อมตะยุทธฝึกเซียน

ตอนที่ 19 — ห้วงทรมานและปัญญาแรกเริ่ม

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

354 ตอน · 1,401 คำ

ความมืดมิดในคุกใต้ดินไม่ได้ช่วยบดบังความรู้สึกเจ็บปวดที่พุ่งพล่านจากบาดแผลทั่วร่างของหยุนเฟิง แต่มันกลับเป็นม่านที่เปิดโอกาสให้ความหวาดกลัวคืบคลานเข้าสู่จิตใจได้อย่างไร้ขอบเขต โซ่ตรวนเย็นเฉียบพันธนาการข้อมือและข้อเท้าของเขา ตรึงร่างไว้กับผนังหินที่ชื้นแฉะ ราวกับเป็นสัญลักษณ์แห่งความสิ้นหวังที่ไม่อาจหลีกหนี ภาพของความทรมานที่รออยู่เบื้องหน้าฉายชัดในมโนสำนึกของเขา ราวกับภาพยนตร์สยองขวัญที่ฉายซ้ำไม่รู้จบ

“พรสวรรค์แห่งการทำลายล้าง... การรื้อถอน...” ‌เสียงแหบพร่าของผู้เฝ้ารัตติกาลยังคงก้องอยู่ในหูของเขา เป็นถ้อยคำที่ทั้งประหลาดและน่าพรั่นพรึง พลังงานสีดำสนิทที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เริ่มแผ่ซ่านเข้าสู่ร่างกายของหยุนเฟิงช้าๆ มันไม่ใช่ความร้อนที่แผดเผา ไม่ใช่ความเย็นเยือกที่กัดกินกระดูก แต่เป็นความรู้สึกประหลาดที่คล้ายกับการถูกกัดกินจากภายใน ราวกับมีหนอนนับพันตัวกำลังชอนไช ​ดูดกลืนแก่นแท้แห่งชีวิตของเขาออกไปทีละน้อยอย่างเงียบงันและโหดร้าย

หยุนเฟิงตัวสั่นสะท้าน เขาสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่เคยไหลเวียนในกายเริ่มเหือดหายไปอย่างรวดเร็ว ความแข็งแกร่งที่สะสมมาจากการฝึกฝน แม้จะยังไม่มากนัก ก็กำลังถูกช่วงชิงไปอย่างไร้ปรานี เขากัดฟันแน่น เลือดสดๆ ไหลซึมออกจากมุมปาก ‍ร่างกายของเขากำลังส่งสัญญาณอันตราย ระบบภายในจิตสำนึกที่เคยช่วยเหลือเขามาตลอด ตอนนี้กลับอยู่ในโหมดวิกฤต แสดงเพียงตัวเลขและข้อความสีแดงกะพริบแจ้งเตือนถึงสถานะที่ย่ำแย่ของเขา ไม่มีการชี้นำ ไม่มีการปลอบประโลม มีเพียงความเงียบงันที่น่ากลัวและข้อความเตือนภัยที่ตอกย้ำถึงความใกล้ตาย

“อึก... อ๊าก!” ‌หยุนเฟิงเปล่งเสียงครางออกมาอย่างยากลำบาก เขารู้สึกเหมือนมีหลุมดำขนาดเล็กหลายพันหลุมกำลังก่อตัวขึ้นภายในทุกเซลล์ของร่างกาย ดึงเอาพลังชีวิตออกมาอย่างไร้การต่อต้าน ความอ่อนแอที่เคยเป็นจุดด้อยของเขาในอดีต กำลังถูกตอกย้ำด้วยความจริงอันโหดร้ายนี้อีกครั้ง เขายังคงจำสายตาดูถูกเหยียดหยามจากผู้คนในสำนักได้ดี สายตาที่บอกว่าเขาไร้ซึ่งพรสวรรค์ ไร้คุณค่า ‍และไม่มีทางก้าวหน้าไปได้ไกล มันเป็นบาดแผลในใจที่ฝังลึกไม่ต่างจากบาดแผลทางกายในตอนนี้

