โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
354 ตอน · 1,540 คำ
ภายในอาณาจักรอันกว้างใหญ่ไพศาลของสำนักเมฆามังกร ตระหง่านอยู่บนยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหมอกยามเช้า และทอดเงาลงบนหุบเขาเบื้องล่าง ที่ซึ่งศิษย์นับพันคนฝึกฝนวิทยายุทธ์ เพื่อมุ่งสู่ความเป็นอมตะและพลังอันไร้ขีดจำกัด ทว่าท่ามกลางความสง่างามของเจดีย์หินอ่อนที่ส่องประกายยามต้องแสงอาทิตย์ และเสียงกระบี่กระทบกันที่ดังกังวานไปทั่วลานฝึก ซ่อนเร้นอยู่คือชีวิตอันแสนรันทดของ หยุนเฟิง ศิษย์นอกวัยสิบหกปี ที่แทบจะไร้ตัวตน
หยุนเฟิงไม่ใช่คนไร้ความพยายาม ตรงกันข้าม เขาทุ่มเทแรงกายแรงใจในการฝึกฝนมากกว่าศิษย์คนใด เขาลุกขึ้นก่อนอรุณรุ่งและเข้านอนเมื่อดวงจันทร์ลอยเด่นสูงเหนือฟ้า แต่โชคชะตาเหมือนจะเล่นตลกกับเขา เส้นลมปราณของเขาบอบบางราวเส้นไหม การดูดซับพลังปราณแห่งฟ้าดินเป็นไปอย่างเชื่องช้าและยากลำบากยิ่งกว่าการไต่ภูผาสูงชันด้วยมือเปล่า สิบปีที่ผ่านมาตั้งแต่ก้าวเข้าสู่สำนัก เขาไม่อาจก้าวข้ามขีดจำกัดขั้นที่หนึ่งของการฝึกฝนปราณได้เลย ในขณะที่ศิษย์รุ่นเดียวกันหลายคนสามารถทะลวงไปถึงขั้นที่สามหรือสี่แล้วด้วยซ้ำ
“หยุนเฟิง! เจ้ายังคงชักช้าเหมือนเคย!” เสียงกร้าวของอาจารย์อาวุโสเจียง ตะโกนก้องในเช้าวันหนึ่ง ขณะที่หยุนเฟิงกำลังพยายามรวมพลังปราณในจุดตันเถียน ซึ่งเป็นพื้นฐานของการฝึกวิทยายุทธ์ ทว่าพลังปราณของเขากลับกระจัดกระจาย ไม่ยอมรวมตัวกันเป็นหนึ่ง “เจ้ามันเศษสวะของสำนัก! ใช้ทรัพยากรไปเท่าไหร่ก็เปล่าประโยชน์! สู้เอาเวลาไปกวาดพื้นยังจะดีกว่า!”
คำพูดบาดลึกนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ หยุนเฟิงได้ยินมันมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว บางครั้งเขาก็ได้แต่นั่งเงียบฟัง บางครั้งก็ได้แต่ก้มหน้า ซ่อนแววตาแห่งความอับอายขายหน้าไว้เบื้องหลังเส้นผมที่ยุ่งเหยิง วันนี้ก็เช่นกัน เขาพยายามระงับความเจ็บปวดในอก และฝืนยิ้มอย่างขมขื่นก่อนจะลุกขึ้นโค้งคำนับแล้วเดินออกจากลานฝึกอย่างเงียบเชียบ เขารู้ดีว่าหากอยู่ที่นั่นนานกว่านี้ คำเย้ยหยันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
ระหว่างทางไปยังเรือนพักศิษย์นอกที่อยู่ริมผา อันเป็นจุดที่ไม่มีใครสนใจจะมาเยี่ยมเยียน หยุนเฟิงเดินผ่านศิษย์คนอื่น ๆ ที่มองมาด้วยสายตาสมเพชเวทนาและดูถูกเหยียดหยาม บางคนหัวเราะคิกคัก บางคนกระซิบกระซาบถึงความไร้ประโยชน์ของเขา หยุนเฟิงกัดฟันแน่น เขารู้สึกเหมือนถูกแทงด้วยมีดนับพันเล่ม แต่เหนือสิ่งอื่นใด เขารู้สึกเจ็บปวดกับความจริงที่ว่า ไม่ว่าเขาจะพยายามมากแค่ไหน ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงได้เลย
เมื่อมาถึงหน้าเรือนพักอันทรุดโทรมของตนเอง หลี่ซาน ศิษย์พี่ร่วมสำนักที่มีพรสวรรค์โดดเด่นและเป็นที่โปรดปรานของอาจารย์เจียง ยืนขวางทางอยู่พร้อมกับลูกสมุนอีกสองคน หลี่ซานเป็นชายหนุ่มร่างกำยำ ใบหน้าหล่อเหลาแต่แฝงด้วยความเย่อหยิ่งทระนง เขาสูงกว่าหยุนเฟิงและมีพลังปราณอยู่ในระดับสามแล้ว “โอ้ ดูสิ! สวะแห่งสำนักกลับมาแล้วรึ” หลี่ซานยกยิ้มมุมปาก “อาจารย์เจียงสอนบทเรียนให้เจ้าอีกแล้วใช่หรือไม่? ข้าได้ยินมาว่าเจ้ายังคงเป็นเพียงหนอนน้อยที่คลานต้วมเตี้ยมในโคลนตม”
หยุนเฟิงพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะ “ศิษย์พี่หลี่ซาน ข้าไม่มีอารมณ์จะเล่นตลกกับท่านในวันนี้ โปรดหลีกทางให้ข้าด้วย”
“ไม่มีอารมณ์รึ?” หลี่ซานหัวเราะเยาะ “เจ้าเป็นใครถึงได้กล้าสั่งข้า? ดูเหมือนเจ้าจะลืมไปแล้วว่าสถานะของเจ้าในสำนักนี้เป็นเช่นไร” เขาตวัดมือออกไปอย่างรวดเร็ว ปราณสีเขียวอ่อนพุ่งเข้าใส่หยุนเฟิง แรงกระแทกส่งให้ร่างของหยุนเฟิงกระเด็นไปชนกับผนังไม้เก่าๆ ของเรือนพักอย่างแรง “อั่ก!” หยุนเฟิงกระอักเลือดออกมาเล็กน้อย เขาพยายามพยุงตัวขึ้น แต่ความเจ็บปวดทำให้เขาแทบล้มทั้งยืน
“ศิษย์พี่หลี่ซาน!” หยุนเฟิงตะโกนอย่างเจ็บปวด “ท่านทำเกินไปแล้ว!”
“เกินไปรึ?” หลี่ซานเดินเข้ามาใกล้ เขาจ้องมองลงมาด้วยสายตาเหยียดหยาม “สำหรับคนไร้ประโยชน์อย่างเจ้า ข้าควรจะสั่งสอนให้หนักกว่านี้ด้วยซ้ำ” เขายกเท้าขึ้นและเตะเข้าที่หน้าท้องของหยุนเฟิงอย่างแรงอีกครั้ง หยุนเฟิงทรุดตัวลงคุกเข่า ลมหายใจสะดุด “หรือเจ้าอยากจะประลองกับข้าที่ลานฝึก? มาสิ! ให้ทุกคนได้เห็นว่าคนอย่างเจ้ามันอ่อนแอแค่ไหน!”
หยุนเฟิงกัดริมฝีปากแน่น เขารู้ดีว่าหากประลองกับหลี่ซาน เขาย่อมต้องพ่ายแพ้ยับเยินอย่างแน่นอน และนั่นจะยิ่งเป็นการตอกย้ำความอัปยศของเขา “ข้า...ข้าไม่ประลองกับท่าน” เขาพึมพำเสียงแผ่ว
“ฮ่าๆๆ! ดูมันสิ! ไร้ความกล้าหาญสิ้นดี!” หลี่ซานหัวเราะร่า พร้อมกับลูกสมุนที่พลอยหัวเราะตาม “คนอย่างเจ้าไม่สมควรอยู่ในสำนักเมฆามังกรแห่งนี้ด้วยซ้ำ! กลับไปเป็นขอทานซะ!” หลี่ซานใช้เท้าเขี่ยร่างของหยุนเฟิงอย่างไม่แยแส ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะที่ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของหยุนเฟิง
หยุนเฟิงนอนแผ่อยู่บนพื้นไม้ที่เย็นชืด เขาจ้องมองเพดานไม้ที่ผุพัง น้ำตาคลอเบ้า ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวดทางกาย แต่เป็นความเจ็บปวดที่กัดกินจิตใจ เขามักจะถามตัวเองเสมอว่า เขาเกิดมาเพื่ออะไร? เพื่อเป็นตัวตลกของผู้อื่น? เพื่อใช้ชีวิตอย่างอัปยศอดสูเช่นนี้ไปจนวันตายหรือไร? ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่เคยมี เริ่มจะมอดดับลงไปพร้อมกับความหวังที่ริบหรี่
“...ข้าไม่อยากเป็นแบบนี้!” เขาพึมพำเสียงแผ่วเบา ความสิ้นหวังพุ่งทะลักเข้ามาท่วมท้นจิตใจ มันหนักอึ้งจนเขารู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก ทันใดนั้นเอง! แสงสีทองเรืองรองพุ่งวาบขึ้นมาจากกลางหน้าอกของเขา ราวกับดวงตะวันดวงเล็กๆ ที่กำลังจะส่องแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิด ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างของหยุนเฟิง บาดแผลที่หลี่ซานทำไว้ค่อยๆ ทุเลาลงอย่างน่าอัศจรรย์
“อะไรกัน?” หยุนเฟิงเบิกตากว้าง เขาพยายามยกมือขึ้นจับบริเวณที่แสงปรากฏขึ้น แต่แสงนั้นกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับเสียงประหลาดที่ดังก้องอยู่ในห้วงความคิดของเขา ‘ติ๊ง! ตรวจพบผู้ถือครองที่เหมาะสม! ระบบเซียนอมตะกำลังทำการผูกมัด... 1%... 10%... 50%... 100%... การผูกมัดสำเร็จ!’
เสียงนั้นฟังดูโบราณแต่ชัดเจน ราวกับมีใครมาพูดอยู่ข้างหู หยุนเฟิงพยายามมองหาที่มาของเสียง แต่ไม่พบใคร เขาคิดว่าตัวเองคงจะเสียสติไปแล้ว “อะไรคือระบบเซียนอมตะ? ใครพูดน่ะ?”
‘เรียนผู้ถือครอง นามของท่านคือหยุนเฟิง อายุ 16 ปี สถานะ: ศิษย์นอกสำนักเมฆามังกร ระดับพลัง: ไม่มี (เส้นลมปราณเสียหายอย่างหนัก) พรสวรรค์: ไม่มี ระบบเซียนอมตะยินดีให้บริการ’
ทันทีที่เสียงนั้นจบลง ภาพโปร่งแสงสีฟ้าอ่อนคล้ายแผ่นศิลาจารึกปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของหยุนเฟิง บนแผ่นศิลานั้นมีตัวอักษรขนาดเล็กระบุสถานะของเขาอย่างชัดเจนทุกประการ รวมถึงประโยคสุดท้ายที่แทบจะทำให้เขาสิ้นสติลงไปอีกครั้ง “นี่มัน... มันคืออะไรกันแน่?” หยุนเฟิงพึมพำ มือไม้สั่นเทา
‘ระบบเซียนอมตะคือเครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้ถือครองทะลวงผ่านขีดจำกัดแห่งมรรตัย ก้าวข้ามสู่ความเป็นเซียนอมตะ และบรรลุถึงจุดสูงสุดของวิถีแห่งเต๋า’ เสียงนั้นตอบกลับอย่างราบเรียบ “เป้าหมายของระบบคือการฝึกฝนผู้ถือครองให้แข็งแกร่งที่สุดในทุกพิภพ’
หยุนเฟิงมองหน้าต่างโปร่งแสงนั้นอย่างไม่เชื่อสายตา นี่เขาฝันไปงั้นหรือ? ฝันที่สมจริงเกินไป “แล้วข้าจะ...จะฝึกฝนได้อย่างไร ในเมื่อเส้นลมปราณของข้า...”
‘ติ๊ง! ตรวจพบความเสียหายของเส้นลมปราณ ระบุภารกิจเริ่มต้น: ฟื้นฟูเส้นลมปราณขั้นต้น’
‘รายละเอียดภารกิจ: ใช้พลังจากระบบเพื่อซ่อมแซมและเสริมสร้างเส้นลมปราณที่เสียหาย เป็นการวางรากฐานสู่การฝึกฝนขั้นสูง’
‘รางวัลภารกิจ: การปรับปรุงเส้นลมปราณ (เล็กน้อย), 50 แต้มประสบการณ์, ปลดล็อกวิชาพื้นฐาน: พลังกายาขั้นปฐพี’
‘ความคืบหน้า: 0/100%’
หยุนเฟิงตกใจกับภารกิจที่ปรากฏขึ้น แต่แล้วประกายแห่งความหวังที่มอดดับไปเมื่อครู่ก็กลับมาลุกโชนอีกครั้ง ‘หรือว่า... นี่คือโอกาสสุดท้ายของข้า?’ เขาคิดในใจอย่างตื่นเต้น “ข้า...ข้าต้องทำอย่างไร?”
‘ผู้ถือครองเพียงแค่ต้องมีสมาธิและเปิดรับพลังจากระบบ ระบบจะนำทางในการบำบัดรักษา’
หยุนเฟิงไม่รอช้า เขารีบนั่งขัดสมาธิบนพื้นไม้เก่าๆ หลับตาลงอย่างสงบ พยายามรวบรวมจิตใจให้มั่นคง พลังงานบางอย่างที่อบอุ่นและบริสุทธิ์ยิ่งกว่าพลังปราณใดๆ ที่เขาเคยสัมผัส ค่อยๆ ไหลเวียนเข้าสู่ร่างของเขา มันชอนไชไปตามเส้นลมปราณที่บอบบางและเสียหาย รู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นกำลังถักทอและเสริมสร้างเส้นลมปราณเหล่านั้นให้แข็งแกร่งขึ้นทีละน้อย ความเจ็บปวดจางหายไปแทนที่ด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ หยุนเฟิงรู้สึกเหมือนล่องลอยอยู่ในห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ คลื่นพลังงานสีทองอ่อนหมุนวนอยู่รอบตัวเขา ราวกับกำลังหล่อเลี้ยงทุกอณูของร่างกาย จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าเส้นลมปราณของเขา ไม่ได้คับแคบและบอบบางเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว มันกว้างขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น และสามารถรองรับพลังปราณได้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
‘ติ๊ง! ภารกิจฟื้นฟูเส้นลมปราณขั้นต้นสำเร็จ!’
‘ผู้ถือครองได้รับ: การปรับปรุงเส้นลมปราณ (เล็กน้อย), 50 แต้มประสบการณ์, ปลดล็อกวิชาพื้นฐาน: พลังกายาขั้นปฐพี’
‘สถานะผู้ถือครอง:’
‘นาม: หยุนเฟิง’
‘อายุ: 16 ปี’
‘ระดับพลัง: ฝึกปราณขั้นที่ 1 (รากฐานมั่นคง)’
‘พรสวรรค์: ตื่นขึ้น (เล็กน้อย)’
‘วิชา: พลังกายาขั้นปฐพี (ระดับ 1/10)’
‘แต้มประสบการณ์: 50/100’
‘แต้มคุณสมบัติ: 0’
หยุนเฟิงลืมตาขึ้น แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง เขาขยับตัวเล็กน้อยและรู้สึกถึงความแตกต่างอย่างมหาศาล ร่างกายของเขารู้สึกเบาและแข็งแรงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ พลังปราณที่เคยกระจัดกระจาย บัดนี้รวมตัวกันอยู่กลางจุดตันเถียนอย่างมั่นคง ราวกับมีมหาสมุทรพลังงานขนาดเล็กอยู่ภายในตัวเขา เขายกมือขึ้นสัมผัสหน้าอก “ข้า...ข้าทำได้แล้วจริงๆ!”
เขาลองโคจรพลังปราณตามวิชา พลังกายาขั้นปฐพี ที่ระบบเพิ่งปลดล็อกให้ พลังปราณสีเขียวอ่อนไหลเวียนไปทั่วร่าง ทำให้กล้ามเนื้อของเขารู้สึกแน่นและแข็งแกร่งขึ้น เขาไม่เคยสัมผัสความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน มันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมจนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ “นี่คือความแข็งแกร่งงั้นหรือ...?”
‘ติ๊ง! ตรวจพบภารกิจรายวัน: ฝึกฝนพลังกายาขั้นปฐพี (1 ชั่วโมง) รางวัล: 10 แต้มประสบการณ์, 1 แต้มคุณสมบัติ’
‘ติ๊ง! ตรวจพบภารกิจเสริม: ดูดซับพลังปราณ (2 ชั่วโมง) รางวัล: 20 แต้มประสบการณ์’
หยุนเฟิงมองหน้าต่างภารกิจ เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งนิ่งเฉย เขาต้องฝึกฝน! ต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้! เขาจะไม่มีวันปล่อยให้ตัวเองถูกดูถูกเหยียดหยามอีกต่อไปแล้ว ความมุ่งมั่นอันแรงกล้ากลับมาลุกโชนอยู่ในอกของเขาอีกครั้ง แข็งแกร่งยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
ในค่ำคืนนั้น หยุนเฟิงเริ่มฝึกฝน พลังกายาขั้นปฐพี อย่างไม่หยุดหย่อน เขาโคจรพลังปราณซ้ำแล้วซ้ำเล่าตามคำแนะนำของระบบ ฝึกฝนจนร่างกายปวดเมื่อยไปทั้งตัว แต่เขากลับรู้สึกสนุกและมีชีวิตชีวาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่หลับไม่นอน ตั้งใจดูดซับพลังปราณแห่งฟ้าดินไปจนตลอดทั้งคืน พลังปราณที่ดูดซับเข้ามาก็ถูกเปลี่ยนเป็นแต้มประสบการณ์โดยระบบอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งยามรุ่งสางก็ยังคงเห็นหยุนเฟิงนั่งขัดสมาธิอยู่ในเรือนพักเก่าๆ ของเขา แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังและไฟแห่งการต่อสู้ที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอุปสรรค
เช้าวันรุ่งขึ้น เสียงระฆังของสำนักดังก้องไปทั่วหุบเขา เป็นสัญญาณของการรวมตัวกันของศิษย์ทุกคนที่ลานประลองกลางสำนัก หยุนเฟิงเดินออกไปจากเรือนพักด้วยร่างที่ดูผอมบางเช่นเดิม แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยพลังที่เอ่อล้น เขามุ่งหน้าไปยังลานประลอง ที่ซึ่งศิษย์นับพันคนยืนอออยู่แล้ว อาจารย์และผู้อาวุโสมากมายนั่งอยู่บนแท่นสูง มองลงมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“ศิษย์ทุกคน!” เสียงของอาจารย์อาวุโสสูงสุดดังขึ้น “วันนี้คือวันแห่งการทดสอบศิษย์นอก! ผู้ที่ผ่านการทดสอบจะได้เลื่อนเป็นศิษย์ใน และมีโอกาสเข้าถึงเคล็ดวิชาที่สูงส่งยิ่งขึ้น! ผู้ที่ไม่ผ่าน... จะถูกส่งตัวกลับบ้าน!”
คำประกาศนั้นทำให้เกิดเสียงกระหึ่ม หยุนเฟิงตัวแข็งทื่อ เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าการทดสอบนี้จะมีขึ้นในวันนี้! เขาเพิ่งได้รับระบบมาเพียงหนึ่งวันเท่านั้น เขาจะเอาอะไรไปสู้กับศิษย์คนอื่นๆ ที่ฝึกฝนมานานนับปีเล่า? แต่แล้ว เขาก็เห็นร่างของ หลี่ซาน ยืนกอดอกมองมาทางเขาด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ราวกับจะบอกว่า ‘เจ้ามันก็แค่เศษสวะ ยังไงก็ต้องถูกขับออกจากสำนักอยู่ดี!’
ความกลัวแวบเข้ามาในใจของหยุนเฟิง แต่แล้วมันก็ถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า เขากำหมัดแน่น มองไปยัง หลี่ซาน ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่แววตาแห่งความอับอายอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือแววตาแห่งความเด็ดเดี่ยวและท้าทาย!
‘ติ๊ง! ภารกิจเร่งด่วน: เอาชนะการทดสอบศิษย์นอก! รางวัล: ปลดล็อกระบบร้านค้า, 100 แต้มประสบการณ์, 1 แต้มคุณสมบัติ, ชื่อเสียงสำนักเพิ่มขึ้น (เล็กน้อย) หากล้มเหลว: ระบบจะเข้าสู่โหมดจำศีล 1 เดือน!’
หน้าต่างระบบปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับภารกิจที่เร่งด่วนและเดิมพันสูงลิ่ว หยุนเฟิงหอบหายใจ เขาไม่เคยคิดว่าระบบจะโหดเหี้ยมขนาดนี้ การถูกแช่แข็งเป็นเวลา 1 เดือนในขณะที่เขาเพิ่งเริ่มต้น เท่ากับว่าเขายังคงต้องทนเป็นคนอ่อนแอต่อไป แต่เขามองไปที่หลี่ซานอีกครั้ง ความรู้สึกที่ถูกกดขี่มานานพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด หยุนเฟิงเงยหน้าขึ้น มองไปยังอาจารย์ที่กำลังจะประกาศเริ่มการทดสอบ และในใจของเขาก็มีเพียงคำเดียว...
‘ข้าจะสู้!’

อมตะยุทธฝึกเซียน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก