อมตะยุทธฝึกเซียน

ตอนที่ 25 — ผู้เฝ้ามองจากห้วงอเวจี

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

354 ตอน · 1,330 คำ

การสั่นสะเทือนที่ผืนโลกยากจะต้านทานเริ่มขึ้นอย่างช้าๆ ดุจเสียงกลองแห่งหายนะที่ถูกประโคมจากก้นบึ้งของจักรวาล ก้อนหินขนาดมหึมาที่ประกอบกันเป็นผนังหุบเหวอสูรเริ่มร้าวระแหง ฝุ่นผงและเศษซากปริมาณมหาศาลร่วงหล่นลงมาราวกับห่าฝน หยุนเฟิงที่กำลังปรับสภาพร่างกายจากการดูดซับพลังงานโบราณแทบล้มคะมำ เขาต้องใช้แขนข้างหนึ่งยันพื้นเพื่อพยุงตัวเองไว้ด้ายความยากลำบาก

“เกิดอะไรขึ้นอีกแล้ว!” เขาพึมพำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอ่อนล้าและความหวาดระแวง ‌ไม่ทันที่ความสงสัยจะจางหาย แหล่งกำเนิดของการสั่นสะเทือนก็ปรากฏขึ้น มันไม่ใช่การเคลื่อนที่ของแผ่นดิน แต่เป็นการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตบางอย่าง

จากส่วนลึกที่สุดของหุบเหวอสูร ที่ซึ่งความมืดมิดเคยกลืนกินทุกสิ่งจนไม่เหลือแม้แสงดาว บัดนี้กลับถูกฉีกออกโดยบางสิ่งที่มหึมาไร้ขอบเขต สิ่งนั้นดำรงอยู่ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของหุบเหว แต่ก็เคลื่อนที่ได้ราวกับลมปราณของมังกรบรรพกาล ​มันค่อยๆ ผงาดขึ้นมา พลังงานศักดิ์สิทธิ์ที่ดำมืดและเก่าแก่แผ่ออกมา ปกคลุมทุกอนูอากาศในหุบเหว ทำให้หยุนเฟิงรู้สึกเหมือนถูกบีบอัดจนกระดูกจะแหลกละเอียด

ดวงตาสีเลือดคู่หนึ่ง—ไม่สิ! มันไม่ใช่ดวงตา มันคือช่องว่างมืดมิดสองช่องที่ลุกโชนด้วยแสงสีแดงจางๆ—ปรากฏขึ้นเหนือขอบฟ้าที่ถูกฉีกขาดนั้น พวกมันใหญ่โตเสียจนหยุนเฟิงรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงเศษธุลีใต้ผืนผ้าใบขนาดยักษ์ ‍เสียงก้องกังวานอันเก่าแก่ดุจเสียงกระซิบจากยุคดึกดำบรรพ์เริ่มสะท้อนในจิตใจของเขา ไม่ใช่ภาษาใดๆ ที่เขาเคยรู้จัก แต่มันกลับเข้าใจได้ด้วยสัญชาตญาณ มันคือ “ความรู้สึก” ที่ถูกส่งมาโดยตรงจากจิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิตนั้น

“ผู้มาเยือน… พลังงานที่ถูกปลดปล่อย…” ‌เสียงนั้นสะท้อนอยู่ในหัวของหยุนเฟิงราวกับเสียงระฆังพันปีที่ดังกังวานอยู่ไม่ขาดสาย มันเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่เหนือล้ำ เก่าแก่จนน่าขนลุก และแฝงด้วยความเฉยเมยที่ทำให้เขารู้สึกหนาวสะท้านถึงกระดูก

ระบบฝึกฝนที่เพิ่งตื่นขึ้นของหยุนเฟิงก็เกิดปฏิกิริยาอย่างรุนแรง หน้าต่างสถานะจำนวนมากผุดขึ้นตรงหน้าเขาอย่างบ้าคลั่ง

[!! ระบบตรวจพบสิ่งมีชีวิตระดับสุดยอด!] [!! ระดับพลังงาน: ไม่สามารถประเมินได้!] [!! ‍คำเตือน: หลบหนีทันที! โอกาสรอดชีวิต: 0.0000001%!] [!! คำเตือน: พลังงานโบราณที่ผู้เล่นดูดซับเข้าไปกำลังดึงดูดความสนใจของสิ่งมีชีวิต!] [!! คำเตือน: ผลึกทมิฬกำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!]

หยุนเฟิงรู้สึกชาไปทั้งตัว ​ความกลัวเข้าครอบงำจนเขาแทบจะหยุดหายใจ ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนไม่อาจขยับได้ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่เพียงแค่ภูตอสูรบรรพกาล แต่เป็นบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า เป็นปรมาจารย์แห่งหุบเหว เป็นผู้เฝ้ารอคอยมาตั้งแต่ยุคกำเนิดโลก

ดวงตาคู่ใหญ่สีแดงก่ำนั้นจ้องมองตรงมาที่เขา สัมผัสที่เย็นยะเยือกและเจาะลึกทะลวงผ่านทุกการป้องกันของร่างกายและจิตใจ ราวกับว่ามันกำลังสำรวจทุกอณูของตัวตนเขา ​ความลับที่ซ่อนเร้นไว้ในส่วนลึกสุดของจิตวิญญาณถูกเปิดเผยต่อสิ่งมีชีวิตนั้น ไม่ว่าจะเป็นความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของเขา ความอ่อนแอในอดีต หรือแม้กระทั่งความปรารถนาที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนถูกมองทะลุ

“น่าสนใจ…” เสียงกระซิบโบราณดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันแฝงด้วยความประหลาดใจเจืออยู่เล็กน้อย “พลังงานแห่งจุดเริ่มต้น… ​ในร่างของมนุษย์ที่เปราะบางเช่นเจ้า… และผลึกแห่งความมืด… ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นแล้วหรือนี่…”

หยุนเฟิงรวบรวมสติที่เหลืออยู่ เขารู้ว่าการวิ่งหนีเป็นเรื่องไร้ประโยชน์ต่อหน้าสิ่งมีชีวิตระดับนี้ หนทางเดียวคือต้องเผชิญหน้าและหวังว่ามันจะละความสนใจไปจากเขา เขาพยายามที่จะไม่แสดงอาการหวาดกลัวออกมา แต่หัวใจของเขากำลังเต้นรัวอย่างบ้าคลั่งราวกับจะหลุดออกมาจากอก

“ท่าน… ท่านคือใคร?” เขาพยายามเปล่งเสียงออกมา แม้มันจะสั่นเครือจนแทบจะไม่ได้ยิน

สิ่งมีชีวิตนั้นไม่ได้ตอบด้วยคำพูด แต่มันคล้ายจะ “รู้สึก” ถึงคำถามของเขา แสงสีแดงในดวงตาคู่ยักษ์ริบหรี่ลงเล็กน้อย ราวกับกำลังพิจารณา จากนั้น คลื่นพลังงานที่มองไม่เห็นก็แผ่ซ่านออกมาจากตัวมัน คลื่นพลังงานนั้นไม่ได้ทำร้ายเขา แต่มันกลับบีบอัดรอบตัวเขา สร้างความรู้สึกเหมือนถูกห่อหุ้มไว้ในห้วงสุญญากาศที่ไร้จุดจบ

[!! การแจ้งเตือน: ผู้เล่นกำลังถูกทดสอบ!] [!! การแจ้งเตือน: แรงกดดันจากสิ่งมีชีวิตโบราณกำลังตรวจสอบคุณสมบัติทางวิญญาณของผู้เล่น!] [!! หากผู้เล่นสามารถต้านทานได้ จะได้รับรางวัล!] [!! หากล้มเหลว… ไม่มีโอกาส!]

หยุนเฟิงกัดฟันแน่น เขารู้สึกเหมือนวิญญาณของเขากำลังถูกฉีกกระชากออกจากร่างกาย ความเจ็บปวดไม่ได้เกิดจากบาดแผลทางกาย แต่เป็นการทรมานที่ลึกซึ้งถึงแก่นแท้ของจิตวิญญาณ พลังงานโบราณที่เพิ่งดูดซับเข้ามาเริ่มปั่นป่วนอยู่ในกาย มันพยายามที่จะต้านทานแรงกดดันจากภายนอก แต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนกำลังถูกสิ่งมีชีวิตเบื้องบนดึงดูดและดึงออกมา

ผลึกทมิฬที่ฝังอยู่ในอกของเขาก็เรืองแสงมืดมิด แสงสีดำทะมึนนั้นไม่ได้ส่องสว่าง แต่กลับดูดกลืนแสงรอบข้างเข้าไปทั้งหมด มันหมุนวนอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดกระแสพลังงานประหลาดที่เชื่อมโยงหยุนเฟิงเข้ากับสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์นั้น

“อั่ก!” หยุนเฟิงสำลักเลือดออกมา เขารู้สึกเหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่สมอง ความทรงจำที่กระจัดกระจายของโลกที่เขาจากมา ภาพวัยเด็กอันมืดมิด การดูถูกเหยียดหยามจากคนรอบข้าง ความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะพิสูจน์ตัวเอง… ทุกอย่างไหลบ่าเข้ามาในจิตใจราวกับเขื่อนพังทลาย แรงกดดันนั้นกำลังบีบเค้นให้เขายอมจำนน ให้เขายอมรับความอ่อนแอของตัวเอง

แต่ในความเจ็บปวดนั้นเอง ประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นก็ลุกโชนขึ้นในตัวเขา เขาไม่มีพรสวรรค์ ไม่มีความสามารถพิเศษ แต่เขามีหัวใจที่ไม่ยอมแพ้! เขาเคยต่อสู้ดิ้นรนมาทั้งชีวิต เคยถูกทิ้งขว้างมานับไม่ถ้วน และแต่ละครั้ง เขาก็ลุกขึ้นยืนได้เสมอ นี่ไม่ใช่ครั้งแรก และจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย

“ไม่… ข้าไม่ยอมแพ้!” เขาคำรามออกมา เสียงแหบแห้งแต่เต็มไปด้วยพลังที่มาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ พลังงานโบราณในร่างเขากลับรวมตัวกันแน่นหนาขึ้น ผลึกทมิฬหมุนวนเร็วยิ่งขึ้น แสงสีดำของมันเริ่มมีประกายสีม่วงเรื่อๆ ส่องออกมา

สิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์นั้นดูเหมือนจะประหลาดใจอีกครั้ง ดวงตาแดงก่ำขยับเข้าใกล้หยุนเฟิงมากขึ้นจนเขารู้สึกได้ถึงกระแสลมโบราณที่พัดผ่านกาย กลิ่นอายของดิน น้ำ ลม ไฟ และกาลเวลาที่ผ่านไปนับพันล้านปีอบอวลอยู่ในอากาศ

“ความมุ่งมั่น… จิตวิญญาณแห่งการต่อต้าน… แสงสว่างที่ถูกฝังกลบในความมืด…” เสียงกระซิบโบราณดังขึ้น คราวนี้มันคล้ายจะ “พอใจ” มากกว่า “เฉยเมย” คลื่นพลังงานที่บีบเค้นรอบตัวหยุนเฟิงเริ่มคลายลง แต่ไม่ได้หายไปโดยสิ้นเชิง มันเปลี่ยนเป็นการไหลเวียนที่อ่อนโยนและรื่นรมย์ราวกับสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิต

[!! ผู้เล่นสามารถต้านทานการทดสอบจากสิ่งมีชีวิตโบราณได้!] [!! รางวัล: พลังงานแก่นแท้แห่งธาตุโบราณ (ระดับปฐมภูมิ) ถูกหลอมรวมเข้าสู่ระบบจิตวิญญาณของผู้เล่น!] [!! รางวัล: ปลดล็อก ‘กายาทมิฬบรรพกาล’ ระดับ 1!] [!! รางวัล: ปลดล็อกทักษะใหม่: ‘เนตรปฐมกาล’!] [!! รางวัล: การเชื่อมต่อกับผลึกทมิฬถูกยกระดับ! ผู้เล่นสามารถเข้าถึง ‘มิติแห่งความมืด’ ได้แล้ว!]

ข้อมูลจำนวนมากหลั่งไหลเข้าสู่สมองของหยุนเฟิง แต่ละข้อความเต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่และปริศนา พลังงานที่อ่อนโยนนั้นแทรกซึมเข้าสู่ทุกเซลล์ของเขา ไม่ใช่พลังที่รุนแรง แต่เป็นการหล่อเลี้ยงที่ลึกซึ้ง มันเสริมสร้างกระดูก เส้นเอ็น และจิตวิญญาณของเขาให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด เขาไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป แต่กลับรู้สึกถึงความมีชีวิตชีวาที่เอ่อล้น เขาตัวสูงขึ้นเล็กน้อย กล้ามเนื้อกระชับขึ้น และผิวหนังดูเปล่งปลั่งกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

“เจ้า… ได้รับการยอมรับจาก ‘แก่นแท้แห่งโลก’ แล้ว” เสียงกระซิบสุดท้ายจากสิ่งมีชีวิตยักษ์ดังขึ้น มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ก็แฝงด้วยความพึงพอใจ “ผลึกทมิฬจะนำทางเจ้า… สู่เส้นทางแห่งการกำเนิดใหม่… จงตามหาสิ่งที่ถูกซ่อนเร้น… ในดินแดนที่กาลเวลาหยุดนิ่ง…”

ทันทีที่เสียงนั้นจางหายไป สิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ก็ค่อยๆ จมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของหุบเหวอสูรอีกครั้ง ความมืดมิดกลืนกินตัวตนของมันอย่างช้าๆ ราวกับไม่เคยมีอะไรปรากฏขึ้นมาก่อน การสั่นสะเทือนหยุดลง ความสงบกลับมาเยือนหุบเหวอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงหยุนเฟิงที่ยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน พร้อมกับความจริงที่ว่าโลกนี้ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาเคยรู้จัก

หยุนเฟิงทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง เหงื่อกาฬไหลท่วมกาย แม้จะได้รับพลังใหม่มามหาศาล แต่การเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตระดับนั้นก็ใช้พลังงานจิตวิญญาณของเขาไปจนหมดสิ้น ระบบจิตวิญญาณของเขาขยายใหญ่ขึ้นอย่างน่าตกใจ ความรู้สึกนึกคิดเฉียบคมขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาเหลือบมองไปยังผลึกทมิฬที่เปล่งแสงสีม่วงเรืองรองอยู่ในอก มันเต้นเป็นจังหวะ ราวกับเป็นหัวใจดวงที่สองของเขา และในห้วงลึกของจิตใจ เขาก็ได้รับรู้ถึงบางสิ่ง… มิติแห่งความมืดที่เชื่อมต่อกับผลึกนี้ มันไม่ใช่สถานที่ทางกายภาพ แต่เป็นช่องว่างมิติที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่าและพลังงานลึกลับ

“มิติแห่งความมืด… สถานที่ที่กาลเวลาหยุดนิ่ง…” เขาพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าเต็มไปด้วยความสับสนและความหวาดระแวง เขาไม่รู้ว่าอะไรกำลังรอเขาอยู่ในมิตินั้น แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดบางอย่างจากผลึกทมิฬ ราวกับว่ามันกำลังเชื้อเชิญเขาให้ก้าวเข้าไปสำรวจ

[ภารกิจหลักใหม่: สำรวจ ‘มิติแห่งความมืด’!] [รายละเอียด: ผลึกทมิฬได้ปลดล็อกทางเข้าสู่มิติแห่งความมืดแล้ว จงใช้พลังงานจิตวิญญาณในการเชื่อมต่อและสำรวจพื้นที่ลึกลับนั้นเพื่อค้นหาเบาะแสเกี่ยวกับ ‘แก่นแท้แห่งโลก’ และ ‘ต้นกำเนิดของระบบ’] [รางวัล: ??] [บทลงโทษ: ??]

หยุนเฟิงมองหน้าต่างภารกิจใหม่ที่ปรากฏขึ้น เขาเหลือบมองไปยังความมืดมิดเบื้องล่างของหุบเหวอสูรที่เคยเป็นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตโบราณ บัดนี้ มันดูเงียบสงบราวกับหลับใหล แต่เขารู้ดีว่าใต้ผืนดินที่ลึกที่สุดนั้น ยังคงมีพลังอำนาจที่เหนือจินตนาการซ่อนเร้นอยู่ เขาเพิ่งรอดชีวิตจากการเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตระดับสุดยอดมาได้ แต่ตอนนี้ ระบบกลับสั่งให้เขาดำดิ่งลงไปในมิติที่ไม่มีใครรู้จัก ซึ่งอาจจะอันตรายยิ่งกว่า

เขาหายใจเข้าลึกๆ ความกลัวยังคงเกาะกุมอยู่ในใจ แต่ความตื่นเต้นและความมุ่งมั่นก็ปะทุขึ้นมาพร้อมกัน เขาไม่ใช่หยุนเฟิงคนเดิมอีกต่อไป เขามีพลัง เขาแข็งแกร่งขึ้น และเขามีระบบที่จะนำทางเขาไปสู่หนทางที่ยิ่งใหญ่กว่า มิติแห่งความมืด… ไม่ว่าจะอันตรายแค่ไหน เขาก็จะต้องเข้าไปสำรวจ เขาจะต้องค้นหาความจริงเกี่ยวกับผลึกทมิฬ แก่นแท้แห่งโลก และตัวตนของเขาเอง

ด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า หยุนเฟิงค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เขาหลับตาลงและรวบรวมพลังงานจิตวิญญาณทั้งหมด พยายามเชื่อมต่อกับผลึกทมิฬตามที่ระบบแนะนำ ภาพลวงตาของประตูมิติสีดำมืดขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นในจิตใจของเขา มันหมุนวนอย่างช้าๆ และดูเหมือนจะเชื้อเชิญให้เขาก้าวผ่านเข้าไป

ขณะที่เขากำลังจะก้าวข้ามผ่านเข้าไปในมิติที่ไม่อาจหยั่งถึงนั้น ทันใดนั้นเอง พื้นดินรอบๆ ตัวเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่จากเบื้องล่าง… มันมาจากเบื้องบน! เสียงคำรามของภูตอสูรนับร้อยนับพันตัวดังสะท้อนก้องทั่วหุบเหว และเหนือขึ้นไปบนขอบหุบเหว เงาร่างของกลุ่มคนจำนวนมากก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับแสงเพลิงของคบไฟที่ส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิด ราวกับกองทัพที่กำลังจะบุกเข้ามา…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
อมตะยุทธฝึกเซียน

อมตะยุทธฝึกเซียน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!