อมตะยุทธฝึกเซียน

ตอนที่ 24 — ห้วงอเวจีใต้หุบเขาอสูร

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

354 ตอน · 1,447 คำ

พื้นดินเบื้องล่างทรุดตัวลงอย่างฉับพลัน พร้อมกับที่แรงโน้มถ่วงฉุดกระชากร่างของหยุนเฟิงให้ดิ่งลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่างอย่างไร้ทางสู้ ความรู้สึกหวาดหวั่นเข้าถาโถม แต่สัญชาตญาณที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักก็ทำให้จิตใจของเขาไม่แตกตื่นจนเกินไป ลมที่พัดสวนทางอื้ออึงราวกับเสียงคำรามของปีศาจ เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นเยือกที่แทรกซึมเข้าสู่กระดูก ผนังถ้ำที่ล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็วปรากฏรอยปริร้าวและคราบตะไคร่น้ำโบราณบ่งบอกถึงอายุขัยที่ยาวนานนับพันปี

“ระบบ! วิเคราะห์สถานการณ์!” ‌หยุนเฟิงตะโกนแข่งกับเสียงลม ในขณะที่มือทั้งสองข้างก็กางออก พยายามหาจุดยึดเหนี่ยวใดๆ ก็ตามที่อาจจะช่วยชะลอการตก แต่ก็ไร้ประโยชน์

[ตรวจพบการตกอย่างรวดเร็ว! ความเร็วปัจจุบัน: 45 เมตร/วินาที! ​ระดับความเสียหายจากการกระแทก: คาดการณ์ว่าสูงถึง 98% สำหรับโครงสร้างร่างกายปกติ!]

[คำแนะนำ: ผู้ฝึกวิชาสามารถใช้พลังปราณห่อหุ้มร่างกายเพื่อลดแรงกระแทก หรือใช้เคล็ดวิชาฝ่ามือสะท้านฟ้าสร้างแรงต้านอากาศเฉพาะหน้า!]

หยุนเฟิงไม่รอช้า พลังปราณสีจางพุ่งออกจากฝ่ามือทั้งสองข้างที่เขาประทับไปที่ผนังถ้ำที่กำลังพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว ราวกับต้องการยึดเกาะ ‍แต่แรงเสียดทานเพียงน้อยนิดก็ไม่อาจหยุดยั้งการร่วงหล่นของเขาได้ ในเสี้ยววินาทีต่อมา เขาตัดสินใจใช้เคล็ดวิชาฝ่ามือสะท้านฟ้า พลังปราณอัดแน่นก่อตัวเป็นมวลอากาศขนาดใหญ่ที่ฝ่ามือทั้งสองข้าง เขาพุ่งมันออกไปด้านล่างราวกับจะผลักไสพื้นดินเบื้องล่างให้ไกลออกไป การกระทำนี้ไม่เพียงแต่ช่วยชะลอความเร็วลงได้เพียงเล็กน้อย แต่ยังส่งผลให้เกิดเสียงสะท้อนกึกก้องไปทั่วหุบเหว และในขณะที่ร่างของเขากำลังจะถึงจุดสิ้นสุดของการร่วงหล่น ‌แรงกระแทกอันรุนแรงก็ถาโถมเข้าใส่ร่างกาย แม้จะเตรียมพร้อมและลดแรงปะทะลงบ้าง แต่ความเจ็บปวดก็ยังคงแล่นไปทั่วทุกเส้นประสาท

ตึง!

ร่างของหยุนเฟิงกระแทกเข้ากับพื้นดินเบื้องล่างอย่างจัง โชคดีที่พื้นไม่ได้เป็นหินแข็ง แต่เป็นดินชื้นปนโคลนที่พอจะช่วยดูดซับแรงกระแทกได้บ้าง เขากระอักเลือดออกมาเล็กน้อย ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วทั้งร่าง ‍โดยเฉพาะบริเวณหลังและขา แต่กระดูกดูเหมือนจะยังคงอยู่ดี ไม่ได้หักหรือแตกร้าวแต่อย่างใด เขาพยายามลุกขึ้นยืน แต่ร่างกายกลับอ่อนแรงเกินกว่าจะขยับได้ในทันที

[ผู้ฝึกวิชาได้รับความเสียหาย: 30%! ตรวจพบอาการช้ำภายในและกล้ามเนื้อฉีกขาดเล็กน้อย! กำลังฟื้นฟูอัตโนมัติ...]

เสียงของระบบช่วยให้หยุนเฟิงคลายใจลงได้บ้าง ​อย่างน้อยเขาก็ยังไม่ตาย เขานอนหอบหายใจอยู่บนพื้นดินชื้นแฉะที่ส่งกลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินคละคลุ้งไปทั่ว ก่อนจะใช้แขนดันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล ดวงตาปรับตัวเข้ากับความมืดมิดที่เข้าปกคลุม เขาพบว่าตัวเองอยู่ในโพรงถ้ำขนาดมหึมา ที่กว้างใหญ่จนมองไม่เห็นเพดานเบื้องบน และมีเพียงแสงเรืองรองสีดำจางๆ ลอยอยู่ไกลๆ ​เป็นแหล่งกำเนิดแสงเดียวในความมืดมิดนี้

บรรยากาศในถ้ำแห่งนี้แตกต่างจากหุบเขาอสูรเบื้องบนอย่างสิ้นเชิง มันไม่ได้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของสัตว์อสูรที่ดุร้าย แต่กลับให้ความรู้สึกโบราณ หนักอึ้ง และเยือกเย็นจนถึงกระดูก ราวกับสถานที่แห่งนี้ถูกแช่แข็งอยู่ในกาลเวลามานานนับพันนับหมื่นปี กลิ่นอายของพลังปราณปีศาจที่นี่เข้มข้นกว่าด้านบนหลายเท่า และมันแฝงไว้ด้วยความรู้สึกกดดันที่น่าสะพรึงกลัว ​ทำให้แม้แต่หยุนเฟิงเองก็ยังต้องรู้สึกถึงความหวาดกลัวที่เกาะกุมอยู่ในจิตใจ

“ระบบ… ที่นี่คือที่ไหน?” หยุนเฟิงถามเสียงแหบพร่า พยายามควบคุมลมหายใจของตนเอง

[กำลังวิเคราะห์สภาพแวดล้อม... ตรวจพบร่องรอยของพลังงานโบราณระดับสูง! ตรวจพบร่องรอยของการก่อตัวพลังงานที่ไม่รู้จัก! ความหนาแน่นของพลังปราณปีศาจสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 100,000 เท่า!]

[คำเตือน: นี่คือพื้นที่ที่มีระดับอันตรายสูงมาก!]

คำเตือนของระบบทำให้หยุนเฟิงรู้สึกหนาวสะท้านถึงขั้วหัวใจ 100,000 เท่า! มันเป็นตัวเลขที่บ้าคลั่งเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ เขาเคยเผชิญหน้ากับพลังปราณปีศาจที่รุนแรง แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่เข้มข้นถึงขนาดนี้มาก่อน เขาสังเกตเห็นว่าผลึกสีดำที่เคยลอยอยู่เหนือแท่นบูชาด้านบน ตอนนี้กลับกลิ้งตกลงมาอยู่ไม่ไกลจากเขา มันยังคงเรืองแสงสีดำสลัวๆ ราวกับดวงตาของสิ่งมีชีวิตบางอย่าง

จู่ๆ พื้นดินก็เริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ ในตอนแรกมันเป็นเพียงการสั่นสะเทือนที่แทบจะรับรู้ไม่ได้ แต่ไม่นานมันก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เสียงครืนครั่นดังมาจากส่วนลึกของถ้ำ ราวกับมีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า แต่เปี่ยมด้วยพลังมหาศาล เม็ดดินและเศษหินร่วงหล่นลงมาจากเบื้องบน เสียงสะท้อนดังก้องไปทั่วโพรงถ้ำอันกว้างใหญ่

หยุนเฟิงรีบพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืน แม้จะยังเจ็บปวด แต่เขาก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน เขาตื่นตัวถึงขีดสุด ดวงตากวาดมองไปรอบๆ พยายามหาแหล่งที่มาของเสียงและความสั่นสะเทือนนั้น

แสงสีดำที่เคยเรืองรองอยู่ไกลๆ กลับสว่างวาบขึ้นในพริบตา ราวกับว่ามีบางสิ่งถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากหลับใหลยาวนานนับพันปี และจากแสงนั้นเอง ภาพบางอย่างก็ปรากฏขึ้น มันเป็นเงาร่างขนาดมหึมาที่กำลังเคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้า ราวกับภูเขาที่ขยับได้ รูปร่างของมันคล้ายงูขนาดยักษ์ แต่มีปีกขนาดใหญ่แผ่กว้างออกไปจนเกือบจรดผนังถ้ำ และดวงตาสีแดงฉานสองดวงที่เปล่งประกายออกมาจากความมืดมิด ส่องตรงมายังร่างเล็กๆ ของหยุนเฟิง

[การแจ้งเตือนจากระบบ: ตรวจพบสิ่งมีชีวิตโบราณ! ระดับพลังงาน: ไม่สามารถระบุได้! คำเตือน: นี่คือการดำรงอยู่ที่มีพลังเกินกว่าระดับของสิ่งมีชีวิตในโลกปัจจุบัน!]

‘เกินกว่าสิ่งมีชีวิตในโลกปัจจุบัน!’ คำพูดของระบบทำให้หยุนเฟิงรู้สึกเหมือนเลือดในกายเยือกแข็ง เขาเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์อสูรในตำนาน มังกร หรือสัตว์เทพต่างๆ แต่การได้เห็นสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ด้วยตาของตัวเอง มันเป็นคนละเรื่องกัน เงาร่างนั้นใหญ่โตเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ ความกดดันที่แผ่ออกมาจากมันทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับเทือกเขาสูงนับหมื่นเมตร

“ระบบ… มัน… มันคืออะไร?” เขาถามเสียงสั่น

[กำลังประมวลผลข้อมูล... วิเคราะห์... ตรวจสอบบันทึกโบราณ... ผู้ฝึกวิชาได้เผชิญหน้ากับ ‘ภูตอสูรบรรพกาล’ หนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่หลับใหลอยู่ใต้พิภพมานับพันปี! การดำรงอยู่ของมันอาจเป็นภัยคุกคามต่อความสมดุลของโลก!]

[ภารกิจหลักฉุกเฉิน: เอาชีวิตรอดจากการเผชิญหน้ากับภูตอสูรบรรพกาล!]

[รางวัล: ไม่มี หากล้มเหลว: ความตายอย่างสมบูรณ์]

ไม่มีรางวัล! มีแต่ความตาย! คำเตือนของระบบทำให้หยุนเฟิงรู้ว่าเขาไม่สามารถต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้าได้เลยแม้แต่น้อย เขารู้สึกถึงความสิ้นหวังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตัวเขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่เพิ่งจะเริ่มฝึกฝนวิทยายุทธ์ได้ไม่นาน จะเอาอะไรไปต่อกรกับภูตอสูรบรรพกาลที่หลับใหลมานับพันปี?

เสียงฮึมฮำต่ำๆ ดังขึ้นจากร่างมหึมานั้น มันราวกับเสียงพึมพำของจิตวิญญาณโบราณที่กำลังบิดเบี้ยว ร่างของมันเริ่มเคลื่อนเข้าใกล้ หยุนเฟิงสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แทรกซึมเข้าสู่จิตวิญญาณ ราวกับกำลังจะบดขยี้เขาให้แหลกละเอียด ผลึกสีดำที่อยู่บนพื้นดินเริ่มเปล่งแสงเข้มข้นขึ้น มันดูดซับเอาพลังปราณปีศาจจากรอบข้างเข้าสู่ตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่แสงจากผลึกทมิฬจะพุ่งตรงไปยังภูตอสูรบรรพกาล ราวกับเป็นเส้นสายใยบางอย่างที่เชื่อมโยงถึงกัน และในขณะเดียวกัน พลังงานมืดมิดจำนวนมหาศาลก็ถูกพัดพาออกจากร่างของภูตอสูรบรรพกาล และมุ่งตรงเข้าสู่ผลึกทมิฬ ราวกับมันกำลังถูกดูดกลืนพลังงานอย่างต่อเนื่อง

