โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
354 ตอน · 1,344 คำ
แสงอรุณรุ่งสาดส่องกระทบยอดเขาจางหลง ท่ามกลางหมอกจางที่ยังคงปกคลุมสำนักเมฆามังกร หยุนเฟิงในวัยสิบหกปี ร่างกายผอมเกร็งแต่แฝงด้วยกล้ามเนื้อที่เพิ่งก่อตัวขึ้น กำลังง่วนอยู่กับการฝึกฝนวิทยายุทธ์พื้นฐานในลานฝึกที่ห่างไกลจากสายตาผู้คน
เหงื่อกาฬไหลชุ่มกาย หยดลงสู่พื้นดินแห้งผากราวกับรดน้ำต้นกล้าแห่งความมุ่งมั่น ทุกเช้าตรู่ก่อนที่ศิษย์คนอื่นๆ จะตื่น เขาจะอยู่ที่นี่ ซ้อมรำมวยพื้นฐานนับพันครั้ง วิ่งแบกหินทรายรอบเชิงเขาจนกว่าขาจะไร้เรี่ยวแรง และฝึกควบคุมลมปราณตามที่ระบบแนะนำอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
“ระบบแจ้งเตือน: ความแข็งแกร่ง +1, ความคล่องตัว +1, ความทนทาน +1” เสียงทุ้มต่ำในห้วงความคิดของหยุนเฟิงดังขึ้นเป็นระยะๆ ราวกับเป็นเพื่อนร่วมทางเพียงคนเดียวที่เข้าใจความพยายามของเขา
“ภารกิจประจำวันสำเร็จ: ได้รับประสบการณ์ 500 แต้ม, ยาโอสถบำรุงกายระดับต้น 1 เม็ด”
หยุนเฟิงหยิบยาเม็ดเล็กๆ สีเขียวมรกตเข้าปาก ความขมปร่าแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความเหนื่อยล้าค่อยๆ จางหายไปเหลือไว้เพียงความกระปรี้กระเปร่า เขากำหมัดแน่น มองฝ่ามือที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและตาปลาที่เกิดจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง “ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้น!” เสียงในใจของเขาคำราม “ข้าจะไม่ยอมให้ใครดูถูกอีกต่อไป!”
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่เขาได้รับระบบฝึกฝนลึกลับนี้ ชีวิตของหยุนเฟิงก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาถูกขับไล่จากตำแหน่งศิษย์หลัก ถูกเยาะหยันว่าเป็นพวกไร้พรสวรรค์ แต่ระบบได้มอบโอกาสที่สองให้เขา มันไม่ใช่ทางลัด แต่เป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและวินัยที่เข้มงวดกว่าใคร
ขณะที่หยุนเฟิงกำลังจะกลับไปยังเรือนพัก เสียงคุ้นเคยที่เต็มไปด้วยความโอหังก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“โอ้ ดูสิ! ศิษย์น้องหยุนเฟิงผู้ขยันขันแข็ง ยังฝึกมวยพื้นฐานอยู่หรือนี่? ฮ่าๆ”
เสียงหัวเราะของ จางหลง ศิษย์พี่ร่วมสำนักผู้มีรูปร่างสูงใหญ่และมีหน้าตาหล่อเหลา แต่จิตใจคับแคบและชอบรังแกผู้อื่น ดังสนั่น เขาเดินเข้ามาพร้อมกับกลุ่มศิษย์ติดตามอีกสองสามคน ดวงตาของจางหลงทอประกายเหยียดหยาม
“จะฝึกไปทำไมกัน ในเมื่อพรสวรรค์เจ้ามันต่ำต้อยถึงเพียงนี้?” จางหลงกอดอก เชิดหน้ามองหยุนเฟิงด้วยแววตาดูแคลน “เปลืองแรงเปล่าๆ สู้เอาเวลาไปทำงานรับใช้สำนักจะดีกว่า อย่างน้อยก็ยังมีประโยชน์บ้าง”
ศิษย์ติดตามของจางหลงพากันหัวเราะคิกคัก บางคนถึงกับกลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่อยู่ หยุนเฟิงรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่แล่นขึ้นมาในลำคอ กำหมัดแน่นจนข้อกระดูกขาวโพลน แต่เขาก็ยังคงนิ่งเฉย เขาเรียนรู้ที่จะอดทน เขารู้ว่าการโต้ตอบในตอนนี้มีแต่จะทำให้เขาตกเป็นเป้าหมายหนักขึ้นไปอีก
“ไม่มีอะไรจะพูดหรือไร?” จางหลงขยับเข้ามาใกล้ขึ้น “หรือว่าปากก็ฝึกวิชาจนพูดไม่ได้แล้ว? ฮ่าๆๆ”
หยุนเฟิงก้มหน้าเล็กน้อย พลางหลีกเลี่ยงที่จะสบตา เพียงกล่าวเสียงเรียบ “ศิษย์น้องขอตัว”
เขาเดินผ่านจางหลงไปอย่างไม่สนใจใยดี ทำให้จางหลงหน้าชาด้วยความไม่พอใจ
“บังอาจ!” จางหลงคำราม “เจ้ากล้าเมินข้าหรือ!” เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าหมายจะยื่นมือออกไปคว้าไหล่หยุนเฟิง แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น ร่างของหยุนเฟิงก็ราวกับเงาที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เขาเลี้ยวหลบไปด้านข้างได้อย่างพอดิบพอดี จนจางหลงพลาดเป้า
จางหลงชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาหรี่ลง “ความเร็วของเจ้า...ดูเหมือนจะดีขึ้นเล็กน้อยนะ” แต่เขาก็ยังคงไม่ใส่ใจนัก “แต่แค่นี้ยังไม่พอหรอกหยุนเฟิง”
หยุนเฟิงไม่ตอบ เขาเร่งฝีเท้าจากไป ทิ้งให้จางหลงยืนกระทืบเท้าด้วยความขุ่นเคือง
“ระบบแจ้งเตือน: ภารกิจหลักเปิดใช้งาน – ‘พิชิตด่านหินพันชั้น’ ภายในเจ็ดวัน”
เมื่อกลับถึงเรือนพัก เสียงของระบบก็ดังขึ้นในใจของหยุนเฟิง ทำให้เขาต้องหยุดชะงัก “ด่านหินพันชั้น?”
เขาเคยได้ยินเรื่องนี้มาบ้าง ด่านหินพันชั้นเป็นสถานที่ฝึกฝนร่างกายขั้นสุดยอดของสำนักเมฆามังกร มันคือหน้าผาหินสูงชันที่เต็มไปด้วยโขดหินแหลมคม เส้นทางวกวน และกับดักธรรมชาติที่อันตรายยิ่งกว่าสิ่งใด ศิษย์น้อยคนนักที่จะกล้าลองพิชิตมัน และมีน้อยยิ่งกว่าที่จะทำสำเร็จ ส่วนใหญ่จะยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งทาง
“รายละเอียดภารกิจ: ปีนป่ายและข้ามผ่าน ‘ด่านหินพันชั้น’ สู่ยอดสูงสุด รางวัลสำเร็จภารกิจ: เคล็ดวิชา ‘ฝ่ามือสะท้านฟ้า’ ขั้นต้น, ประสบการณ์ 5,000 แต้ม, ยาโอสถรวมปราณระดับกลาง 3 เม็ด. บทลงโทษ: ความแข็งแกร่งลดลง 10 แต้มถาวร, สูญเสียโอกาสในการเรียนรู้เคล็ดวิชาฝ่ามือสะท้านฟ้า”
หยุนเฟิงมองเห็นรางวัลแล้ว หัวใจก็เต้นระรัว เคล็ดวิชา ‘ฝ่ามือสะท้านฟ้า’ เป็นวิชาโจมตีที่ทรงพลังมาก แม้จะเป็นเพียงขั้นต้น แต่ก็สามารถสร้างความเสียหายได้มหาศาล เขาต้องการมันเพื่อที่จะปกป้องตัวเองและก้าวไปข้างหน้า แต่บทลงโทษก็หนักหน่วงไม่แพ้กัน
เขากำหมัดแน่นอีกครั้ง “ข้าต้องทำมันให้ได้!”
วันรุ่งขึ้น หยุนเฟิงมุ่งหน้าสู่บริเวณ ‘ด่านหินพันชั้น’ ที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากอาคารหลักของสำนัก บริเวณนี้เงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดกระทบโขดหินเป็นระยะๆ เมื่อมองขึ้นไป เขาเห็นหน้าผาหินขนาดมหึมาทอดตัวยาวขึ้นสู่ท้องฟ้า ราวกับกำแพงยักษ์ที่ท้าทายสิ่งมีชีวิตเบื้องล่าง เส้นทางนั้นไม่ชัดเจน มีเพียงรอยเท้าเก่าๆ ที่แทบจะมองไม่เห็นบ่งบอกว่าเคยมีใครลองพิชิตมันมาก่อน
ก่อนที่จะเริ่ม เขาตรวจสอบอุปกรณ์ที่ระบบมอบให้เล็กน้อย ซึ่งก็คือถุงมือหนังที่ช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะ และเชือกเบาพิเศษที่ซ่อนอยู่ในปลอกแขน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ตัวช่วยที่ทำให้เขาลอยขึ้นไป แต่เป็นเพียงอุปกรณ์พื้นฐานที่จะลดความเสี่ยงลงเท่านั้น ที่เหลือคือความสามารถของเขาเองล้วนๆ
หยุนเฟิงสูดหายใจลึก กำหนดจิตให้สงบนิ่ง ก่อนจะเริ่มปีนป่าย ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง มือทั้งสองข้างคลำหาช่องว่างตามซอกหินเพื่อยึดเกาะ เท้าก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ แต่หนักแน่น แต่ละย่างก้าวต้องใช้พละกำลังและความแม่นยำสูง
ช่วงแรกของการปีนเป็นไปอย่างยากลำบาก เหงื่อไหลเป็นทาง เส้นทางสูงชันและลื่นปรื๋อจากน้ำค้างยามเช้า หินที่ดูเหมือนมั่นคงบางครั้งก็แตกหักภายใต้แรงกดดันของเท้า ทำให้เขาเกือบจะร่วงหล่นลงมาหลายครั้ง
“ระบบแจ้งเตือน: ความแข็งแกร่งลดลง 20%, ความทนทานลดลง 30%”
เขาปีนขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งที่เส้นทางกลายเป็นกำแพงหินที่เรียบเนียน ยากที่จะหาที่ยึดเกาะได้ ดวงตาของหยุนเฟิงสอดส่ายไปทั่ว พบเพียงช่องว่างเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะแตกหักได้ตลอดเวลา เขาตัดสินใจใช้มีดสั้นที่พกมาด้วยงัดเข้าไปในร่องหินเล็กๆ เพื่อสร้างที่ยึดเกาะใหม่ แรงสั่นสะเทือนจากแรงกระแทกแล่นไปทั่วแขนจนชาไปหมด
ขณะที่เขาใช้มีดงัดหินอยู่นั้น ก็มีเสียงฟู่ดังขึ้นจากซอกหินด้านข้าง งูพิษตัวมหึมาเลื้อยออกมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับแผ่แม่เบี้ยหมายจะฉกเขา หยุนเฟิงเบิกตากว้าง ด้วยสัญชาตญาณที่ระบบช่วยฝึกฝนมา เขาใช้มืออีกข้างเหวี่ยงหมัดออกไปอย่างรวดเร็ว ทะลวงเข้าที่หัวของงูพิษอย่างจัง ด้วยพลังที่เพิ่มขึ้นมาจากการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ทำให้งูพิษตัวนั้นกระเด็นไปตกยังเบื้องล่าง
“ระบบแจ้งเตือน: สังหารงูพิษหิน ได้รับประสบการณ์ 100 แต้ม”
หยุนเฟิงหอบหายใจอย่างหนัก หัวใจเต้นรัว นี่ไม่ใช่แค่การปีนป่าย แต่เป็นการเอาชีวิตรอด เขาต้องเผชิญหน้ากับอันตรายจากสัตว์ร้ายที่แฝงตัวอยู่ในซอกหิน และอุปสรรคทางธรรมชาติที่รอคอยอยู่ตลอดเส้นทาง
เขาปีนป่ายต่อไปอีกหลายชั่วยาม เมื่อดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลงเรื่อยๆ ร่างกายของหยุนเฟิงก็อยู่ในสภาพที่ใกล้จะหมดแรงเต็มที แขนขาของเขาอ่อนปวกเปียกไปหมด แต่จิตใจกลับไม่ยอมแพ้ ภาพใบหน้าเยาะเย้ยของจางหลงผุดขึ้นมาในความคิด มันยิ่งกระตุ้นให้เขากัดฟันสู้ต่อ
“ระบบแจ้งเตือน: ความแข็งแกร่งเหลือ 5%, ความทนทานเหลือ 2%”
เขาแทบจะคลานไปในบางช่วง โขดหินที่ยื่นออกมาเหมือนขั้นบันไดกลายเป็นเหมือนภูเขาสูง การมองลงไปยังเบื้องล่างทำให้เขารู้สึกวิงเวียนคล้ายจะเป็นลม แต่เขาก็รู้ว่าถ้าเขาหยุดตรงนี้ ทุกสิ่งที่เขาพยายามมาจะสูญเปล่าทั้งหมด
เมื่อใกล้ถึงยอด เขาต้องเผชิญกับช่วงที่อันตรายที่สุด ลมพัดแรงจนแทบจะปลิว ร่องหินที่แคบและลึกราวกับเหว รอคอยที่จะกลืนกินเขา หากพลาดเพียงเสี้ยววินาทีก็หมายถึงความตาย หยุนเฟิงหลับตาลงชั่วขณะ สูดหายใจลึก รวบรวมพลังปราณที่หลงเหลือเพียงน้อยนิดไว้ที่ปลายเท้าและนิ้วมือ ก่อนจะตัดสินใจก้าวข้ามผ่านร่องเหวนั้นด้วยการกระโดด
มันเป็นการกระโดดที่เสี่ยงตายที่สุดในชีวิตของเขา ร่างกายลอยคว้างอยู่กลางอากาศเพียงชั่วพริบตา เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดนิ่ง ดวงตาจับจ้องไปที่ขอบหินอีกฝั่ง เมื่อเท้าแตะพื้นหินอย่างหวุดหวิด หยุนเฟิงก็ทรุดตัวลงด้วยความโล่งใจ ปราณสุดท้ายถูกใช้ไปจนหมดสิ้น
เบื้องหน้าเขาคือลานหินกว้างบนยอดเขา สายลมพัดโชยมาอย่างเย็นสบาย ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ นอกจากความเงียบสงบ หยุนเฟิงมองลงไปยังสำนักเมฆามังกรที่อยู่เบื้องล่าง มันดูเล็กจิ๋วราวกับของเล่น เขาทำสำเร็จแล้ว!
“ระบบแจ้งเตือน: ภารกิจหลัก – ‘พิชิตด่านหินพันชั้น’ สำเร็จ!”
“ได้รับรางวัล: เคล็ดวิชา ‘ฝ่ามือสะท้านฟ้า’ ขั้นต้น!”
“ได้รับรางวัล: ประสบการณ์ 5,000 แต้ม!”
“ได้รับรางวัล: ยาโอสถรวมปราณระดับกลาง 3 เม็ด!”
“ได้รับรางวัลพิเศษ: คุณสมบัติพิเศษ ‘จิตใจเหล็กกล้า’ – เพิ่มความต้านทานต่อความเจ็บปวดและความหวาดกลัว 10% ถาวร!”
หยุนเฟิงรู้สึกถึงพลังที่หลั่งไหลเข้ามาในร่างทันทีที่ระบบประกาศรางวัล เคล็ดวิชาฝ่ามือสะท้านฟ้าปรากฏขึ้นในห้วงความคิด พร้อมกับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งราวกับเขาฝึกฝนมันมานานแสนนาน พลังปราณที่หมดไปค่อยๆ กลับคืนมาทีละน้อย
เขาลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด มองไปยังขอบฟ้าที่กำลังถูกย้อมด้วยสีส้มแดงของตะวันลับขอบฟ้า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เขาคิด เขาได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว ไม่มีอะไรจะหยุดยั้งเขาได้อีกต่อไป
ขณะที่หยุนเฟิงยืนอยู่บนยอดเขา ท่ามกลางความเงียบสงัดและลมที่พัดโชย เขาก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเงาร่างสูงโปร่งยืนอยู่บนโขดหินอีกลูกหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ร่างนั้นยืนนิ่งราวกับเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ไม่มีการเคลื่อนไหว แต่แววตาที่จ้องมองมายังหยุนเฟิงนั้นเต็มไปด้วยความลึกล้ำ ยากจะคาดเดา…
มันไม่ใช่ศิษย์ธรรมดาแน่นอน หยุนเฟิงรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น แม้จะยืนอยู่ห่างกัน แต่เขาก็รับรู้ได้ถึงพลังปราณที่แข็งแกร่งอย่างน่าสะพรึงกลัว
ชายผู้นั้นสวมชุดผ้าไหมสีดำสนิท ใบหน้าถูกปกปิดด้วยผ้าคลุม ทำให้มองไม่เห็นรูปพรรณสันฐานที่ชัดเจน เขายืนจ้องมองหยุนเฟิงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ยกมือขึ้นชี้ไปยังทิศทางหนึ่งเบื้องล่าง...
ทิศทางนั้นคือทางเข้าสู่ ‘หุบเขาอสูร’ สถานที่ต้องห้ามของสำนัก ที่ซึ่งเล่าลือกันว่าเป็นที่อยู่ของสัตว์อสูรและปราณชั่วร้าย แล้วเขาก็สะบัดมือเบาๆ ราวกับจะบอกให้หยุนเฟิงไปที่นั่น ก่อนที่ร่างนั้นจะค่อยๆ เลือนหายไปกับความมืดมิดที่เริ่มโรยตัวลงมาอย่างรวดเร็ว ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นมาก่อนเลย…
หยุนเฟิงยืนนิ่งด้วยความตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ‘หุบเขาอสูร’? ชายลึกลับผู้นั้นต้องการให้เขาไปที่นั่นหรือ? อะไรคือความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการปรากฏตัวและการชี้ทางอย่างลึกลับนี้? หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความกังวลและความตื่นเต้นปะปนกัน เขามองไปยังทิศทางที่ชายลึกลับชี้ ก่อนจะหันกลับมามองยอดเขาเบื้องหลังที่เขาเพิ่งพิชิตมาได้ และอดคิดไม่ได้ว่านี่คงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่อันตรายยิ่งกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้หลายเท่าตัวนัก

อมตะยุทธฝึกเซียน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก