โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
354 ตอน · 1,415 คำ
กายหยาบของหยุนเฟิงราวกับถูกเพลิงอสูรเผาไหม้จากภายในสู่ภายนอก ทุกเส้นเอ็นฉีกขาด ทุกกระดูกส่งเสียงลั่นครืนอย่างน่าสะพรึงกลัวจนแทบจะแหลกเป็นผุยผง พลังปราณที่เคยหล่อเลี้ยงชีวิตกลับปั่นป่วนราวกับคลื่นทะเลที่บ้าคลั่งในพายุโหมกระหน่ำ ยากจะควบคุมได้แม้แต่น้อย ความร้อนจาก “ชุดยาหลบหนีฉุกเฉินเทวะ” ที่ทะลักเข้าสู่ทุกอณูเนื้อหาใช่พลังแห่งการฟื้นฟูเยียวยา แต่เป็นดั่งเปลวไฟที่เผาผลาญเร่งความเร็วและพลังให้ถึงขีดสุดก่อนจะมอดดับลงอย่างถาวร ความเจ็บปวดเสียดแทงจนจิตวิญญาณสั่นคลอน โลกทั้งใบหมุนคว้าง การรับรู้เริ่มเลือนราง สติที่เคยยึดเหนี่ยวชีวิตค่อยๆ จมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้ง
“ติ๊ง!” เสียงระบบที่แหบพร่าแผ่วเบากว่าที่เคย ทว่ายังคงดังกังวานอยู่ในห้วงสำนึกที่ใกล้จะแตกสลาย “เตือน! สภาวะกายวิญญาณวิกฤตถึงขีดสุด! พลังชีวิตเหลือ 0.1%! ระบบกำลังปิดตัวชั่วคราวเพื่อรักษาสภาพ! โปรดหาสถานที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด… เตือน! เตือน! การบิดเบือนพลังปราณจาก ‘ชุดยาหลบหนีฉุกเฉินเทวะ’ กำลังทำลายเส้นชีพจรปราณและแก่นวิญญาณของผู้ใช้… วิกฤตถึงแก่ชีวิตขั้นสูงสุด!” เสียงเตือนนั้นดังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับพยายามปลุกเขาให้ตื่นจากฝันร้าย แต่ร่างกายของเขาไม่อาจตอบสนองได้อีกต่อไป
ภาพสุดท้ายที่หยุนเฟิงเห็นก่อนที่ดวงตาจะปิดลง คือเงาร่างมหึมาที่ทอดยาวบดบังจันทราจากเบื้องบน คล้ายปักษาสวรรค์ที่โฉบลงมาด้วยความเร็วเหนือแสง มันใหญ่โตจนน่าเหลือเชื่อ ปีกของมันแผ่กว้างจนปกคลุมผืนฟ้า ปลายปีกแต่ละข้างส่องประกายเรืองรองด้วยแสงสีทองอ่อนๆ ชวนให้รู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์และพลังอันไร้ขีดจำกัด กระแสลมพายุที่พัดกระหน่ำจากการร่อนลงมาของมันรุนแรงเสียจนต้นไม้ใหญ่รอบข้างหักโค่นล้มระเนระนาด เสียงกู่ก้องกังวานของมันสะท้อนไปทั่วหุบเขา ดุจเสียงประกาศิตจากสรวงสวรรค์ที่ทำให้ภูตอสูรโลหิตมังกรบรรพกาลที่ไล่ตามมาต้องหยุดชะงักด้วยความพรั่นพรึง ร่างของมันสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ก่อนที่มันจะส่งเสียงคำรามด้วยความขัดเคืองและรีบหลบหนีกลับเข้าสู่ความมืดมิดไปในพริบตา ไม่กล้าเผชิญหน้ากับอำนาจอันยิ่งใหญ่นี้
วินาทีนั้น หยุนเฟิงรู้สึกถึงสัมผัสเย็นเฉียบที่โอบอุ้มร่างที่บอบช้ำของเขาไว้ พลังงานบริสุทธิ์สายหนึ่งไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายอย่างอ่อนโยน มันค่อยๆ บรรเทาความเจ็บปวดที่แผดเผา และเริ่มประสานรอยร้าวในจิตวิญญาณที่กำลังแตกสลายของเขา ความอบอุ่นและเย็นสบายปะปนกันอย่างแปลกประหลาด แต่ทรงพลังพอที่จะยึดเหนี่ยวเขาไว้จากห้วงแห่งความตาย หยุนเฟิงสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมของสมุนไพรโบราณและพลังธรรมชาติที่บริสุทธิ์บริบูรณ์จนแทบจะจับต้องได้ ก่อนที่ทุกสิ่งจะดับมืดลงไปในที่สุด ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและความสงบที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน
แสงอาทิตย์อ่อนๆ สาดส่องผ่านผืนผ้าโปร่งสีขาวบริสุทธิ์ ปลุกหยุนเฟิงให้ตื่นขึ้นจากห้วงนิทราอันยาวนาน เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นเพดานไม้แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง ลวดลายพฤกษาและวิหคสวรรค์ประดับประดาอย่างอ่อนช้อย กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้นานาพรรณและไอดินที่ชุ่มชื้นลอยอบอวลอยู่ในอากาศ เสียงน้ำตกที่ไหลรินอย่างแผ่วเบาดังมาจากที่ใดสักแห่งภายนอก ราวกับบทเพลงกล่อมเกลาจิตใจให้สงบ ผิดจากถ้ำอสูรที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและความชื้นเย็นยะเยือกโดยสิ้นเชิง
“นี่มัน…ที่ไหนกัน?” หยุนเฟิงพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าราวกับไม่ได้ใช้มานานหลายวัน ร่างกายยังคงอ่อนล้า แต่ความเจ็บปวดสาหัสที่เคยเกาะกินกลับหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง เขารู้สึกได้ถึงพลังชีวิตที่ไหลเวียนอยู่ในกาย แม้จะยังไม่เต็มเปี่ยม แต่ก็มากพอที่จะพยุงร่างให้ลุกขึ้นนั่งได้ เขากระพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสง และพยายามรวบรวมสติที่ยังคงเลือนราง
เขากวาดสายตาไปรอบๆ ห้องที่เขาอยู่ มันเป็นห้องขนาดกลางที่ดูเรียบง่ายทว่าแฝงไปด้วยความประณีตและรสนิยม ผนังห้องทำจากไม้หอมเนื้อละเอียดสีน้ำตาลอ่อน หน้าต่างบานใหญ่เปิดรับแสงและลมจากภายนอก เผยให้เห็นทิวทัศน์อันงดงามของป่าไม้โบราณที่เขียวขจี ต้นไม้แต่ละต้นสูงเสียดฟ้า ปกคลุมด้วยเถาวัลย์และมอสสีเขียวชอุ่ม ดอกไม้ป่าหลากสีสันเบ่งบานอยู่ตามพื้นดิน ลำธารใสสะอาดไหลลดเลี้ยวผ่านโขดหิน ผีเสื้อหลากสีโบยบินไปมาอย่างอิสระ ราวกับภาพวาดจากสรวงสวรรค์ที่ถูกเนรมิตขึ้นมาตรงหน้า
“ติ๊ง!” เสียงระบบดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนและทรงพลังกว่าเดิม ราวกับมันได้รับการฟื้นฟูไปพร้อมกับเขา เสียงนั้นไม่แหบพร่าอีกต่อไป แต่กลับกังวานใส ชวนให้รู้สึกถึงความหวัง
“ระบบออนไลน์! สแกนสภาพร่างกายผู้ใช้… การบิดเบือนพลังปราณจาก ‘ชุดยาหลบหนีฉุกเฉินเทวะ’ ถูกชำระล้างแล้ว! เส้นชีพจรปราณและแก่นวิญญาณได้รับการซ่อมแซมและเสริมความแข็งแกร่งในระดับหนึ่ง! ระดับพลังชีวิต: 60%! ระดับพลังปราณ: 30%! สถานะ: อ่อนเพลียเล็กน้อย, ฟื้นตัว.
‘ระบบขอบคุณผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ! ตรวจพบแหล่งพลังงานธรรมชาติบริสุทธิ์ระดับสูงพิเศษ! ตรวจพบสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการบ่มเพาะพลัง! ตรวจพบร่องรอยของพลังงานวิหคทิพย์บรรพกาล!
‘เนื่องจากผู้ใช้รอดพ้นจากสถานการณ์วิกฤตขั้นสูงสุดและได้รับการช่วยเหลือจากพลังงานระดับเทพ ระบบจะมอบรางวัลพิเศษให้!
‘รางวัล: ฟื้นฟูแต้มระบบ 50,000 แต้ม! เปิดใช้งานฟังก์ชัน ‘การบ่มเพาะขั้นสูง’ ชั่วคราว (ระยะเวลา: 7 วัน)! ปลดล็อกแผนที่ ‘มิติเร้นลับหุบเขาเซียนปักษี’!”
ดวงตาของหยุนเฟิงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง! เขารู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ฟื้นฟูแต้มระบบถึง 50,000 แต้ม? นี่มันมากกว่าแต้มทั้งหมดที่เขามีตอนก่อนใช้ยาเสียอีก! แถมยังปลดล็อกฟังก์ชันและแผนที่ใหม่! เขาไม่เคยคาดคิดว่าการเฉียดตายครั้งนี้จะนำมาซึ่งโชคอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ ราวกับว่าความตายได้มอบชีวิตใหม่และโอกาสที่ไม่เคยมีมาก่อนให้กับเขา
“วิหคทิพย์บรรพกาล… มิติเร้นลับหุบเขาเซียนปักษี…” หยุนเฟิงพึมพำทวนคำ เขาหวนนึกถึงเงาร่างมหึมาที่โฉบลงมาในคืนนั้น มันคือสิ่งนั้นใช่หรือไม่ที่ช่วยเขาไว้? แล้วที่นี่คือ ‘หุบเขาเซียนปักษี’ อย่างนั้นหรือ? ชื่อนี้บ่งบอกถึงความเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เทพโดยแท้จริง
หยุนเฟิงลองขยับกายอีกครั้ง คราวนี้ความรู้สึกเจ็บปวดแทบจะไม่มีเลย เขาสัมผัสได้ถึงพลังปราณสายใหม่ที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นชีพจรปราณ มันบริสุทธิ์และแข็งแกร่งกว่าเดิมเล็กน้อย ราวกับร่างกายของเขาได้รับการหลอมรวมใหม่ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นกว่าเก่า ‘ชุดยาหลบหนีฉุกเฉินเทวะ’ แม้จะเกือบพรากชีวิตเขาไป แต่ผลจากการชำระล้างและการซ่อมแซมด้วยพลังงานระดับเทพกลับทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นในทางอ้อมอย่างไม่น่าเชื่อ เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่งกับความพลิกผันของโชคชะตา
“ไม่ว่าท่านจะเป็นใคร หรือเป็นสิ่งใด… ขอบคุณที่ช่วยชีวิตข้าไว้” หยุนเฟิงก้มศีรษะลงเล็กน้อยด้วยความเคารพในทิศทางที่ไม่แน่นอน แม้จะยังไม่เห็นผู้มีพระคุณ แต่ความรู้สึกสำนึกบุญคุณเอ่อท้นอยู่ในใจ เขาสัมผัสได้ถึงความเมตตาและพลังที่ยิ่งใหญ่ที่ช่วยเขาให้รอดพ้นจากปากเหวแห่งความตาย เขาเข้าใจดีว่าหากปราศจากการช่วยเหลือในคืนนั้น เขาคงกลายเป็นศพที่ถูกภูตอสูรโลหิตมังกรบรรพกาลฉีกเป็นชิ้นๆ ไปแล้วอย่างแน่นอน
เขาเรียกหน้าจอระบบขึ้นมาดูอีกครั้ง พลังชีวิต 60% พลังปราณ 30% ยังไม่สมบูรณ์ แต่ดีกว่าตอนที่เหลือ 0.1% หลายเท่านัก และที่สำคัญที่สุดคือ ‘แต้มระบบ’ 50,000 แต้ม! มันเป็นจำนวนที่มากพอจะทำให้เขาสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างก้าวกระโดด
‘การบ่มเพาะขั้นสูง’ คืออะไรกัน? หยุนเฟิงลองกดเข้าไปดูทันทีด้วยความตื่นเต้นระคนสงสัย
“ติ๊ง! ‘การบ่มเพาะขั้นสูง’: ในช่วงเวลา 7 วันนี้ พลังงานปราณทั้งหมดที่ผู้ใช้ดูดซับจากการบ่มเพาะจะถูกเพิ่มประสิทธิภาพขึ้น 200%! อัตราการดูดซับสมุนไพรและยาจะเพิ่มขึ้น 150%! ลดความเสี่ยงในการธาตุไฟเข้าแทรก 80%! ฟังก์ชันนี้เหมาะสำหรับการทะลวงผ่านขีดจำกัดและยกระดับการบ่มเพาะ!”
ดวงตาของหยุนเฟิงเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น! นี่คือโอกาสทอง! โอกาสที่จะฟื้นฟูร่างกายอย่างสมบูรณ์และยกระดับพลังของตนเองขึ้นไปอีกขั้นในเวลาอันรวดเร็ว! ด้วยสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยพลังงานธรรมชาติบริสุทธิ์เช่นนี้ บวกกับฟังก์ชัน ‘การบ่มเพาะขั้นสูง’ เขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดแน่นอน! ความรู้สึกท้อแท้สิ้นหวังที่เคยมีก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นและไฟแห่งการต่อสู้
“ข้าต้องใช้เวลา 7 วันนี้ให้คุ้มค่าที่สุด!” หยุนเฟิงกำหมัดแน่นด้วยความมุ่งมั่น เขาจะต้องไม่ทำให้โอกาสที่ได้มาด้วยการเอาชีวิตเข้าแลกนี้สูญเปล่าอีกต่อไป เขาจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าแม้ไม่มีพรสวรรค์ เขาก็สามารถก้าวไปเป็นยอดฝีมือได้ เขาจะใช้ทุกวินาทีให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เขาเดินออกจากห้องอย่างระมัดระวัง สองเท้าเหยียบย่ำลงบนระเบียงไม้ที่ทอดยาว พลังงานปราณที่บริสุทธิ์เกินจินตนาการไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายโดยไม่จำเป็นต้องบ่มเพาะ มันเป็นความรู้สึกที่น่าทึ่งและเติมเต็มอย่างแท้จริง เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ รับเอาอากาศบริสุทธิ์ที่เต็มไปด้วยพลังงานชีวิตเข้าไปเต็มปอด เขาเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่สดใสไร้เมฆหมอก แล้วภาพของวิหคทิพย์ในคืนนั้นก็ฉายซ้ำในความทรงจำอีกครั้ง ความยิ่งใหญ่และสง่างามของมันยังคงตรึงอยู่ในใจ
ทันใดนั้น สายลมที่พัดเอื่อยๆ ก็นำพากลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์มาแตะจมูก กลิ่นนั้นคล้ายกลิ่นหอมของดอกไม้ป่าที่ผลิบานหลังฝนพรำ และคล้ายกลิ่นหอมของสมุนไพรล้ำค่าที่เพิ่งถูกเด็ดออกจากต้น มันเป็นกลิ่นที่ปลุกความรู้สึกสงบและความสดชื่นในจิตใจของเขา กลิ่นนั้นบริสุทธิ์และเย้ายวนใจอย่างประหลาด ราวกับเป็นกลิ่นที่มาจากสรวงสวรรค์
เขาหันไปตามทิศทางของกลิ่น และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความตื่นตะลึงจนแทบหยุดหายใจ
บนลานหินอ่อนสีขาวนวลที่ตั้งอยู่กลางสวนสวยงาม มีร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้ยักษ์ที่แผ่กิ่งก้านสาขาจนคล้ายร่มเงาขนาดมหึมา ผมยาวสลวยสีดำขลับของนางทอดตัวลงมาถึงพื้น นุ่งห่มอาภรณ์สีขาวสะอาดตาคล้ายขนนก ปลายแขนเสื้อและชายกระโปรงปักลวดลายวิหคโบยบินด้วยด้ายทองคำที่ส่องประกายระยิบระยับ รูปร่างของนางอรชรราวกับเทพธิดาลงมาจุติ ใบหน้างดงามราวกับถูกสลักเสลาจากหยกขาว ปากเล็กจิ้มลิ้มสีแดงก่ำ คิ้วโก่งดุจคันศร ดวงตาปิดสนิทราวกับกำลังเข้าฌานอยู่ในภวังค์อันลึกซึ้ง
สิ่งที่ทำให้หยุนเฟิงตกตะลึงจนยืนนิ่งราวกับถูกสาปก็คือ บนศีรษะของหญิงสาวนั้นมีขนนกสีทองอร่ามประดับอยู่หนึ่งเส้น มันเป็นขนนกที่คล้ายกับปลายปีกที่เขาเห็นในคืนนั้นไม่มีผิดเพี้ยน อีกทั้งกลิ่นหอมที่โชยมาก็มาจากนาง! ความรู้สึกทั้งหมดประจวบเหมาะกันจนเขาไม่อาจปฏิเสธได้
ทันใดนั้น ดวงตาที่ปิดสนิทของหญิงสาวก็ค่อยๆ ลืมขึ้น เผยให้เห็นดวงตาสีทองอำพันที่ลึกล้ำราวกับห้วงจักรวาล แสงสว่างจ้าจากดวงตาคู่นั้นสาดกระทบดวงตาของหยุนเฟิง ทำให้เขาต้องหลับตาลงโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกกดดันอันมหาศาลถาโถมเข้าใส่ ราวกับเขากำลังเผชิญหน้ากับเทพเจ้าผู้สูงสุดที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“ในที่สุด… เจ้าก็ตื่นแล้ว… มนุษย์ผู้ได้รับเลือก” เสียงของนางกังวานดุจเสียงพิณสวรรค์ ทว่าแฝงไว้ด้วยพลังที่ไม่อาจต้านทานได้ มันดังอยู่ในหัวของหยุนเฟิงโดยตรง โดยที่นางมิได้ขยับริมฝีปากเลยแม้แต่น้อย ราวกับเสียงนั้นมาจากจิตวิญญาณของนางโดยตรง
หยุนเฟิงรู้สึกหนาวสะท้านไปทั่วทั้งร่าง ผู้หญิงคนนี้… เธอคือวิหคทิพย์บรรพกาลที่ช่วยเขาไว้ใช่หรือไม่? แล้วคำว่า “มนุษย์ผู้ได้รับเลือก” หมายความว่าอย่างไร? เขาจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรต่อไปในมิติเร้นลับแห่งนี้? คำถามมากมายผุดขึ้นในใจของเขา แต่เขากลับไม่มีคำตอบใดๆ เลย
ร่างเล็กของเขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยพลังอันไร้เทียมทานของนาง สติปัญญาพยายามประมวลผล แต่ทุกสิ่งกลับดูเหมือนจะเกินกว่าที่เขาจะเข้าใจได้ในตอนนี้ เขาเพียงแค่รู้ว่าชีวิตของเขากำลังจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และหนทางข้างหน้าเต็มไปด้วยความท้าทายที่ยากจะหยั่งถึง แต่ในความท้าทายนั้น เขากลับรู้สึกถึงความหวังอันเรืองรองที่ส่องนำทางให้เขาเดินต่อไป.

อมตะยุทธฝึกเซียน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก