงา สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนอันรุนแรงที่ทำเอาพื้นดินแทบจะยุบตัวลงไป บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนจากความสงบนิ่งชวนขนลุกเป็นความโกลาหลอลหม่าน พลังงานธาตุที่เคยอยู่ในภาวะสมดุลถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ ก่อเกิดเป็นพายุพลังงานสีดำทมิฬหมุนวนอยู่เหนือแก่นแท้วิญญาณแห่งโลกที่บัดนี้ไร้ซึ่งการป้องกันใดๆ
แสงสีแดงฉานสลับกับสีดำมืดมิดฉายชัดให้เห็นภาพอันน่าสะพรึงกลัวเบื้องหน้า กองทัพอสูรโบราณจำนวนนับไม่ถ้วนที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหลยาวนานนับพันปี พลันกรูเกรียวออกมาจากรอยแยกบนพื้นดิน ร่างกายของพวกมันสูงใหญ่กำยำ บางตัวมีปีกดุดัน บางตัวมีเกล็ดหนาทึบราวเกราะเหล็ก และบางตัวมีเขี้ยวเล็บแหลมคมราวใบมีดที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้ขาดสะบั้น ดวงตาของพวกมันเปล่งประกายสีแดงก่ำด้วยความกระหายเลือด เสียงคำรามกึกก้องประสานกันจนเกิดเป็นคลื่นเสียงที่น่าหวาดหวั่น สามารถสั่นสะเทือนจิตวิญญาณของผู้ที่ได้ยินให้บิดเบี้ยวได้ง่ายๆ
หยุนเฟิงรู้สึกถึงกระแสความเย็นเยียบที่แล่นไปทั่วร่าง เหงื่อกาฬไหลซึมออกมาจากแผ่นหลัง เขานิ่งงันราวกับถูกตรึงไว้ด้วยพลังงานมหาศาลเบื้องหน้า ความรู้สึกเล็กจ้อยและไร้พลังถาโถมเข้าใส่จิตใจ เขาเพิ่งก้าวสู่จุดสูงสุดของขั้นหลอมรวมจิตวิญญาณระดับกลาง แต่พลังที่แผ่ออกมาจากอสูรโบราณแต่ละตัวนั้นก็เทียบเท่ากับผู้ฝึกตนขั้นแก่นแท้วิญญาณ หรือแม้กระทั่งขั้นกำเนิดวิญญาณ แล้วกองทัพนับแสนนับล้านตัวเล่า... มันคือหายนะที่แท้จริงอย่างที่ระบบว่าไว้ไม่มีผิดเพี้ยน
ท่ามกลางความมืดมิดและพลังงานที่ปั่นป่วน อสูรบรรพกาลห้วงอเวจียืนตระหง่านราวกับภูเขาที่สูงเสียดฟ้า ร่างกายมหึมาของมันดูดซับพลังงานที่ปะทุขึ้นมาอย่างตะกละตะกลาม ราวกับว่าพลังงานที่ถูกปลดปล่อยจากการทำลายผนึกโบราณนั้นคืออาหารโอชะชั้นเลิศที่จะเติมเต็มความแข็งแกร่งที่มันสูญเสียไป ดวงตาแดงก่ำของมันกวาดมองไปทั่ว เหล่าอสูรโบราณที่เพิ่งตื่นขึ้นมาก็พลันสงบลงราวกับถูกสะกด ไม่มีการต่อสู้แย่งชิงหรือความวุ่นวาย มีเพียงความเคารพยำเกรงและความภักดีที่แผ่ออกมาจากพวกมันสู่ร่างของอสูรบรรพกาลห้วงอเวจีตัวนั้น
"มันกำลังใช้พลังงานที่ปลดปล่อยออกมาเพื่อฟื้นฟูตัวเอง และควบคุมกองทัพอสูรโบราณเหล่านั้น!" หยุนเฟิงกัดฟันแน่น เขายังคงซ่อนกายได้อย่างแนบเนียนด้วยทักษะเร้นกายไร้เงา แต่เขารู้สึกได้ถึงพลังกดดันที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะทำให้เขาหายใจไม่ออก สถานการณ์ตรงหน้าเลวร้ายเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ แก่นแท้วิญญาณแห่งโลกที่เคยเป็นแหล่งกำเนิดพลังงานบริสุทธิ์ บัดนี้ถูกห้อมล้อมด้วยพลังงานแห่งความมืดมิด อสูรบรรพกาลห้วงอเวจีกำลังพยายามดูดซับพลังงานเหล่านั้นเข้าไปในตัวมันเองอย่างต่อเนื่อง และในเวลาเดียวกัน มันก็กำลังปลูกฝังเมล็ดพันธุ์แห่งความมืดมิดลงไปในแก่นแท้วิญญาณแห่งโลก เพื่อเปลี่ยนให้มันกลายเป็นแหล่งพลังงานของพวกอสูร
“ติ๊ง! ภารกิจหลักอัปเดต: ‘ยับยั้งหายนะแห่งโลก’ รายละเอียด: อสูรบรรพกาลห้วงอเวจีกำลังดูดซับพลังงานจากแก่นแท้วิญญาณแห่งโลกและปลุกกองทัพอสูรโบราณขึ้นมาเพื่อทำลายสมดุลของโลก ผู้ฝึกตนจะต้องหาวิธียับยั้งการกระทำของอสูรบรรพกาลและปกป้องแก่นแท้วิญญาณแห่งโลก เงื่อนไขความสำเร็จ:
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของหยุนเฟิง ทำให้เขาใจหายวาบ ‘ความคืบหน้า 10%’ หมายความว่าอย่างไร? มันหมายความว่าอสูรบรรพกาลดูดซับพลังงานไปแล้ว 10% หรือมันกำลังจะดูดซับได้สำเร็จ 10%? ไม่ว่าจะอย่างไร นี่เป็นสัญญาณที่ไม่ดีเลยแม้แต่น้อย บทลงโทษหากล้มเหลวทำให้หยุนเฟิงรู้สึกถึงความกดดันมหาศาล ยุทธภพถูกทำลาย? เขาจะต้องตาย? นี่ไม่ใช่แค่ภารกิจส่วนตัวของเขาแล้ว แต่มันคือการเดิมพันกับชะตากรรมของโลกทั้งใบ!
หยุนเฟิงพยายามรวบรวมสติ เขามองไปยังแก่นแท้วิญญาณแห่งโลกที่เปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ หรี่ลงเรื่อยๆ ราวกับเปลวเทียนที่กำลังจะดับลง แสงสีดำทะมึนที่แผ่ออกมาจากอสูรบรรพกาลห้วงอเวจีกำลังกัดกินแสงนั้นอย่างช้าๆ หากปล่อยไว้อย่างนี้ แก่นแท้วิญญาณแห่งโลกจะต้องถูกครอบงำจนหมดสิ้น และเมื่อนั้น โลกใบนี้ก็จะกลายเป็นโลกแห่งความมืดมิดอย่างแท้จริง
“ระบบ ฉันจะทำอะไรได้บ้าง?” หยุนเฟิงถามในใจด้วยความเร่งรีบ
“ติ๊ง! ผู้ฝึกตนมีความแข็งแกร่งไม่เพียงพอที่จะเผชิญหน้ากับอสูรบรรพกาลห้วงอเวจีโดยตรงในขณะนี้ คำแนะนำ: ค้นหาจุดอ่อนของอสูรบรรพกาล หรือหาทางหยุดยั้งกระบวนการดูดซับพลังงานจากแก่นแท้วิญญาณแห่งโลกจากระยะไกล”
จุดอ่อน? หรือหยุดยั้งจากระยะไกล? หยุนเฟิงกวาดสายตาไปรอบๆ เขาเห็นเหล่าอสูรโบราณเริ่มจัดระเบียบเป็นกองทัพใหญ่ ภายใต้การนำของอสูรบรรพกาลห้วงอเวจี พวกมันเริ่มเคลื่อนพลลงจากยอดเขาแห่งหายนะ ทิศทางที่พวกมันมุ่งหน้าไปคือหุบเขาเบื้องล่าง ซึ่งเป็นที่ตั้งของอาณาจักรมนุษย์ที่ใกล้ที่สุด!
