เสียงกระหึ่มของการต่อสู้เมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของทุกคนที่สำนักเมฆามังกร สายลมที่พัดผ่านลานประลองยามนี้มิได้นำพาความสงบเย็นมาให้ หากแต่พัดพากลิ่นอายแห่งความงุนงงและความไม่เชื่อสายตาให้ฟุ้งกระจายไปทั่ว ฝุ่นผงที่เคยฟุ้งตลบอบอวลค่อยๆ ตกลงสู่พื้น เผยให้เห็นภาพที่ยากจะอธิบายและยากจะยอมรับ หยุนเฟิง เด็กหนุ่มผู้ซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นขยะไร้ค่า ไร้พรสวรรค์ ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเจียงห่าว ศิษย์พี่อันดับหนึ่งผู้สูงส่งและสง่างาม ที่ตอนนี้กลับทรุดตัวลงคุกเข่าอย่างน่าอนาถ มือข้างหนึ่งกุมหน้าอกที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจากการปะทะครั้งสุดท้าย ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับถูกสูบพลังชีวิตออกไปสิ้น มิหลงเหลือเค้าของความองอาจเย่อหยิ่งแม้แต่น้อย
ความเงียบเข้าปกคลุมลานประลองอีกครั้ง เป็นความเงียบที่หนักอึ้งกว่าครั้งไหนๆ ราวกับก้อนหินขนาดมหึมากดทับลงบนหัวใจของผู้คน ผู้อาวุโสหลายท่านที่นั่งอยู่บนแท่นชมการประลองมีสีหน้าตกตะลึงพรึงเพริด ไม่ต่างจากศิษย์คนอื่นๆ ที่ยืนเบียดเสียดกันอยู่รอบลานประลอง แต่ในแววตาของพวกเขาเหล่านั้น มิใช่เพียงความตกใจ หากแต่มีประกายบางอย่างฉายชัด...ประกายแห่งความสงสัยเคลือบแคลง ผู้อาวุโสอู่ ผู้มีผมหงอกยาวสยายประดุจแพรไหมสีเงิน และดวงตาที่เฉียบคมราวกับเหยี่ยวหิมะ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ร่างสูงใหญ่ของเขาทอดเงาทาบทับลงบนลานประลอง แววตาของเขาจ้องตรงมายังหยุนเฟิง ราวกับต้องการเจาะลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของเด็กหนุ่ม เพื่อค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังพลังอันน่าเหลือเชื่อนั้น
“หยุนเฟิง” เสียงทุ้มต่ำของผู้อาวุโสอู่ก้องกังวานไปทั่วลานประลอง แม้ไม่ดังมาก แต่กลับทรงพลังและกดดัน “เจ้าอธิบายเรื่องนี้ได้อย่างไร พลังปราณที่เจ้าแสดงออกมาเมื่อครู่ มันบริสุทธิ์เข้มข้นยิ่งกว่าศิษย์ระดับก่อปราณขั้นห้าหลายคนเสียอีก ทั้งๆ ที่เมื่อครึ่งปีก่อนเจ้ายังติดอยู่ที่ขั้นหนึ่ง และดูเหมือนว่าจะไม่ก้าวหน้าไปไหนเลยแม้แต่น้อย”
คำถามของผู้อาวุโสอู่สะท้อนความรู้สึกของทุกคนที่อยู่ที่นั่น สายตานับร้อยคู่พุ่งตรงมายังหยุนเฟิง ราวกับจะฉีกกระชากความลับที่เขาซ่อนไว้ให้กระจุยกระจาย เขารู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านมาจากผู้อาวุโสเหล่านี้ ซึ่งแต่ละคนล้วนมีพลังบ่มเพาะที่ลึกซึ้งเกินจะหยั่งถึง เปรียบดั่งขุนเขาที่สูงตระหง่าน เหงื่อเย็นเยียบผุดพรายขึ้นบนแผ่นหลังของเขา แม้ระบบจะช่วยให้เขามีพลังเหนือกว่าคนในวัยเดียวกัน แต่ประสบการณ์ในการเผชิญหน้ากับผู้ทรงอำนาจเช่นนี้ยังคงเป็นเรื่องใหม่และน่าหวาดหวั่นสำหรับเขา
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบแรงกดดันทางจิตวิญญาณระดับสูง แนะนำให้รักษาความสงบและเลือกคำตอบที่เหมาะสม] [ระบบแนะนำ: อ้างถึงการทะลวงผ่านอย่างกะทันหันจากการฝึกฝนขั้นพื้นฐานอย่างหนักหน่วง อธิบายว่าพลังปราณบริสุทธิ์เกิดจากการขัดเกลาขั้นสูงสุดในระดับเริ่มต้น]
หยุนเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายให้กลับคืนมา เขาก้มศีรษะโค้งคำนับให้ผู้อาวุโสอู่และผู้อาวุโสท่านอื่นๆ อย่างนอบน้อมและสุภาพ “คารวะผู้อาวุโสขอรับ” เขาเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ในใจจะสั่นไหวเล็กน้อย “ศิษย์ขออภัยที่ทำให้ผู้อาวุโสและศิษย์พี่ศิษย์น้องทุกท่านตกใจ แต่สิ่งที่ศิษย์แสดงออกมานั้น หาใช่พลังที่ได้มาอย่างผิดปกติไม่”
เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาฉายแววแน่วแน่และจริงใจ “ศิษย์รู้ดีว่าตลอดมาศิษย์ถูกมองว่าเป็นคนไร้พรสวรรค์ เป็นขยะ เป็นภาระของสำนัก แต่ศิษย์ไม่เคยยอมแพ้ ศิษย์ฝึกฝนทุกวัน ทุกค่ำคืน ตั้งแต่รุ่งสางจนดึกดื่น ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในกระบวนท่าพื้นฐาน กระบวนท่า ‘ลมกวาดใบไม้’ กระบวนท่า ‘รากแก้วพยุงฟ้า’ ที่ศิษย์พี่ศิษย์น้องหลายท่านมองข้ามไปแล้ว เพราะคิดว่ามันเป็นเพียงพื้นฐานอันแสนน่าเบื่อ”
“ศิษย์เชื่อมาตลอดว่ารากฐานที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะนำไปสู่ความก้าวหน้าอันยิ่งใหญ่” หยุนเฟิงกล่าวต่อ พยายามใส่ความจริงใจลงไปในทุกถ้อยคำ ซึ่งมันก็เป็นความจริงในส่วนหนึ่ง เขาฝึกหนักกว่าใครจริงๆ เพียงแต่มีระบบช่วยเร่งกระบวนการและมอบความเข้าใจที่ลึกซึ้งกว่า “เมื่อหลายวันก่อน ขณะที่ศิษย์กำลังฝึกฝนในยามค่ำคืน ท่ามกลางความเงียบสงัดและแรงกดดันจากการถูกดูแคลน ศิษย์กลับรู้สึกเหมือนบางอย่างในตัวศิษย์ ‘ขาดสะบั้น’ ออกไป และบางอย่างใหม่ ‘เชื่อมต่อ’ เข้ามาในเวลาเดียวกัน”
เขาหยุดเล็กน้อย เหมือนกำลังเรียบเรียงความคิดและค้นหาคำที่เหมาะสมที่สุดเพื่ออธิบายความรู้สึกอันซับซ้อนนั้น “มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบายขอรับ เหมือนกับว่าศิษย์ได้ ‘เข้าใจ’ แก่นแท้ของพลังปราณที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การดูดซับ แต่เป็นการขัดเกลาและรวบรวมอย่างบริสุทธิ์ที่สุดในระดับก่อปราณ ศิษย์ไม่ทราบว่ามันคืออะไร แต่หลังจากนั้น พลังปราณของศิษย์ก็ดูเหมือนจะบริสุทธิ์และแข็งแกร่งขึ้นอย่างกะทันหัน และศิษย์ก็สามารถทะลวงผ่านสู่ก่อปราณขั้นสี่ได้ในเวลาอันสั้น”
คำอธิบายของหยุนเฟิงฟังดูสมเหตุสมผลในเชิงปรัชญาการบ่มเพาะ ถึงแม้จะฟังดูเหลือเชื่อก็ตาม การทะลวงผ่านอย่างกะทันหันหรือ ‘ความเข้าใจ’ (悟道 - Wu Dao) ไม่ใช่เรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นในโลกของเซียน เพียงแต่มันมักจะเกิดขึ้นกับผู้มีพรสวรรค์สูงส่ง หรือผู้ที่ผ่านการบ่มเพาะมาอย่างยาวนานและสั่งสมประสบการณ์มาอย่างโชกโชนเท่านั้น
“ความเข้าใจอย่างนั้นรึ?” ผู้อาวุโสอู่เลิกคิ้วเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาบ่งบอกถึงความกังขาที่ยังไม่จางหาย “และมันทำให้เจ้าก้าวผ่านจากก่อปราณขั้นหนึ่งไปขั้นสี่ และสามารถต่อกรกับเจียงห่าวผู้มีพลังก่อปราณขั้นเจ็ดได้งั้นหรือ? ช่างเป็นความเข้าใจที่น่าเหลือเชื่อเสียจริง”
น้ำเสียงของผู้อาวุโสอู่ไม่ได้บ่งบอกว่าเชื่อสนิทใจ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง สายตาของเขาเหลือบมองไปยังผู้อาวุโสท่านอื่น และดูเหมือนว่าจะมีการแลกเปลี่ยนความเห็นกันผ่านกระแสจิตอย่างเงียบๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติในหมู่ผู้บ่มเพาะระดับสูง
ในขณะนั้นเอง เจียงห่าวที่ฟื้นตัวขึ้นมาบ้างแล้ว ก็ลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและอัปยศอดสู แววตาของเขาเต็มไปด้วยความริษยาและโทสะ “เหลวไหล! ไอ้ขยะอย่างเจ้าจะมีความเข้าใจอะไร? ข้าไม่เชื่อ! เจ้าต้องใช้เคล็ดวิชาต้องห้าม หรือสมุนไพรวิเศษอะไรบางอย่างเป็นแน่! พลังปราณของเจ้ามันแปลกประหลาดเกินไป!” เขาชี้หน้าหยุนเฟิงอย่างกราดเกรี้ยว
หยุนเฟิงหันไปมองเจียงห่าวด้วยสายตาเย็นชา แต่แฝงด้วยความมั่นใจ “ศิษย์พี่เจียงห่าว หากท่านคิดว่าศิษย์ใช้เคล็ดวิชาต้องห้าม หรือสิ่งใดที่ผิดกฎสำนัก ก็ขอให้สำนักตรวจสอบได้ทันที ศิษย์ยินดีให้ตรวจสอบทุกอย่าง” เขาหยุดเล็กน้อย ปล่อยให้คำพูดของเขาดังก้องไปทั่ว “แต่หากตรวจสอบแล้วไม่พบสิ่งใด ท่านจะรับผิดชอบต่อคำกล่าวหาที่ไร้หลักฐานและทำลายชื่อเสียงของศิษย์ผู้นี้อย่างไร?”
คำพูดของหยุนเฟิงทำให้เจียงห่าวชะงักไป เขากล้ากล่าวหาแต่ไม่กล้ารับประกัน เพราะหากสำนักตรวจสอบแล้วไม่พบอะไรจริงๆ เขาจะต้องเผชิญกับการลงโทษฐานกล่าวหาศิษย์ร่วมสำนักอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตำแหน่งศิษย์พี่อันดับหนึ่งของเขาได้
ผู้อาวุโสอู่ยกมือขึ้นเบาๆ เป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบ “พอแล้ว” เขากล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยอำนาจ “เรื่องนี้จะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบ” เขากวาดสายตาไปรอบๆ ก่อนจะหยุดที่หยุนเฟิง “หยุนเฟิง การแสดงออกของเจ้าในวันนี้ ได้พิสูจน์แล้วว่าเจ้ามีความสามารถซ่อนเร้นจริงๆ และด้วยความกล้าหาญและความแข็งแกร่งของเจ้า เจ้าจึงเป็นผู้ชนะในการประลองครั้งนี้”
เสียงฮือฮาและเสียงปรบมือดังขึ้นจากศิษย์บางส่วนที่รู้สึกทึ่งในตัวหยุนเฟิง แต่ส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในความเงียบงันปนสงสัย ผู้อาวุโสอู่กล่าวต่อ “ตามกฎสำนัก ผู้ชนะการประลองจะได้รับรางวัลตามความเหมาะสม หยุนเฟิง เจ้าจะได้รับยาเม็ดรวมปราณระดับกลางสามเม็ด และมีสิทธิ์เลือกเคล็ดวิชาจากหอคัมภีร์ชั้นสองหนึ่งวิชา”
รางวัลนี้ถือว่าสูงส่งอย่างยิ่งสำหรับศิษย์ระดับล่าง ทำให้สายตาอิจฉาพุ่งตรงมายังหยุนเฟิงทันที ยาเม็ดรวมปราณระดับกลางนั้นมีค่ามหาศาล สามารถช่วยเร่งการบ่มเพาะได้หลายเท่าตัว ส่วนการเข้าถึงหอคัมภีร์ชั้นสองนั้นเป็นความฝันของศิษย์หลายคนเลยทีเดียว เพราะเต็มไปด้วยเคล็ดวิชาและวิทยายุทธ์ที่ล้ำลึกกว่าชั้นแรกมากนัก
“แต่ทว่า...” ผู้อาวุโสอู่เว้นจังหวะ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น “ด้วยความผิดปกติของพลังปราณของเจ้า สำนักจำเป็นต้องตรวจสอบเพื่อความมั่นใจในความบริสุทธิ์ของวิชาและจิตใจของเจ้า หยุนเฟิง เจ้าจะต้องเข้าสู่ ‘หอบ่มเพาะปราณธรณี’ เป็นเวลาสามวันสามคืน เพื่อให้ผู้อาวุโสเจิ้ง ผู้เชี่ยวชาญด้านปราณธาตุทำการตรวจสอบอย่างละเอียด”
หยุนเฟิงรู้สึกถึงความหนาวเย็นแผ่ซ่านไปทั่วตัว ‘หอบ่มเพาะปราณธรณี’ ไม่ใช่แค่หอตรวจสอบธรรมดา มันเป็นสถานที่ที่พลังปราณธรณีเข้มข้นอย่างมหาศาล ศิษย์ทั่วไปเพียงแค่เข้าไปเป็นเวลาชั่วโมงเดียวก็ยังรู้สึกไม่สบายตัว ร่างกายอ่อนล้าและพลังปราณปั่นป่วน การต้องเข้าไปสามวันสามคืนเพื่อ “ตรวจสอบ” ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย มันเป็นเหมือนการทดสอบที่รุนแรง และอาจจะเป็นการลงโทษกลายๆ หรือแม้กระทั่งการพยายามดึงดูดพลังปราณภายในตัวเขาออกมาอย่างหมดสิ้น ทำให้เขาไม่สามารถบ่มเพาะได้อีกต่อไป
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตราย – หอบ่มเพาะปราณธรณี. ระดับความอันตราย: สูง. แนะนำให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ พลังปราณธรณีมีผลต่อการทำงานของระบบ อาจทำให้เกิดความผันผวนของพลังปราณภายในผู้ใช้]
หยุนเฟิงกัดฟันเล็กน้อย เขากำหมัดแน่นอยู่ใต้แขนเสื้อ เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับ หากเขาปฏิเสธ นั่นจะยิ่งตอกย้ำความสงสัยของสำนัก และอาจนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่เลวร้ายกว่านี้ “ศิษย์น้อมรับคำสั่งขอรับ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้สงบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความกังวล
ผู้อาวุโสอู่พยักหน้าเล็กน้อย “ดีมาก เจ้าเตรียมตัวให้พร้อม พรุ่งนี้รุ่งสางจะมีศิษย์นำเจ้าไปที่หอบ่มเพาะ” เขากล่าวทิ้งท้ายก่อนจะหันไปสั่งการผู้อาวุโสท่านอื่นให้ดูแลเรื่องการประลองและสถานการณ์ต่างๆ ต่อไป
เจียงห่าวที่ยืนอยู่ไม่ไกล มีรอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้า ผู้อาวุโสเจิ้งเป็นที่รู้กันดีว่าเข้มงวดและไม่มีเมตตา หอบ่มเพาะปราณธรณีภายใต้การดูแลของเขา ไม่ต่างอะไรกับนรกบนดินสำหรับศิษย์ที่ถูก “ตรวจสอบ” เจียงห่าวเชื่อมั่นว่าหยุนเฟิงจะต้องไม่รอดจากหอบ่มเพาะนั้น และหากรอดมาได้ ก็คงจะพิการ หรืออย่างน้อยก็ต้องได้รับความเสียหายอย่างหนัก จนไม่สามารถเป็นคู่แข่งของเขาได้อีกต่อไป รอยยิ้มของเขาแฝงด้วยความสะใจอย่างไม่อาจปกปิด
เมื่อทุกคนสลายตัวไป หยุนเฟิงเดินกลับไปยังเรือนพักของตนเองด้วยความรู้สึกที่ปะปนกัน เขารู้สึกโล่งใจที่รอดพ้นจากการถูกลงโทษและได้รับรางวัลอันทรงคุณค่า แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกหนักอึ้งจากภัยคุกคามใหม่ก็เข้าปกคลุมจิตใจ หอบ่มเพาะปราณธรณี... ชื่อนี้สะท้อนความหวาดกลัวในหมู่ศิษย์ทุกคน เขารู้ดีว่านี่คือการทดสอบที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การตรวจสอบธรรมดา แต่มันคือการพิสูจน์ความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ
[ระบบแจ้งเตือน: ภารกิจเร่งด่วน – เอาชีวิตรอดจากการตรวจสอบในหอบ่มเพาะปราณธรณีเป็นเวลาสามวันสามคืน] [รางวัล: ปลดล็อก ‘วิชาปราณดวงดาวขั้นต้น’ และได้รับยาเม็ดปรับธาตุขั้นสูงหนึ่งเม็ด] [บทลงโทษหากล้มเหลว: พลังปราณในกายจะปั่นป่วนอย่างรุนแรง และระบบจะถูกระงับการทำงานบางส่วนเป็นเวลาหนึ่งเดือน]
หยุนเฟิงกำหมัดแน่น มองไปยังแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาในห้อง การต่อสู้กับเจียงห่าวว่ายากแล้ว แต่การเผชิญหน้ากับความสงสัยของสำนัก และการทดสอบสุดโหดที่กำลังจะมาถึงนี้ กลับดูน่ากลัวยิ่งกว่าหลายเท่าตัว เขารู้ว่านี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ เขาต้องผ่านมันไปให้ได้ ไม่ใช่แค่เพื่อรางวัล แต่เพื่อพิสูจน์ตัวเอง เพื่อความอยู่รอด และเพื่อความฝันที่จะก้าวไปบนเส้นทางแห่งเซียน เขาไม่ได้อยู่เพียงลำพังอีกต่อไป เขามีระบบ เขาจะต้องใช้มันให้เป็นประโยชน์ที่สุด เพื่อพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส
แต่ในความมืดมิดของยามราตรีนั้นเอง มีเงาร่างหนึ่งแอบซุ่มมองเรือนพักของหยุนเฟิงจากมุมลับตา ดวงตาที่เปล่งประกายเย็นยะเยือกภายใต้แสงจันทร์สะท้อนความแค้นเคืองและแผนการชั่วร้ายที่กำลังจะเริ่มขึ้น เจียงห่าวยังคงไม่ยอมแพ้ เขาจะไม่ปล่อยให้หยุนเฟิงก้าวขึ้นมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาได้อีกเด็ดขาด เขาได้ส่งคนไปแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้กับผู้หนุนหลังที่แท้จริงของเขา... ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความมืดมิดของสำนักเมฆามังกรแห่งนี้ ผู้ที่จะไม่ปล่อยให้สิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้มาปรากฏตัวขึ้นเด็ดขาด และหยุนเฟิงก็คือสิ่งนั้น... สิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ ที่จะต้องถูกกำจัดออกไปจากเส้นทางแห่งอำนาจของพวกเขา

อมตะยุทธฝึกเซียน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก