อมตะยุทธฝึกเซียน

ตอนที่ 2 — เส้นทางสู่การท้าทาย: บททดสอบศิษย์นอก

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

354 ตอน · 1,385 คำ

ประกาศจากแท่นศิลาศักดิ์สิทธิ์ดังก้องไปทั่วลานประลองของสำนักเมฆามังกร ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของหยุนเฟิง ‘บททดสอบศิษย์นอกจะเริ่มขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า’ คำประกาศนั้นไม่ใช่แค่การแจ้งข่าว แต่คือเส้นทางที่กำหนดชะตาชีวิตของเขา และสำหรับหยุนเฟิง มันคือโอกาสเดียวที่จะหลุดพ้นจากหล่มโคลนแห่งความไร้ค่า

“ภารกิจใหม่: เข้าร่วมและผ่านบททดสอบศิษย์นอกให้สำเร็จ รางวัล: ‌ปลดล็อก ‘วิชาเซียนขั้นสูง’ ระดับหนึ่ง และเพิ่มขีดจำกัดพลังปราณสองเท่า บทลงโทษ: หากล้มเหลว ระบบจะปิดตัวลงอย่างถาวร”

เสียงจากระบบดังก้องขึ้นในจิตใจของหยุนเฟิง มันคือดาบสองคมที่ทั้งเป็นแรงผลักดันและแรงกดดันมหาศาล เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสำเร็จให้ได้ ​นี่คือโอกาสสุดท้ายของเขา หากล้มเหลว เขาจะกลับไปเป็นเพียงขยะที่ถูกเหยียบย่ำอีกครั้ง และครั้งนี้จะไม่มีระบบมาช่วยชีวิตเขาอีกแล้ว

“หนึ่งเดือน...” หยุนเฟิงพึมพำกับตัวเอง ดวงตาของเขาฉายแววมุ่งมั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว หลังจากซึมซับข้อมูลเกี่ยวกับบททดสอบที่ระบบมอบให้ ‍ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการวัดระดับพลังปราณ กำลังกาย ความเร็ว และความเข้าใจในวิชาพื้นฐาน เขาก็รีบหาที่ฝึกฝน

เขาเลือกมุมหนึ่งของป่าหลังสำนัก ซึ่งเป็นที่รกร้างที่ไม่มีศิษย์คนไหนอยากย่างกรายเข้ามา ด้วยเพราะมันลึกและเต็มไปด้วยสัตว์อสูรชั้นต่ำที่อาจเป็นอันตรายสำหรับศิษย์ฝึกหัด แต่สำหรับหยุนเฟิงแล้ว ‌มันคือสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับความโดดเดี่ยวและไร้ซึ่งการรบกวน

“เริ่มต้นฝึกฝน ‘วิชากำปั้นเทพปฐพี’ ขั้นพื้นฐาน” หยุนเฟิงกำหมัดแน่น เขาระเบิดหมัดออกไปข้างหน้าอย่างรุนแรง “ฟุบ!” เสียงลมแหวกอากาศเบาหวิว มันยังห่างไกลจากคำว่า ‍‘ทรงพลัง’ แต่หยุนเฟิงไม่ท้อถอย เขายังคงออกหมัดแล้วหมัดเล่า หมัดที่หนึ่ง... หมัดที่สิบ... หมัดที่ร้อย...

เหงื่อไหลโทรมกาย เสื้อผ้าของเขาเปียกชุ่มจนแนบเนื้อ ระบบคอยแจ้งเตือนความคืบหน้าอย่างสม่ำเสมอ ​“ความเชี่ยวชาญวิชากำปั้นเทพปฐพีเพิ่มขึ้น 0.1%” “คุณได้ออกหมัดครบ 500 ครั้ง ได้รับค่าประสบการณ์ 50 แต้ม”

หยุนเฟิงยังคงฝึกอย่างบ้าคลั่ง ​เขาสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในร่างกาย ทุกกล้ามเนื้อถูกใช้งานอย่างหนัก เส้นลมปราณที่เคยบอบบางและตีบตัน บัดนี้มันกลับขยายและแข็งแกร่งขึ้นภายใต้การบ่มเพาะของระบบ พลังปราณที่เคยอ่อนแอ ตอนนี้ไหลเวียนคล่องแคล่วราวกับกระแสน้ำเชี่ยวกราก

“ต่อไปคือ ‘วิชาเคลื่อนไหวไร้เงา’ ขั้นพื้นฐาน!”

หยุนเฟิงเริ่มฝึกการเคลื่อนไหว ​เขากระโดด หลบหลีก และพุ่งตัวไปมาท่ามกลางหมู่ต้นไม้หนาทึบ บางครั้งเขาก็ล้มลงไปกองกับพื้นเพราะความอ่อนล้า แต่เขาก็ลุกขึ้นยืนใหม่เสมอ ร่างกายของเขามีรอยฟกช้ำดำเขียวเต็มไปหมด แต่เขากลับรู้สึกราวกับว่ากำลังเกิดใหม่ ทุกความเจ็บปวดคือเชื้อเพลิงที่จุดประกายความมุ่งมั่นในใจ

ระบบไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูเส้นลมปราณ แต่ยังมอบ ‘แก่นแท้แห่งวิชาเซียน’ ที่ช่วยให้เขาเข้าใจวิชาได้อย่างรวดเร็วและลึกซึ้งเกินกว่าศิษย์ฝึกหัดคนใด ยิ่งฝึกฝนมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกถึงพลังที่เติบโตขึ้นภายในตัวอย่างก้าวกระโดด

“ยินดีด้วย! ท่านบรรลุ ‘วิชากำปั้นเทพปฐพี’ ขั้นเชี่ยวชาญ ได้รับทักษะ ‘หมัดผ่าภูผา’ และค่าประสบการณ์ 100 แต้ม” “ยินดีด้วย! ท่านบรรลุ ‘วิชาเคลื่อนไหวไร้เงา’ ขั้นเชี่ยวชาญ ได้รับทักษะ ‘ก้าวพริบตา’ และค่าประสบการณ์ 100 แต้ม”

แจ้งเตือนเหล่านี้เป็นเหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจหยุนเฟิง เขายิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่แฝงไว้ด้วยความหวังและความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า

“ถึงเวลาบ่มเพาะพลังปราณ!”

หยุนเฟิงนั่งขัดสมาธิใต้ต้นไม้ใหญ่ในถ้ำลับที่เขาค้นพบ ปล่อยจิตใจให้ว่างเปล่า รวบรวมพลังปราณจากฟ้าดินเข้าสู่เส้นลมปราณภายใน วิชาบ่มเพาะที่ระบบมอบให้คือ ‘คัมภีร์เซียนอมตะขั้นต้น’ ซึ่งเป็นวิชาที่ลึกซึ้งและเหนือกว่าวิชาบ่มเพาะพื้นฐานของสำนักเมฆามังกรมากนัก พลังปราณบริสุทธิ์ไหลเวียนผ่านทุกอณูของร่างกาย ชำระล้างสิ่งสกปรกและเสริมสร้างความแข็งแกร่ง

หนึ่งวัน... สองวัน... หนึ่งสัปดาห์... เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับสายน้ำที่ไหลเชี่ยว ร่างกายของหยุนเฟิงผอมลงเล็กน้อย แต่กลับเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่อัดแน่น ดวงตาของเขาคมกริบราวกับเหยี่ยว ใบหน้าของเขาไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือความอ่อนแอเหลืออยู่แล้ว มีเพียงความมุ่งมั่นและพลังที่ซ่อนเร้น

“ยินดีด้วย! พลังปราณของท่านก้าวเข้าสู่ระดับ ‘ก่อกำเนิดปราณขั้นที่สาม’!”

แจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในจิตใจของเขา การก้าวจากระดับไร้ค่ามาสู่ก่อกำเนิดปราณขั้นที่สามภายในหนึ่งเดือนนั้นเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ แม้แต่ศิษย์อัจฉริยะที่สุดในสำนักยังต้องใช้เวลาหลายเดือน หรืออาจจะนานเป็นปี แต่นี่คือความมหัศจรรย์ของระบบเซียนอมตะ

ในที่สุด วันแห่งบททดสอบก็มาถึง

ลานประลองของสำนักเมฆามังกรเต็มไปด้วยศิษย์นอกนับร้อยที่มารวมตัวกัน บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความคาดหวัง ศิษย์ส่วนใหญ่ต่างแต่งกายในชุดสำนักสีเทาเรียบง่าย บางคนมั่นใจเต็มเปี่ยม บางคนหน้าซีดเผือดด้วยความกังวล

หยุนเฟิงเดินเข้าไปในลานประลองอย่างเงียบๆ เขาสวมชุดเก่าๆ ที่ดูโทรม แต่กลับแฝงด้วยความสงบนิ่งที่แปลกประหลาด หลายคนจดจำเขาได้ทันที ‘ขยะหยุนเฟิง!’ เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นตามมา

“ดูนั่นสิ! ไอ้ขยะนั่นกล้ามาสอบด้วยรึ?” “ไม่เจียมตัวเสียจริง! แค่ก่อกำเนิดปราณขั้นที่หนึ่งยังทำไม่ได้เลยมั้ง” “คงอยากจะลองโดนดูถูกอีกครั้งกระมัง ฮ่าๆ”

เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้น แต่หยุนเฟิงไม่สนใจ เขายืนนิ่งราวกับเสาหิน ดวงตาของเขากวาดมองไปยังแท่นประลองเบื้องหน้า ที่ซึ่งมีเหล่าผู้อาวุโสของสำนักนั่งเป็นกรรมการตัดสิน พวกเขาส่วนใหญ่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับแก่นแท้ปราณ ซึ่งเป็นระดับที่หยุนเฟิงยังคงต้องใฝ่ฝัน

บททดสอบแบ่งออกเป็นสามส่วนหลักๆ: หนึ่ง: การวัดระดับพลังปราณด้วยแท่นหินศักดิ์สิทธิ์ สอง: การทดสอบพละกำลังด้วยการโจมตีแผ่นศิลากำลัง สาม: การทดสอบความเร็วและความคล่องตัวในเขาวงกตปราณ

ชื่อของศิษย์ถูกเรียกทีละคน ศิษย์ส่วนใหญ่มีระดับพลังปราณอยู่ในระดับก่อกำเนิดปราณขั้นที่หนึ่งหรือสอง มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ก้าวเข้าสู่ขั้นที่สาม ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมสำหรับศิษย์นอก

“คนต่อไป! หยุนเฟิง!” เสียงประกาศดังก้อง ชื่อที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะถูกเรียกในวันนี้

หยุนเฟิงก้าวขึ้นไปบนแท่นหินศักดิ์สิทธิ์อย่างมั่นคง เขาหลับตาลง รวบรวมพลังปราณทั้งหมดไว้ในฝ่ามือ แล้ววางลงบนแท่นหิน แสงสีฟ้าอ่อนๆ เริ่มเปล่งประกายออกมาจากแท่นหิน ก่อนที่มันจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

หนึ่งวินาที... สองวินาที... สามวินาที...

“ปัง!”

แสงสีฟ้าอ่อนที่เปล่งออกมาเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม ตัวเลขสามปรากฏขึ้นบนแท่นหินศักดิ์สิทธิ์อย่างชัดเจน! ‘ก่อกำเนิดปราณขั้นที่สาม!’

เสียงฮือฮาดังก้องไปทั่วลานประลอง ดวงตาของศิษย์ทุกคนเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เหล่าผู้อาวุโสเองก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ พวกเขาจำได้ว่าหยุนเฟิงคือศิษย์ไร้พรสวรรค์ที่อยู่รั้งท้ายมาตลอด

“เป็นไปไม่ได้!” ศิษย์บางคนอุทานออกมา “ไอ้ขยะนั่นฝึกฝนได้ถึงก่อกำเนิดปราณขั้นที่สามงั้นรึ? ตาฝาดไปหรือเปล่า!”

หยุนเฟิงยังคงนิ่งเฉย เขาเดินไปยังแผ่นศิลากำลัง แผ่นศิลาสีดำทะมึนสูงเกือบสองคน ยืนสงบนิ่งอยู่กลางลานประลอง ศิษย์คนก่อนๆ ทำได้เพียงทำให้มันสั่นสะเทือน หรือเกิดรอยร้าวเล็กน้อยเท่านั้น

หยุนเฟิงยืนอยู่หน้าแผ่นศิลากำลัง กำหมัดแน่น รวบรวมพลังปราณทั้งหมดไว้ที่ปลายหมัด ‘หมัดผ่าภูผา!’

เขาซัดหมัดออกไปอย่างสุดแรงเกิด! ไม่มีการชะงักงัน ไม่มีเสียงลมปราณรุนแรง แต่เป็นเสียงทุ้มลึกที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งลานประลอง

“ตู้มมมม!”

แผ่นศิลากำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยร้าวปรากฏขึ้นตรงกลาง ก่อนที่มันจะขยายออกเป็นวงกว้าง! แผ่นศิลาแยกออกเป็นสองส่วนอย่างช้าๆ แล้วล้มครืนลงกับพื้นพร้อมเสียงดังกึกก้อง!

ความเงียบเข้าปกคลุมลานประลอง ไม่มีเสียงกระซิบกระซาบ ไม่มีเสียงหัวเราะเยาะ มีเพียงดวงตาเบิกโพลงของทุกคนที่จ้องมองไปยังซากปรักหักพังของแผ่นศิลากำลัง และร่างของหยุนเฟิงที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า

เหล่าผู้อาวุโสบนแท่นตัดสินถึงกับลุกขึ้นยืนด้วยความตกตะลึง พลังหมัดของศิษย์ก่อกำเนิดปราณขั้นที่สามคนหนึ่ง ไม่ควรจะสามารถทำลายแผ่นศิลากำลังนี้ได้ นี่มันเกินความคาดหมายไปมาก!

“สุดยอด!” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากฝูงชนอย่างแผ่วเบา ก่อนที่จะมีเสียงอื่นๆ ตามมา

หยุนเฟิงเดินไปยังเขาวงกตปราณที่ถูกสร้างขึ้นจากอักขระและเวทมนตร์ มันซับซ้อนและมีทางแยกมากมาย ผู้ที่จะผ่านได้ต้องอาศัยทั้งความเร็ว ไหวพริบ และความคล่องตัว ศิษย์ส่วนใหญ่ใช้เวลามากกว่าห้าสิบลมหายใจกว่าจะผ่านออกมาได้ บางคนก็หลงทางจนต้องถูกช่วยออกมา

หยุนเฟิงตั้งสมาธิ ‘ก้าวพริบตา!’

เขารีบพุ่งตัวเข้าไปในเขาวงกต ร่างของเขาพลิ้วไหวราวกับสายลม หลบหลีกกำแพงปราณและกับดักอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเขามองเห็นทางออกที่ซ่อนอยู่ราวกับมีตาที่สาม

สิบลมหายใจ... ยี่สิบลมหายใจ...

“พรึ่บ!”

ร่างของหยุนเฟิงปรากฏขึ้นที่ทางออกของเขาวงกต เขายืนนิ่งหายใจอย่างสม่ำเสมอ เหงื่อไหลซึมเล็กน้อย แต่แววตาเต็มไปด้วยความมั่นใจ

“ยี่สิบเจ็ดลมหายใจ!” ผู้อาวุโสคนหนึ่งประกาศเสียงดังลั่น! นั่นเป็นสถิติที่ยอดเยี่ยม เกือบจะเทียบเท่ากับสถิติของศิษย์อัจฉริยะที่เคยทำไว้!

ความประหลาดใจแปรเปลี่ยนเป็นความชื่นชม ศิษย์คนอื่นๆ ต่างมองหยุนเฟิงด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง จากขยะไร้ค่าสู่ผู้ที่สร้างผลงานอันน่าตกตะลึง

“ผลการทดสอบของหยุนเฟิง ถือว่ายอดเยี่ยมในทุกด้าน!” ผู้อาวุโสที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้ากรรมการประกาศเสียงดัง “คะแนนรวมของเจ้าคืออันดับที่หนึ่ง!”

เสียงฮือฮาดังระงมอีกครั้ง คราวนี้เป็นเสียงแห่งความชื่นชมและตกตะลึง หยุนเฟิงยืนอยู่กลางลานประลองอย่างสงบ แม้ภายในใจจะเต้นระรัวด้วยความยินดี แต่เขาก็ยังคงเก็บงำความรู้สึกนั้นไว้

“ยินดีด้วย! ท่านผ่านภารกิจ ‘บททดสอบศิษย์นอก’! รางวัล: ปลดล็อก ‘วิชาเซียนขั้นสูง’ ระดับหนึ่ง: คัมภีร์ดรรชนีเมฆามังกร และเพิ่มขีดจำกัดพลังปราณสองเท่า! ค่าประสบการณ์ 500 แต้ม!”

เสียงจากระบบดังขึ้นในจิตใจของเขา พร้อมกับกระแสพลังปราณมหาศาลที่ไหลบ่าเข้าสู่ร่างกาย ขีดจำกัดพลังปราณของเขาถูกปลดล็อกอีกครั้ง และเขาได้รับวิชาใหม่ที่ทรงพลัง!

ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังจะปรบมือและแสดงความยินดีนั้นเอง เสียงเย็นชาเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังของเหล่าผู้อาวุโส “ข้าไม่เห็นด้วยกับผลการทดสอบนี้!”

ทุกคนหันไปมองยังต้นเสียง และพบกับบุรุษหนุ่มรูปงามผู้หนึ่ง เขาสวมชุดศิษย์หลักสีฟ้าอ่อน ลมปราณของเขาแข็งแกร่งราวกับภูผา ทำให้ศิษย์รอบข้างรู้สึกกดดันอย่างหนัก ร่างนั้นคือ... หลี่ซาน! ศิษย์พี่ที่เคยทำร้ายหยุนเฟิงจนเกือบสิ้นหวัง!

ดวงตาของหลี่ซานเต็มไปด้วยความเกลียดชัง เขาก้าวเดินออกมาข้างหน้าด้วยท่าทางสง่างาม แต่แฝงไว้ด้วยความเหยียดหยาม “การที่ขยะเช่นมันจะก้าวขึ้นมาเป็นศิษย์นอกในเวลาอันสั้นนี้... ข้าสงสัยว่าต้องมีการทุจริตอย่างแน่นอน! ข้าขอท้าประลองกับมันต่อหน้าทุกคน เพื่อพิสูจน์ความจริง!”

คำพูดของหลี่ซานทำให้บรรยากาศที่กำลังผ่อนคลายกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หยุนเฟิงจ้องมองไปยังหลี่ซาน หัวใจของเขาเต้นรัวระงม ความแค้นที่ถูกกดทับมานานพลันปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

ระบบ: “ภารกิจเร่งด่วน: เผชิญหน้ากับหลี่ซานและชนะการประลอง รางวัล: ปลดล็อก ‘ยันต์เทพคุ้มกาย’ ระดับหนึ่ง และชื่อเสียง 200 แต้ม บทลงโทษ: หากล้มเหลว ค่าประสบการณ์ทั้งหมดจะถูกหักลบ 50% และชื่อเสียงของท่านจะลดลงจนติดลบ”

หยุนเฟิงกัดฟันแน่น หลี่ซานผู้นี้ไม่เคยปล่อยเขาให้เป็นสุขเลยแม้แต่วันเดียว วันนี้ เขากลับมาเพื่อทำลายความหวังของเขาอีกครั้ง เขากำหมัดแน่น มองไปที่หลี่ซานด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยไฟแค้น... เขามีทางเลือกเดียวเท่านั้น เขาจะต้องสู้!”

หน้านิยาย
หน้านิยาย
อมตะยุทธฝึกเซียน

อมตะยุทธฝึกเซียน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!