“พวกมันจะบุกยุทธภพ!” หยุนเฟิงตระหนักถึงหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้น เขาไม่สามารถปล่อยให้มันเป็นเช่นนั้นได้ ถึงแม้เขาจะไม่ได้เป็นวีรบุรุษผู้ผดุงคุณธรรม แต่เขาก็เป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ และเขาก็มีคนที่เขารักและห่วงใยอยู่ในยุทธภพแห่งนี้ด้วย
เขาหันกลับไปมองแก่นแท้วิญญาณแห่งโลกอีกครั้ง แสงสีฟ้าอ่อนๆ เกือบจะถูกกลืนกินจนหมดสิ้น เหลือเพียงจุดเล็กๆ ที่ยังคงส่องประกายริบหรี่ ราวกับกำลังรอคอยความช่วยเหลือ หยุนเฟิงรู้ดีว่าเวลาของเขามีน้อยลงทุกที เขาต้องทำอะไรสักอย่าง แต่จะทำอย่างไรในเมื่อเขามีพลังไม่เพียงพอที่จะต่อกรกับอสูรบรรพกาลห้วงอเวจีโดยตรง?
เขาเริ่มใช้ทักษะเร้นกายไร้เงาเคลื่อนที่ไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง เพื่อสำรวจพื้นที่ เขาต้องการหาเบาะแส หรืออะไรก็ตามที่จะช่วยให้เขาสามารถยับยั้งหายนะนี้ได้ เขาเคลื่อนที่ผ่านเหล่าอสูรโบราณที่กำลังเคลื่อนพลไปเบื้องล่าง โดยที่ไม่มีอสูรตัวใดสามารถสัมผัสถึงตัวตนของเขาได้ แม้แต่กลิ่นอายของอสูรเหล่านั้นก็ยังถูกทักษะเร้นกายไร้เงาบดบังจนหมดสิ้น
ในขณะที่เขาเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ หยุนเฟิงสังเกตเห็นว่าพลังงานที่แผ่ออกมาจากอสูรบรรพกาลห้วงอเวจีนั้น มีลักษณะเฉพาะบางอย่าง มันเป็นพลังงานแห่งความมืดมิดที่บริสุทธิ์ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีกระแสพลังงานที่ปั่นป่วนและไม่เสถียรแฝงอยู่เบาๆ ราวกับว่าพลังงานที่มันดูดซับเข้าไปนั้น ยังไม่สามารถรวมเข้ากับพลังงานดั้งเดิมของมันได้อย่างสมบูรณ์
“ติ๊ง! ผู้ฝึกตนสังเกตเห็นความผิดปกติของพลังงานอสูรบรรพกาลห้วงอเวจี: พลังงานที่ดูดซับจากแก่นแท้วิญญาณแห่งโลกยังไม่สมบูรณ์ และกำลังก่อให้เกิดความไม่เสถียรภายในตัวอสูรบรรพกาล”
ดวงตาของหยุนเฟิงเป็นประกาย ‘ความไม่เสถียร’! นั่นคือจุดอ่อน! หากเขาโจมตีในช่วงที่พลังงานภายในตัวอสูรบรรพกาลไม่เสถียร มันอาจจะสร้างความเสียหายได้อย่างรุนแรง หรืออย่างน้อยก็อาจจะหยุดยั้งกระบวนการดูดซับพลังงานของมันได้
แต่จะโจมตีอย่างไร? พลังของเขายังห่างไกลจากอสูรบรรพกาลห้วงอเวจีหลายระดับชั้น และเขาก็ไม่สามารถเข้าใกล้ตัวมันได้โดยตรง เพราะมีกองทัพอสูรโบราณจำนวนมหาศาลคอยคุ้มกันอยู่
หยุนเฟิงพยายามคิดอย่างรวดเร็ว เขามองไปยังแก่นแท้วิญญาณแห่งโลกอีกครั้ง แสงสีฟ้าอ่อนๆ นั้นเหลือเพียงริบหรี่ แต่เขาสังเกตเห็นว่ารอบๆ แก่นแท้วิญญาณแห่งโลกนั้น มีหินวิญญาณโบราณขนาดใหญ่หลายก้อนกระจายอยู่ หินเหล่านั้นดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของผนึกโบราณที่ถูกทำลายลงไปแล้ว
“ติ๊ง! ผู้ฝึกตนพบซากของผนึกโบราณที่เคยปกป้องแก่นแท้วิญญาณแห่งโลก ซากเหล่านั้นยังคงมีพลังงานแห่งการปกป้องหลงเหลืออยู่เล็กน้อย”
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในหัวของหยุนเฟิง ‘หากเขาสามารถรวบรวมพลังงานที่หลงเหลืออยู่ในซากผนึกโบราณเหล่านั้น และใช้มันโจมตีอสูรบรรพกาลในจังหวะที่มันกำลังไม่เสถียร...’ มันเป็นความหวังที่ริบหรี่ แต่ก็เป็นทางเดียวที่เขาจะทำได้ในตอนนี้
ปัญหาคือ เขาจะรวบรวมพลังงานเหล่านั้นได้อย่างไร และจะโจมตีอย่างไรโดยไม่ถูกตรวจจับ? เขาไม่สามารถใช้ทักษะโจมตีที่รุนแรงเกินไป เพราะมันอาจจะทำลายแก่นแท้วิญญาณแห่งโลกไปพร้อมกัน
หยุนเฟิงตัดสินใจเคลื่อนที่ไปยังซากผนึกโบราณที่อยู่ใกล้ที่สุด เขาสัมผัสถึงพลังงานโบราณที่แผ่วเบาจากก้อนหินเหล่านั้น ระบบแจ้งเตือนว่าเขาต้องใช้ทักษะการควบคุมพลังงานที่ละเอียดอ่อนอย่างมากเพื่อรวบรวมพลังงานเหล่านั้นโดยไม่ทำลายมัน
“ติ๊ง! ผู้ฝึกตนสามารถใช้ทักษะ ‘ควบคุมพลังวิญญาณชั้นสูง’ เพื่อรวบรวมพลังงานจากซากผนึกโบราณได้”
หยุนเฟิงใช้ทักษะควบคุมพลังวิญญาณชั้นสูงที่เขาได้รับมาจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง เขาส่งพลังจิตวิญญาณของตัวเองเข้าสู่ซากผนึกโบราณอย่างช้าๆ และระมัดระวัง พยายามดูดซับพลังงานแห่งการปกป้องที่หลงเหลืออยู่ภายในนั้น พลังงานเหล่านั้นบริสุทธิ์และเก่าแก่ มันแตกต่างจากพลังงานธาตุทั่วไปที่เขารู้จัก
กระบวนการนี้ใช้เวลาและสมาธิอย่างมาก หยุนเฟิงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะในขณะที่เขากำลังดูดซับพลังงาน อสูรบรรพกาลห้วงอเวจีก็ยังคงดูดซับพลังงานจากแก่นแท้วิญญาณแห่งโลกอย่างต่อเนื่อง และความคืบหน้าของมันก็เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ แต่แน่นอน
เมื่อเขาดูดซับพลังงานจากซากผนึกโบราณก้อนแรกสำเร็จ เขารู้สึกได้ถึงพลังงานที่แปลกประหลาดไหลเวียนอยู่ในร่างกาย มันไม่ใช่พลังงานที่เพิ่มความแข็งแกร่งในการต่อสู้ แต่เป็นพลังงานที่มีคุณสมบัติในการปกป้องและขับไล่สิ่งชั่วร้าย หยุนเฟิงค่อยๆ เคลื่อนที่ไปยังซากผนึกก้อนอื่นๆ พยายามดูดซับพลังงานให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาต้องสร้างการโจมตีที่รุนแรงพอที่จะสร้างผลกระทบต่ออสูรบรรพกาลห้วงอเวจีได้
ขณะที่หยุนเฟิงกำลังรวบรวมพลังงานอยู่นั้น จู่ๆ อสูรบรรพกาลห้วงอเวจีก็ส่งเสียงคำรามกึกก้อง ร่างกายมหึมาของมันสั่นสะเทือน พลังงานสีดำมืดมิดที่แผ่ออกมารอบตัวมันปั่นป่วนอย่างรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก หยุนเฟิงสัมผัสได้ถึงกระแสความไม่เสถียรภายในตัวอสูรที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ติ๊ง! อสูรบรรพกาลห้วงอเวจีกำลังเข้าสู่ช่วงที่พลังงานภายในไม่เสถียรอย่างรุนแรง! นี่คือโอกาสของผู้ฝึกตน!”
นี่คือจังหวะที่เขาต้องโจมตี! หยุนเฟิงรวบรวมพลังงานจากซากผนึกโบราณทั้งหมดที่เขาดูดซับมาได้ พลังงานสีฟ้าอ่อนๆ รวมตัวกันในฝ่ามือของเขา แปรเปลี่ยนเป็นลูกบอลพลังงานขนาดเล็กที่เปล่งประกายเจิดจ้า เขาเล็งไปยังจุดกึ่งกลางหน้าอกของอสูรบรรพกาลห้วงอเวจี ซึ่งเป็นจุดที่พลังงานภายในของมันกำลังปั่นป่วนรุนแรงที่สุด
ด้วยลมหายใจที่กลั้นไว้ หยุนเฟิงระเบิดพลังทั้งหมดออกไป! ลูกบอลพลังงานสีฟ้าอ่อนพุ่งทะยานเข้าใส่อสูรบรรพกาลห้วงอเวจีด้วยความเร็วราวสายฟ้าแลบ มันคือการโจมตีที่รวบรวมเอาความหวังและชะตากรรมของโลกทั้งใบไว้ด้วยกัน
ตูมมมมมมมมมมมมม!
เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วทั้งยอดเขาแห่งหายนะ พลังงานแห่งการปกป้องปะทะเข้ากับพลังงานแห่งความมืดมิดของอสูรบรรพกาลห้วงอเวจีอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดคลื่นพลังงานที่พัดกระหน่ำไปทั่วบริเวณ ร่างกายมหึมาของอสูรบรรพกาลห้วงอเวจีสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง มันส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน พลังงานสีดำมืดมิดที่กำลังดูดซับแก่นแท้วิญญาณแห่งโลกพลันชะงักงัน
หยุนเฟิงรู้สึกถึงแรงกระแทกจากพลังงานที่ปะทะกัน เขากระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว เลือดซึมออกมาจากมุมปาก เขาใช้พลังทั้งหมดที่มีไปกับการโจมตีครั้งนี้ ร่างกายของเขารู้สึกอ่อนแรงจนแทบจะยืนไม่อยู่ แต่เขาก็ยังคงพยายามจับจ้องมองไปยังอสูรบรรพกาลห้วงอเวจี
ผลลัพธ์ของการโจมตีของเขาคืออะไร? เขาจะสามารถหยุดยั้งหายนะนี้ได้หรือไม่?
อสูรบรรพกาลห้วงอเวจีเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำของมันจ้องมองมายังทิศทางที่หยุนเฟิงซ่อนตัวอยู่ด้วยความโกรธแค้นแสนสาหัส แม้ทักษะเร้นกายไร้เงาจะยังคงทำงานอยู่ แต่มันก็สัมผัสได้ถึงพลังงานแปลกปลอมที่โจมตีมันเมื่อครู่ แก่นแท้วิญญาณแห่งโลกหยุดการถูกดูดซับลงชั่วขณะ แต่พลังงานแห่งความมืดมิดที่ครอบงำมันไว้ก็ยังคงไม่จางหายไป
“แก… บังอาจ!” เสียงคำรามกึกก้องจากอสูรบรรพกาลห้วงอเวจีสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งมิติ มันไม่เคยคิดเลยว่าจะมีสิ่งมีชีวิตเล็กๆ เช่นมนุษย์ จะสามารถสร้างความเสียหายให้กับมันได้ ในช่วงเวลาที่มันกำลังดูดซับพลังงานเพื่อฟื้นคืนชีพ
อสูรบรรพกาลห้วงอเวจียกแขนขวาอันมหึมาขึ้น พลังงานสีดำมืดมิดรวมตัวกันที่ปลายนิ้ว ก่อนจะพุ่งเข้าใส่จุดที่หยุนเฟิงซ่อนตัวอยู่ด้วยความเร็วที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ มันคือการโจมตีที่รุนแรงและแม่นยำ ราวกับมันสามารถมองทะลุผ่านทักษะเร้นกายไร้เงาของหยุนเฟิงได้
หยุนเฟิงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เขารู้สึกถึงพลังงานแห่งความตายที่พุ่งตรงมายังเขา เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะตอบสนองด้วยซ้ำไป ทักษะเร้นกายไร้เงาถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยพลังของอสูรบรรพกาลห้วงอเวจี ร่างกายของหยุนเฟิงปรากฏขึ้นอย่างไม่มีการป้องกันใดๆ
พลังงานสีดำมืดมิดพุ่งเข้าปะทะร่างของเขาอย่างจัง!

อมตะยุทธฝึกเซียน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก