อมตะยุทธฝึกเซียน

ตอนที่ 16 — คืนแห่งโลหิตและการต่อต้าน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

354 ตอน · 1,313 คำ

คมมีดเล่มแรกกรีดลงบนหัวไหล่ของหยุนเฟิงฉับพลัน ความเจ็บปวดแล่นแปลบปลาบไปทั่วร่าง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในโพรงจมูก เสื้อผ้าสีน้ำเงินเข้มของเขาซึมซับสีแดงฉานขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงกระดูกลั่นเบาๆ ดังขึ้นจากแรงกระแทกจากอีกคมมีดที่เฉี่ยวลงมา แทบจะตัดผ่านเนื้อหนังเข้าถึงกระดูก ความเจ็บปวดรุนแรงจนร่างกายแทบจะทรุดลงกับพื้น ‌แต่จิตใต้สำนึกที่ถูกบ่มเพาะมาจากการฝึกฝนอันแสนสาหัสตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาทำให้เขากัดฟันกรอด ยืนหยัดอยู่ได้ราวกับหินผา

“ไร้ประโยชน์สิ้นดี!” หนึ่งในสามเงาร่างชุดดำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงห้าวทุ้มเย็นเยียบ คมมีดในมือของมันวาดผ่านอากาศอีกครั้ง มุ่งเป้าหมายไปยังจุดสำคัญของหยุนเฟิงโดยไม่ลังเล แม้จะเห็นว่าเป้าหมายไม่มีพลังปราณหลงเหลืออยู่เลยก็ตาม

หยุนเฟิงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องงัดวิทยายุทธ์พื้นฐานที่เขามีออกมาใช้ทั้งหมด ทักษะการหลบหลีกที่เขาเพียรฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วง แม้จะไม่มีพลังปราณหนุนนำ ​แต่ความเร็วและความคล่องตัวของเขาก็ยังอยู่ในระดับที่น่าทึ่งสำหรับคนไร้พรสวรรค์ ร่างกายของเขากลายเป็นเพียงเงาเลือนรางที่พริ้วไหวไปมาระหว่างคมมีดที่ถาโถมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง สองเงาร่างชุดดำจู่โจมพร้อมกันจากด้านข้างและด้านหน้า ขณะที่อีกหนึ่งเงาร่างยืนอยู่ห่างออกไป ราวกับกำลังสังเกตการณ์และรอจังหวะสุดท้ายที่จะลงมือ

หัวใจของหยุนเฟิงเต้นระรัวในอก เสียงกระทืบเท้าของเขากับพื้นห้องไม้เก่าๆ ดังสนั่นไปทั่ว หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ‍ดวงตาที่เคยสว่างไสวบัดนี้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นดุจเปลวเพลิงที่กำลังลุกโชนท่ามกลางพายุ ความเจ็บปวดจากบาดแผลที่หัวไหล่ยังคงแล่นริ้วอย่างต่อเนื่อง ทำให้การเคลื่อนไหวของเขามีข้อจำกัดมากขึ้น เขาต้องพึ่งพาแรงกายและสัญชาตญาณดิบล้วนๆ ในการเอาตัวรอดจากพายุคมมีดที่รายล้อม

“ช่างดื้อด้านเสียจริง” เงาร่างชุดดำอีกตนสบถอย่างหงุดหงิด คมมีดในมือของมันเปลี่ยนเป็นท่วงท่าที่รวดเร็วและเด็ดขาดกว่าเดิม พุ่งตรงเข้าแทงที่ซี่โครงของหยุนเฟิง ‌หยุนเฟิงเบี่ยงตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด แต่ปลายมีดก็ยังเฉือนเข้าที่สีข้างของเขา ลึกพอที่จะทำให้เลือดสดๆ ไหลรินออกมาอีกระลอก ร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวด เลือดอุ่นๆ ไหลลงสู่พื้นห้อง เกิดเป็นหยดสีแดงเข้มที่ตัดกับสีไม้ซีดจาง

“ระบบแจ้งเตือน: ‍ความเสียหายระดับรุนแรง! เลือดไหลไม่หยุด! สภาวะวิกฤต!” เสียงระบบดังขึ้นในจิตใจของเขา แต่ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์สิ้นดีในสถานการณ์เช่นนี้ เขาจะทำอะไรได้เล่าในเมื่อปราณถูกผนึก และพลังกายก็เริ่มจะร่อยหรอลงทุกขณะ

“ตายซะ!” เงาร่างชุดดำที่สามซึ่งยืนสังเกตการณ์อยู่นานพลันเคลื่อนไหว ​มันปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของหยุนเฟิงราวกับภูตผี คมมีดดำทะมึนในมือสะท้อนแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาเพียงริบหรี่ กวาดลงมาหมายจะปลิดชีพเขาในการโจมตีเพียงครั้งเดียว

ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ภาพในอดีตฉายผ่านเข้ามาในห้วงความคิดของหยุนเฟิงอย่างรวดเร็ว ภาพของแม่ที่จากไป ภาพของพ่อที่ฝากความหวังไว้กับเขา ภาพของเพื่อนร่วมสำนักที่คอยดูถูกเหยียดหยาม รวมถึงคำพูดของอาจารย์ที่ตำหนิเขาว่าเป็นคนไร้พรสวรรค์

‘ไม่! ​ข้าจะตายที่นี่ไม่ได้! ข้ายังไม่ได้พิสูจน์ตัวเอง! ข้ายังไม่ได้เป็นอมตะเซียน!’ เสียงกรีดร้องจากส่วนลึกของจิตวิญญาณดังขึ้น แรงผลักดันมหาศาลที่เกิดจากความมุ่งมั่นอันแรงกล้าพลันปะทุขึ้นในตัวเขา

“ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบแรงกระตุ้นแห่งความอยู่รอดระดับสูงสุด! ศักยภาพแฝงถูกปลดล็อคชั่วคราว! ‘จิตวิญญาณแห่งการต่อต้าน’ ​ทำงาน!”

พลันนั้นเอง หยุนเฟิงรู้สึกถึงกระแสพลังบางอย่างที่แตกต่างออกไปจากพลังปราณ มันไม่ใช่ปราณ แต่มันคือแก่นแท้แห่งชีวิต แก่นแท้แห่งความมุ่งมั่น ที่ปะทุขึ้นมาจากส่วนลึกของร่างกายและจิตวิญญาณ มันแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ปลุกเร้าทุกเซลล์ให้ตื่นขึ้น ความเจ็บปวดลดลงชั่วขณะ ความอ่อนล้าถูกปัดเป่าออกไปราวกับหมอกควัน ร่างกายที่บาดเจ็บของเขารู้สึกเบาราวขนนก ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ในชั่วพริบตา เขาก็เบี่ยงตัวหลบคมมีดสังหารของเงาร่างที่สามได้ราวกับภาพลวงตา

เงาร่างทั้งสามตกตะลึงกับความเปลี่ยนแปลงนี้เล็กน้อย ไม่คิดว่าคนที่ไม่มีพลังปราณอย่างหยุนเฟิงจะสามารถตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้ หยุนเฟิงไม่รอช้า ใช้จังหวะที่ศัตรูชะงักไปชั่วครู่ วาดมือไปคว้ามีดสั้นที่เขาซ่อนไว้ใต้เตียงออกมาด้วยความเร็วราวสายฟ้าแลบ

“ฮึ่ม!” เขาคำรามในลำคอ พลังที่เพิ่งถูกปลดปล่อยออกมาชั่วคราวนี้ทำให้เขารู้สึกราวกับเทพสงครามที่ถือกำเนิดขึ้นใหม่ มีดสั้นในมือของเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ฟาดฟันออกไปอย่างรุนแรงและแม่นยำ เขายื่นมีดแทงสวนเข้าใส่เงาร่างชุดดำที่อยู่ใกล้ที่สุดโดยไม่ลังเล แรงจากการโจมตีครั้งนี้เหนือความคาดหมายของศัตรูอย่างเห็นได้ชัด

“อะ…อะไรกัน!” เงาร่างชุดดำตนนั้นอุทานด้วยความประหลาดใจ ร่างของมันเซถลาไปด้านหลัง เลือดสีแดงฉานพุ่งกระฉูดออกจากบาดแผลที่ลำตัว มันทรุดลงกับพื้นพร้อมเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด

หยุนเฟิงไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไป เขากระโดดเข้าใส่เงาร่างที่ล้มลงไปแล้ว ยกมีดสั้นขึ้นเตรียมจะฟันซ้ำ แต่เงาร่างอีกสองตนที่เหลือก็พุ่งเข้ามาแทรกแซงอย่างรวดเร็ว คมมีดของพวกมันวาดเข้าใส่หยุนเฟิงจากสองทิศทางพร้อมกัน เขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องถอยร่นออกมา

“เจ้าเด็กนี่มันแปลกประหลาด! ฆ่ามันซะ!” หนึ่งในเงาร่างสั่งด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด คมมีดของพวกมันรวดเร็วและอันตรายกว่าเดิมหลายเท่า ราวกับจะชดเชยความผิดพลาดเมื่อครู่

พลัง ‘จิตวิญญาณแห่งการต่อต้าน’ ที่ถูกปลดปล่อยออกมานั้นทรงพลัง แต่หยุนเฟิงก็สัมผัสได้ว่ามันกำลังลดลงอย่างรวดเร็วราวกับเปลวเทียนที่ใกล้จะดับลงแล้ว เขารู้ดีว่ามันเป็นเพียงพลังชั่วคราวที่ใช้แก่นแท้แห่งชีวิตและจิตวิญญาณแลกมา หากใช้ไปมากกว่านี้ ร่างกายของเขาคงรับไม่ไหวแน่ๆ แต่ในตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่น

การต่อสู้ดำเนินต่อไปอย่างดุเดือดกว่าเดิม หยุนเฟิงเคลื่อนไหวราวกับปีศาจ เขากระโดด พุ่งตัว มุด และหมุนหลบหลีกการโจมตีอันตรายจากเงาร่างชุดดำทั้งสองอย่างคล่องแคล่ว แม้จะได้รับบาดแผลเพิ่มขึ้น แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดด้วยพลังใจที่ไม่อาจหาใดเปรียบได้ เขารู้ว่านี่คือโอกาสเดียวที่เขาจะมีชีวิตรอด เขาต้องสู้! ต้องรอด!

เขาสังเกตเห็นว่าเงาร่างที่บาดเจ็บหนักกำลังพยายามลุกขึ้นยืนช้าๆ พวกมันพยายามลากร่างที่โชกเลือดไปยังมุมห้อง ราวกับจะถ่วงเวลาหรือรอโอกาสจู่โจมซ้ำ หยุนเฟิงตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ใช้แรงกายทั้งหมดที่เหลืออยู่ พุ่งเข้าใส่เงาร่างที่บาดเจ็บหนักอีกครั้ง มีดสั้นในมือของเขาส่องประกายเย็นยะเยือก

“หยุด!” เงาร่างชุดดำที่เหลืออีกสองตนคำรามพร้อมกัน พุ่งเข้าขวางอย่างสิ้นหวัง แต่หยุนเฟิงไวกว่า เขากวาดมีดเข้าใส่แขนของเงาร่างที่บาดเจ็บหนัก ตัดเส้นเอ็นจนขาดสะบั้น เงาร่างนั้นกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดจนเสียงแหบแห้ง มีดสั้นของหยุนเฟิงยังไม่หยุดเพียงแค่นั้น เขากระซวกซ้ำเข้าไปที่หัวใจอย่างแม่นยำ

เลือดสีแดงฉานพุ่งกระฉูดออกมาจากร่างของเงาร่างชุดดำตนนั้น ก่อนที่มันจะล้มลงแน่นิ่งไป ร่างกายของมันกระตุกเล็กน้อยแล้วก็หยุดนิ่งไปตลอดกาล

“ระบบแจ้งเตือน: ศัตรูถูกกำจัด! ได้รับค่าประสบการณ์ 50 แต้ม! ‘จิตวิญญาณแห่งการต่อต้าน’ กำลังอ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว! สภาวะวิกฤตอีกครั้ง!”

หยุนเฟิงหอบหายใจอย่างแรง เหงื่อแตกพลั่กไปทั่วร่าง พลังที่เคยพลุ่งพล่านกลับเหือดหายไปอย่างรวดเร็วราวกับไม่เคยมีอยู่จริง ความเจ็บปวดจากบาดแผลทั้งหมดถาโถมเข้าใส่เขาทันที แรงมหาศาลจากอาการบาดเจ็บรุนแรงทำให้เขาทรุดเข่าลงกับพื้นข้างๆ ร่างไร้วิญญาณของศัตรู มีดสั้นในมือของเขายังคงเปื้อนเลือดสดๆ ที่ยังไม่แห้ง

เหลือเพียงสอง… สองเงาร่างชุดดำที่ยังคงยืนจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและประหลาดใจผสมปนเปกันไป ความตายของพวกพ้องดูเหมือนจะจุดประกายความบ้าคลั่งในตัวพวกมันขึ้นมาอีกครั้ง

“แก… เจ้าเด็กสารเลว!” หนึ่งในเงาร่างชุดดำคำรามพลางพุ่งเข้าใส่หยุนเฟิงอย่างไม่คิดชีวิต คมมีดในมือของมันเปล่งประกายสีดำทมิฬขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับถูกอาบด้วยพลังแห่งความมืดมิดที่ไม่อาจหยั่งถึง

หยุนเฟิงพยายามจะลุกขึ้นยืน แต่ร่างกายของเขาไม่เชื่อฟังอีกต่อไปแล้ว พลังงานทั้งหมดของเขาถูกใช้ไปจนหมดสิ้นแล้วจากการต่อสู้เมื่อครู่ ‘จิตวิญญาณแห่งการต่อต้าน’ ที่เคยปลุกเร้าเขาให้ฮึดสู้ก็ดับมอดลงไปพร้อมกับการดับลมหายใจของศัตรูตนแรก ร่างกายของเขาบัดนี้ไร้เรี่ยวแรงอย่างแท้จริง การมองเห็นเริ่มพร่ามัว เสียงหึ่งๆ ในหูเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ

‘นี่ข้าจะต้องตายที่นี่จริงๆ อย่างนั้นหรือ…’ ความคิดสุดท้ายผุดขึ้นในใจของเขา ขณะที่คมมีดสีดำมืดมิดกำลังพุ่งตรงมาที่ศีรษะของเขาอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่เขาจะหลบหลีกได้อีกต่อไป

ทันใดนั้น… เสียงคำรามที่รุนแรงและเกรี้ยวกราวกว่าทุกครั้งก็ดังขึ้นมาจากเงาร่างชุดดำที่เหลืออีกตนหนึ่ง “หยุดเดี๋ยวนี้! อย่าเพิ่งฆ่ามัน! ท่านอาจารย์บอกว่ายังไง? ต้องนำศพของมันกลับไปให้ได้! พวกเรา…ต้องจับเป็นมัน!”

คมมีดที่กำลังจะฟันลงบนร่างของหยุนเฟิงพลันหยุดชะงักลงห่างจากศีรษะของเขาเพียงไม่กี่นิ้ว แรงปะทะจากลมที่เกิดจากการฟันทำให้เส้นผมของเขาปลิวไหว หยุนเฟิงที่กำลังจะหมดสติลืมตาขึ้นมองศัตรูด้วยความสับสน ‘จับเป็น?’ แต่ทำไมถึงต้องจับเป็นเขา… และใครคืออาจารย์ที่พวกมันกล่าวถึงกันแน่?

ก่อนที่เขาจะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น ดวงตาของเขาก็เบิกโพลงขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นเงาร่างชุดดำที่หยุดอยู่ตรงหน้าจู่ๆ ก็พุ่งมีดในมือเข้าใส่เงาร่างที่อยู่ด้านหลังอย่างรวดเร็วและไร้ความปรานี มีดเล่มนั้นแทงทะลุร่างของสหายร่วมงานไปอย่างง่ายดาย เสียงอุทานด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นเพียงครู่เดียว ก่อนที่ร่างนั้นจะทรุดลงและแน่นิ่งไปต่อหน้าต่อตาของหยุนเฟิง

“อะไรกันนี่…” หยุนเฟิงพึมพำด้วยเสียงแผ่วเบา ร่างกายของเขาสั่นสะท้านไม่แพ้ความตกใจในจิตใจที่ได้เห็นภาพการหักหลังอันโหดเหี้ยมเช่นนี้ อะไรคือสิ่งที่พวกมันต้องการจากเขาถึงขนาดที่ยอมฆ่าพวกพ้องกันเอง? หรือนี่คือเรื่องราวที่ซับซ้อนกว่าที่เขาคิดไว้มากนัก?

เงาร่างชุดดำที่เหลืออยู่เพียงตนเดียวหันกลับมามองหยุนเฟิงช้าๆ ใบหน้าของมันถูกซ่อนไว้ภายใต้ผ้าคลุมสีดำมิดชิด แต่ดวงตาที่เผยออกมานั้นกลับส่องประกายเย็นยะเยือก ราวกับหมาป่าที่กำลังมองเหยื่ออันโอชะที่เพิ่งตกอยู่ในกำมือของมัน พลังปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของมันแข็งแกร่งกว่าสองคนที่ตายไปแล้วมากนัก ราวกับว่าตลอดมามันไม่ได้ใช้พลังเต็มที่เลยแม้แต่น้อย

“ดูเหมือนว่าแผนการจะต้องเปลี่ยนไปเล็กน้อย… แต่ไม่เป็นไร เจ้าเด็กน้อย เจ้าจะต้องมีประโยชน์กับท่านอาจารย์ของเรามากกว่าที่คิด” เสียงของมันเปลี่ยนไป ไม่ได้ห้าวทุ้มเหมือนก่อนหน้า แต่มันกลับแฝงไว้ด้วยความเหี้ยมโหดและพลังกดดันที่น่าสะพรึงกลัวกว่าหลายเท่า ราวกับมันเป็นคนละคนกับที่พูดคุยก่อนหน้า

หยุนเฟิงพยายามจะถอยหนี แต่ร่างกายของเขาแข็งทื่อไปหมดแล้ว มันไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แม้แต่น้อย ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังเงาร่างที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ ความมืดมิดเริ่มกลืนกินสติของเขาไปทีละน้อย พร้อมกับความรู้สึกหวาดหวั่นที่กัดกินหัวใจ… เขาจะรอดจากเงื้อมมือของสัตว์ร้ายตนนี้ได้อย่างไร ในเมื่อเขาทั้งบาดเจ็บสาหัสและไร้พลังปราณเช่นนี้…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
อมตะยุทธฝึกเซียน

อมตะยุทธฝึกเซียน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!