จอมเทพระบบอมตะ

ตอนที่ 5 — ระบบจุติ: นัยน์ตาโลหิต

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

241 ตอน · 1,985 คำ

ปราณมหาศาลที่ถูกกักเก็บมานานนับพันปีพลันปะทุขึ้นจากส่วนลึกของวิหารเก่าแก่ มันไม่ใช่เพียงแค่แรงกดดัน แต่เป็นกระแสพลังงานอันบริสุทธิ์ที่รุนแรงจนบิดเบือนอากาศโดยรอบ ก่อให้เกิดคลื่นกระแทกที่มองไม่เห็นกวาดผ่านร่างของเส้าหลินจนแทบจะปลิว ร่างกายของเขาสั่นสะท้านไปทั่วทุกอณู ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะสัญชาตญาณดึกดำบรรพ์ที่กรีดร้องเตือนถึงอันตรายที่เหนือล้ำจินตนาการ เส้นผมของเขาสะบัดไหว ‌เสื้อผ้าโบกสะบัดราวกับยืนอยู่ท่ามกลางพายุทอร์นาโด ทว่าเขายังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงดุจภูผา ไม่ยอมให้ความหวาดหวั่นเข้าครอบงำจิตใจ

เหนือศีรษะของเขา ท้องฟ้าสีครามแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับเลือดที่ฉาบทาไปทั่วทั้งผืนฟ้า พลันเกิดการก่อตัวของพลังงานสีโลหิตที่รวมตัวกันอย่างเชื่องช้า แต่ทว่าทรงพลัง ก่อร่างเป็นดวงตาขนาดมหึมาที่น่าขนลุก มันไม่ใช่มนุษย์ ​ไม่ใช่สัตว์อสูร แต่เป็นดวงตาที่เก่าแก่เกินกว่ากาลเวลา ปรากฏขึ้นกลางนภา จ้องมองลงมายังเส้าหลินด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน และมันกำลังจ้องมองมาที่เส้าหลินด้วยความสนใจที่น่าขนลุก ปราณสังหารที่แผ่ออกมาจากดวงตาสีโลหิตนั้นรุนแรงจนทำให้วิญญาณสั่นคลอน อุณหภูมิรอบกายลดต่ำลงอย่างฮวบฮาบจนน้ำค้างแข็งเกาะตามซากปรักหักพังของวิหารโบราณ

“นี่มันอะไรกัน?” ‍เส้าหลินพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่า ดวงตาคมกริบของเขายังคงจ้องตอบดวงตาสีโลหิตนั้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าในใจจะรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่พร้อมจะบดขยี้เขาให้แหลกละเอียดได้ทุกเมื่อ ความแค้นที่ฝังลึกในใจคือเชื้อเพลิงที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของเขา ทำให้เขาไม่ยอมก้มหัวให้กับสิ่งใดง่ายๆ ไม่ว่ามันจะน่าสะพรึงกลัวเพียงใดก็ตาม เขาได้สาบานไว้แล้วว่าจะต้องแข็งแกร่งขึ้น ‌เพื่อล้างแค้นให้กับตระกูล และเพื่อเปิดเผยความลับที่ถูกปกปิดเอาไว้

ทันใดนั้นเอง แสงสีทองอร่ามพลันปะทุขึ้นจากภายในร่างของเส้าหลิน มันไม่ใช่แสงที่รุนแรง แต่เป็นแสงที่อบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต มันแผ่ออกมาจากจุดศูนย์รวมปราณของเขา ส่องประกายตัดกับความมืดมิดและปราณสังหารของดวงตาสีโลหิต สัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลงที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนกำลังเกิดขึ้น ‍“ติ๊ง! ตรวจพบผู้ถูกเลือก! ตรวจพบสภาวะการตื่นรู้ของพลังศักดิ์สิทธิ์โบราณ! ระบบอมตะกำลังทำการเชื่อมโยง...” เสียงอิเล็กทรอนิกส์ที่เย็นชาแต่ชัดเจนดังก้องอยู่ในห้วงความคิดของเขา มันไม่ใช่เสียงที่ได้ยินผ่านหู แต่เป็นเสียงที่รับรู้ได้โดยตรงผ่านจิตวิญญาณ