“หรือว่า… ผลึกทมิฬนั่นกำลังดูดพลังของมันอยู่?” หยุนเฟิงคิดในใจ ความหวังเล็กๆ ผุดขึ้นมาในใจ แม้จะไม่รู้ว่าเหตุการณ์นี้คืออะไร แต่ดูเหมือนภูตอสูรตนนี้จะไม่ได้มีอำนาจสมบูรณ์อย่างที่คิด

ภูตอสูรบรรพกาลเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาสีแดงฉานกะพริบถี่ๆ ราวกับกำลังสับสน ก่อนที่มันจะส่งเสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวออกมา เสียงนั้นดังกึกก้องจนผนังถ้ำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เศษหินขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงมาจากเบื้องบน หยุนเฟิงต้องใช้แขนยกขึ้นบังศีรษะ ร่างกายสั่นเทาด้วยความกลัว

[ระบบ: ตรวจพบความแปรปรวนของพลังงาน! ผลึกทมิฬกำลังดูดซับพลังปราณปีศาจจากภูตอสูรบรรพกาล! ภูตอสูรบรรพกาลกำลังอ่อนแอลง!]

[คำแนะนำ: ผู้ฝึกวิชาควรใช้โอกาสนี้ในการหลบหนี หรือค้นหาจุดอ่อนของภูตอสูรบรรพกาล!]

หลบหนี! นั่นเป็นทางเลือกเดียวที่เขาคิดออกในตอนนี้ หยุนเฟิงตัดสินใจหันหลังและวิ่งสุดกำลัง แม้จะรู้ว่ายากที่จะหนีรอดจากสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่โตขนาดนี้ แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ ร่างกายที่บาดเจ็บพยายามเรวบรวมพลังปราณทั้งหมดที่มีเร่งฝีเท้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาวิ่งไปในทิศทางตรงกันข้ามกับภูตอสูรบรรพกาล พยายามหลบเลี่ยงก้อนหินที่ร่วงหล่นลงมา และเสียงคำรามที่ยังคงตามติดมาไม่ห่าง

แต่แล้ว แสงสีดำจากผลึกทมิฬที่อยู่เบื้องหลังเขาก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่แค่ดูดกลืนพลัง แต่กลับเปล่งประกายแรงกล้า จนทำให้ทั้งถ้ำสว่างขึ้นชั่วขณะ แสงสีดำนั้นพุ่งตรงเข้าใส่ร่างของหยุนเฟิงอย่างรวดเร็วราวกับธนูที่พุ่งออกจากแล่ง มันไม่ได้ให้ความรู้สึกของการโจมตี แต่เป็นเหมือนการดึงดูดหรือดูดกลืน ร่างของหยุนเฟิงถูกดูดเข้าไปหาผลึกทมิฬอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่จะต้านทานได้

“เกิดอะไรขึ้น!” หยุนเฟิงอุทานด้วยความตกใจ ในขณะที่ร่างของเขากำลังพุ่งเข้าหาผลึกทมิฬที่เปล่งแสงอย่างบ้าคลั่ง ในชั่วพริบตา เขาก็พบว่าตัวเองกำลังลอยอยู่เหนือผลึกทมิฬนั้นอย่างไม่อาจขยับเขยื้อนได้ พลังงานสีดำจำนวนมหาศาลพุ่งเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างรุนแรง มันไม่ใช่พลังปราณปีศาจที่เขาเคยสัมผัส แต่เป็นพลังงานที่เข้มข้นกว่า ลึกซึ้งกว่า และบริสุทธิ์กว่ามาก แม้จะมีความรู้สึกเจ็บปวดจากการที่พลังงานมหาศาลถาโถมเข้าใส่ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย

ภูตอสูรบรรพกาลที่อยู่เบื้องหลังเขาก็ส่งเสียงคำรามด้วยความตกใจ แสงสีแดงจากดวงตาของมันส่องมาที่ผลึกทมิฬและร่างของหยุนเฟิงที่ลอยอยู่เหนือมัน ก่อนที่มันจะพุ่งเข้าหาหยุนเฟิงด้วยความเร็วที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ราวกับต้องการแย่งชิงสิ่งมีค่าบางอย่างกลับคืนไป

[ระบบ: ตรวจพบการแทรกซึมของพลังงานบริสุทธิ์โบราณ! พลังงานนี้กำลังเข้าสู่เส้นชีพจรของผู้ฝึกวิชา!]

[คำเตือน: ผู้ฝึกวิชาอาจจะได้รับพลังมหาศาล หรืออาจจะถูกพลังงานกลืนกิน!]

ในวินาทีที่ภูตอสูรบรรพกาลอ้าปากกว้าง เตรียมที่จะเขมือบร่างของหยุนเฟิง พลังจากผลึกทมิฬก็พุ่งเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ แสงสีดำสว่างจ้าออกมาจากร่างของหยุนเฟิงราวกับดวงอาทิตย์สีดำขนาดเล็ก พลังงานอันมหาศาลระเบิดออกไปรอบทิศทาง ดันร่างของภูตอสูรบรรพกาลให้กระเด็นถอยหลังไปหลายร้อยเมตร ก่อนที่มันจะพุ่งชนเข้ากับผนังถ้ำอย่างรุนแรง และในขณะเดียวกันร่างของหยุนเฟิงก็ทรุดลงตรงหน้าผลึกทมิฬ สติสัมปชัญญะของเขากำลังเลือนรางเต็มที เสียงสุดท้ายที่ได้ยินคือเสียงของระบบที่ดังขึ้นในหัว

[ยินดีด้วย! ผู้ฝึกวิชาได้ปลดผนึกพลังงานโบราณของ ‘ผลึกทมิฬบรรพกาล’!]

[ภารกิจหลัก: เข้าสู่สภาวะ ‘เซียนอสูร’ ได้รับการยอมรับ!]

[ระบบกำลังปรับแต่งร่างของผู้ฝึกวิชาให้เข้ากับพลังงานที่ได้รับ!]

[อัตราการปรับแต่ง: 1%... 5%... 10%...]

ร่างของหยุนเฟิงนอนแน่นิ่งอยู่เบื้องหน้าผลึกทมิฬบรรพกาลที่ยังคงเรืองแสงจางๆ ออร่าสีดำแผ่ออกมาจากตัวเขาและผลึกทมิฬ หลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างช้าๆ ภูตอสูรบรรพกาลที่อยู่ไกลออกไปพยายามที่จะลุกขึ้น แต่กลับดูอ่อนแรงกว่าเดิมมาก และดวงตาที่เคยแดงฉานก็ฉายแววหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมองมาที่หยุนเฟิง มันรู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเกินกว่าความเข้าใจของมันมากนัก เด็กหนุ่มผู้ไร้ความสามารถคนนั้น ได้กลายเป็นบางสิ่งที่ไม่สามารถหยั่งถึงได้ในพริบตา และเส้นทางสู่ความเป็นอมตะของเขา ก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงจากจุดที่มืดมิดที่สุดแห่งนี้...

แต่แล้ว ทันใดนั้นเอง พื้นดินก็เริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า ผนังถ้ำแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ และจากรอยแยกขนาดใหญ่ ก็มีมือสีเขียวซีดขนาดมหึมาพุ่งออกมา มันไม่ใช่แขนของภูตอสูรบรรพกาลที่อยู่เบื้องหลัง แต่เป็นมือของสิ่งมีชีวิตอีกตนหนึ่งที่ยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัวกว่ามาก ราวกับมันเพิ่งจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากส่วนลึกที่สุดของโลก และกำลังเอื้อมมือเข้าหาหยุนเฟิงที่นอนสลบอยู่เบื้องหน้าผลึกทมิฬบรรพกาล!

หน้านิยาย
หน้านิยาย
อมตะยุทธฝึกเซียน

อมตะยุทธฝึกเซียน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!