แต่แล้ว แรงผลักดันบางอย่างก็ผุดขึ้นในห้วงลึกของจิตใจ หยุนเฟิงไม่เคยยอมแพ้ เขาไม่เคยยอมจำนนต่อโชคชะตาที่ฟ้าลิขิตให้เขาเป็นแค่คนไร้ความสามารถ ครั้งนี้ก็เช่นกัน เขาจะไม่มีวันยอมให้พลังงานบ้าๆ นี่มาพรากทุกสิ่งไปจากเขาได้ง่ายๆ ​ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่ถูกบ่มเพาะมาจากการถูกดูถูกเหยียดหยามตลอดชีวิต ได้ปะทุขึ้นในวินาทีที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย

“ข้า... จะไม่ยอม...” เสียงแหบพร่าเล็ดลอดออกมาจากลำคอ เขารวบรวมสติทั้งหมดที่มี พยายามเพ่งความสนใจไปยังความรู้สึกของการถูกกัดกิน มันคืออะไรกันแน่? พลังงานแห่งความว่างเปล่าที่ผู้เฝ้ารัตติกาลพูดถึง ​มันทำงานอย่างไร? เขาไม่ใช่คนโง่เง่าที่จะยอมตายไปโดยไม่รู้สาเหตุ

หยุนเฟิงพยายามทำความเข้าใจ มันเป็นภารกิจแรกที่ระบบให้ไว้ก่อนจะเข้าสู่โหมดวิกฤต ‘ศึกษาและทำความเข้าใจสถานการณ์’ แม้ระบบจะเงียบไป แต่คำสั่งนั้นยังคงก้องอยู่ในใจ เขาไม่ใช่ผู้ทำลายล้าง แต่เป็นผู้รื้อถอน ​ไม่ใช่การทำลายล้างแบบสิ้นซาก แต่เป็นการ 'รื้อถอน' กฎเกณฑ์และโครงสร้าง นี่คือสิ่งที่ผู้เฝ้ารัตติกาลได้อธิบายไว้ แม้ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังที่สุด เขาก็ยังพยายามหาทางออก หาความหมายในความทรมาน

เขาปิดตาลง พยายามละทิ้งความเจ็บปวดทางกาย และหันไปรับรู้ถึงการไหลเวียนของพลังงานแห่งความว่างเปล่านั้น มันเหมือนกระแสน้ำที่กัดเซาะตลิ่ง ซึมซับเอาดินทรายไปทีละเม็ด ทีละเม็ด หยุนเฟิงจินตนาการถึงตัวเองเป็นตลิ่งนั้น และพยายามสัมผัสถึง 'โครงสร้าง' ของกระแสน้ำที่กำลังกัดเซาะ มันเป็นความพยายามที่บ้าคลั่ง แต่เป็นความหวังเดียวที่เขามี

มันเป็นไปไม่ได้ในตอนแรก ความเจ็บปวดรุนแรงเกินกว่าที่จิตใจจะสงบนิ่งได้ หยุนเฟิงกรีดร้องออกมาอย่างเงียบงัน พลังปราณของเขาลดฮวบลงเรื่อยๆ ร่างกายเริ่มอ่อนแรงจนแทบจะหมดสติ ภาพของบิดามารดาที่จากไป ภาพของศิษย์พี่ศิษย์น้องที่เคยหัวเราะเยาะ และภาพของความหวังริบหรี่ที่เขาได้รับจากระบบผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ความหวังที่เขาต้องคว้าไว้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

“ความว่างเปล่า... ความว่างเปล่า...” เขากระซิบซ้ำๆ ในใจ ราวกับกำลังพยายามทำความรู้จักกับศัตรูที่มองไม่เห็นนี้ ยิ่งเขาพยายามจะต่อต้าน มันก็ยิ่งกัดกินอย่างดุดัน พลังงานสีดำสนิทนั้นรุนแรงและไร้ความปรานี แต่เมื่อเขาลองเปลี่ยนเป็น 'สังเกต' แทนที่จะ 'ต่อสู้' สิ่งแปลกประหลาดก็เริ่มเกิดขึ้นทีละน้อย

ผู้เฝ้ารัตติกาลที่ยืนอยู่มุมมืดของห้องขัง ได้แต่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ดวงตาคมกริบภายใต้ผ้าคลุมจับจ้องไปยังร่างของหยุนเฟิงที่กำลังสั่นเทาไม่วางตา เขาสัมผัสได้ถึงกระแสพลังงานที่ปั่นป่วนรอบตัวเด็กหนุ่ม ซึ่งไม่ใช่แค่พลังงานแห่งความว่างเปล่าที่เขาได้ปล่อยออกมา แต่เป็นบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในร่างของหยุนเฟิง กำลังตอบสนองต่อการคุกคามนั้นอย่างช้าๆ มันเป็นปฏิกิริยาที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนในผู้ใด

ในช่วงหลายชั่วยามแรก หยุนเฟิงจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความทรมานอย่างแท้จริง เขารู้สึกเหมือนจิตวิญญาณกำลังถูกฉีกกระชาก ร่างกายเย็นยะเยือกจนแทบแข็งทื่อ แต่เขาก็ยังคงกัดฟันอดทน พยายามวิเคราะห์พลังงานที่กำลังกัดกินเขา เขารับรู้ถึงความว่างเปล่าที่ไหลผ่านเส้นลมปราณ ผ่านเลือดเนื้อ ผ่านกระดูก มันดูดกลืนทุกสิ่งที่เป็นพลังงาน และทิ้งไว้เพียงความไร้ชีวิตชีวา ความเจ็บปวดนั้นรุนแรงจนเขาอยากจะกรีดร้องออกมาให้สุดเสียง แต่เขาก็ทำได้เพียงกัดฟันแน่น ห้ามไม่ให้เสียงเล็ดลอดออกมา

แต่แล้ว ในขณะที่พลังปราณของเขาเหลือน้อยเต็มที สิ่งหนึ่งก็เริ่มก่อตัวขึ้นภายในร่างกายของเขา มันไม่ใช่การสะสมพลังงาน แต่เป็นปฏิกิริยาตอบสนองที่แปลกประหลาด เหมือนกับว่าในส่วนลึกที่สุดของแก่นแท้ของหยุนเฟิง มีบางสิ่งกำลัง 'เรียนรู้' ที่จะ 'สลาย' โครงสร้างของพลังงานแห่งความว่างเปล่าที่รุกรานเข้ามา มันเป็นสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น

มันเริ่มจากความรู้สึกเล็กๆ ที่คล้ายกับเสียง 'แคร็ก' เบาๆ ภายในจิตสำนึก ราวกับมีบางสิ่งกำลังถูกแบ่งแยกออกเป็นส่วนๆ พลังงานแห่งความว่างเปล่าที่เคยดูดกลืนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เริ่มมีบางส่วนที่ถูก 'ย่อยสลาย' หรือ 'เป็นกลาง' ลงภายในตัวเขาเอง ความเจ็บปวดจากการถูกกัดกินไม่ได้หายไปโดยสิ้นเชิง แต่มันเปลี่ยนไปจากความรู้สึกถูกดูดกลืนอย่างรวดเร็ว กลายเป็นความรู้สึกที่คล้ายกับการถูก 'บดขยี้' อย่างละเอียด ก่อนที่จะถูก 'ดูดซับ' เข้าไปในร่างกายของเขาอย่างประหลาด มันเป็นความเจ็บปวดที่มาพร้อมกับความเข้าใจอันลึกซึ้ง

หยุนเฟิงไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่สัญชาตญาณบอกให้เขายอมรับมัน ให้มันทำงานไป พลังปราณที่เคยลดฮวบหยุดชะงักลงเล็กน้อย และบางครั้งเขาก็รู้สึกได้ถึงพลังงานที่แปลกประหลาดบางอย่างที่ผุดขึ้นมาแทนที่พลังงานที่ถูกกัดกินไป มันเป็นพลังงานที่มืดมิดและหนักอึ้ง แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความว่างเปล่าและบริสุทธิ์อย่างน่าประหลาดใจ ราวกับความว่างเปล่าที่กลืนกินทุกสิ่ง ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเขาเอง

ผู้เฝ้ารัตติกาลขมวดคิ้วเล็กน้อยภายใต้ผ้าคลุม ดวงตาของเขาหรี่ลงเมื่อสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้น เขาสัมผัสได้ถึงการไหลเวียนของพลังงานที่ผิดปกติ พลังงานแห่งความว่างเปล่าที่ควรจะดูดกลืนชีวิตของหยุนเฟิงให้หมดสิ้นไปภายในหนึ่งวัน กลับถูก 'รื้อถอน' อย่างช้าๆ และบางส่วนกลับถูก 'ดูดซับ' เข้าไปในตัวเด็กหนุ่ม มันเป็นการกระทำที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน ไม่ใช่การต้านทาน ไม่ใช่การสะท้อนกลับ แต่เป็นการ 'ทำให้เป็นกลาง' อย่างสมบูรณ์แบบ มันคือพรสวรรค์แห่งการทำลายล้างที่แท้จริง แต่ในรูปแบบของการ 'รื้อถอน' โครงสร้างของสิ่งนั้นให้สิ้นฤทธิ์ เขาเคยได้ยินตำนาน แต่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นด้วยตาตนเอง

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าทรมาน หยุนเฟิงต้องทนทุกข์กับความเจ็บปวดที่กัดกินร่างกายและจิตใจอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการ 'รื้อถอน' เกิดขึ้นภายใน แต่กระบวนการก็ไม่ได้รวดเร็วหรือไร้ความเจ็บปวด เขาอยู่บนขอบเหวแห่งความตายหลายครั้งหลายครา แต่ทุกครั้งที่เขาคิดจะยอมแพ้ ภาพของอนาคตที่เขาใฝ่ฝัน ภาพของความแข็งแกร่งที่เขาต้องการเพื่อปกป้องตนเองและคนที่เขารักก็จะผุดขึ้นมาตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นที่ไม่เคยจางหาย

เขากัดฟันแน่น เล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนเลือดซิบ เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานแห่งความว่างเปล่าที่ยังคงไหลเวียนอยู่ในกาย แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ศัตรูที่เอาแต่กัดกินอย่างเดียวอีกต่อไป มันกลายเป็น 'ครู' ที่กำลังสอนให้เขาเข้าใจถึง 'โครงสร้าง' ที่ละเอียดอ่อนของสรรพสิ่ง และพรสวรรค์ของเขาเองก็กำลัง 'เรียนรู้' ที่จะ 'รื้อถอน' สิ่งเหล่านั้นอย่างเป็นธรรมชาติ ความเจ็บปวดกลายเป็นบทเรียน ความทรมานกลายเป็นหนทางสู่ความเข้าใจ

เสียงระฆังเก่าแก่ที่ดังขึ้นในความมืดมิดของคุกใต้ดิน เป็นสัญญาณของการสิ้นสุดช่วงเวลา 24 ชั่วโมงอันยาวนานที่เต็มไปด้วยความทรมานและบททดสอบที่สาหัสที่สุดในชีวิตของหยุนเฟิง ร่างกายของเขาสั่นสะท้านไปทั้งตัว ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย ดวงตาพร่ามัว แต่ทว่าเขาก็ยังคงหายใจอยู่... ลมหายใจที่แผ่วเบา แต่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาที่น่าอัศจรรย์

พลังงานแห่งความว่างเปล่าที่เคยคุกคาม เริ่มถอนตัวออกไปจากร่างกายของเขาช้าๆ ราวกับน้ำที่ลดระดับลง ทิ้งไว้เพียงความเหนื่อยล้าอย่างแสนสาหัส และความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นภายใน หยุนเฟิงรู้สึกถึงช่องว่างภายในร่างกายที่เคยมีพลังปราณ ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยบางสิ่งบางอย่างที่มืดมิดกว่า หนักอึ้งกว่า และยากจะอธิบายได้ มันคล้ายกับความว่างเปล่า แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยพลังที่ไร้ขีดจำกัด พลังที่เขารู้สึกว่าสามารถรื้อถอนได้ทุกสิ่ง

ผู้เฝ้ารัตติกาลก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟสลัวๆ จากโคมไฟในมือของเขาเผยให้เห็นใบหน้าของหยุนเฟิงที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและคราบเลือด แต่ดวงตาของเด็กหนุ่มกลับเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่งกว่าเดิม ราวกับผ่านการชุบชีวิตจากความตาย และได้ถือกำเนิดขึ้นใหม่

“เจ้า... รอด” เสียงของผู้เฝ้ารัตติกาลแหบพร่า น้ำเสียงเจือด้วยความประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด “และดูเหมือนว่า... เจ้าไม่ได้แค่รอดชีวิตเท่านั้น”

ก่อนที่หยุนเฟิงจะทันได้ตอบ หรือแม้แต่ทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ระบบในจิตสำนึกของเขาก็กลับมาทำงานอีกครั้ง ไม่ใช่ในโหมดวิกฤตอีกต่อไป แต่เป็นข้อความสีทองที่สว่างเจิดจ้า พร้อมกับเสียงอันหนักแน่นที่ก้องกังวานในห้วงความคิดของเขา:

[ภารกิจสำเร็จ! 'ศึกษาและทำความเข้าใจสถานการณ์' – สำเร็จแล้ว!] [ระบบตรวจพบ: พรสวรรค์แห่งการรื้อถอน – ตื่นขึ้นแล้ว!] [ระบบกำลังปรับเปลี่ยนสถานะ... ตรวจสอบคุณสมบัติใหม่...] [กำลังปลดล็อคฟังก์ชันใหม่: 'การแปรสภาพแห่งความว่างเปล่า'] [กำลังประมวลผลข้อมูล... โปรดรอสักครู่...]

ร่างของหยุนเฟิงอ่อนปวกเปียก เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง แต่สิ่งที่เขารู้สึกได้คือภายในร่างกายของเขามีบางสิ่งกำลังเดือดพล่านขึ้นมาอย่างช้าๆ มันไม่ใช่พลังปราณที่คุ้นเคย แต่เป็นพลังงานดิบเถื่อนที่ทั้งน่าหวาดกลัวและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน มันคือความว่างเปล่าที่เขากลืนกินเข้าไป

ผู้เฝ้ารัตติกาลจ้องมองมาที่หยุนเฟิง เขายื่นมือออกไปสัมผัสหน้าผากของเด็กหนุ่ม ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับถ้อยคำที่ทำให้หยุนเฟิงรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูก “ไม่คาดคิด... เจ้าไม่ได้แค่รื้อถอนมัน... แต่เจ้า... กลืนกินมันเข้าไป! นี่มัน…”

เสียงของผู้เฝ้ารัตติกาลขาดหายไป ราวกับเจอสิ่งที่เหนือความคาดหมาย เขามองหยุนเฟิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและความเคารพยำเกรง หยุนเฟิงพยายามจะลืมตาเพื่อมองหน้าเขาให้ชัด แต่แล้ว ภาพตรงหน้าก็พร่าเลือน ความมืดเข้าครอบงำอีกครั้ง พร้อมกับความรู้สึกที่เหมือนกับว่ามีหลุมดำขนาดใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นภายในใจกลางร่างของเขา ดึงดูดเอาทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไปอย่างไม่สิ้นสุด... การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
อมตะยุทธฝึกเซียน

อมตะยุทธฝึกเซียน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!