ภาพโฮโลแกรมโปร่งแสงพลันปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเส้าหลิน มันเป็นหน้าจอที่เต็มไปด้วยตัวอักษรและสัญลักษณ์ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ​แต่กลับเข้าใจความหมายได้อย่างน่าประหลาดใจ ชื่อ: เส้าหลิน เผ่าพันธุ์: มนุษย์ ระดับพลัง: ขั้นก่อกำเนิด ระดับ 1 (รากฐานไม่สมบูรณ์) พลังชีวิต: 100/100 พลังปราณ: ​50/50 ค่าประสบการณ์: 0/100 คุณสมบัติ: ความแข็งแกร่ง 5, ความคล่องตัว 5, พลังจิต 10, ​ความยืดหยุ่น 5 ทักษะ: ไม่มี อุปกรณ์: เสื้อผ้าธรรมดา สถานะพิเศษ: ผู้ถูกเลือกแห่งระบบอมตะ, ผนึกปราณเทพ (ระดับต่ำ)

เส้าหลินตะลึงงันกับสิ่งที่เห็น นี่คือ ‘ระบบ’ ที่เขาเคยได้ยินจากตำนานโบราณหรือเรื่องเล่าไร้สาระของชาวบ้าน มันไม่ใช่เรื่องจริง แต่ตอนนี้มันกำลังปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา ราวกับเทพเจ้าได้ประทานพรให้เขาได้มีโอกาสลุกขึ้นยืนหยัดอีกครั้ง “ระบบอมตะ? ผนึกปราณเทพ?” เขาทบทวนคำพูดเหล่านั้นอย่างครุ่นคิด ในขณะที่ดวงตาสีโลหิตเบื้องบนยังคงจ้องมองเขาด้วยความไม่กะพริบ ปราณสังหารที่แผ่ออกมาเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังทดสอบขีดจำกัดของเขา

“ติ๊ง! ตรวจพบการคุกคามจากพลังงานโบราณ! ระบบอมตะกำลังทำการวิเคราะห์... การวิเคราะห์เสร็จสิ้น! ดวงตาสีโลหิตคือ ‘จิตวิญญาณผู้พิทักษ์วิหาร’ ซึ่งถูกปลุกให้ตื่นขึ้นโดยการมาถึงของผู้ถูกเลือก! จิตวิญญาณผู้พิทักษ์กำลังทำการทดสอบ ‘ความมุ่งมั่นแห่งจิตวิญญาณ’!” เสียงของระบบยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในทันทีที่คำว่า ‘ความมุ่งมั่นแห่งจิตวิญญาณ’ สิ้นสุดลง แรงกดดันจากดวงตาสีโลหิตก็เพิ่มขึ้นทวีคูณ มันไม่ใช่แรงกดดันทางกายภาพอีกต่อไป แต่เป็นแรงกดดันที่พุ่งตรงเข้าโจมตีจิตวิญญาณของเส้าหลินโดยตรง

ภาพหลอนมากมายพลันปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเขา ภาพตระกูลที่ลุกเป็นไฟ พ่อแม่ที่ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม คำเย้ยหยันและเสียงหัวเราะของเหล่าศัตรูที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขา ความเจ็บปวด ความโกรธแค้น ความสิ้นหวัง... ทุกอารมณ์ด้านลบที่เคยฝังลึกอยู่ในใจพลันประดังประเดเข้ามาพร้อมกัน ราวกับกำลังจะฉีกกระชากจิตวิญญาณของเขาให้เป็นชิ้นๆ “ยอมแพ้เสียเถิด หนุ่มน้อย ความแค้นของเจ้าไม่มีทางสำเร็จ โลกใบนี้โหดร้ายเกินไปสำหรับเจ้า” เสียงกระซิบที่คุ้นเคยจากเงาร่างปริศนาในฝันร้ายของเขาดังก้องขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า พยายามบงการให้เขายอมจำนนต่อโชคชะตาที่โหดร้าย

แต่เส้าหลินไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ง่ายๆ เขากัดฟันแน่น เลือดซิบจากริมฝีปากที่ถูกขบจนแน่น ดวงตาของเขาแดงก่ำไปด้วยโทสะอันลุกโชน ภาพของพ่อแม่ที่ยิ้มแย้มก่อนความตาย ความหวังที่พวกเขาฝากฝังไว้กับเขา... สิ่งเหล่านั้นผุดขึ้นมาในห้วงความคิดของเขา มันไม่ใช่ภาพหลอน แต่เป็นความทรงจำอันล้ำค่าที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของเขา “ไม่!” เขาคำรามลั่น เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “ข้าไม่มีวันยอมแพ้! ข้าจะล้างแค้น! ข้าจะแข็งแกร่งขึ้น!”

ทันใดนั้นเอง แสงสีทองจากระบบอมตะก็ส่องประกายสว่างจ้าขึ้นอีกครั้ง พลังงานที่อบอุ่นไหลเวียนเข้าสู่จิตวิญญาณของเส้าหลิน ขับไล่ภาพหลอนและความมืดมิดออกไป “ติ๊ง! ผู้ถูกเลือกแสดงความมุ่งมั่นอันแรงกล้า! การทดสอบ ‘ความมุ่งมั่นแห่งจิตวิญญาณ’ สำเร็จ! รางวัล: ปลดผนึก ‘ปราณเทพ’ ระดับแรก, ได้รับวิชา ‘เคล็ดอมตะกำเนิดฟ้า’ ระดับ 1!”

ในทันทีที่เสียงของระบบสิ้นสุดลง ดวงตาสีโลหิตเบื้องบนก็เปล่งแสงเจิดจรัส มันไม่ใช่แสงแห่งการคุกคามอีกต่อไป หากแต่เป็นแสงสีแดงอมทองที่อ่อนโยน พลังงานมหาศาลที่ปะทุออกมาจากวิหารก็พุ่งตรงเข้าสู่ร่างของเส้าหลิน มันไม่ใช่การโจมตี แต่เป็นการหล่อเลี้ยง! พลังปราณอันบริสุทธิ์ไหลหลั่งเข้าสู่เส้นลมปราณของเขา ก่อให้เกิดความร้อนรุ่มไปทั่วทั้งร่าง แต่เป็นความร้อนที่สบาย ไม่ใช่ความเจ็บปวด

“อ๊า!” เส้าหลินส่งเสียงคำรามด้วยความยินดี พลังปราณภายในกายของเขาเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ เส้นลมปราณที่เคยบอบช้ำและแทบจะแห้งเหือดกลับฟื้นคืนชีวิตและขยายตัวออก รองรับพลังปราณอันมหาศาลที่ไหลบ่าเข้ามา เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายของเขาสั่นสะท้าน ราวกับกำลังได้รับการชุบชีวิตใหม่ ผิวหนังของเขาเปล่งประกายสีทองจางๆ กระดูกของเขาส่งเสียงกรอบแกรบราวกับกำลังถูกปรับโครงสร้างใหม่ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

“ติ๊ง! ระดับพลังของคุณเพิ่มขึ้น! ขั้นก่อกำเนิด ระดับ 2!” “ติ๊ง! ระดับพลังของคุณเพิ่มขึ้น! ขั้นก่อกำเนิด ระดับ 3!” “ติ๊ง! ระดับพลังของคุณเพิ่มขึ้น! ขั้นก่อกำเนิด ระดับ 4!” เสียงของระบบดังก้องไม่หยุดยั้ง ระดับพลังของเส้าหลินพุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่งในพริบตาเดียว จากเดิมที่อยู่ในขั้นก่อกำเนิดระดับ 1 ที่รากฐานไม่สมบูรณ์ เขาก็ทะลวงผ่านไปถึงระดับ 4 ในเวลาอันสั้น! นี่คือปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของการบ่มเพาะพลัง เพราะการทะลวงผ่านแต่ละระดับในขั้นก่อกำเนิดนั้นจำเป็นต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือแม้กระทั่งหลายปีในการสะสมและขัดเกลาปราณ

“นี่คือพลังของผนึกปราณเทพงั้นหรือ?” เส้าหลินพึมพำด้วยความตื่นเต้น เขารู้สึกได้ถึงพลังที่เอ่อล้นในกาย ความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้เขารู้สึกว่าสามารถทุบภูผาให้แหลกละเอียดได้ด้วยกำปั้นเปล่าๆ

หน้าจอระบบปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับข้อมูลที่อัปเดต: ชื่อ: เส้าหลิน เผ่าพันธุ์: มนุษย์ ระดับพลัง: ขั้นก่อกำเนิด ระดับ 4 (รากฐานสมบูรณ์) พลังชีวิต: 400/400 พลังปราณ: 200/200 ค่าประสบการณ์: 0/400 คุณสมบัติ: ความแข็งแกร่ง 20, ความคล่องตัว 20, พลังจิต 30, ความยืดหยุ่น 20 ทักษะ: เคล็ดอมตะกำเนิดฟ้า (ระดับ 1) อุปกรณ์: เสื้อผ้าธรรมดา สถานะพิเศษ: ผู้ถูกเลือกแห่งระบบอมตะ, ผนึกปราณเทพ (ระดับ 1 ปลดผนึกแล้ว)

ดวงตาสีโลหิตบนท้องฟ้าเริ่มเลือนรางลงอย่างช้าๆ พลังงานสีแดงอมทองยังคงไหลลงมาสู่ร่างของเส้าหลิน แต่มันเริ่มเบาบางลงเรื่อยๆ จนกระทั่งจางหายไปในที่สุด ท้องฟ้ากลับคืนสู่สีครามสดใสราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบของวิหารร้างและเส้าหลินที่ยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังพร้อมกับพลังที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

“เคล็ดอมตะกำเนิดฟ้า...” เส้าหลินพึมพำ เขาเพ่งสมาธิไปที่ชื่อทักษะในหน้าจอระบบ ข้อมูลเกี่ยวกับวิชานี้พลันหลั่งไหลเข้าสู่จิตใจของเขา มันเป็นวิชาบ่มเพาะปราณที่ลึกซึ้งและซับซ้อนอย่างยิ่ง แตกต่างจากวิชาพื้นฐานทั่วไปที่เขาเคยเรียนรู้จากตระกูล เคล็ดนี้เน้นการดูดซับปราณจากฟ้าดินโดยตรง และเปลี่ยนมันให้เป็นปราณศักดิ์สิทธิ์ที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าปราณทั่วไปหลายเท่าตัว อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแกร่งดุจเทพเซียน และยืดอายุขัยให้ยืนยาว “นี่คือวิชาที่จะพาข้าไปสู่ความเป็นอมตะงั้นหรือ?” เขารู้สึกตื่นเต้นจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่

“ติ๊ง! ยินดีด้วย ผู้ถูกเลือก! ท่านได้ผ่านการทดสอบแรกของจิตวิญญาณผู้พิทักษ์ และได้รับพลังเริ่มต้นของระบบอมตะ! เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการถือกำเนิดของท่าน ระบบขอเสนอ ‘ชุดหีบสมบัติเริ่มต้น’!” เสียงของระบบดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมที่เปลี่ยนไป ปรากฏเป็นหีบสมบัติสีทองอร่ามที่ลอยอยู่กลางอากาศ “ต้องการเปิดหีบสมบัติหรือไม่?”

“เปิด!” เส้าหลินตอบโดยไม่ลังเล เขารู้สึกว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้คือพรจากสวรรค์ที่มอบโอกาสให้เขาได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ และล้างแค้นให้กับตระกูลที่ถูกทำลายลง

“ติ๊ง! ท่านได้รับ:

  1. กระบี่จันทราไร้เงา (ระดับสูง)
  2. ชุดเกราะปราณนภา (ระดับสูง)
  3. เม็ดยาฟื้นฟูปราณ (ระดับกลาง) x10
  4. เม็ดยาเสริมพลังกาย (ระดับกลาง) x10
  5. ตำราทักษะ ‘ฝ่ามือพิฆาตอสูร’ (ระดับกลาง)
  6. บันทึกโบราณแห่งวิหารเซียนหมื่นภพ (ระดับพิเศษ)
  7. แผนที่วิหารลับ (ระดับพิเศษ)”

รายการของรางวัลที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอทำให้เส้าหลินถึงกับอ้าปากค้าง นี่คือสมบัติล้ำค่าที่นักบ่มเพาะพลังหลายคนต้องใช้ชีวิตทั้งชีวิตเพื่อไขว่คว้า กระบี่จันทราไร้เงาเปล่งประกายสีเงินยวงในความว่างเปล่า มันเป็นกระบี่ที่เบาและคมกริบราวกับไร้ตัวตน ชุดเกราะปราณนภาเป็นชุดเกราะที่สวมใส่สบายราวกับเสื้อผ้าธรรมดา แต่กลับมีลวดลายปราณที่ละเอียดอ่อนสลักอยู่ บ่งบอกถึงพลังป้องกันที่ไม่ธรรมดา ส่วนตำราทักษะฝ่ามือพิฆาตอสูรนั้นดูโบราณและเต็มไปด้วยพลังสังหารแผ่ออกมา

ที่น่าสนใจที่สุดคือ ‘บันทึกโบราณแห่งวิหารเซียนหมื่นภพ’ และ ‘แผนที่วิหารลับ’ “วิหารเซียนหมื่นภพ? นี่คือชื่อของวิหารแห่งนี้หรือ?” เส้าหลินคว้าบันทึกโบราณมาเปิดอ่านด้วยความตื่นเต้นทันที มันเป็นบันทึกที่เขียนด้วยภาษาโบราณที่ยากจะเข้าใจ แต่ระบบอมตะกลับแปลความหมายให้เขาโดยอัตโนมัติ

บันทึกเล่าถึงประวัติของวิหารแห่งนี้ว่าเป็นหนึ่งในวิหารที่เก่าแก่ที่สุดในอาณาจักรต้าถัง เป็นสถานที่ที่เหล่าเซียนในยุคบรรพกาลเคยใช้เป็นที่บ่มเพาะและศึกษาเคล็ดวิชาอมตะ ทว่าเมื่อหลายหมื่นปีก่อน วิหารแห่งนี้ได้ถูกโจมตีโดยกองทัพมารจากต่างมิติ ทำให้วิหารพังทลายลง และเหล่าเซียนก็หายสาบสูญไปพร้อมกับความลับอันยิ่งใหญ่ ทิ้งไว้เพียงจิตวิญญาณผู้พิทักษ์และพลังงานปราณมหาศาลที่ถูกผนึกไว้

“กองทัพมาร... ต่างมิติ...” เส้าหลินพึมพำ ดวงตาของเขาหรี่ลง ความลับของตระกูลเขาที่ถูกทำลายโดย ‘สำนักมารใต้ที่ราบเมฆา’ ผุดขึ้นมาในความคิด “นี่อาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ” เขาสัมผัสได้ถึงความเชื่อมโยงบางอย่างระหว่างเหตุการณ์ในอดีตกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตระกูลของเขา

“แผนที่วิหารลับ” เส้าหลินคลี่แผนที่เก่าคร่ำคร่าออกดู มันแสดงถึงเส้นทางลับที่ทอดลึกเข้าไปในส่วนที่ถูกซ่อนเร้นของวิหาร ซ่อนอยู่ใต้ซากปรักหักพัง และบนแผนที่นั้นมีจุดๆ หนึ่งถูกทำเครื่องหมายไว้ด้วยสัญลักษณ์แปลกประหลาดคล้ายกับดวงตาที่สาม และมีคำว่า ‘คลังสมบัติเซียน’ กำกับเอาไว้

“คลังสมบัติเซียน!” เส้าหลินแทบจะร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น ถ้าวิหารแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่ของเหล่าเซียนในยุคบรรพกาล สมบัติที่เหลืออยู่จะต้องมีค่ามหาศาลอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดวิชาโบราณ เม็ดยาศักดิ์สิทธิ์ หรือแม้กระทั่งศาสตราเทพ

แต่ก่อนที่จะออกเดินทาง เขาจะต้องทำความเข้าใจกับเคล็ดอมตะกำเนิดฟ้าและฝ่ามือพิฆาตอสูรให้ถ่องแท้เสียก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าเขามีพลังมากพอที่จะเผชิญหน้ากับอันตรายที่อาจจะซ่อนอยู่ในวิหารลับแห่งนี้ เส้าหลินนั่งลงขัดสมาธิกลางวิหารที่ตอนนี้กลับคืนสู่ความสงบเงียบ เขากำหนดจิตให้สงบนิ่ง และเริ่มโคจรปราณตามเคล็ดอมตะกำเนิดฟ้า ปราณศักดิ์สิทธิ์ที่เพิ่งได้รับจากการปลดผนึกปราณเทพพลันไหลเวียนไปทั่วร่าง มันบริสุทธิ์และเข้มข้นกว่าปราณที่เขาเคยสัมผัสมาทั้งหมดหลายเท่าตัว

เมื่อเขาเริ่มบ่มเพาะตามเคล็ดวิชา ปราณจากฟ้าดินก็เริ่มไหลหลั่งเข้าสู่ร่างของเขาอย่างต่อเนื่อง ร่างกายของเส้าหลินเปรียบเสมือนฟองน้ำที่ดูดซับปราณเหล่านั้นเข้ามาหล่อเลี้ยงเซลล์ทุกเซลล์ ความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและชีวิตชีวาเอ่อล้นอยู่ในตัวเขา เขารับรู้ได้ถึงความก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัดในทุกลมหายใจเข้าออก

หลายชั่วยามผ่านไป ท้องฟ้าเริ่มมืดมิดลง แต่เส้าหลินยังคงจมดิ่งอยู่กับการบ่มเพาะ เขาไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรือหิวโหยแม้แต่น้อย พลังปราณที่หมุนเวียนอยู่ภายในร่างทำให้เขารู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าอย่างน่าประหลาดใจ เมื่อเขาลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยพลังปราณที่แผ่วเบา ร่างกายของเขาได้รับการชำระล้างจนบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น กล้ามเนื้อของเขาแข็งแกร่งขึ้น เส้นเอ็นยืดหยุ่นกว่าเดิมหลายเท่า

“ติ๊ง! ท่านได้บ่มเพาะเคล็ดอมตะกำเนิดฟ้าจนชำนาญระดับหนึ่ง! ได้รับทักษะ ‘สำนึกปราณ’!” ชื่อ: เส้าหลิน เผ่าพันธุ์: มนุษย์ ระดับพลัง: ขั้นก่อกำเนิด ระดับ 4 (รากฐานสมบูรณ์) พลังชีวิต: 400/400 พลังปราณ: 200/200 ค่าประสบการณ์: 50/400 (เพิ่มขึ้นจากการบ่มเพาะ) คุณสมบัติ: ความแข็งแกร่ง 22, ความคล่องตัว 22, พลังจิต 35, ความยืดหยุ่น 22 ทักษะ: เคล็ดอมตะกำเนิดฟ้า (ระดับ 1), ฝ่ามือพิฆาตอสูร (ระดับ 1), สำนึกปราณ (ระดับ 1)

ทักษะ ‘สำนึกปราณ’ ทำให้เขาสามารถรับรู้ถึงกระแสปราณรอบตัวได้อย่างละเอียดอ่อนยิ่งขึ้น เขารู้สึกถึงปราณจากต้นไม้ใบหญ้า ปราณจากก้อนหิน และแม้กระทั่งปราณที่อ่อนโยนจากผืนดินเบื้องล่าง นี่เป็นทักษะที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในการค้นหาทรัพยากรธรรมชาติ หรือแม้กระทั่งการหลบเลี่ยงอันตรายจากสัตว์อสูรที่ซ่อนตัวอยู่

เส้าหลินพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ นี่คือจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ เขาไม่เพียงแค่รอดชีวิต แต่ยังได้รับโอกาสที่จะแข็งแกร่งขึ้นจนสามารถล้างแค้นได้สำเร็จ เขาเก็บกระบี่จันทราไร้เงาและชุดเกราะปราณนภาไว้ในช่องเก็บของของระบบ ซึ่งปรากฏขึ้นมาอย่างเงียบเชียบเมื่อเขาต้องการใช้งาน มันเป็นพื้นที่มิติส่วนตัวที่สามารถเก็บสิ่งของได้อย่างไร้ขีดจำกัด ราวกับเป็นสมบัติของเทพเจ้า

ด้วยความพร้อมที่เพิ่มขึ้น เส้าหลินก็เริ่มก้าวเท้าเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของวิหาร ตามแผนที่วิหารลับที่ระบบมอบให้ ทางเข้าลับถูกซ่อนอยู่ใต้แท่นบูชาที่พังทลาย เขาใช้พลังที่เพิ่มขึ้นดันก้อนหินขนาดใหญ่ออก เผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่ทอดลงไปในความมืดมิด กลิ่นอับชื้นและปราณโบราณที่เข้มข้นยิ่งขึ้นปะทะเข้ากับโสตประสาทของเขา ราวกับกำลังบอกว่าเขากำลังก้าวเข้าสู่สถานที่ที่ถูกลืมเลือนไปจากโลกภายนอก

เขาจุดคบไฟที่พบในซากปรักหักพัง เดินลึกเข้าไปในทางเดินลับที่วกวนและคดเคี้ยว ผนังหินเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำและรากไม้เลื้อยพัน ทว่าทุกก้าวที่เดินเขารู้สึกได้ถึงพลังงานปราณที่หนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะจับต้องได้ “คลังสมบัติเซียน... ข้ากำลังมาแล้ว” เขากระซิบกับตัวเอง ดวงตาของเขามุ่งมั่นและเต็มไปด้วยความคาดหวัง

หลังจากเดินมาได้ครึ่งชั่วยาม ทางเดินก็เปิดออกสู่โถงถ้ำขนาดใหญ่ ที่ใจกลางโถงถ้ำมีแท่นหินสูงตระหง่านตั้งอยู่ บนแท่นหินนั้นมีหินผลึกสีดำขนาดใหญ่เปล่งประกายลึกลับ และรอบๆ แท่นหินมีแท่นบูชาขนาดเล็กอีกหลายแห่ง แต่ละแท่นมีร่องรอยของสิ่งที่เคยประดิษฐานอยู่ ทว่าตอนนี้กลับว่างเปล่า ราวกับมีใครบางคนนำสมบัติเหล่านั้นไปแล้ว

สายตาของเส้าหลินจับจ้องไปที่หินผลึกสีดำขนาดใหญ่ มันไม่ใช่แค่หินผลึกธรรมดา แต่มันเปล่งประกายปราณที่ดำมืดและชั่วร้ายอย่างน่าสะพรึงกลัว พลังงานที่แผ่ออกมาจากมันทำให้ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน ขนลุกซู่ไปทั่วทั้งตัว “นี่มันอะไรกัน?” เขากระซิบด้วยความตกใจ มันเป็นปราณที่แตกต่างจากปราณเทพที่เขาได้รับ มันเป็นปราณที่เต็มไปด้วยความอาฆาตและพลังงานด้านลบที่รุนแรง และในทันทีที่เขาจ้องมองไปยังหินผลึกนั้น ดวงตาสีดำของเขาก็พลันเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ประหนึ่งดวงตาปีศาจที่ตื่นจากการหลับใหล…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
จอมเทพระบบอมตะ

จอมเทพระบบอมตะ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!